วันเวลาปัจจุบัน 12 ธ.ค. 2019, 15:00  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


อ่านกรรมแห่งกรรมจากบอร์ดเก่า
http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=4



กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.พ. 2016, 05:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4907

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
วัดอรัญญบรรพต
อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย



ความทุกข์อันเกี่ยวกับการอยู่ร่วมกันกับบุคคลที่ไม่เป็นที่พออกพอใจ
อันหมู่นี้นะมันก็เป็นทุกข์จริงๆ นะ ทุกคนก็คงเคยจะถูกมานะ

บางทีคนเกิดร่วมท้องเดียวกัน อยู่ด้วยกันก็ไม่ถูกต้องกัน
กระทบกระทั่งกันให้เดือดเนื้อร้อนใจอยู่อย่างนั้น
บางทีสามีกับภรรยาทีแรกก็ถูกกันดี รักใคร่กันดี
ครั้นต่อมานี่ฝ่ายหนึ่งประพฤตินอกศีลนอกธรรมออกไป
ลุอำนาจแก่กิเลสตัณหาเข้าไป อีกฝ่ายหนึ่งตักเตือน ไม่ฟัง ไม่พอใจ
เกิดทะเลาะวิวาทกันเข้า เรียกว่า ความเห็นมันแตกต่างกัน
ผู้หนึ่งยึดเอาศีลธรรมเป็นเครื่องดำเนินของชีวิต
อีกฝ่ายหนึ่งประพฤตินอกศีลธรรมออกไปอย่างนี้
แต่ว่ามันมีเหตุสุดวิสัยที่มันจะหย่าร้างกันไม่ได้
ก็อยู่ด้วยกันด้วยความทุกข์ทนทรมานไปอย่างนั้นก็มี

อย่างนี้นะนี่ล่ะการอยู่ร่วมกับบุคคลที่ไม่เป็นที่รักที่ชอบใจ
นี่มันก็เป็นทุกข์เอาจริงๆ แม้คนอื่นๆ ที่มาอยู่ร่วมกับตนก็เหมือนกัน
ถ้าเป็นคนที่นิสัยไม่ถูกต้องกันไม่ตรงกันแล้วก็อยู่ยาก
อืม มันเป็นอย่างนั้น
การเดินทางร่วมกันไปทำมาค้าขาย ไปหาเงินหาทองด้วยกันอย่างนี้
เมื่อทีแรกก็ร่วมจิตร่วมใจกันอย่างดี ครั้นไปๆ แล้ว
ก็เกิดความคิดเห็นแตกแยกกันเข้าไป ก็ทะเลาะกันไป
จะหนีจากกันก็หนีไม่ได้ เพราะมันมีกิจการพัวพันกันอยู่
ก็เป็นทุกข์อยู่อย่างนั้นแหละ

ทุกข์เหล่านี้มันมีอยู่แล้วในโลกนี้น่ะขอให้พากันพิจารณาให้ดี
และทำยังไงบาดนี่เมื่อมีทุกข์อยู่อย่างนี้เช่นอย่างว่า
เราอยู่ร่วมกับบุคคลที่ไม่เป็นที่พออกพอใจอย่างนี้นะ
พิจารณาดูไอ้เรื่อง "กรรม" เรื่อง "ผลของกรรม" ให้แจ่มแจ้ง
ต่างคนเกิดมาก็มีกรรมเป็นของของตน อันที่เขาเป็นอย่างนั้น
ก็เพราะกรรมของเขา เขาทำมาอย่างนั้น
กรรมมันดลบันดาลอย่างนั้นมันก็จึงเป็นอย่างนั้น


อย่างนี้แหละ เมื่อกรรมมันแต่งอันนั้นแล้ว
เราจะไปดัดแปลงให้มันดีขึ้นได้ยังไง เพราะผู้นั้น
ยังตกอยู่ใต้อำนาจแห่งกรรมชั่วกรรมไม่ดีต่างๆ
รู้อย่างนี้แล้ว
ก็หวนพิจารณาว่า คนผู้นั้นไม่ใช่ว่าเป็นคนชั่วอยู่ตลอด
เวลามันใจดีมันทำดีอยู่ก็มีอย่างนี้
เราก็นับถือความดีของเขาแทนความชั่ว
สิ่งใดที่มันชั่วเราก็ไม่ยึดถือเอา เราก็นึกถึงแต่ความดีของเขา
มาเป็นอารมณ์แล้วมันก็พอให้อภัยกันได้
นี่ทางแก้ไขนะ

การอยู่ร่วมกับบุคคลที่ไม่เป็นที่รักที่ชอบใจ
แต่มันไม่มีโอกาสที่จะทำให้จากกันไปได้อย่างนี้
เมื่อมันจำเป็นล่ะก็ต้องนึกต้องคิดอย่างที่ว่านี้ล่ะ
อย่าไปยึดเอาความชั่วบางสิ่งบางอย่างของเขามาเป็นอารมณ์
ให้นึกถึงความดีที่เขามีต่อตน หรือว่าต่อส่วนรวมเป็นอารมณ์
อย่างนี้นะ แล้วมันก็หาย หายความหงุดหงิด
ความท้อแท้ใจในการอยู่ร่วมกัน
ถ้าเราจะไปนึกถึงแต่ความชั่วของเขา
มาเป็นอารมณ์อยู่อย่างนั้นมันก็วุ่นวายแน่นอนน่ะจิตใจน่ะ
โดยไม่ได้นึกถึงความดีของเขาเลย นี่มันลำเอียง
จิตเป็นอย่างนั้นน่ะ ลำเอียงเข้าข้างกับความโกรธให้ดูตัวเอง


ถ้าหากว่าจิตใจของตัวเองไม่ลุอำนาจ
แก่ความโลภความโกรธแล้วเช่นนี้ แล้ววางใจให้เป็นกลางอยู่
นั่นล่ะจึงได้พิจารณาว่า ไอ้ตัวของเราเองคุ้มดีก็ดี คุ้มร้ายก็ร้าย
ไม่ใช่ว่า ตัวของตัวเองน่ะจะดีไปตลอดก็หามิได้
เพราะยังมีกิเลสอยู่ เพราะฉะนั้นน่ะคนอื่นก็มีกิเลส
จะไม่ให้มันแสดงบทชั่วออกมาเลยไม่ได้


หากเมื่อพิจารณาเขากับเราเทียบกันดูแล้วเช่นนี้
มันก็ควรให้อภัยกันได้เลยบัดนี้นะ มันก็ไม่ถือสากัน
อ๋อ ต่างคนต่างก็มีกิเลสน้อ ถ้าผู้ใดละกิเลสหมดสิ้นไปแล้ว
ผู้นั้นก็มีความประพฤติเรียบร้อย ไม่ทำให้ผู้ใดเดือดเนื้อร้อนใจเลย


แต่นี่เรามาอยู่กันหมู่มากอย่างนี้นะ
ล้วนแต่บุคคลยังไม่สิ้นกิเลสทั้งนั้นเลย
เพียงแต่ทำกิเลสให้เบาบางลงไปเท่านั้นเองนะ
ส่วนใดที่มันยังเหลืออยู่ในจิตใจของผู้นั้น
มันก็แสดงบทบาทออกมาภายนอกเมื่อเจ้าของเผลอๆ ตัวเข้าไป
แม้เราก็เหมือนกันถ้ากิเลสอันใดของเรามี เมื่อเราเผลอๆ สติเข้าไป
มันก็อาจแสดงบทบาทออกไปวันหนึ่งให้ได้อย่างนี้

นี่มันเป็นอย่างนี้แหละให้พากันพิจารณาให้เห็น

เมื่อพิจารณาเห็นแล้วมันก็อนุโลมปฏิโลมกันไปได้แหละ
หือ..เราจะไปถือว่าแต่ตัวดีวิเศษผู้เดียว คนอื่นเลวหมดอย่างนี้..
ผิดถนัดแน่นอนเพราะว่าทุกคนก็ยังละกิเลสไม่หมด
ก็ขอให้เข้าใจอย่างนี้การปฏิบัติธรรม
ไม่พิจารณาให้รอบคอบอย่างนี้แล้วมันก็เข้าทำนองที่ว่า
เมื่อทำความดีแล้วก็ยึดมั่นในความดีนั้นเสีย
สำคัญว่าแต่ตนดีอย่างเดียว
ไม่เฉลียวนึกถึงความชั่วความผิดอะไรเลย
มันก็ผิดทางน่ะ มันไม่รอบคอบอย่างนั้นน่ะเป็นอย่างนั้น

ฉะนั้นเราต้องพิจารณาให้รอบคอบ เมื่อพิจารณาไป
รอบคอบแล้วอย่างนี้มันก็มียืดหยุ่นต่อกันและกัน



:b45: :b45:


ส่วนหนึ่งจากพระธรรมเทศนาหัวข้อ
“สว่างมาอย่ามืดไป”



:: ประวัติ ปฏิปทาและคำสอน “หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=43689

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ส.ค. 2018, 09:32 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1945

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b39: :b44: ขออนุโมทนา สาธุๆๆ ค่ะ
:b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร