วันเวลาปัจจุบัน 21 ก.ย. 2019, 10:01  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


“อภิธรรม (สันสกฤต: abhidharma) หรืออภิธัมมะ (บาลี: abhidhamma) เป็นชื่อปิฎกศาสนาพุทธฉบับหนึ่งในปิฎกทั้งสามฉบับที่รวมเรียก "พระไตรปิฎก" อภิธรรมแปลว่าธรรมอันยิ่ง ปิฎกฉบับอภิธรรมนั้นเรียก "พระอภิธรรมปิฎก" ซึ่งว่าด้วยประมวลหลักธรรมและคำอธิบายที่เป็นหลักวิชาล้วนๆ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์และบุคคลเลย”



กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ต.ค. 2013, 06:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 5726


 ข้อมูลส่วนตัว


เรื่องปฏิสนธินี้เป็นเรื่องต่อเนื่องกันระหว่างอดีตกับปัจจุบัน และปัจจุบันกับอนาคต
ชีวิตปัจจุบันเป็นผลเกิดจากเหตุในอดีต กล่าวคือ อวิชชา สังขาร อันเป็นเหตุในอดีต
ก่อให้เกิดผลในปัจจุบัน คือ วิญญาณ นามรูป สฬายตนะ ผัสสะ เวทนา ผลในปัจจุบันนี้ก็ก่อให้
เกิดเหตุในปัจจุบัน กล่าวคือ ตัณหา อุปาทาน ภพ และปัจจุบันเหตุนี้
ก็ก่อให้เกิดผลในอนาคต คือ ชาติ ชรามรณะ แต่อนาคตนั้นเป็นเรื่องที่ยังมาไม่ถึง และจักมาไม่ถึง

เพราะว่าเมื่อจุดที่เราสมมุติว่าเป็นอนาคตมาถึงเมื่อไหร่ มันก็จะกลายเป็นปัจจุบันทันที เช่น
วันนี้เป็นวันสิ้นเดือน พรุ่งนี้เป็นวันที่ขึ้นเดือนใหม่ พอถึงขึ้นเดือนใหม่ก็กลายเป็นปัจจุบันทันที
คือเป็นวันนี้เดือนนี้ไปเสียแล้ว วันพรุ่งนี้ก็ต้องเลื่อนเป็นวันต่อไปอีก ฉะนั้นอนาคตจึง
แปลว่า "กาลที่ไม่รู้จักมาถึง" ชีวิตเราก็ดำเนินไปไม่ถึง ตามหลักปฏิจจสมุปบาท จึงน่าสงสัยว่า
ชาติ ชรามรณะ เป็นผลในอนาคต ชีวิตก็คงไปไม่ถึงเพราะเป็นเรื่องของอนาคต จึงควรเข้าใจดังนี้ว่า

ที่ไปไม่ถึงหรือมาไม่ถึงนั้น เพราะความเปลี่ยนแปลงของกาลเวลา เมื่อจุดที่เราสมมติว่าเป็นผล
ในอนาคต คือ ชาติ ชรามรณะ นั้นมาถึง หรือเมื่อชีวิตไปถึงจุดนั้เมื่อไหร่ จุดที่ว่านั้นก็กลายเป็น
ปัจจุบัน คือ วิญญาณ นามรูป สฬายตนะ ผัสสะ เวทนา ทันที เพราะฉะนั้นคำว่า ชาติ ชรามรณะ
จึงหมายถึง วิญญาณ นามรูป สฬายตนะ ผัสสะ เวทนา ที่เกิดขึ้นแล้วตายไปนั่นเอง ด้วยเหตุนี้

เมื่อพูดถึงเรื่อปฏิสนธิ ก็ควรเพ่งเฉพาะระยะต่อเนื่องกันระหว่างอดีตกับปัจจุบัน เมื่อเข้าใจเรื่องนี้แล้ว
ก็เป็นอันว่าเข้าใจรอยต่อระหว่างปัจจุนกับอนาคต เพราะระหว่างปัจจุบันกับอนาคต เพราะปัจจุบัน
จะต้องกลายเป็นอดีต อนาคตต้องกลายมาเป็นปัจจุบัน อดีตคือปัจจุบันที่ดับ ปัจจุบันเกิด คืออนาคตทีดับ

เหตุในอดีต ที่ทำให้ผลในปัจจุบัน คือทำให้ชีวิตปฏิสนธินั้น
ได้แก่ อวิชชา สังขาร ตัณหา อุปาทาน ภพ เมื่อเหตุทั้ง ๕ นี้ยังไม่ขาดสาย
ชีวิตจึงปฏิสนธิ เพราะอวิชชาเป็นปัจจัยจึงมีสังขาร เพราะสังขารเป็นปัจจัยจึงมีวิญญาณ ฯลฯ
เพราะชาติเป็นปัจจัยจึงมีชรามรณะ ชีวิตทุกชีวิตย่อมหมุนไปอยู่อย่างนี้จนนับภพชาติไม่ถ้วน
จนกว่าจะถึงจุดอวสาน คือ พระนิพพาน เมื่อมองเห็นความหมุนเวียนของชีวิตดังกล่าวนี้แล้ว
ก็ควรจักองค์แห่งปฏิจจสมุปบาทให้เข้าใจ ซึ่งในที่นี้จะได้แนะนำไว้พอเป็นแนวทางแห่งการศึกษาต่อไป

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร