วันเวลาปัจจุบัน 23 พ.ย. 2019, 09:45  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


อ่านกรรมแห่งกรรมจากบอร์ดเก่า
http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=4



กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 เม.ย. 2016, 03:30 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4895

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
วัดอรัญญบรรพต
อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย


ดังนั้นเมื่อเราเพ่งพิจารณาดูความทุกข์อันพิสดารดังกล่าวมานี้แล้วก็ให้มาสรุปลงที่ ความยึดมั่นในขันธ์ห้า ว่าเป็นตัวเป็นตน นี่แหละ ถ้ามาปล่อยวางขันธ์ห้าอันนี้ลงได้เสียแล้วก็เท่ากับว่า ปล่อยวางโลกอันนี้ทั้งโลกเลยทีเดียว เมื่อไม่มีขันธ์ห้านี้แล้วก็ไม่มีโลกอันนี้ หมายความว่า เมื่อดวงจิตนี้ไม่ได้อาศัยอยู่ในขันธ์ห้านี้แล้วก็เป็นอันว่า จิตนี้ไม่ได้อาศัยอยู่ในโลกนี้ทั้งหมดเลย ถ้าจิตนี้อาศัยอยู่ในขันธ์ห้านี้อยู่ตราบใด ก็ชื่อว่า อาศัยโลกนี้อยู่ เพราะขันธ์ห้าก็อาศัยแผ่นดิน อาศัยน้ำ อาศัยไฟ อาศัยลม อาศัยสรรพสิ่งต่างๆ ในโลกนี้หล่อเลี้ยงไว้จึงเป็นอยู่ได้

ดังนั้นน่ะก็จงพากันทำใจให้สงบลงเป็นหนึ่งลงไปแล้ว ก็ใช้ปัญญาวินิจฉัยดูความเป็นไปของโลกทั้งภายในทั้งภายนอก ดังพรรณนามานี้แหละ แล้วเราจะได้เห็นได้ว่า การมาอาศัยโลกอันนี้อยู่มันเป็นทุกข์จริงๆ บาดนินะรวมความลงแล้วนะ นั่นแหละมันก็ควรที่จะปลงจะวางเสีย ไม่ควรที่จะมายึดถือเอาไว้

ผู้ที่วางความยึดถือนี้ไม่ได้ทั้งหมด ก็ให้ละวางได้เป็นบางส่วน วางส่วนไหนล่ะ ก็วางส่วนที่เป็นบาปเป็นอกุศลนั่นแหละ เมื่อการกระทำอะไรมันจะเป็นไปเพื่อบาปเพื่ออกุศลแล้ว อย่าไปทำมัน สอนใจให้ละความวิตกอันนั้นเสีย นั่นแหละวางอันนั้นก็ชื่อว่า วางอุปาทานความยึดมั่นในบาปอกุศล แล้วมายึดมั่นในกุศลดังกล่าวมาแล้วนั่นแหละ กุศลนี้ก็จะนำไปเกิดในที่สุขสบาย...เรื่อยไป

เมื่อผู้ใดละความยึดมั่นในบาปอกุศลได้ในชาตินี้เด็ดขาด ออกไปแล้ว เออ ถึงแม้จะไปเกิดอีกก็ไม่เป็นไรหรอก เกิดอีกก็เกิดดี มีความสุขสบาย ถ้าจะกลับมาสู่โลกนี้อีก มาเกิดในโลกนี้ก็เกิดดี เกิดในตระกูลสูงเช่น ตระกูลพระราชามหากษัตริย์ ตระกูลเศรษฐีคหบดีผู้มีเงินทองมากมาย เกิดมาแล้วก็ไม่ลืมความดีที่ตนยทำมาแต่ก่อน บุญกุศลมากระตุ้นเตือนใจให้สั่งสมบารมีเพิ่มเติมขึ้นไปเรื่อยๆ ไป และให้เกลียดต่อการทำบาป เพราะว่าในชาตินี้ฝึกใจให้เกลียดต่อบาปจนติดนิสัยเลย เมื่อไปชาติหน้ามันก็เกลียดแหละเรื่องบาปกรรมไม่อยากทำ

นี่เพราะฉะนั้นนะ ถ้าใครอยากมีความสุขความเจริญอะไรในชาตินี้ก็ดี ชาติหน้าก็ดี ก็แต่งกายวาจาใจของตนนี่ ให้มันดี ให้ตรงตามศีลตามธรรม ตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเสีย เมื่อบุคคลสั่งสมบุญบารมียังไม่เต็ม แม้นว่าจะปรารถนาร้องอ้อนวอนขอให้พ้นทุกข์พ้นภัย ขอให้ได้บรรลุถึงซึ่งพระนิพพานอย่างไร มันก็ไม่ได้บรรลุหรอก เออ ไม่ได้บรรลุด้วยการอ้อนวอน ให้เข้าใจ บุคคลจะบรรลุพระนิพพานได้ก็ต้องอาศัยการสั่งสมบุญบารมีให้มันเต็ม แล้วก็ละบาปให้หมด สั่งสมบุญกุศลให้มันเต็ม เมื่อมันเต็มแล้วมันก็ละกิเลสนี้ได้ขาดไปเลย ก็เมื่อกิเลสหมดแล้วก็ไม่มีมูลไม่มีปัจจัยอะไรที่จะนำดวงจิตนี้ให้ไปเกิดในภพน้อยภพใหญ่ต่อไป



:b46: :b46:


ส่วนหนึ่งจากพระธรรมเทศนาหัวข้อ
“นั่งสมาธิ เพื่อฝึกจิต”



:: ประวัติ ปฏิปทาและคำสอน “หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=43689

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร