วันเวลาปัจจุบัน 23 ต.ค. 2020, 16:22  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


อ่านกรรมแห่งกรรมจากบอร์ดเก่า
http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=4



กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 มี.ค. 2020, 12:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 2473


 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

ละความเห็นแก่ตัว
พระธรรมเทศนาโดย...หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม
วัดแพร่ธรรมาราม อ.เด่นชัย จ.แพร่

:b50: :b49: :b50:

พระพุทธเจ้าท่านให้กายกับใจอยู่ด้วยกัน ทำอะไรอยู่ก็ให้ใจของเราอยู่กับสิ่งเหล่านั้น เดินอยู่ก็ให้ใจอยู่กับการเดิน นั่งก็ให้ใจอยู่กับการนั่ง ให้มีทั้งศีล สมาธิ ปัญญา อยู่ด้วยกัน ถ้ากายกับใจของเราอยู่ด้วยกัน จิตใจของเราจะมีความสุข มีพลังมาก และให้เราเป็นตัวของตัวเอง อยู่กับคนหมู่มากก็เหมือนอยู่คนเดียว พระพุทธเจ้าให้เราอยู่กับความดี อยู่กับการเสียสละ ไม่ตามความอยาก ให้เรารู้จักพอ มีมากก็มีความสุข มีน้อยก็มีความสุข เพราะถ้าเราอยากได้มากกว่านั้นมันก็ไม่ได้ เพราะว่าความสุขแท้จริงมันอยู่ที่จิตใจ ถ้ากายของเราอยู่ที่หนึ่ง ใจของเราอยู่ที่หนึ่ง มันเปรียบเสมือนคนพลัดถิ่นไม่มีบ้านเป็นของตนเอง ไม่มีที่นอนเป็นของตนเอง ให้เรากลับมาหาตนเอง อย่าไปคิดมาก อย่าไปวุ่นวาย เรื่องไม่มีก็หาเรื่องมาให้ตนเอง เผาตนเอง ให้เราเผากิเลส อย่าไปตามกิเลส พยายามเบรกตัวเองไว้ หยุดตัวเองไว้

ถ้าจิตใจมันไม่มีเครื่องอยู่ก็ฝึกหายใจเข้าให้สบาย หายใจออกให้สบาย เราไม่ต้องทำอะไรมาก เพียงแต่เราหายใจเข้าออกให้สบาย ฝึกมันบ่อยๆ ทุกอิริยาบถ ให้เรามีความสุขในการหายใจเข้าหายใจออก ที่เราฝึกหายใจเข้าออกสบาย เพื่อไม่ให้อารมณ์และสิ่งแวดล้อมมันดึงเราไป เพราะว่าลมหายใจมันเป็นธรรมชาติที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่มีความปรุงแต่ง ร่างกายของเรานั้นมันมีธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ มารวมตัวกัน ลมหายใจเป็นธรรมชาติที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง

ถ้าเราวิ่งตามอารมณ์ ตามลาภ ยศ สรรเสริญ มันไม่มีที่จบ ยิ่งตามไปยิ่งวิ่งไปก็ยิ่งเหนื่อย ยิ่งสร้างความวุ่นวายให้กับตนเอง ในชีวิตประจำวันของเรามันกระทบทั้งทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เมื่อมันกระทบสัมผัสให้เรารู้จัก รู้แจ้งมัน เราอย่าไปตามมันไป ถ้าเราตามมันไปแสดงว่าเราหลงนิมิต หลงอารมณ์ มันเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้อินทรีย์บารมีของเราไม่แก่กล้า ทำให้เราไม่รู้เรื่องในการปฏิบัติ สิ่งต่างๆ เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันก็ตามไปหมด สิ่งที่ผ่านมาก็เหมือนพยับแดด เดี๋ยวมันก็สลายไป ผ่านไปแล้ว ให้เรารู้จักรู้แจ้ง ตรงนี้เองที่เราจะต้องปฏิบัติ ว่าเราจะไม่ตามอารมณ์ ไม่ตามสิ่งแวดล้อมไป ถ้าเราตามไปก็จะมีความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย ความพลัดพราก มีความทุกข์มาก มีความทุกข์หลาย เลยเป็นคนไม่มีพุทธะพุทโธ เพราะพระพุทธเจ้าให้เราฝึกไปทุกๆ วัน อย่าไปทอดธุระ อย่าไปพลั้งเผลอ อย่าประมาท อย่าใจอ่อน มันชอบใจอ่อนคนเรานะ มันต้องใจแข็ง ใจเด็ดขาด ใจตั้งมั่น มีความซื่อสัตย์ จริงใจต่อตนเองต่อการประพฤติปฏิบัติธรรมของเรา

อย่าเป็นคนอยู่เหมือนกับคนไม่มีเจ้าของ มีจิตใจล่องลอยเหมือนคนนอนหลับแล้วก็ฝันไป วันหนึ่งๆ ก็ลอยไปลอยมา ไม่มีพุทโธ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน คนเราถ้าทำดีไม่หยุดมันต้องได้ดี ทำดีทั้งทางจิตใจ ทั้งคำพูด ทำดีในการกระทำให้ทำไปเรื่อย คำว่าปล่อยวางไม่ได้หมายถึงไม่ได้ทำอะไร คำว่าปล่อยวางให้เราปล่อยวางที่จิตที่ใจ แต่ธุระหน้าที่การงานของเราให้ขยันมากๆ ขยันมากกว่าเก่า เราทำเพื่อเสียสละเพราะว่าคนเรามันเห็นแก่ตัว มันติดสุข ติดขี้เกียจ ติดสบาย ติดขี้คร้าน เราต้องทำงานเพื่อเสียสละ

แต่ละคนมีงานไม่เหมือนกัน พระ เณร อุบาสก อุบาสิกา ก็งานอย่างหนึ่ง เช่น งานเดินจงกรม งานนั่งสมาธิ มีความสุขในการทำงานอย่างนี้ งานพิจารณาร่างกาย พิจารณาสู่พระไตรลักษณ์ ให้เห็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เห็นการเกิดขึ้น เห็นการตั้งอยู่ เห็นการดับไปของสรรพสิ่งต่างๆ เพื่อถอนภพชาติให้กับตนเอง งานของญาติโยม เช่น เป็นเด็กก็ต้องอ่านหนังสือ เรียนหนังสือก็ต้องตั้งใจเรียน ถ้าเราเป็นวัยทำงาน ก็ต้องทำด้วยความตั้งอกตั้งใจให้ใจมีความสุข อย่าไปคิดว่างานหนัก งานมาก ไม่มีเวลาพักผ่อน ถ้าเราคิดอย่างนั้นมันไม่ถูก แสดงว่าความเห็นแก่ตัวเรามาก

คนเราต้องเสียสละตั้งแต่ตื่นนอนจนนอนหลับ ให้มีความสุขกับการทำดีไปเรื่อย เราอย่าไปหลงทิศหลงทาง ทางนี้แหละเป็นทางดำเนินชีวิต ให้เราเข้าหาหนทางอันประเสริฐ การคิดก็เป็นงานอย่างหนึ่ง การพูด การกระทำ ให้เราพยายามปรับตัวเองเข้าหาธรรมะ คือสิ่งที่ดี สิ่งที่ประเสริฐ คนเรามันมีความเห็นแก่ตัว มันก็อยากพยายามมีโลกส่วนตัว นี้ตัวเรา นี้ลูกเรา นี้ทรัพย์สมบัติเรา กินไม่ได้นอนไม่หลับ มีแต่เรากับเรา ถ้าเราอยากให้ทุกคนดีกับเรามันต้องละความเห็นแก่ตัว เราต้องเอาตัวเองให้มันรอดก่อนแล้วช่วยเหลือคนอื่น พระพุทธเจ้าท่านสอนให้เราช่วยเหลือตนเอง ปฏิบัติตนเอง และสอนคนอื่นด้วยการปฏิบัติเป็นแบบอย่าง เป็นเยี่ยงอย่าง ถ้าไม่อย่างนั้นมันจะจนทั้งใจจนทั้งทรัพย์สิน ลาภ ยศ สรรเสริญ เพราะความอยากมันช่วยเหลืออะไรเราไม่ได้ เราต้องเสียสละ เราให้กายกับใจมาอยู่ด้วยกัน ให้ใจมีความสุข เขาเรียกว่าคนมีสติ มีสมาธิ มีปัญญา ดำเนินชีวิตในทางที่ประเสริฐ


ปรกฺกโม ภิกขุ
(บันทึก)
๖/๕/๕๔


:b8: :b8: :b8: คัดลอกเนื้อหามาจาก ::
หนังสือ สมบัติของพ่อ
หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม เล่มที่ ๑


:b44: รวมคำสอน “หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=47448

:b44: ประมวลภาพ “หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=38&t=37258


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 31 มี.ค. 2020, 18:57 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 2134

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b39: :b44: ขออนุโมทนา สาธุๆๆ ค่ะ
:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 ก.ย. 2020, 10:40 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ธ.ค. 2008, 09:34
โพสต์: 1289


 ข้อมูลส่วนตัว


4Aขออนุโมทนาสาธุการค่ะ :b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร