วันเวลาปัจจุบัน 14 พ.ย. 2018, 15:32  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


อ่านกรรมแห่งกรรมจากบอร์ดเก่า
http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=4



กลับไปยังกระทู้  [ 5 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 มี.ค. 2016, 18:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6893

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ
“บาตรบุบ” ของ “พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ”
ภายในเจดีย์พิพิธภัณฑ์ท่านพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ
วัดเจติยาคิรีวิหาร (วัดภูทอก) ต.นาสะแบง อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ


:b47: :b44: :b47:

บาตรบุบ

ในห้องแสดงอัฐบริขารในเจดีย์พิพิธภัณฑ์ท่านพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐนั้น มีการแสดงบริขารกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นบริขารที่ท่านครองอยู่ หรือที่ท่านนำมาเวลาเครื่องบินตกถึงแก่มรณภาพ เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๒๓ ได้แก่ สบง จีวร อังสะ สังฆาฏิ กลด มุ้งกลด กระติกน้ำ ย่าม บาตร รองเท้า เป็นต้น

ที่มีรอยฉีก ขาด เสียหายบ้าง ก็เช่น เครื่องผ้าอย่างสบง จีวร แต่ที่ดูเสียหายมากจนเห็นชัด คือ บาตรและฝาบาตร ที่แม้เป็นโลหะ แต่ก็บุบยุบลงไป แสดงถึงแรงกระแทกเมื่อเครื่องบินตกลงกระทบพื้นดิน

บาตรและฝาบาตรที่บุบยุบลงไป หรือที่จะเรียกกันต่อไปสั้นๆ ว่า “บาตรบุบ” นี้เอง เป็นเรื่องที่ประหลาด “ไม่ธรรมดา” อีกเรื่องหนึ่งที่สมควรบันทึกไว้

คงจะต้องเล่าทวนความจำกันหน่อยว่า ศพของท่านและครูบาอาจารย์องค์อื่นที่มรณภาพพร้อมกันนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ บำเพ็ญพระราชกุศลพระราชทาน ตลอดเวลา ๗ วัน ณ วัดพระศรีมหาธาตุวรวิหาร บางเขน

บริขารที่ท่านครองนอกจากฉีกขาดบ้างแล้ว ยังอยู่ในสภาพเปื้อนโคลนมาก เพราะขณะเกิดเหตุนั้นมีฝนตกใหญ่ ได้มีการจัดนำสบง จีวรชุดใหม่มาเปลี่ยนให้ท่าน สำหรับชุดเดิมทางพระแต่ละวัดก็นำมาซัก ทำความสะอาด เก็บรักษาไว้ ส่วนบริขารอื่นๆ ที่ยังหาไม่ได้ เข้าใจว่าคงตกกระจัดกระจายอยู่ในทุ่งนา อย่างเช่น ย่าม บาตร รองเท้า กลด...เหล่านี้ ทางพระลูกศิษย์จึงออกติดตามไปยังที่เกิดเหตุ

ถึงจะมีพระที่มรณภาพพร้อมกันหลายองค์ แต่บรรดาศิษย์ต่างก็จำบาตร ย่าม เครื่องใช้ของท่านอาจารย์ของตนได้ จึงไม่เป็นปัญหาอะไร

ระยะนั้น นอกจากเวลาทั้งสิ้นแล้วผู้เขียนอยู่ที่วัดตลอด เพียงกลับมาอาบน้ำแต่งตัวเท่านั้น ทราบข่าวเป็นระยะๆ ว่า บริขารชิ้นใดที่หาได้แล้ว และบริขารชิ้นใดที่ยังหาไม่พบ ที่การหาไม่ง่ายดายนัก ก็เพราะสถานที่เกิดเหตุเป็นโคลน ซากเครื่องบินอยู่ในสภาพพังยับเยิน บางอย่างพบบนดิน บางอย่างก็ต้องไปงัดซากเครื่องบินบางส่วนออก

สุดท้าย บริขารของท่านอาจารย์จวนก็หาได้ครบ ยกเว้นแต่รองเท้าข้างเดียวที่หาอย่างไรก็ไม่ได้ เข้าใจว่าคงถูกแรงอัดของเครื่องบินจมหายลงไปในดิน

บาตรซึ่งมีฝาบาตรปิดอยู่ บุบยุบลงไปด้วยกัน ต้องงัดเป็นการใหญ่ จึงสามารถเปิดออกมาได้

สังฆาฏิ บริขารอาศัย พับอยู่อย่างเรียบร้อยภายในบาตร รวมทั้งเครื่องใช้อื่นๆ ที่ท่านใช้เป็นประจำ เช่น ซองผ้าใส่ช้อนส้อม กลักสบู่ ในเวลาเดินทางพระธุดงค์ท่านใช้บาตร เหมือนกับที่พวกเราใช้กระเป๋าเดินทาง จึงไม่ประหลาดที่พบของเหล่านี้

แต่ที่ประหลาด คือ พบซองจดหมายหนาปึกอยู่ซองหนึ่ง วางอยู่ข้างบนอัฐบริขารทั้งหมด รวมอยู่ในบาตรด้วย

เป็นซองราชการ ผนึกอย่างดี และตีตราลับ...!

พระท่านก็นำมาให้ผู้เขียนดู ไม่ทราบว่าของใคร นำมาฝากท่านอาจารย์ไว้

ผู้เขียนเห็นตรากระทรวงมหาดไทย เห็นมุมซองแสดงว่าเป็นเอกสาร

จากผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ก็ร้องด้วยความดีใจ

เราหากันแทบจะพลิกแผ่นดิน (ตรงบริเวณเครื่องตก) เอกสารซองนี้...!

อยู่ในบาตรท่านอาจารย์นี่เอง...!


คุณสมพร กลิ่นพงษา...ขอประทานออกนาม ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม-ตำแหน่งในขณะนั้น บัดนี้ท่านเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางมาในเครื่องบินลำที่เกิดเหตุนี้ด้วย ท่านนั่งทางท้ายเครื่องบิน จึงโชคดีไม่เสียชีวิต แต่ก็บาดเจ็บสาหัส เมื่อมีผู้ไปช่วยเหลือท่านยังมีสติอยู่ จึงพอทันบอกความกับผู้ที่ไว้ใจได้ว่า ท่านได้นำเอกสารสำคัญชิ้นหนึ่งติดตัวมาด้วย เอกสารนี้เป็นความลับของประเทศ หากตกไปอยู่ในมือของฝ่ายตรงข้าม จะเกิดอันตรายเป็นผลเสียหายอย่างร้ายแรง ขอให้ช่วยหาให้ได้

เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยหาไม่พบ ก็มาติดต่อกับผู้เขียนให้ช่วยหาด้วย

เมื่อไม่พบกันจริงๆ ก็ได้แต่ภาวนาขอให้เอกสารนั้นถูกอัดหายเข้าไปในดินโคลนตม สูญหายไปเลย ดีกว่าจะถูกค้นพบ ตกไปอยู่ในมือฝ่ายตรงข้าม หรือถูกนำไปเปิดเผยให้เสียหายแก่บ้านเมือง

สองวันเต็มๆ ที่ใจคอไม่ดีกันแล้วก็มาพบได้...!

จึงโทรศัพท์เชิญทางกระทรวงมหาดไทยมาดู ท่านก็ยืนยันว่า ใช่...เป็นเอกสารที่ต้องการจริงๆ

ขณะนั้นนึกเพียงว่าประหลาด ทำไมคุณสมพรนึกยังไงถึงได้เอาซองเอกสารสำคัญมาฝากท่านอาจารย์ไว้ ไม่เก็บไว้กับตัว หรือเกิดสังหรณ์อะไร จึงฝากไว้ หรือท่านอาจารย์ “รู้” ล่วงหน้า ก็เลยเรียกให้ไปฝากไว้

ว่าจะถาม แต่คุณสมพรก็เจ็บหนัก ไม่ควรไปกวน ต่อมาเมื่อท่านหายเจ็บแล้ว...ตามวิสัยคนกรุง เรื่องผ่านไปแล้ว ก็ลืมไปเลย พบคุณสมพรภายหลัง ก็พูดคุยกันเรื่องอื่นไปหมด

จนกระทั่งเมื่อจะจัดตั้งเครื่องบริขารในห้องพิพิธภัณฑ์ คิดจะแยกเป็นกลุ่ม แสดงบริขารที่ท่านใช้วันเครื่องบินตกโดยเฉพาะ เห็นบาตรบุบจึงนึกขึ้นได้

ว่าจะเรียนถามท่านสักหน่อย ว่าคุณสมพรเอาไปฝาก หรือท่านอาจารย์เรียกให้เอาไปฝาก

โทรศัพท์ติดต่อกับท่านได้เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน ๒๕๓๒ นี้เอง ท่านอุทานดังลั่นเมื่อทราบเรื่อง

“อะไรนะครับ ซองเอกสารนั่นหรือครับ ได้มาจากบาตรท่านอาจารย์จวน...!”

“ค่ะ”

“ผมไม่ทราบเลย เพิ่งทราบจากพี่เดี๋ยวนี้เอง โอ...ผมขนลุกไปหมด”

“ทำไมคะ”

“ก็ผมไม่ได้เอาไปฝากท่าน อยู่กับตัวผมตลอดเวลาจนเครื่องตก เอกสารลับเป็นความเป็นความตายอย่างนั้น ใครจะให้คลาดจากตัว ! แล้วเข้าไปอยู่ในบาตรท่านได้อย่างไร ผมขนลุกจริงๆ...! พี่บอกว่า บาตรบุบยุบอัดแน่น เปิดไม่ได้ จนพระต้องช่วยกันงัด...! เท่ากับท่านช่วยไว้ไม่ให้ใครไปพบก่อนพวกเราจะพบ...!”


แล้วคุณสมพรก็เล่าเท้าความเรื่องเดิมให้ฟังว่า วันเกิดเหตุนั้นท่านเดินทางมาจากนครพนม จะมารับรางวัลชนะเลิศการปราบยาเสพย์ติด (กัญชา) ซึ่งกำหนดจะมีการมอบรางวัลกันในวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๒๓ ปกติทางบริษัทเดินอากาศไทยซึ่งเวลานั้นยังไม่ได้มารวมกิจการกับบริษัทการบินไทย จะสำรองที่นั่งไว้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นเก้าอี้แถวที่หนึ่งเสมอ

มาถึงอุดรฯ พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินก็มาขอร้องให้ยกที่นั่งให้คณะท่านอาจารย์ที่ขึ้นเครื่องบินที่นั่น คุณสมพรก็ย้ายไปอยู่กลางลำ เกิดมีสองสามีภรรยามาบอกว่า เดินทางมากับลูกเล็กอีกคนหนึ่ง ได้ที่นั่งตรงข้างคุณสมพรเพียง ๒ ที่ จึงอยากจะขอแลกเพื่อได้มาอยู่รวมกัน คุณสมพรเห็นใจก็เลยยอมย้ายไปนั่งแทนตรงท้ายเครื่องบิน

กลายเป็นโชคดีไป เพราะผู้โดยสารทางส่วนท้ายของเครื่องบินรอดตายหลายคน...!

“แล้วสามคนพ่อแม่ลูกนั่นล่ะคะ?”

“หมดเลยครับ ผมยังต้องทำบุญให้เขา เท่ากับเขามาตายแทนผมแท้ๆ เชียว...โธ่”

เลยปลอบว่า “คุณไม่ได้เป็นคนไปขอแลกที่กับเขา เขามาขอแลกที่กับคุณอง แปลว่า เขาจะถึงที่เองต่างหากค่ะ”


“เรื่องเอกสารนั้น พอเจ้าหน้าที่เขามาบอกว่า หาได้แล้ว เอามาให้ผมดูให้รู้ว่า ใช่ ก็โล่งใจ ให้จัดส่งกันไปตามระเบียบ โอย...ไม่ทราบจริงๆ ว่าท่านอาจารย์เอาเข้าไปไว้ในบาตรให้”

“คุณเรียนท่าน หรือระแคะระคายให้ท่านทราบเรื่องเอกสารนี่ไหม”

“โธ่...พี่จะเรียนท่านได้อย่างไร เอกสารลับ...นะครับ”

บอกคุณสมพรว่า ความจริงเราก็ทราบแล้ว ผู้ถือเอกสารลับย่อมต้องรักษาสุดชีวิต ยอมแม้ตัวจะตายก็ต้องยอม แต่ที่ถามย้ำเพื่อให้แน่ใจสิ้นสงสัยในประเด็นของท่านอาจารย์ต่างหาก

⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱

ท่านอาจารย์ทราบได้อย่างไร ว่าคุณสมพรมีเอกสารนั้น?

...และในวินาทีที่ความเป็นความตายกำลังคุกคามทุกคนอยู่...ท่านอาจารย์ก็อยู่ในวินาทีแห่งความเป็นความตายกำลังคุกคามองค์ท่านเองด้วย ท่านจะมีเวลารับกระแสภาวนาอ่านจิตทุกคน ตลอดไปทั้งเครื่องบินได้ไหม...?

ทุกคนในเครื่องบินกำลังภาวนาหาที่พึ่ง

ข่ายอริยญาณของท่านแผ่ไปเป็นปริมณฑลโดยรอบ เห็นควรช่วยคุณสมพรซึ่งกำลังกังวลถึงเอกสารลับของประเทศ

ท่านเลยช่วย...?

ต้องคิดด้วย...จะช่วยวิธีใด...?

ในขณะจิตนั้นเอง...วินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง ท่านก็จะต้องทำจิตของท่านด้วย...

หรือว่าท่านผู้สิ้นไปแล้วจากอาสวกิเลสทั้งหลาย เป็น “ผู้เสร็จกิจจบพรหมจรรย์ ไม่มีกิจอื่นที่จะต้องทำอีกต่อไป” เวลาจะละขันธ์ ท่านไม่ต้องระวังรักษาจิตของท่าน?

เราเคยได้ยินกันแต่เรื่องที่ท่านเมตตาช่วย...ในเวลาอื่น

เมตตาช่วย...ในเวลาขณะจิตที่กำลังละขันธ์นี้ ท่านทำอย่างไร...?

หรือ...ฯลฯ...?

หรือ...ฯลฯ...?

โอ...นี่เอง ที่สมเด็จพระพุทธองค์ท่านทรงตรัสไว้ว่า เป็นอจินไตย เป็นของไม่ควรคิด ด้วยเหลือวิสัยที่ปุถุชนคนธรรมดาคนใดจะคิดได้ ทำได้ เข้าใจได้ ขืนคิดไปจะเป็นบ้า

⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱

ห่วงโซ่ที่ขาดหายไป

อันที่จริงยังมีเรื่องราวที่ “ไม่ใช่ธรรมดา” อีกหลายเรื่องด้วยกันที่น่าสนใจควรบันทึกไว้ แต่เมื่อเขียนมาถึงเรื่อง “บาตรบุบ” นี้แล้ว ผู้เขียนก็คิดว่า ไม่จำเป็นจะต้องบันทึกเรื่องอื่นใดต่อไปอีก

บารมีธรรมของท่านเปี่ยมล้นแล้ว

ไม่ต้องพูดถึงพลังจิตที่กล้าแข็ง เด็ดเดี่ยว

ไม่ต้องพูดถึงกำหนดจิตที่ว่องไว เฉียบคม

ไม่ต้องพูดถึงญาณของท่าน ที่รอบรู้ อนาคต อดีต ปัจจุบัน รู้จิตผู้อื่น

เมตตาธรรมของท่านนั้นมากมูลล้นเหลือ แม้ในวาระสุดท้ายแห่งชีวิต ท่านก็ยังเอื้อมหัตถ์มาปกป้องคุ้มครองงานแผ่นดิน

ไม่จำเป็นจะต้องบันทึกเรื่องอื่นใดอีกต่อไป

⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱

อย่างไรก็ดี ผู้เขียนคิดว่า ก่อนจะยุติข้อเขียนชุดนี้ ควรจะบันทึกเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งลงไว้ ณ ที่นี้ด้วย

เป็นเวลากว่า ๙ ปี ที่ผู้เขียนได้รับคำถามเกี่ยวกับการเดินทางมาประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกของท่าน เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๒๓

“ท่านรู้ล่วงหน้าไหม...?”

“ถ้ารู้แล้วทำไมจึงมา...?”


พระระดับนี้ ทำไมต้องมาตายอย่างนี้

แรกๆ คำถามจะเป็นไปในทำนองก้าวร้าว ดูแคลน แต่เมื่อเวลาล่วงไปเกียรติคุณของท่านเริ่มประจักษ์...พระธาตุของท่านเริ่มปรากฏ...น้ำเสียงของคำถามค่อยเปลี่ยนไป นอบน้อมขึ้น คารวะขึ้น แต่ก็ยังสงสัยอยู่บ้างตามวิสัยปุถุชนธรรมดา

ท่านรู้...ทำไมจึงเดินทางมา? ยังเป็นคำถามที่ผู้เขียนได้รับรู้ และไม่กล้าตอบให้ถึงใจ

วันนี้น่าจะถึงเวลาที่ควรบันทึกเหตุการณ์นี้ไว้ ถ้าเป็นสำนวนของท่านอาจารย์เอง...ท่านจะว่า “เพื่อให้เรื่องสมบูรณ์”

ผู้เขียนขอเล่าภาพเหตุการณ์ในคืนวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๒๓ คืนแรกที่ตั้งศพท่าน และท่านอาจารย์ทุกองค์ ที่วัดพระศรีมหาธาตุฯ เรากำลังเตรียมตัวคอยรดน้ำศพด้วยใจอันโศกสลด...ท่านผู้ใหญ่ในแผ่นดินท่านหนึ่ง เห็นหน้าผู้เขียน ก็เรียกไปหาอย่างเมตตา เป็นการปลอบใจมิให้เศร้าโศกเสียใจจนเกินไป แล้วท่านก็บอกความข้อหนึ่งให้ฟัง

“โหรหลวงเขาทำนายไว้ ว่าปีนี้ชะตาเมืองไทยจะตกต่ำถึงขีดสุด อาจจะมีข้าศึกยกเข้ามาในเมืองไทย หรือมิฉะนั้นก็จะต้องเสียพระอริยเจ้าหลายองค์ในเวลาเดียวกัน”

ท่านมองเรานิ่งอยู่ อย่างเห็นใจในความทุกข์ และปลอบประโลมใจ

ผู้เขียนหายใจขัดๆ โหรหลวงจะให้คำทำนายแม่นยำถูกต้องหรือไม่...นั้นอย่างไรก็เป็นขอนไม้ที่ลอยมาขอนแรกให้เราเกาะนั่นแหละ กราบเรียนถามท่านว่า โหรหลวงได้ทำนายไว้แต่เมื่อใด

ท่านบอกว่า โหรบอกไว้แต่เมื่อก่อนปีใหม่

ผู้เขียนกราบแทบเท้าท่าน

โอ...ชะตาเมืองไทยจะตกต่ำถึงขีดสุด อาจจะมีข้าศึกยกเข้ามาในเมืองไทย...เมืองไทยของเราจะประสบชะตากรรมถึงกระนั้นเชียวหรือ...?

ทางเลือกยังมี...

หรือมิฉะนั้นก็จะต้องเสียพระอริยเจ้าหลายองค์ในเวลาเดียวกัน !...โอ้...ท่านอาจารย์

เมื่อเรายังเป็นเด็กรุ่น เรียนอยู่จุฬา ญี่ปุ่นยกเข้ามาในเมืองไทย รองเท้าบู๊ตของมันย่ำลงในผืนแผ่นดินไทย เหมือนย่ำลงบนหัวใจเรา กรีดลึกปวดแปลบแทบจะขาดใจ

เราเคยคิด ขอให้เราตายไป...จะต้องตายอีกสักกี่ครั้ง...เพื่อแลกกับอิสรภาพของชาติ เราก็ยินดีแลกชีวิตทุกชาตินั้น เพื่ออิสรภาพของชาติไทยเพียงหนเดียว

ท่านอาจารย์แทบทุกองค์มีชีวิตอยู่ในสมัยเดียวกับเรา ก่อนบวชก็คงเป็นเด็กหนุ่มที่มีเลือดรักผืนแผ่นดินไทยร้อนระอุเหมือนๆ พวกเรา

ทำไมชะตาบ้านเมืองจึงต้องการของแลกที่มีราคาแพงอย่างนี้

แต่นั่นแหละ ของที่เรารักที่สุด ของที่เราหวงแหนที่สุด ก็ต้องประเมินค่าที่จะต้องแลกด้วยรัตนะอันมีค่าที่สุด

เลือกรัตนะอันเปรียบด้วย “เพชรบนยอดมงกุฎแห่งอีสาน” เทียวหรือ

โอ...ท่านอาจารย์ของเราทุกองค์


ใน “มหาการุณิโก นาโถ” ผู้เขียนก็เล่าไว้แล้วว่า ท่านอาจารย์บอก ท่านกับท่านอาจารย์วันต่างเข้าที่พิจารณา ได้ความตรงกันว่า จะมีอายุยืนมาก เฉพาะท่านนั้นจะอยู่จนอายุ ๙๒ ปีทีเดียว ท่านพูดเช่นนี้ตลอด จนเดือนกุมภาพันธ์ปลายเดือนจึงเปลี่ยนมาเริ่มพูดถึงการพลัดพรากจากกัน

นิมิตเรื่องที่ท่านเดินทางไปพบแม่น้ำใหญ่ขวางหน้าอยู่ น้ำไหลเชี่ยวมาก ท่านอธิษฐานว่า ขอให้ข้ามไปถึงฝั่งตรงข้ามให้ได้นั้น เป็นนิมิตที่นักกัมมัฏฐานย่อมเข้าใจได้ดีว่า ท่านจะสามารถข้ามแม่น้ำแห่งโอฆสงสารไปพระนิพพานได้ (ถ้าเร่งความเพียร...!)


ในเทปประวัติที่ท่านอัดไว้แต่เมื่อปี ๒๕๒๓ ไม่มีเรื่องนี้ ท่านเพิ่งยอมเล่าเมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๒๓ เพียง ๑ เดือนก่อนมรณภาพ จำได้ว่าเสียงต่ำเบา เผอิญอัดเทปไว้ได้

เรื่องท่านพระอาจารย์มั่นพยากรณ์ท่านว่า กาเยนะ วาจายะ วะเจตะ วิสุทธิยา อันมีความหมายว่า ท่านจวนเป็นผู้มีกายและจิตสมควรแก่ - วิสุทธิยา ความบริสุทธิ์หลุดพ้นนี้ ท่านเพิ่งเล่าให้ผู้เขียนฟัง เมื่อวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๒๓ เพียงหนึ่งวันก่อนเราเดินทางกลับจากภูทอก และไม่ได้พบท่านอีกเลย โดยท่านสิ้นชีวิต

นิมิตทำนองนี้ก็ดี คำพยากรณ์ของพ่อแม่ครูจารย์ก็ดี ในเรื่องเช่นนี้ปกติจะไม่ค่อยมีใครยอมบอกให้ผู้อื่นฟัง ในเทปประวัติจึงไม่มี เป็นไปได้ไหม...ครั้นเมื่อท่านคิดเปลี่ยนใจไม่อยู่จนอายุ ๙๐ กว่า คิดจะปลงสังขารในเวลาเดือนเมษายนแล้ว ท่านจึงยอมบอกให้ศิษย์ทราบ...!


สำหรับผู้เขียนนั้น เมื่ออ้อนวอนเซ้าซี้ซักโน่นถามนี่ อันเป็นเรื่อง “ลึกซึ้ง” มากๆ โดยอ้างว่า เพื่อทำประวัติอันจะเป็นประโยชน์แก่ผู้อยู่หลัง ท่านก็หลุดปากออกมา ๒-๓ ครั้งว่า เอาเถอะ ไว้อาตมาจวนจะตายแล้วจะบอก !

การไปอยู่ภูทอกเที่ยวหลังสุด ต้นเดือนเมษายนนั้นเอง ท่านก็ถึงกับถามผู้เขียนว่า

“ช่วยทำศพให้อาตมาด้วยได้ไหม”

ท่านถามย้ำถึง ๒ ครั้ง เมื่อผู้เขียนอ้างว่า จะทำศพได้อย่างไร ท่านจะอยู่ถึง ๙๐ กว่า ตัวผู้เขียนก็จะอายุ ๘๐ กว่า จะทำอย่างไร ท่านก็ว่า

“ก็ถ้าเผื่อมันต้องเปลี่ยนแปลงล่ะ !”

การพิจารณาอนาคตของท่านอาจารย์วันและท่านอาจารย์ไม่เคยพลาด...

ท่านบอกว่า ท่านจะมีอายุถึง ๙๐ กว่า แต่แล้วในเดือนเมษายนก่อนหน้าเสียชีวิต ท่านก็บอกขอให้ศิษย์คนหนึ่งช่วยทำศพให้ โดยบอกว่า “ถ้าเผื่อมัน ต้อง เปลี่ยนแปลง”

ทำไม ต้อง เปลี่ยนแปลง?

นิมิตและคำพยากรณ์สำคัญที่ท่านยอมบอก และท่านเคยว่าจะบอกให้ตอนจวนจะตาย...!

เป็นไปได้ไหม ว่าท่านปลงสังขารใหม่แล้ว และท่านเตรียมละขันธ์...?

...ท่านสั่งตั้งเจ้าอาวาสล่วงหน้า

...ท่านพูดแล้วว่า มากรุงเทพฯ คราวนี้ ก็อยู่แค่วัดพระศรีฯ (ซึ่งกลายเป็นที่ตั้งศพของท่าน)

แน่นอน...ท่านย่อมทราบ...

ปัญหามีเพียงว่า ทำไมท่าน ต้อง เปลี่ยนแปลงกำหนดละขันธ์ของท่าน?

ลูกโซ่ทุกห่วงต่อเนื่องกันมา 'ห่วง' ที่ขาดหายไป คือ 'ห่วง' ซึ่งผู้เขียนไม่เคยเขียนเล่าเรื่องการทำนายของโหรหลวงนั่นเอง

เป็นไปได้ไหม...ถ้าคำทำนายของโหรหลวงแม่นยำ และญาณของท่านอาจารย์ทุกองค์ก็สอดคล้องกับความนี้ มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาอาราธนาเชิญท่านไปเพื่อแลกให้กับความสงบสุขของบ้านเมือง...?! ท่านจะไม่ยินดีไปกระนั้นหรือ


ที่ท่านอาจารย์ใช้คำว่า ต้องเปลี่ยนแปลง นั้นน่าคิด !

ระหว่างแรกๆ ที่ศรัทธาของคนส่วนใหญ่คลอนแคลน แต่ศรัทธาของผู้เขียนนั้นมีแต่จะมั่นคงยิ่งขึ้น

ยิ่งมีกรณีของ “บาตรบุบ” มาอธิบายเพิ่มเติมอีก

พลังจิตของท่านแกร่งกล้าขนาดนี้

อิทธิปาฏิหาริย์ของท่านยิ่งใหญ่ แม้กำลังจะละขันธ์ยังสามารถคุ้มครองปกป้องงานแผ่นดินได้

เรื่องเล็กขนาดนี้ ท่านยังแผ่เมตตาให้ เรื่องใหญ่ขนาดซึ่งเกี่ยวพันกับความเป็นความตาย ความสุขสบายของชาติ ท่านจะไม่เมตตาเลยหรือ

ในปี ๒๕๒๓ นั้นเอง ญวนยังบุกเข้ามาถึงโนนหมากมุ่น ! คิดเล่นๆ ว่า ถ้าท่านอาจารย์ทุกองค์ไม่จากไป เหตุการณ์แผ่นดินจะวิกฤตเพียงไหน...!

โอ้...พระคุณของท่าน !

ผงธุลีเล็กๆ ชิ้นนี้ ช่างมีบุญเสียจริงหนอ ที่ปลิวไปแทบบาท...
- ได้กราบท่าน
- ได้รู้จักท่าน
- ได้เข้าไปใกล้
- ได้ฟังธรรมที่ท่านเมตตาสั่งสอน
- ได้สัมผัสกระแสแห่งเมตตาธรรมที่ท่านแผ่ไปโดยไม่มีประมาณ


⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱⊰⊱

:b8: คัดลอกเนื้อหามาจาก...หนังสือกุลเชฏฐาภิวาท ฉบับสมบูรณ์
ชีวประวัติ ปฏิปทา และธรรมเทศนา ของท่านพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ
วัดเจติยาคิรีวิหาร ภูทอก อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๖
คุณหญิงสุรีพันธุ์ มณีวัต ผู้เขียนและเรียบเรียง

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=54380

รูปภาพ
“บาตรบุบ” ของ “พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ”
ภายในเจดีย์พิพิธภัณฑ์ท่านพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ
วัดเจติยาคิรีวิหาร (วัดภูทอก) ต.นาสะแบง อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 มี.ค. 2016, 18:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6893

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

รูปภาพ
เครื่องบริขารและเครื่องใช้ต่างๆ ของ “พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ”
ภายในเจดีย์พิพิธภัณฑ์ท่านพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ
วัดเจติยาคิรีวิหาร (วัดภูทอก) ต.นาสะแบง อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ


:b47: :b44: :b47:

บาตรพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ วัดเจติยาคิรีวิหาร (วัดภูทอก) จังหวัดบึงกาฬ
เมื่อครั้งเครื่องบินตกที่ท้องนาทุ่งรังสิต อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

ซึ่งเมื่องัดฝาบาตรเปิดออกมา ปรากฏว่าพบ เอกสารราชการลับ ซ่อนอยู่ข้างใน
นายสมพร กลิ่นพงษา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ตำแหน่งในขณะนั้น
เป็นเจ้าหน้าที่ผู้ถือเอกสารราชการลับฉบับดังกล่าวไว้กับตนเองตลอดเวลา
โดยในขณะเครื่องบินจะตกนั้น ท่านนั่งอยู่บริเวณตอนท้ายของเครื่องบิน
ได้กอดรัดเอกสารราชการลับฉบับดังกล่าวไว้อย่างแน​่นหนา
ด้วยกลัวว่าหากเอกสารหลุดรอด สูญหายไป อาจจะเป็นภัยใหญ่หลวงต่อประเท​ศชาติ
แต่ครั้นเมื่อเครื่องบินตกแล้ว กลับมาพบเอกสารลับฉบ้บนี้อยู่ในบาตรพระอาจารย์จวน
ซึ่งท่านนั่งอยู่บริเวณตอนหน้าของเครื่องบิน กับครูบาอาจารย์พระป่ากัมมัฏฐานรวม ๕ รูป
(หลวงปู่บุญมา, พระอาจารย์วัน, พระอาจารย์จวน, พระอาจารย์สิงห์ทอง และพระอาจารย์สุพัฒน์)

หลังจากเครื่องบินตก เมื่อกู้ซากเครื่องบินและเก็บอัฐบริขารของครูบาอาจารย์แล้ว
กลับพบว่าภายในบาตรพระอาจารย์จวนนั้น มีเอกสารราชการลับที่ทางการค้นหาอยู่
ซึ่งบาตรลูกนี้มีรอยบุบยุบอัดแน่นที่เกิดจากการใช้อ​ุ้งมือและนิ้วโป้งทั้ง ๒ ข้าง
กดลงไปให้บุ๋มลง เพื่อไม่ให้เอกสารราชการลับดังกล่าวหล่นออกมาจากบาตร
หากไม่ปิดปากบาตรให้แน่น เอกสารลับฉบ้บนี้คงถูกนำไปเผยแพร่อย่างแน่นอน


ในยุคปีพุทธศักราช ๒๕๒๓ นั้น ยังมีเหตุการณ์ผู้ก่อการร้ายเกิดขึ้นในประเทศอยู่
เมื่อเวลาผ่านไปกว่า ๑๐ ปี คุณหญิงสุรีพันธุ์ มณีวัต เกิดความสงสัย
จึงได้สอบถามนายสมพร กลิ่นพงษา ผู้ถือเอกสารราชการลับฉบับดังกล่าวในยุคนั้นว่า
คิดอย่างไรตอนเครื่องบินจะตก กลับนำเอกสารราชการลับไปฝากพระอาจารย์จวนไว้

นายสมพร กลิ่นพงษา บอกว่าท่านไม่รู้เรื่องนี้ ท่านกอดเอกสารลับแน่นอยู่ที่อกตลอด
พอเครื่องตกก็ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล และไม่ทราบว่าเอกสารราชการลับ
ที่ตนเองถืออยู่​นั้นได้หายไปอยู่ในบาตรของพระอาจารย์จวนได้อย่างไร


นี่ก็คือความอัศจรรย์ !! และความเมตตาของพระอาจารย์จวนที่ท่านเล็งเห็น
จึงได้ช่วยจัดการซ่อนเอกสารราชการลับฉบับนั้นให้ไปอ​ยู่ในบาตรของท่าน
พร้อมทั้งบุบบาตรให้บุ๋มปิดผนึกอัดแน่นไว้ หากไม่ทำเช่นนั้น
ตอนกู้ซากเครื่องบินอาจมีชาวบ้านมารื้อค้นทำให้เอกสารราชการลับ
สูญหายหรือถูกนำออกไปเผยแพร่ หรือหากตกไปอยู่ในมือของฝ่ายตรงข้าม
ก็จะทำให้เกิดผลเสียหายอย่างร้ายแรงเป็นภัยใหญ่หลวงต่อประเท​ศชาติเราได้


รูปภาพ
พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ

รูปภาพ
ซากเครื่องบินที่ประสบอุบัติเหตุเครื่องตก ณ ท้องนาทุ่งรังสิต
เขตหมู่ที่ ๔ ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
อุบัติเหตุเครื่องบินตกในคราครั้งนี้เป็นเหตุทำให้พ่อแม่ครูบาอาจารย์
พระป่ากัมมัฏฐานสายท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต
ได้ถึงแก่มรณภาพลงพร้อมกันทีเดียวถึง ๕ รูปด้วยกัน คือ
หลวงปู่บุญมา ฐิตเปโม, พระอาจารย์วัน อุตฺตโม, พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ,
พระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร และพระอาจารย์สุพัฒน์ สุขกาโม
----------------

:b8: สรุปความบางตอนมาจาก...หนังสือกุลเชฏฐาภิวาท ฉบับสมบูรณ์
ชีวประวัติ ปฏิปทา และธรรมเทศนา ของท่านพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ
วัดเจติยาคิรีวิหาร ภูทอก อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๖
คุณหญิงสุรีพันธุ์ มณีวัต ผู้เขียนและเรียบเรียง


รูปภาพ

ขอเชิญอ่านเรื่องราวที่องค์ “หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย”
ได้เมตตาเล่าให้ฟังถึงเหตุการณ์เครื่องบินตกที่ท้องนาทุ่งรังสิต จ.ปทุมธานี
...เรื่องราวที่องค์ “หลวงปู่หลุย จนฺทสาโร”
ได้เมตตาเล่าให้ฟังถึงบุพกรรมในกาลก่อน
ที่ทำให้พระอริยเจ้าพระป่ากัมมัฏฐานทั้ง ๕ รูปถึงแก่มรณภาพลงพร้อมกัน
และเทศนาธรรมขององค์ “หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน”
ที่ได้เมตตาเล่าให้ฟังถึงฝันร้ายซึ่งแม่นยำมากของท่านอุปคุต
(พระอาจารย์สุพัฒน์ สุขกาโม)
ในคืนก่อนเกิดอุบัติเหตุเครื่องบินตก

เหตุการณ์ในวาระสุดท้ายแห่งชีวิตของ “คุณหญิงไขศรี ณ ศีลวันต์”
ภริยา ดร.เชาวน์ ณ ศีลวันต์ องคมนตรี ซึ่งเป็นพระอาจารย์วิชาคณิตศาสตร์
ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ
ช่วงไปปฏิบัติธรรมที่วัดป่าบ้านตาด กับองค์หลวงตามหาบัว
ก่อนเสียชีวิตลงเพราะประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกในครั้งนี้ด้วย


>>> ได้จากกระทู้ข้างล่างนี้ค่ะ >>> :b8:
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=25698

:b45: :b45:

• ประวัติและปฏิปทา “พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=23167

• รวมคำสอน “พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=42684

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 มิ.ย. 2018, 15:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ธ.ค. 2008, 09:34
โพสต์: 675


 ข้อมูลส่วนตัว


4Aขออนุโมทนาสาธุการค่ะ :b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ส.ค. 2018, 06:34 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1482

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b39: :b44: ขออนุโมทนา สาธุๆๆ ค่ะ
:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ก.ย. 2018, 09:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 1718


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:
Kiss


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 5 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร