วันเวลาปัจจุบัน 13 พ.ย. 2019, 13:52  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


อ่านกรรมแห่งกรรมจากบอร์ดเก่า
http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=4



กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ต.ค. 2015, 07:58 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4894

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
วัดอรัญญบรรพต
อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย



การทำบุญกุศลนี้ ผู้ใดทำได้เท่าไรก็ได้ผลเท่านั้น
ทำมากก็ได้ผลมาก ทำน้อยก็ได้ผลน้อย

เหมือนกับปลูกพืชลงในดินนั่นแหละ มันก็เป็นเช่นนั้นแหละ
บัดนี้เมื่อทำน้อยก็ได้ผลน้อยก็ได้มีความสุขน้อย
แล้วเมื่อมีความสุขน้อยมันก็ได้รับความทุกข์มากกว่าความสุข
มันก็เป็นเช่นนั้น ผู้ทำความดีมากขึ้นไปโดยลำดับบัดนี้ก็มีความสุขมาก
ความทุกข์มันก็เบาลง หมายถึง “ความทุกข์ทางใจ” นา
แต่ความทุกข์ทางร่างกายนี่มันเป็นผลของบุญของบาป
ที่แต่ละบุคคลทำเอามา อย่าเอาไปผสมผสานกัน


แม้ว่าผู้นั้นจะทำความดีเข้มแข็งอยู่อย่างไร
แต่ถ้าผู้นั้นมีกรรมชั่วติดตัวมาถึงเวลากรรมชั่วมันให้ผลแล้ว
กรรมดีที่ทำนั้นมันก็ต้านทานไม่ได้ มันก็ให้ผลไป

นี้แหละต้องเข้าใจให้มันได้สัดได้ส่วนกัน อย่าไขว้เขวความรู้เรื่องกรรม
เรื่องผลของกรรมนี่น่ะ ไม่เช่นนั้นก็จะไปมองเห็นว่า
บุญกุศลคุณความดีที่ตนทำมานั้นน่ะไม่สามารถจะช่วยตัวให้พ้นทุกข์ได้
ทำบุญกุศลเท่าไรยิ่งมีความทุกข์มาก บางคนก็ทำดีมาเท่าไร
ก็ยิ่งมีใครไม่เห็นดีด้วย มีแต่ผู้ยกโทษติเตียนเลยน้อยเนื้อต่ำใจ
แหม..เรานี้ทำดีอยู่ปานนี้ยังไม่มีใครยกย่องสรรเสริญเลย
มีแต่ผู้นินทาติเตียน ชะรอยว่าความดีที่เราทำนี้มันจะไม่มีผลกระมัง
อย่างนี้แหละคนไม่เคารพต่อเหตุผลน่ะ

ไม่รู้คำสอนของพระพุทธเจ้าโดยแจ่มแจ้ง มันก็ย่อมไม่สามารถที่จะอดกลั้น
ทนทานต่อคำนินทาว่าร้ายต่างๆนั่นก็เกิดความทุกข์ ความโทมนัส
หรือกลายเป็นความโกรธความพยาบาทไป แก้แค้นตอบแทนกันไป เช่นนี้แหละ

ก็ถ้าเคารพต่อเหตุผลหรือต่อกรรมต่อผลของกรรมแล้ว
มันก็จะคำนึงถึงว่า อดีตหนหลังชาติก่อนนู้นเราคงได้ไปด่าว่า
ติเตียนท่านผู้มีศีลมีธรรมหรือไปด่าคนที่เขาไม่ผิดแต่เมื่อโกรธเขา
ไม่พอใจเขาแล้วก็ปั้นเรื่องใส่เขาอะไรไปทำนองนั้นแหละ
กรรมนั้นถึงติดตามมาสนองเอา ไปอยู่ไหนไปทำอะไร
ก็ไม่ค่อยจะมีคนสนับสนุน มีแต่คนคัดค้านหมู่นี้
มันต้องรู้แจ้งในเหตุปัจจัยเหล่านี้ ว่ามันต้องมีเหตุปัจจัย
อันใดอันหนึ่งที่ไม่ดีไม่งามน่ะมันติดตามมาแต่หนหลัง
ถึงเวลามันให้ผลแล้ว มันก็ให้ผลไป

บางคนก็โรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียนร่างกายให้ทรุดโทรมไป
ก่อนวัยที่ควรจะเป็นไป เช่น อายุไม่ทันไรก็ดูสภาพร่างกายแล้ว
รู้สึกว่ากลายเป็นคนแก่ไปมากกว่าอายุอานาม อันหมู่นี้มันต้องรู้ไว้
มันล้วนแต่กรรมเป็นเครื่องตกแต่งทั้งนั้นเลย อย่าไปสงสัย

ผู้ใดรู้แจ้งเรื่องกรรม เรื่องผลของกรรม
ที่มาตกแต่งอัตภาพร่างกายให้ดวงจิตนี้ได้อาศัยอย่างนี้แล้ว
มันก็จะต้องอดกลั้นทนทานต่อวิบากกรรมเหล่านี้
ทำอย่างไรล่ะตนได้ทำเอามาแล้ว จะเอาไปโยนให้ใครล่ะบัดนี้
นั่นก็ต้องสอนใจเข้าไปอย่างนี้ เอาไปโยนให้ใคร
ใครเขาจะรับเอา ไม่มีใครเขารับ ตนเองเป็นผู้ทำมา
ตนเองก็ต้องเสวยผลของมันไป จนกว่ามันจะหมดเขตของมัน



:b46: :b46:


:: รวมคำสอน ประวัติและปฏิปทา “หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=43689

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 ต.ค. 2015, 11:17 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1937

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b39: :b44: ขออนุโมทนา สาธุๆๆ ค่ะ
:b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร