วันเวลาปัจจุบัน 17 พ.ย. 2019, 19:22  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


อ่านกรรมแห่งกรรมจากบอร์ดเก่า
http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=4



กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ก.ค. 2019, 07:17 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ธ.ค. 2010, 15:28
โพสต์: 1160

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

"เปลี่ยนภพเปลี่ยนชาติ"

" .. จากนั้นก็เกิดเป็นภาพงูใหญ่วิ่งเข้ามา ร้องว่า "วิริเยนะ ทุกขะมัจเจติ" นี่แหละ "ภพชาติปางก่อนยกมาสอนให้ดู" ก็ได้ความ สังเวชสลดใจ เพราะมันตายสาบสูญหมดเสียสิ้น "พอตายแล้ว ดวงจิตออกจากร่างไปไหน ไปเกิดเป็นหมี" มีครอบครัว มีบุตร มีภรรยา มีบุตร ๒ ให้ภรรยาเลี้ยงดูบุตร ส่วนตัวเองออกไป หาอาหารผลไม้และรวงผึ้งมาเลี้ยงทุกวัน

อยู่มาวันหนึ่ง "มีเสือโคร่งมากัดกินบุตร กลับมาเห็นพอดี ก็กัดกันเลยนะ กูก็ตาย มึงก็ตาย" นั่นแหละ ตายจากหมีแล้วไปไหน "ดวงจิตออกจากร่าง ไปเกิดเป็นหมูตัวใหญ่"

"ผู้ชนะย่อมแพ้ ผู้แพ้ย่อมก่อเวร" นั่นแหละ "เมื่อไปเห็นก็กัดกันอีก เขาก็ตาย เราก็ตาย" ดวงจิตออกจากร่างหมูแล้วไปไหน เหลือบไปเห็นลิง อยู่บนยอดไม้ "โอ๋ ... ไปเกิดเป็นลิงดีกว่า" จะได้พ้นจากปากเสือ ก็เลยไปเข้าท้องลิง เกิดมาเป็นลิงมาหากินผลหมากรากไม้ตามต้นไม้ ก็เลยพ้นจากปากเสือไปได้

ขณะนั้นพ่อแม่เที่ยวไปตามชายเขา ไปเห็นวัดแห่งหนึ่งเป็นวัดพระกรรมฐาน ตั้งอยู่กลางภูเขา ลำเนาไพร พ่อแม่ก็เลยพาไปฟังธรรมะ พระก็เทศน์ว่า "โย จะ ปุคคะโลฯ" บุคคลทั้งหลาย ทั้งมนุษย์และสัตว์เดรัจฉานก็ดี "เมื่อมาเอาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และศีลธรรมเป็นเครื่องประดับเป็นเครื่องล้างบาปแล้ว อบายไม่ไดัไป ไฟนรกไม่ได้ไหม้ สิ้นแสนกัปดับขันธ์แล้ว จะมีพระนิพพานเป็นที่ไปเบื้องหน้า"

พ่อแม่ก็เลื่อมใส "อยากเปลี่ยนภพชาติ" ก็เลยไปศึกษา กับพระที่เป็นหัวหน้าว่า "ข้าพเจ้าเป็นลิงจะปฏิบัติธรรมได้ไหม ?" "ได้ ... ไม่เป็นไร ไม่เลือกขาติชั้นวรรณะหรอก มนุษย์ ทำได้ สัตว์ก็ทำได้" พ่อแม่ก็เลยพาไปรับพระไตรสรณคมน์และศีล ๕ เสร็จแล้วพระก็บอกว่า "ลิง ... พวกแกขึ้นต้นไม้ได้เร็ว ผลไม้สุกมีอยู่เต็มป่านั้น ไปเก็บเอามาไว้ใส่บาตรพระกับโยมมนุษย์ทั้งหลายเขา พวกใบไม้ที่กินเป็นอาหารได้ก็ไปเก็บมาไว้ทำทาน"

ก็เลยทำอยู่อย่างนั้น "เพราะอยากเปลี่ยนภพชาติ" ได้ผลไม้มาลูกไหนที่ไม่สวยไม่ติก็เก็บไว้กินเอง ส่วนลูกที่ดี และสวยงามเก็บไว้ใส่บาตรพระบำเพ็ญบุญ จากนั้นก็เข้าป่า หาหัวเผือกหัวมัน ต้มถวายพระ บำเพ็ญบุญเช่นนั้นเรื่อยมา

ต่อมามีอุบาสิกาคนหนึ่งเป็นหัวหน้าเพื่อน "มีรูปร่างใหญ่ โตมโหฬาร มีเสียงกังวาน เห็นแล้วก็ชอบใจ เพราะเขาเป็น สัมมาทิฏฐิ" บำเพ็ญบุญกุศลวัตรไม่ลดละ ก็คิดในใจว่า "ถ้าเรา สิ้นลมจากลิง เราจะไปเข้าท้องอุบาสิกาคนนี้"

พอดีอายุสังขารร่วงโรยหมดลิ้นลงก็สิ้นลม "ขณะนั้นสติปัญญาตามจิตทันอยู่" ด้วยความห่วงใยอาลัย เมื่อจิตออก จากร่างลิงก็ไปเข้าท้องอุบาสิกาคนนั้น พอครบ ๑๐ เดือนก็ คลอดออกมา "โอ ... เราเปลี่ยนภพขาติได้แล้ว" เพราะเราทำคุณงาม ความดีกับพระกับมนุษย์ "อำนาจของพระไตรสรณคมน์และ ศีล ๕ รักษาไว้ไม่ให้ไปอบายและทำให้เปลี่ยนภพชาติมาเป็น มนุษย์ได้"

พออายุได้ ๗ ปี พ่อแม่ก็เลยให้บวช เพราะเห็นเป็น คนว่องไวดี คงจะศึกษาเล่าเรียนดี พ่อแม่ก็พาไปถวายพระกรรมฐาน ผู้เป็นหัวหน้าพระกรรมฐานนั้นก็ว่า "โอ๋ ... ลูกรัก เมื่อชาติก่อนเจ้าเป็นลิงนะ มาทำคุณงาม ความดีกับมนุษย์ที่นี่ ก็เลยได้เปลี่ยนภพชาติจากลิงไปเป็น มนุษย์ ก็ดีแล้ว ฉะนั้น บวชเป็นเณรเสียเลย"

พอบวชแล้ว ก็ตั้งใจศึกษาพุทธวจนะได้คล่องแคล่วดี "จากนั้นก็เทศนาสั่งสอนมนุษย์ทั้งหลายให้บำเพ็ญ ทาน ศีล ภาวนา พุทโธ ธมโม สังโฆ ไม่ลดละ" ตราบจนสิ้นชีวิตสังขาร รวมที่ญัตติเป็นพระด้วย ๑๐๐ กว่าปีนั่นแหละดับขันธ์แล้ว ก็มีความเบิกบานสำราญโจดี นี่เป็นปฐมเหตุ‘ยองการลร้าง คุณงามความดี

"เรื่องบุพเพชาติแต่ปางก่อน ก็ได้เห็นเพียงแค่นั้น" นั่นแหละ "ตอนแรกเป็นลิง เปลี่ยนจากลิงมาเป็นมนุษย์ทำ" คุณงามความดีสูงสุดมาเป็นระยะ ๆ อันนี้จึงได้ขื่อว่า "ธัมโม หะเว รักยะติ ธัมมะจาริง" ผู้ประพฤติธรรม ธรรมย่อมรักษาไม่ให้ตกไปโนโลกที่ชั่ว "ธัมโม สุจิณโณ สุขะมาวะหาติ" ธรรมนี่ประพฤติดีแล้วนำสุขมาให้

"เมื่อเห็นจริงเข่นนี้แล้วก็ลิ้นสงลัย โนโลกทั้งสาม" (กามโลก รูปโลก อรูปโลก) นี้ "ไม่มีสิ่งใดหรอกนี่จะเป็นนี่พึ่ง อันเอก นอกจาก พุทโธ ธัมโม ลังโฆและศีลธรรมคำสอน ของพระพุทธเจ้าเท่านั้น" นั่นแหละ ได้ประพฤติวัตรปฏิบัติมาอย่างนี้

ฉะนั้น ทุกท่านเมื่อได้ยินได้ฟังแล้วจงโอปนยิโก "น้อมไว้ในใจใคร่ในธรรมะ นำประพฤติวัตรปฏิบัติตามธรรมะคำสอน ของพระพุทธเจ้าให้จงได้" สะสมบุญกุศลโส่ตนไว้อยู่ทุกเมื่อ อย่าได้ประมาทว่า "บุญกุศลเล็กน้อยเมื่อไหร่จะให้ผล" เมื่อหมั่นสะสมไว้ทีละเล็กนี่ละน้อย ก็ย่อมให้ผลใหญ่เบื้องหน้า

"อุปมาเหมือนอย่างบุคคลอยากได้นํ้าฝนและนํ้าค้าง ก็เอาโอ่ง อ่างกระถางไปตั้งไว้ในนี่กลางแจ้ง ก็ย่อมเต็มด้วยนํ้าค้างและนั้าฝนนี่หยดลงมาทีละหยด ๆ" อันนี้ฉันใด ปราชญ์ทั้งหลายผู้ฉลาดในการสะสมบุญกุศลใส่ตนไว้ ก็ย่อมเป็นเหตุนำมาซึ่งความสุขความเจริญทุกทิวาราตรีกาล "ดั่งน้ำในคงคาวารีไหลลงมาสู่ท้องมหาสมุทรไม่รู้หยุดรู้หย่อนทั้งกลางวันและกลางคืน อันนี้ฉันใด กุศลผลบุญก็มีอุปไมย ฉันนั้น" .. "



:b8: :b8: :b8: ที่มา...หนังสือธรรมพเนจร
เนื่องในงานถวายเพลิงสรีระสังขารหลวงปู่จันทา ถาวโร
วัดป่าเขาน้อย ตำบลวังทรายพูน อำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร


:b44: รวมคำสอน “หลวงปู่จันทา ถาวโร”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=48699

:b44: ประวัติและปฏิปทา “หลวงปู่จันทา ถาวโร”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=21128

.....................................................
.. สติเป็นโล่ห์ ปัญญาเป็นอาวุธ ..


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 5 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร