วันเวลาปัจจุบัน 16 ก.ค. 2019, 23:06  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


อ่านกรรมแห่งกรรมจากบอร์ดเก่า
http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=4



กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ม.ค. 2016, 09:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4851

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
วัดอรัญญบรรพต
อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย



มี "คนขอทาน" คนหนึ่งไปเที่ยวขอรับเศษอาหารจากพระในวัด
วันหนึ่งไปขอเศษอาหารจาก "พระอานนท์"
พระอานนท์ท่านเห็นท่านเอ็นดู ท่านก็แนะนำว่า
เธอน่ะทำไม๊มาเที่ยวถือกะลาขอทานเขากินอยู่อย่างนี้
เธอมาบวชเสียไม่ดีเหรอ ไอ้คนอนาถาคนนั้นก็ตอบท่านว่า
โอ๋ยคนอย่างผมน่ะใครจะบวชให้ ไม่มีใครเหลียวแลหรอก
เอ้าถ้าเธอมีศรัทธา ฉันนี่แหละจะบวชให้

ถ้าอย่างนั้นผมก็บวช พระอานนท์เลยบวชให้
ก็เพื่อนคงมีบุญได้ทำมาแต่ก่อนมากมายน่ะแหละ
แต่มันมีกรรมไม่ดีอย่างใดอย่างหนึ่งให้ผลกลายเป็นคนจน

เมื่อบวชแล้วเพื่อนก็ไม่ทิ้งกะลาอันนั้นน่ะ
เก็บไปอยู่ผ้านุ่งพันตัวนั่นผืนหนึ่งก็เก็บไป
เอาเชือกผูกแล้วแขวนไว้กิ่งไม้หัวทางจงกรม
เมื่อเดินจงกรมไปมา แล้วมันเกิดกระสันอยากสึกขึ้นมา
ก็ไปยืนอยู่ใกล้กันกับผ้ากับกะลาอันนั้นแล้วก็สอนตัวเองว่า

เธอนะ เธอสึกออกไปเธอก็จะไม่พ้นจากกะลาใบนี้
ไม่พ้นจากผ้าขาดๆ เก่าๆ ผืนนี้แหละ
เธอจะต้องได้ประสบความทุกข์เหมือนที่เป็นมาแล้วนั่นแหละ


ท่านก็สอนตัวเองเข้าไป ใจมันก็เลยถอยหั่นนิไม่อยากสึก


วันต่อไปนั่นถ้ามันกระสันขึ้นมาก็เอ้า
ไปยืนสอนตัวเองอยู่กับกะลากับผ้าผืนนั้นแหละ
เอาไปเอามาท่านก็หลุดพ้นจากกิเลสตัณหาได้
เพราะอุบายอันนั้นแหละแล้วท่านก็ไม่ไปหาผ้าผืนนั้นอีก
ไม่ไปหากะลานั้นต่อไป
พระเณรทั้งหลายสังเกตแล้วก็ถาม
เอ๊ะ ทำไมท่านอาจารย์จึงไม่ไปหาผ้าผืนนั้น
ไม่ไปหากะลาใบนั้นอีกหรอ
โอ้ กิจที่เราต้องไปหากะลากับผ้าผืนนั้นไม่มีแล้ว

พระปุถุชนไม่รู้เรื่องนี่ก็หาว่าท่านอวดอุตตริมนุสสธรรม
ไปทูลฟ้องพระศาสดา พระองค์จึงรับรองให้ว่า
เป็นความจริง เธอหมดกิจแล้ว พระทั้งหลายจึงได้เชื่อ
หายสงสัยจึงได้แสดงความเคารพนับถือเต็มที่

ไอ้อย่างนี้น่ะคนเรา จึงว่า
ทุกคนที่เกิดที่วนเวียนเกิดแก่เจ็บตายอยู่ในโลกอันนี้น่ะ
ถ้ายังไม่ละกิเลสให้หมดสิ้นไปไม่ได้
ยังไม่เห็นแจ้งซึ่งพระนิพพานตราบใดแล้ว
ก็จะต้องวนเวียนเกิดแก่เจ็บตายอยู่อย่างนี้แหละ ไม่มีสิ้นสุด


บางชาตินั้นหลงใหลไปทำบาป มีปาณาติบาตเป็นต้นเข้า
ตายลงไปก็ลงไปไหม้อยู่ใน นรกอบายภูมิ นู่นล่ะทีนี้
ชาติใดเกิดมาในโลกนี้มีสติสัมปชัญญะระลึกถึงบาปถึงบุญได้
บาปไม่ทำ ทำแต่บุญกุศลไป เมื่อหมดอายุสังขารแล้ว
ก็ไปบังเกิดในสวรรค์ มีความสุขยืนยาวนาน
แต่บนสวรรค์ก็มีขอบเขตเหมือนกัน
บุญที่ไปตกแต่งให้มีความสุขนั้นหมดลงแล้วก็อยู่ไม่ได้
ก็ต้องเคลื่อนจากสวรรค์มาเกิดในโลกนี้อีก



:b44: :b44:


ส่วนหนึ่งจากพระธรรมเทศนาหัวข้อ
“เหตุปัจจุบันของชีวิต”



:: ประวัติ ปฏิปทาและคำสอน “หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=43689

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 ม.ค. 2016, 15:59 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1720

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b39: ขออนุโมทนา สาธุๆๆ ค่ะ
:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ม.ค. 2016, 14:20 
 
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2012, 15:32
โพสต์: 1579


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 5 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร