วันเวลาปัจจุบัน 18 ก.พ. 2020, 16:06  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


อ่านกรรมแห่งกรรมจากบอร์ดเก่า
http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=4



กลับไปยังกระทู้  [ 13 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 มิ.ย. 2009, 17:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ก.ค. 2008, 15:51
โพสต์: 334

งานอดิเรก: ชอบเรื่องพลังงาน
สิ่งที่ชื่นชอบ: มิลินทปัญหา
ชื่อเล่น: อมร
อายุ: 63
ที่อยู่: 138 หมู่ที่ 1 ต.โนนคูณ อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ 36180

 ข้อมูลส่วนตัว www




คำอธิบาย: ท่านยังมีชีวิตอยู่
DSCF6946.jpg
DSCF6946.jpg [ 46.75 KiB | เปิดดู 4001 ครั้ง ]
คำอธิบาย: ไม่ต้องบอกก็รู้
DSCF6987.jpg
DSCF6987.jpg [ 64.88 KiB | เปิดดู 4001 ครั้ง ]
คำอธิบาย: อาจารย์จรัส ไกแก้ว ได้มอบหนังสือเรื่องคนระลึกชาติได้หลายเรื่อง เดี่ยวจะนำมาลงต่อ
DSCF7093.jpg
DSCF7093.jpg [ 63.65 KiB | เปิดดู 3994 ครั้ง ]
คำอธิบาย: ศรีษะที่เป็นแผลเป็นอยู่ทุกวันนี้ เป็นลุ่มรึกลงไปประมาณเซ็นเห็นจะได้ กว้าง 10 ซ.ม ยาวก็เท่ากัน
DSCF6947.jpg
DSCF6947.jpg [ 42.45 KiB | เปิดดู 3990 ครั้ง ]
คำอธิบาย: นางปราณี(น้อย)ที่จำชาติได้ ปัจจุบันอายุ 41 ปี มีลูกสองคนแล้ว ที่เห็นเป็นลูกคนที่สอง
DSCF7095.jpg
DSCF7095.jpg [ 48.08 KiB | เปิดดู 3983 ครั้ง ]
ผลกรรมในชาตินี้
เคยลงไปแล้วครั้งหนึ่งตั้งแต่ปีที่แล้วถ้าจำไม่ผิด
ตอนนี้มีเวลาก็เลยจะนำมาลงให้ท่านได้ศึกษากันอิกที และมีของแถมเข้ามาอีกด้วยนะ
เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับตนเอง นานมาแล้ว 40 กว่าปีแล้ว
เมื่อสมัยเป็นหนุ่มอายุ 17-18 ปี ตัวเองชอบหากบและปลามาเลี้ยงครอบครัว เพราะเป็นลูกชายคนโตของคุณพ่อคุณแม่
จะมีหน้าที่ตั้งแต่ตักน้ำ (ต้องหาบน้ำ) เพราะน้ำก็อยู่ไกลหมู่บ้านประมาณ 1 กม. ตำข้าวด้วยมือ หุงข้าวด้วย ทุกอย่างเท่าที่จะช่วยคุณแม่ได้ เพราะเป็นครอบครัวที่ไม่รวย แต่ก็พออยู่ได้

ตั้งแต่จำความได้ก็ช่วยคุณพ่อคุณแม่โดยตลอด เพราะเป็นลูกคนโตอย่างที่บอกแล้ว ในเรื่องหาของมาใส่

ครอบครัวก็ต้องทำ จำได้ไม่เคยลืม แม้จะผ่านมาแล้ว 50 กว่าปี ก็ยังจำได้ เพราะเป็นเรื่องที่เกิดกับตัว

เอง ในราวปี 2526 ตอนนั้นอายุ 35 ปีแล้ว ได้เป็นช่างทำบ้านให้เขา ได้ขึ้นไปตัดไม้เชิงชายซึ่งเป็นคน

สุดท้ายที่จะได้ตัดเพราะมีหลายคนที่ขึ้นไปอยู่บนหลังคา จำได้ว่าก่อนที่จะตัดไม้นั้นได้พันยาสูบด้วย

กระดาษหนังสือพิมพ์ยาวประมาณคืบกว่าๆ หลังจากนั้นไม่ทราบว่าได้จุดไฟหรือไม่อย่างไร และก็ไม่รู้

ตอนที่ไปตัดไม้เชิงชายที่มันยาวกว่ากันให้เท่ากัน ไม่รู้ว่าตกตอนไหน ไม้เชิงชายหักตกจากหลังคาบ้าน

เสาสูง 6 เมตร ตกลงพื้นดินเสียงดังมาก (เขาเล่าให้ฟัง) ตกตอนนั้นเวลา 08.00 น.โดยประมาณ ไปฟื้นที่

โรงพยาบาล 16.00 น. พอฟื้นขึ้นมา สิ่งแรกที่มีความรู้สึกก็คือนึกเห็นเรื่องที่ตนเคยไปหากบ และเคยหักขากบ เคยเหวี่ยงกบให้ลอยขึ้นฟ้าและตกลงมาตาย แทนที่จะถามเรื่องเป็นอย่างไรทำไมถึงได้มานอนที่โรงพยาบาล กลับนึกเห็นกรรมที่เราได้ทำไว้เป็นอันดับแรก ตอนไปหากบนั้นเวลาได้กบมาก็จะหักขามัน พอเราหักขามัน มันก็จะเอาขาหน้าสองขามันเช็ดน้ำตามันไหลออกมา

เราเห็นอย่างนั้นตอนหลังก็ไม่หักขามัน แต่ก็ต้องหากินอยู่ดี เพราะไม่หาก็ไม่มีกิน พอถึงบ้านก็บอกว่ากบไม่ได้หักขานะ ดูเอาเองนะ ตอนหากบนี้ก็จะหาแบบว่าใช้เบ็ดคันยาวๆ สายเอ็นก็ยาวใช้เหยื่อล่อให้กบมากินเยื่อพอมันกินเราก็กระตุกคันเบ็ด กบก็ติดเบ็ดขึ้นมาให้เราเอาใส่ตาข้อง ตอนหลังมานี้ไม่หักขามันอย่างว่ามาแล้ว พอหาได้มากแล้วจนไม่มีที่จะใส่จะกลับบ้านแล้ว

ก็ทำเล่นด้วยความสนุก จะมองหาว่าหัวกบที่โผล่ขึ้นอยู่ในน้ำนั้น ตัวไหนใหญ่ก็จะโยนเหยื่อไปหามัน พอมันกินเบ็ดเราก็กระตุกเหวี่ยงอย่างแรงให้ขึ้นสูงที่สุดเท่าที่จะสูงได้ พอขึ้นสูงแล้วก็จะกระตุกให้เบ็ดหลุดออกจากกบ กบก็จะลอยขึ้นไปในอากาศ แล้วตกลงพื้นดินบ้างลงพื้นน้ำบ้าง

ทุกรายที่ทำนั้นกบจะตายทุกราย ที่นำมาเล่าให้ฟังนี้ ทุกวันนี้เราได้รับผลของกรรมที่ทำมาแล้วนั้น กล่าวคือเราเป็นโรคกระเพาะอาหารมา 18-19 ปีแล้ว รักษาอย่างไรก็ไม่หาย เพราะเป็นผลกรรมที่เคยทำเอาไว้ เคยทำเอาไว้อย่างไร ก็ตอนที่ไปหากบนั้น เมื่อได้กบมาตัวไหนใหญ่หน่อยก็จะเอาเบ็ดเกี่ยวเข้าไปที่ท้องของมัน แล้วเอาพุงมัน(กระเพาะมัน) ทำเป็นเหยื่อล่อตัวอื่นต่อไป

เพราะจะทำให้ไม่ต้องหาเหยื่อบ่อยๆ ที่แรกจะเอาอะไรก็ได้ล้อมัน พอได้มาแล้วก็เอาพุงมันเป็นเหยื่อต่อไป ทำอยู่อย่างนี้ประมาณ 3-4 ปีเห็นจะได้ เพราะตอนโตอายุได้ 25 ปีก็แต่งงาน
ในระว่างนี้แหละได้สร้างบาปไว้มาก ก็คือกับกบนี้แหละ ที่เป็นโรคกระเพาะอาหารนี้ ก็คิดว่าคงเป็นเพราะเราทำไว้กับกบนั้นแน่เลย ไปหารักษามาแล้วทั่วไป ก็ไม่หายสักที ไม่เป็นมาก

เป็นแต่เพียงทำให้เราทรมานจนทุกวันนี้ที่เขียนเรื่องนี้ก็เป็นอยู่ ที่ตกบ้านนั้นก็ทรมานอยู่เป็นเดือนเหมือนกัน เพราะซีกโครงหักไปสามซีก และในปีนั้นก็ตกที่สูงตั้ง 5 ครั้งด้วยกัน และทุกครั้งที่ตกจากที่สูงนั้นจิตมันจะนึกถึงเรื่องที่เราเคยทำกับกบทุกทีเลย ไม่ทราบว่าเพราะอะไรทำไมถึงเจาะจงจะต้องคิดถึงเรื่องนั้น

ก็เลยนึกได้ว่า กรรมที่เราทำไว้นั้นเขาต้องการเอาคืน แม้ทุกวันนี้จะบวชมาแล้ว 25 พรรษาก็ตาม กรรมอันนั้นก็ตามอยู่ทุกวันนี้ เป็นโรคกระเพาะไม่หาย และก็เป็นโรคปวดหลังปวดเอวมาตลอดเลย

จะต้องมีคนสงสัยว่า ก็แต่งงานแล้วทำไมต้องมาบวชทำไมไม่อยู่กับครอบครัว ใช่ไม่ได้อยู่ด้วยกันเพราะกรรมที่เราทำนั้นแหละ จะต้องแตกแยกกัน แต่ก็บอกกับภรรยาก่อนนะจึงตัดสินใจบวช บอกกันด้วยดี เขาก็อยู่ส่วนเขา เราก็อยู่ส่วนเรา ไม่เคยไปมาหาสู่กันเลยทุกวันนี้

เขาก็เข้าวัดทำบุญไปเที่ยวหาจำศีลปฏิบัติธรรมในที่ต่างๆ ตามข่าว ลูกสาวก็ทำงานเป็นลูกจ้างเขาอยู่ในกรุงเทพฯ เรื่องนี้ก็เหมือนกันแหละ เคยจำได้ตอนเป็นเด็กชอบเอาลูกนกมาเลี้ยง เห็นรังนกที่ไหนไม่ได้ ต้องขึ้นเอาลูกมัน พอมามีครอบครัวก็ต้องแตกแยกกันอย่างที่เราเคยทำไว้นั้นจริงๆ ใครจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม แต่สำหรับตัวเราเชื่อล้านเปอร์เซ็นต์ เพราะเจอมากับตัวเอง เราเป็นคนแปลกอยู่อย่างหนึ่ง

ที่ชอบนึกถึงเรื่องเก่าๆ และเอามาเปรียบเทียบดู และดูคนอื่นที่เขาไม่ได้ทำกรรมเหมือนเรา หรือที่ทำกรรมเหมือนเรา ตอนบวชนี้แหละได้กลับบ้านเกิดที่จังหวัดสุรินทร์ ก็ได้ไปเจอกับ (ลุงทหารจีม) ท่านเคยเป็นทหารไปรบอินโดจีนมา ตอนที่เจอกันนั้นท่านนอนป่วยเป็นโรคที่หมอไม่มีปัญญารักษา ปากท่านเปื่อยหายขาดออกจากกันเป็นแผลหายไปเรื่อยเลย โดยไม่มีหนองไม่มีสะเก็ดอะไรเลย

แต่จะหายไปเฉยๆ เป็นที่ริมปากด้านขวามือ ขาดหายออกไปเป็นรูกว้างจนมองเห็นข้างในหมดเลย นอนป่วยอยู่เป็นปีกว่าจึงมรณภาพ ได้มีโอกาสพูดคุยกะท่าน ถามท่านว่าตอนไปรบนั้นเคยจำได้ไหมว่าฆ่าคนไปเท่าไหร่ และที่จำได้มีบ้างไหม ท่านก็เล่าให้ฟังว่า

การรบกันก็ต้องฆ่า ถ้าไม่ฆ่าเขา เขาก็จะฆ่าเราท่านว่า แต่จะฆ่าไปเท่าไหร่นั้นไม่รู้ ก็ถามว่าน่าจะมีสิ่งที่ทำให้ลุงเป็นอยู่นี้มีสาเหตุมาจากการรบแน่นอน ท่านก็บอกว่ามีอยู่ครั้งหนึ่ง รบกันยิงกันอยู่เป็นวันเป็นคืน ไม่มีฝ่ายไหนจะถอย พอไม่มีใครถอยใครก็เข้าประจันหน้ากัน พอเข้าประจันหน้ากันก็ลูกปืนก็ไม่มี เล่นเอาท้ายปืนตีกันเอา ท่านว่า พอตีกันไปกันมา มีคนหนึ่งเสียท่าล้มลง

ท่านก็เอาปลายกระบอกปืนใส่เข้าไปในปากเขา เขาก็ยกมือไหว้ขอชีวิต แต่ท่านก็ได้ยิงเข้าปากเขาจนเขาตาย เพราะท่านก็มีลูกปืนอยู่นัดเดียวเท่านั้น ท่านบอกว่าที่จำได้แน่นอนเลยก็มีเท่านี้ นอกนั้นไม่รู้เพราะต่างคนต่างยิงกัน ก็เลยพูดกะท่านว่า กรรมอันนั้นแหละลุงที่ทำให้ลุงเป็นอย่างนี้ ท่านก็พูดว่า

มันก็น่าจะจริง เพราะไม่เคยทำกรรมอย่างอื่น ฆ่าวัวควายหมูหมาท่านก็บอกว่าไม่เคย หลังจากพูดคุยกันแล้วก็พาท่านแผ่เมตตาให้เขาไป และเราก็กลับมาที่อยู่ประจำ ได้ยินข่าวว่าหลังจากนั้นไม่นานกี่วันท่านก็มรณภาพ
เรื่องนี้ก็เหมือนกันเป็นเรื่องที่เราไปคุยกะตัวท่านเอง เพราะท่านเป็นเพื่อนเกลอกันกะคุณพ่อ พอมีโอกาสก็เลยถือโอกาสพูดคุยกัน เพราะเห็นศีรษะท่านเป็นหลุมลึกเข้าไป (ดูในภาพ) ก็ขอโอกาสท่านว่าจะเอาไปลงอินเทอร์เน็ตให้ชาวบ้านเขาได้รู้เรื่องด้วย ท่านก็ให้โอกาสและถามท่าน

ตอนเป็นหนุ่มพอจำได้ไหมเคยทำอะไรเกี่ยวกับ หัว บ้าง ท่านก็บอกว่า ยิงนกที่ไรจะต้องให้โดนที่หัวอย่างเดียว ถ้าโดนที่อื่นจะต้องตามหาลำบาก ก็ต้องยิงแต่หัวมันอย่างเดียว ท่านว่าให้ฟัง ในปี 2535 ท่านได้ป่วยเป็นโรคประหลาดที่หมอไม่รู้จะรักษาอย่างไร ที่ศีรษะท่านที่ถ่ายรูปมาให้ดู เกิดเป็นแผลผุผองน้ำหนองไหลออกมา เป็นอยู่ปีกว่าๆ ไปรักษาที่ไหนก็ไม่มีวี่แววว่าจะหาย

จึงได้นอนรอความตายอยู่แต่ในบ้าน และที่เป็นนั้นก็ปวดในสมองตลอดเวลาทรมานเป็นอย่างมาก ท่านว่านึกถึงแต่สมัยที่เป็นหนุ่มเคยยิงนกที่หัวมัน และท่านก็แผ่เมตตาให้ทุกวันทุกคืนที่ไม่ได้ไปไหน โดยไม่ได้รักษาอะไรมากมาย กลับหายเป็นปกติแต่ศีรษะของท่านก็เป็นอย่างที่เห็น (ดูในภาพ)

แถมสุดท้าย เรื่องตายแล้วได้เกิดอีกไหม?

นี้ก็ได้มีโอกาสพูดคุยกะคนที่ตายไปแล้ว และมาเกิดใหม่อีก ตอนนี้อายุได้ 41 ปีแล้วและมีลูก 2 คน แล้ว เอาชื่อเล่นของเธอก็แล้วกัน (ชื่อจริงเธอปราณี) น้อย อยู่ที่บ้านคอนสวรรค์ หมู่ที่ 5 ตำบลไผ่ อำเภอรัตน์บุรี จังหวัดสุรินทร์ เป็นชื่อบ้านในชาติที่แล้วของเธอนะ ปัจจุบันอยู่ที่ 72 หมู่ที่ 3 บ้านช่อง ตำบลไผ่ อำเภอรัตน์บุรี จังหวัดสุรินทร์ ในชาติก่อนเธอมีพี่น้องร่วมท้องด้วยกัน 8 คน เธอเป็นคนโต อายุได้ 8 ปี เมื่อปี พ.ศ 2510 เด็กหญิงสำเนียง (หรือน้อยในปัจจุบัน)

ได้ถึงแก่ความตายด้วยการกินลูกตาลมากและปวดท้องจนตาย แต่ร่างกายไม่แข็งเหมือนคนตายทั่วไป ก่อนจะเอาไปป่าช้าก็เถียงกันอยู่ว่าเด็กมันยังไม่ตาย แต่ผลสุดท้ายก็เอาไปฝังที่ป่าช้า ตอนขากลับ เด็กหญิงสำเนียงที่ตายแล้วนั้นแปลงตัวเป็นนกเค้าแมว บินมาจับที่ไหล่ของพ่อเธอ พ่อเธอก็เอาไปปล่อยที่วัด

เพราะเธอบอกว่าไม่สามารถจะเข้าร่างได้ เพราะร่างกายโดนฝังอยู่ในดินแล้ว บางที่เธอก็แปลงตัวเป็นหนูวิ่งเข้าไปในผ้าถุงของแม่ แต่ก็เข้าท้องแม่ไม่ได้ เพราะว่าแม่มีท้องอยู่แล้ว เมื่อเข้าไม่ได้ก็ได้ไปอยู่กับเพื่อนผีที่มีอยู่ข้างลำห้วยข้างหมู่บ้าน เธอบอกว่าอยู่กะเขานานพอดู เวลามีคนตายในหมู่บ้าน

ก็จะชวนกันเข้าไปกินข้าว การกินข้าวก็แย่งกันกินมือไม้ก็ไม่ได้ล้าง เธอบอก แต่เธอไม่กล้ากินกะเขา เพราะมันน่าขยะแขยงมาก อยู่ไปอยู่มาเธอก็มานั่งเล่นอยู่ข้างบ่อน้ำ พอดีมีสามีภรรยาที่อยู่บ้านช่อง ไปหาข้าวที่บ้านคอนสวรรค์ มากินน้ำที่บ่อน้ำนั้น เธอได้โอกาสก็ขึ้นไปนั่งอยู่ที่บ่าของแม่คนปัจจุบันนี้

พอมาถึงบ้านแม่คนปัจจุบันนี้ก็กินน้ำ เธอได้โอกาสก็เข้าไปกับน้ำที่แม่กินนั้น จากปี 2510 ถึง ปี 2511 วันที่ 28 กุมภาพันธ์ นางเทื่อม สีทา ก็ได้ให้กำเนิดเด็กหญิงปราณี (น้อย) เสียทีไม่ได้วันที่ ที่เธอตาย ได้แต่วันเกิด ทุกวันนี้เธอไปงานศพที่ไหนก็ตาม เธอจะไม่ยอมกินข้าวในบ้านนั้น

เพราะเธอนึกเห็นสภาพตอนที่เธออยู่กับผีนั้น ไปช่วยงานเขาแล้วก็กลับมากินข้าวที่บ้านตัวเอง มีรายละเอียดมากอยู่แต่เอามาบอกพอเป็นแนวทางเท่านั้น
เมื่อท่านอ่านจบแล้ว ถ้าหากว่าสิ่งไหนที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ ก็นำเอาไปพิจารณาดู สิ่งไหนที่ผิดพลาดข้าพเจ้าขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว ถ้าหากเรื่องนี้พอจะเป็นประโยชน์เป็นบุญกุศลอยู่บ้าง

ขอยกบุญกุศลนี้ให้แก่ นางปราณี (น้อย) และครอบครัว จงมีแต่ความสุขความเจริญ ขออุทิศส่วนบุญกุศลให้แก่ คุณพ่อและคุณแม่ที่ได้จากเราไปแล้วตั้งนาน จงไปสู่สุคติตามที่ท่านสร้างไว้เทอญฯ

หมายเหตุ ที่เรียกคุณพ่อและคุณแม่ทุกคำพูดนั้น เพื่อเป็นแบบอย่างคนทุกวันนี้ไม่ชอบเรียกคุณพ่อคุณแม่ และไม่ค่อยมีคำว่า ท่าน จะได้ยินมาก คือ ,เขา, แก ,พ่อแกก็อย่างนั้น,

แม่แกก็อย่างนั้น, เราไม่อยากพูดถึงแก, ทำไมไม่ว่าคุณพ่อท่านก็อย่างนั้นแหละ , คุณแม่ท่านก็อย่างนั้นแหละ , ดูแล้วรู้สึกว่าคนทุกวันนี้จะอายในการพูดดีกะคุณพ่อคุณแม่ แต่กับคนอื่น

คุณอย่างนั้น ท่านอย่างนี้ ,แหมคุณท่านก็ , แหมท่านก็, พอกับคุณพ่อคุณแม่ที่มีพระคุณแก่เรามากมายหาที่เปรียบไม่ได้กลับตรงกันข้าม กลับอายที่จะพูดดีอ่อนหวาน แต่กับคนอื่นแล้วอ่อนหวานมาก ยิ่งกะแฟนที่โตมาแล้วจึงเจอกันนี้ยิ่งกลัวผิดใจกันนัก

และก็เชื่อใจหลงใหลจนโดนหลอกมามากต่อมาก ไม่รู้นะว่าจะมีสักกี่คนที่เป็นวัยรุ่นได้มาอ่านข้อความนี้บ้าง คงจะเข้าแต่เว็บที่ไม่ได้เรื่องนั้นแหละมากกว่า ส่วนที่มีประโยชน์สาระอย่างนี้คงไม่มีโอกาสได้เห็น

แน่นอน ขอให้ทุกท่านจงมีแต่ความสุขความเจริญในหน้าที่การงานจงทุกท่านเทอญฯ เจริญพร

ป.ล ที่ต้องเว้นลงมาอย่างนี้เพราะเคยโดนต่อว่า

(แก้ไข: ตรวจคำผิด:)ตรวจแก้แล้วนะ ถ้าหากยังผิดอยู่ต้องขออภัยด้วย เพราะตาแก่แล้วฮิฮิฮิ

.....................................................
ทำบุญตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่ ดีกว่าตายแล้วให้เขาทำบุญอุทิศหา รักษาศีลตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่ ดีกว่าตายแล้วให้เขาเคาะโลงลุกขึ่นมารักษาศีล เข้าวัดตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่ ดีกว่าตายแล้วให้เขาหามเข้าแล้วเผาเลย ฮิฮิฮิ


แก้ไขล่าสุดโดย tanaphomcinta เมื่อ 18 มิ.ย. 2009, 20:16, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 มิ.ย. 2009, 17:37 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


สาํธุ สาธุ สาธุค่ะ...ท่านtanaphomcinta

กฎแห่งกรรม ยุติธรรมยิ่งนัก

ธรรมะสวัสดีค่ะ

รูปภาพ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 มิ.ย. 2009, 00:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ม.ค. 2009, 02:20
โพสต์: 1387

ที่อยู่: สัพพะโลก

 ข้อมูลส่วนตัว


อ่านแล้ว ตาลาย นิดหน่อยครับ :b12:
อนุโมทนาสาธุครับ ท่าน tanaphomcinta
:b8: :b8: :b8:

.....................................................
ผู้มีจิตเมตตาจะไม่มีศัตรู ผู้มีสติปัญญาจะไม่เกิดทุกข์.


แก้ไขล่าสุดโดย อมิตาพุทธ เมื่อ 20 มิ.ย. 2009, 19:58, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 มิ.ย. 2009, 19:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2008, 09:18
โพสต์: 635

อายุ: 0
ที่อยู่: กองทุกข์

 ข้อมูลส่วนตัว www


ขอบคุณสำหรับกระทู้ดีๆครับ

.....................................................
"ผู้ที่ฝึกจิต ย่อมนำความสุขมาให้"
คิดเท่าไหรก็ไม่รู้ หยุดคิดจึงจะรู้

http://www.luangta.com
รูปภาพ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 มิ.ย. 2009, 20:32 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ก.ค. 2008, 15:51
โพสต์: 334

งานอดิเรก: ชอบเรื่องพลังงาน
สิ่งที่ชื่นชอบ: มิลินทปัญหา
ชื่อเล่น: อมร
อายุ: 63
ที่อยู่: 138 หมู่ที่ 1 ต.โนนคูณ อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ 36180

 ข้อมูลส่วนตัว www


อ่านแล้ว ตาลาย นิดหน่อยครับ
อนุโมทนาสาธุครับ ท่าน tanaphomcinta

แหม ท่านก็ จะเอาอะรัยกะคน จ.ป.4 หน้อเล่าได้ส่ำนี้ก็แดวลี้ฮิฮิฮิ

.....................................................
ทำบุญตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่ ดีกว่าตายแล้วให้เขาทำบุญอุทิศหา รักษาศีลตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่ ดีกว่าตายแล้วให้เขาเคาะโลงลุกขึ่นมารักษาศีล เข้าวัดตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่ ดีกว่าตายแล้วให้เขาหามเข้าแล้วเผาเลย ฮิฮิฮิ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 มิ.ย. 2009, 20:51 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.พ. 2009, 20:49
โพสต์: 3961

แนวปฏิบัติ: พอง-ยุบ
งานอดิเรก: อ่านหนังสือ
ชื่อเล่น: นนท์
อายุ: 42
ที่อยู่: นครสวรรค์

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:

อนุโมทนาสาธุด้วยครับ

:b8: :b8: :b8:

.....................................................
แม้มิได้เป็นสุระแสงอันแรงกล้า ส่องนภาให้สกาวพราวสดใส
ขอเป็นเพียงแสงแห่งดวงไฟ ส่องทางให้มวลชนบนแผ่นดิน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 มิ.ย. 2009, 19:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 มี.ค. 2009, 20:48
โพสต์: 745


 ข้อมูลส่วนตัว


สาธุ

.....................................................
“เวลาทำสมาธิ ให้ระลึกลมหายใจเข้าออก ให้รู้ลมหายใจเข้าออก ไม่ต้องบังคับลมหายใจ ตามรู้ลมหายใจเข้าออก สงบก็รู้ ไม่สงบก็รู้ สงบก็ไม่ยินดี ไม่สงบก็ไม่ยินร้าย ไม่เอาทั้งสงบและไม่สงบ เอาแค่รู้ตามความเป็นจริงของสภาวธรรมปัจจุบันนั้น”

ธรรมเหล่านี้เป็นไปเพื่อคลายกำหนัด
เป็นไปเพื่อไม่ประกอบสัตว์ไว้
เป็นไปเพื่อไม่สั่งสมกิเลส
เป็นไปเพื่อความเป็นผู้มักน้อย
เป็นไปเพื่อสันโดษ
เป็นไปเพื่อความสงัดจากหมู่คณะ
เป็นไปเพื่อปรารภความเพียร
เป็นไปเพื่อความเป็นคนเลี้ยงง่าย


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 ก.ค. 2009, 11:30 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มิ.ย. 2009, 09:55
โพสต์: 4062

แนวปฏิบัติ: มรณานุสสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: ตรงปลายจมูก

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ
อนุโมทนาสาธุเจ้าค่ะ

.....................................................
~ นิพพานัง ปัจจโยโหตุ ~


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 ก.ค. 2009, 11:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ค. 2009, 19:40
โพสต์: 35

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: อนุโมทนาสาธุค่ะ

.....................................................
รู้จักคุณค่าในสิ่งที่เรามี


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 ก.ค. 2009, 13:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2009, 23:49
โพสต์: 22


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: ขออนุโมทนาค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 ก.ค. 2009, 14:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ก.ค. 2009, 08:32
โพสต์: 38

อายุ: 0
ที่อยู่: ประจวบ

 ข้อมูลส่วนตัว


ขออนุโมทนาครับ

.....................................................
ทุกสรรพสิ่งในโลกล้วนอนิจจัง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 ก.ค. 2009, 16:00 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 มิ.ย. 2009, 17:12
โพสต์: 246

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: อนุโมทนา สาธุ ด้วยค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ส.ค. 2009, 22:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2009, 22:03
โพสต์: 3

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ และไม่เคยปรานีใคร

.....................................................
(◡‿◡✿) นะ ☀ ชา ☀ ลี ☀ ติ (◕‿◕✿)

`*:•. *.:。✿*゚‘゚・✿.。.:* http://www.wattham.org`*:•. *.:。✿*゚‘゚・✿.。.:*


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 13 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร