วันเวลาปัจจุบัน 21 ก.พ. 2019, 00:09  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


อ่านนิทาน จากบอร์ดเก่า
http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=5



กลับไปยังกระทู้  [ 4 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ต.ค. 2013, 22:42 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ต.ค. 2013, 19:15
โพสต์: 109

แนวปฏิบัติ: มีสติทุกอริยาบท
งานอดิเรก: ปฎิบัติธรรม ฟังธรรม
สิ่งที่ชื่นชอบ: ความไม่ประมาท
ชื่อเล่น: ธรรม
อายุ: 0
ที่อยู่: วัฎฎะสงสาร

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

อรหันตทาน ทานที่มีผลมาก

ในสมัยพุทธกาล มีชายเข็ญใจคนหนึ่งมีชีวิตอยู่อย่างทุกข์ยากลำบาก ได้ฟังธรรมะ จึงได้รู้ว่าชีวิตของตนที่เกิดมาลำบากเช่นนี้ เพราะไม่เคยให้ทานในกาลก่อน เขาจึงปรารถนาที่จะถวายทานแก่พระภิกษุสงฆ์ แต่เนื่องจากความยากจน จึงนำอาหารตามมีตามได้ของตนน้อมเข้าไปถวายพระภิกษุ ด้วยเหตุที่ภัตตาหารนั้นไม่ประณีต พระภิกษุรับมาแล้วก็ไม่ได้ฉัน ชายเข็ญใจเห็นดังนั้น รู้สึกเนื้อน้อยต่ำใจ ในวาสนาตัวเอง...

ด้วยความปรารถนาอย่างแรงกล้าว่า จะถวายทานอันประณีตสักครั้งหนึ่ง จึงตัดสินใจนำลูกสาวของตนไปจำนำได้ทรัพย์มา ๑๒ กหาปณะ จากนั้นชายเข็ญใจนำเงินไปซื้อแม่โคนมเพื่อนำน้ำนมมาประกอบอาหารแล้วได้น้อมนำเข้าไปแด่พระภิกษุสงฆ์ ชายเข็ญใจเห็นพระสงฆ์ฉันอาหารของตนจนหมด ก็ดีใจหนักหนา....

เขาจึงปรึกษาภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากจะไปหางานทำที่ต่างเมือง ทำงานหีบอ้อยจะได้นำเงินมาไถ่ตัวลูกสาว ชายเข็ญใจใช้เวลาทำงานอยู่ถึงครึ่งปี จึงได้เงินครบ ๑๒ กหาปณะ แลตั้งใจจะรีบนำเงินกลับมาไถ่ตัวลูกสาว ในระหว่างทางได้พบพระเถระรูปหนึ่งซึ่งกำลังจะเดินทางไปนมัสการพระเจดีย์ จึงถามพระเถระว่า พระคุณเจ้าท่านจำพรรษาที่ไหนขอรับ

"อาตมาจำพรรษาในป่าอุบาสก" ชายเข็ญใจได้ฟังดังนั้นรู้สึกเลื่อมใสศรัทธายิ่งนัก พระคุณเจ้าฉันข้าวหรือยังครับ "ยังเลยอุบาสก" ขอนิมนต์พระคุณเจ้ารอตรงนี้ก่อน ว่าแล้วเขาก็วิ่งไปหาอาหาร เผื่อจะมีอะไรบ้าง

โชคดีมีชายตัดฟืนถืออาหารผ่านมา เขาจึงร้องขอซื้ออาหาร “สหายเอ๋ย!!!! ห่อข้าวของท่าน ขายได้หรือไม่ ผมให้ ๑ กหาปณะ”ชายตัดฟืนได้ยินอย่างนั้นก็ตกใจ ห่อข้าวเล็กๆของเราขอซื้อตั้ง ๑ กหาปณะ แสดงว่าชายผู้นี้มีเงิน จึงคิดจะโก่งราคา

“เราไม่ขายหรอก ในป่าแบบนี้ จะหาอาหารที่ไหน ผมขายให้ผมจะกินอะไร”

ชายเข็ญใจได้ฟังดังนั้นก็เพิ่มเงินขึ้นเรื่อยๆ แต่เขาก็ไม่ยอมขาย จึงตัดสินใจพูดว่า

“สหายเอ๋ย!!! เงินของเรามีอยู่ ๑๒ กหาปาณะ เราไม่ได้ซื้อเพื่อประโยชน์ตนเลย แต่ซื้อเพื่อไปถวายพระซึ่งท่านนั่งพักอยู่ที่โคนไม้โน่น ถ้าท่านขาย ท่านก็จะมีส่วนแห่งบุญในภัตตาหารนั้นด้วย” คนตัดฟืนจึงยอมขายอาหารให้

ชายเข็ญใจดีใจหนักหนา น้อมภัตตาหารไปถวายพระเถระ พระเถระรับเพียงมาครึ่งเดียวเพื่อให้เขาได้รับประทานอาหารด้วย แต่ชายเข็ญใจกล่าวว่า

“นิมนต์เถิดพระคุณเจ้าอาหารนี้เหมาะสำหรับบุคคลเดียวถึงจะอิ่ม อย่าได้ห่วงเกล้ากระผมเลย”

พระเถระจึงยอมรับอาหารทั้งหมดมาฉัน พระเถระแปลกใจในป่าเช่นนี้เขานำอาหารมาจากไหน ชายเข็ญใจจึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง และกำลังจะไปไถ่ตัวลูกสาว พระเถระฟังแล้วรู้สึกสลดใจ ชายเข็ญใจผู้นี้กระทำสิ่งที่ยาก เราไม่ใช่ญาติ ไม่ใช่พ่อ แม่ หรือพี่น้อง ทำไมเขาถึงกล้าทำขนาดนี้ เพราะเขาต้องการบุญจากเรา แต่เรายังไม่คุณธรรมอันใดเลย ท่านคิดดังนั้นก็ไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้ได้ ท่านจึงตัดสินใจ


“เราจะทำทานนี้ให้เป็นอรหันตทาน” (ทานที่ถวายก่อนบรรลุพระอรหันต์ ทานนั้นจะมีผลมาก) ต่อไปนี้เราจักไม่ฉันอาหารจากใคร และจะไม่รับของใคร
“แม้เนื้อเลือดจะแห้งเหือดหายไป หากไม่บรรลุธรรมก็จะไม่ลุกจากที่เด็ดขาด”


ล่วงไปวันที่สองและวันที่สามก็ยังไม่สามารถยังคุณธรรมให้สำเร็จได้ จนกระทั่งลุถึงวันที่เจ็ด พระมหาเถระก็ได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ พร้อมจตุปฏิสัมภิทาญาณ เมื่อบรรลุธรรมแล้ว จึงพิจารณาอายุสังขาร รู้ว่าจะไม่สามารถดำรงธาตุขันธ์อยู่ได้

จึงเดินออกมาเคาะระฆัง “ผู้ใดสงสัยในธรรมข้อใดจงถามเถิด สังขารนี้จะดับวันนี้แล้ว”

เจ้าอาวาสท่านก็เป็นพระอรหันต์เช่นกันถามว่า “อาวุโสเหตุใดท่านถึงทำความเพียรอุกฤษฏ์เช่นนี้”
ท่านจึงได้เล่าเหตุการณ์ให้พระภิกษุสงฆ์และบรรดาบริษัทที่นั่งฟังและที่เพิ่งจะมาถึงใหม่ เมื่อได้ฟังความเป็นมาแล้ว ต่างคนต่างก็ร้องไห้สงสารพระเถระ ที่สู้อุตสาหะกระทำความเพียรโดยมิได้หลับได้นอน ทั้งอดอาหารมาตลอด ๗ วัน จนอายุสังขารจะขาดสิ้นเข้านิพพานในวันนี้ ก็เพราะเหตุที่มีกตัญญูรู้คุณค่าแห่งอาหาร ประสงค์จะให้บิณฑบาตของเขาเป็น อรหันตทาน จนได้สำเร็จสมความปรารถนาพระมหาเถระเล่าจบ ท่านก็อธิษฐาน

" แม้ใครๆในโลก ทั้งเทวโลก อย่าได้ยกศพข้าพเจ้าขึ้นเลย ยกเว้นอุบาสกเข็ญใจผู้นั้นมาถึงแล้ว ขอให้ศพนี้จงลอยขึ้น พร้อมด้วยไฟเถิด.."อธิษฐานเสร็จ ท่านก็ดับขันธ์เข้าสู่นิพพาน

ข่าวนี้ลือสะพัดออกไปมีคนมาร่วมงานศพของท่านจำนวนมากพร้อมพระราชา แต่ไม่มีใครสามารถคลื่อนศพของท่านได้ พระราชาจึงได้ตรัสถามว่า ก่อนพระมหาเถระได้นิพพานได้กล่าวอะไรไว้บ้าง เจ้าอาวาสจึงได้เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง พระราชาจึงให้ตีฆ้องร้องหาอบาสกเข็ญใจคนนั้น อุบาสกเข็ญใจได้ฟังข่าว ก็เดินทางมากราบพระมหาเถระ พอไปเห็นศพพระมหาเถระ อุบาสกเข็ญใจก็ร้องให้โฮพร้อมเข้าไปกอดศพ

"ข้าแต่พระคุณเจ้า เหตุใดท่านจึงด่วนจากข้าพเจ้าไปเร็วนัก ข้าพเจ้าพึ่งเห็นท่านไม่นานนัก "

กล่าวจบศพของพระมหาเถระก็ลอยขึ้นกลางอากาศ พร้อมไฟก็เผาท่านกลางอากาศนั้น

ผู้คนต่างรู้สึกต่างอัศจรรย์ ไม่เคยมีไม่เคยเห็นในกาลก่อน พระราชาจึงเข้าไปถาม อุบาสกเข็ญใจจึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง พระราชารู้สึกเลื่อมใสศรัทธาในคุณธรรม ที่ทำได้โดยยาก จึงตั้งให้เขาเป็นมหาเศรษฐีประจำเมือง.......

.....................................................
ขอน้อม กาย วาจา จิต บูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ในกาลทุกเมื่อ
ในทุกทุกขณะจิต ไม่ว่าจะระลึกได้ก็ดี ระลึกไม่ได้ก็ดี พุทธัง ธัมมัง สังฆัง สรณังคัจฉามิ

https://www.facebook.com/Dhammalungta


แก้ไขล่าสุดโดย ปราชญ์บ้านนอก เมื่อ 31 ธ.ค. 2013, 00:32, แก้ไขแล้ว 11 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 ต.ค. 2013, 19:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ค. 2006, 22:20
โพสต์: 5789

โฮมเพจ: http://walaiblog.blogspot.com/
แนวปฏิบัติ: เจริญสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: สมุทรปราการ

 ข้อมูลส่วนตัว


สาธุ สาธุ สาธุ

:b8: :b8: :b8:



อ่านแล้ว รู้สึกซาบซึ้งใจ

.....................................................

ละเหตุได้ เป็นสุขในที่ทั้งปวง
ความหมดกิเลสทั้งปวงเป็นทางดับทุกข์ทั้งหลาย


มิจฉาปณิหิตจิต จิตที่ตั้งไว้ผิด ย่อมตามพิชิตตัวเอง
สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ตามการกระทำของแต่ละคน ( ตามความเป็นจริง )
เหตุมี ผลย่อมมี ทำสิ่งใด ย่อมได้สิ่งนั้นแล


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ธ.ค. 2013, 11:32 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ต.ค. 2013, 19:15
โพสต์: 109

แนวปฏิบัติ: มีสติทุกอริยาบท
งานอดิเรก: ปฎิบัติธรรม ฟังธรรม
สิ่งที่ชื่นชอบ: ความไม่ประมาท
ชื่อเล่น: ธรรม
อายุ: 0
ที่อยู่: วัฎฎะสงสาร

 ข้อมูลส่วนตัว www


:b8: :b8: :b8:

.....................................................
ขอน้อม กาย วาจา จิต บูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ในกาลทุกเมื่อ
ในทุกทุกขณะจิต ไม่ว่าจะระลึกได้ก็ดี ระลึกไม่ได้ก็ดี พุทธัง ธัมมัง สังฆัง สรณังคัจฉามิ

https://www.facebook.com/Dhammalungta


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.ย. 2015, 12:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 พ.ค. 2009, 05:25
โพสต์: 626


 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 4 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร