วันเวลาปัจจุบัน 23 ต.ค. 2019, 14:44  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 พ.ย. 2015, 19:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 2178


 ข้อมูลส่วนตัว


ประวัติ “วัดหนัง ราชวรวิหาร” กรุงเทพมหานคร
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=24&t=44689

ประวัติและปฏิปทา “หลวงพ่อผล คุตฺตจิตฺโต วัดหนัง”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=48674

:b50: :b49: :b50:
ประมวลภาพ
“พระสุนทรศีลสมาจาร”
(หลวงพ่อผล คุตฺตจิตฺโต)


วัดหนัง ราชวรวิหาร
แขวงบางค้อ เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพรูปภาพรูปภาพ

รูปภาพ

พระสุนทรศีลสมาจาร (ผล คุตฺตจิตฺโต)
อดีตเจ้าอาวาสวัดหนัง ราชวรวิหาร รูปที่ ๗

พุทธศักราช ๒๕๐๒-๒๕๑๒


:b50: :b49: :b50:

พระสุนทรศีลสมาจาร (หลวงพ่อผล) ฉายา คุตฺตจิตฺโต
แปลว่า ผู้มีจิตอันคุ้มครองและรักษาดีแล้ว
(ฉายาเดิมที่พระอุปัชฌาย์ตั้งไว้ในวันอุปสมบทเป็น “คงฺคสฺโส”)
เจ้าคุณพระมหาโพธิวงศาจารย์ (สาลี อินทโชตมหาเถร) วัดอนงคาราม
อดีตเจ้าคณะจังหวัดธนบุรี ท่านปรารภว่า
ที่ประชุมในคราวพิจารณาคัดเลือกพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ
คณะสังฆมนตรีพากันหัวเราะเรื่องนามฉายา คงฺคสฺโส มีความหมายไม่เหมาะสม
ขอให้ผู้เขียนประวัติไปเรียนให้พระวิเชียรกวี (ฉัตร อินฺทสุวณฺโณ) ทราบ
และให้เปลี่ยนนามฉายาเสียใหม่
ผู้เขียนกราบเรียนให้ทราบว่า หลวงพ่อเจ้าคุณวิเชียรกวี อาพาธหนัก
ขอให้พระเดชพระคุณอดีตเจ้าคณะจังหวัดธนบุรีเปลี่ยนให้
ท่านจึงเขียนมาให้หลวงพ่อเจ้าคุณสุนทรฯ คัดเลือกเอาตามใจชอบ
เท่าที่ผู้เขียนจำได้มีอยู่ ๓ ชื่อ หลวงพ่อเจ้าคุณสุนทรฯ เลือกเอา คุตฺตจิตฺโต
ท่านให้เหตุผลว่าที่เลือกเอาชื่อฉายา เห็นว่าเกี่ยวกับการรักษาจิต
เพราะหลวงพ่อเจ้าคุณสุนทรฯ สนใจเรื่องทำสมาธิจิตเป็นประจำอยู่แล้ว

หลวงพ่อเจ้าคุณพระสุนทรศีลสมาจาร (หลวงพ่อผล คุตฺตจิตฺโต)
เกิดเมื่อวันที่ ๑๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๓๗ ตรงกับวันจันทร์ ขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือน ๙ ปีมะเมีย
จุลศักราช ๑๒๕๖ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕
ณ บ้านโคกขาม ต.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร
เกิดในสกุล แก้วเพ็ชร เป็นบุตรของนายแก้ว-นางยิ้ม แก้วเพ็ชร

เมื่ออายุได้ ๑๒ ปีได้มาอยู่วัดหนัง ศึกษาหนังสือไทยในสำนักพระครูสังวรยุตตินทรีย์ (คำ)
เรียนภาษาบาลี กับนายมิ่ง รักชินวงศ์ อาจารย์สอนบาลีแห่งวัดหนัง
พ.ศ. ๒๔๕๓ เลิกการศึกษากลับไปอยู่บ้านช่วยบิดามารดาประกอบอาชีพ
พ.ศ. ๒๔๕๕ สมัครเข้ารับราชการทหารเรือ

วันที่ ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๕๘ อุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดหนัง
โดยมี พระภาวนาโกศล (หลวงปู่เอี่ยม สุวณฺณสโร) วัดหนัง เป็นพระอุปัชฌาย์
พระอธิการนิ่ม วัดโคกขาม และพระปลัดแจ้ง วัดหนัง เป็นคู่กรรมวาจาจารย์
อุปสมบทแล้วจำพรรษา ณ วัดหนัง จนถึงวันมรณภาพ
ได้ศึกษาพระธรรมวินัย ในสำนักของพระอุปัชฌาย์
และมีความอุตสาหะศึกษาในวิปัสนาธุระ ในสำนักของอุปัชฌาย์เช่นกัน

เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๘ หลวงพ่อเจ้าคุณสุนทรฯ ได้รับสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร
ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นโท ได้เป็นกำลังช่วยบริหารกิจการของวัดตลอดมา
เป็นการแบ่งเบาภาระเจ้าอาวาส จนกระทั่งได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสองค์ที่ ๗
นับแต่สถาปนาเป็นพระอารามหลวง
การปกครองหลวงพ่อเจ้าคุณสุนทรฯ ได้เคารพต่อพระธรรมวินัย กฎหมาย
กฎมหาเถรสมาคม ข้อบังคับระเบียบ และคำสั่งของคณะสงฆ์
ปฏิบัติงานเด็ดขาดเป็นที่เคารพยำเกรงของบุคคล ผู้อยู่ภายใต้การปกครอง และประชาชนทั่วๆ ไป

ท่านศึกษาในอักรสมัย (ภาษาขอม) จนเกิดความชำนาญในการอ่านและการเขียนเป็นอย่างดี
และต่อมาได้ค้นคว้าหลักวิชาการ ในแนวทางปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน
จนเป็นผู้ฝึกแนะนำให้กุลบุตรได้ปฏิบัติตามแนวทางที่ถูกที่ควรดำเนิน เพื่อให้เกิดเป็นสุปฏิบัติ
โดยควรแก่ความรู้ความสามารถของหลวงพ่อเจ้าคุณสุนทรฯ ที่ท่านได้วิริยะอุตสาหะ
สั่งสมอบรมมา นับว่าเป็นกำลังสำคัญของพระศาสนาที่จะช่วยกันทำนุบำรุง
พระปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ ให้สืบต่ออายุพระพุทธศาสนาสืบต่อไป

หลวงพ่อเจ้าคุณสุนทรฯ ไม่ใช่นักพูด แต่ท่านเป็นนักทำ
คือทำตนของท่านให้ศิษยานุศิษย์ และสาธุชน ได้เห็นได้ศึกษา
ในการประพฤติปฏิบัติของท่าน นับว่าเป็นผลดีของการปกครองในด้านการเผยแผ่
ก็เท่ากับเป็นการเผยแผ่ตัวอย่างที่ดีให้แก่ชนรุ่นหลังได้เห็นได้รู้เอาเป็นครูในการดำเนินรอยตาม

งานบูรณปฏิสังขรณ์ก่อสร้างเสนาสนะนั้น
ท่านได้ทำมาก่อนที่ท่านจักได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส จับงานมาแต่สมัยเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส
ฉะนั้น งานก่อสร้างปฏิสังขรณ์พระอารามจึงไม่เป็นของแปลก และหนักใจของท่าน
ท่านมิได้ถือว่างานก่อสร้างเป็นเรื่องของสมภารเจ้าวัด เอกลาภเป็นของลูกวัด
ท่านถือเสียว่างานก่อสร้างทุกชิ้นที่เกิดขึ้นในวัดเป็นสมบัติของพระศาสนา
เป็นของส่วนรวม เป็นส่วนกลาง เป็นที่บำเพ็ญกุศลของสาธุชนทั่วไป
ฉะนั้น ในยุคสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ จึงได้ก่อสร้างปฏิสังขรณ์ ปรับปรุงเพิ่มเติมกุฏิคณะใต้
ได้บอกบุญปลูกศรัทธาให้นางชิต นุชเนตร คหปตานี นางขุนเทียน
สร้างมณฑปเป็นที่ประดิษฐานพระบาทจำลอง ซึ่งตั้งอยู่ริมคลองหน้าวัดด้านทิศเหนือ
ปฏิสังขรณ์พระอุโบสถ เปลี่ยนเครื่องบนมุมกระเบื้อง ยกช่อฟ้าใหม่
ซ่อมศาลาพุทธบาท ศาลาราย บอกบุญสร้างเมรุ ศาลาทึม
และปฏิสังขรณ์เสนาสนะไว้เป็นจำนวนมาก ทำให้พระอารามเป็นที่เจริญตาเจริญใจ
ของสาธุชนผู้เข้าไปในวัดให้เกิดศรัทธาปสาทะ น้อมใจเข้าสู่แนวทางปฏิบัติ
ให้เกิดปัญญาเห็นชัดตามสภาพธรรมในขั้นต่อไป

หลวงพ่อเจ้าคุณสุนทรฯ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ ตำแหน่งที่การงานโดยลำดับ ดังนี้
พ.ศ. ๒๔๖๗ เป็นพระใบฎีกา ฐานานุกรมในพระภาวนาโกศล (หลวงปู่เอี่ยม สุวณฺณสโร)
พ.ศ. ๒๔๖๘ เป็นพระสมุห์ ฐานานุกรมในพระภาวนาโกศล (หลวงปู่เอี่ยม สุวณฺณสโร)
พ.ศ. ๒๔๗๐ เป็นพระปลัด ฐานานุกรมในพระวิเชียรกวี (ฉัตร อินฺทสุวณฺโณ)
พ.ศ. ๒๔๗๘ เป็นพระครูสัญญาบัตรผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นโท (ฝ่ายวิปัสสนา)
พ.ศ. ๒๔๙๔ เป็นพระครูสัญญาบัตรผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นเอก
พ.ศ. ๒๕๐๐ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระสุนทรศีลสมาจาร
พ.ศ. ๒๕๐๒ เป็นผู้รักษาการในตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดหนัง
พ.ศ. ๒๕๐๓ เป็นเจ้าอาวาสวัดหนัง

ท่านเป็นพระเถระที่ฝักไฝ่อยู่ในวิปัสสนาธุระเท่าที่องค์ปัญญาจะเกิดมีขึ้นแก่ท่าน
และได้แนะนำให้พระภิกษุ ทายกทายิกา ผู้มีศรัทธาปสาทะในแนวทางปฏิบัติ
ให้ได้รับเรียนวิปัสสนาในสำนักของท่าน และต่างสำนัก
กิจวัตรที่ท่านมีพลังศรัทธาอยู่มาก และสนใจอยู่มากนั้นก็คือ ธุดงควัตร
เมื่อเป็นพระอันดับอยู่ ท่านถือการธุดงค์เป็นประจำทุกๆ ปี
มาจนตราบเท่าเจริญพรรษายุกาลมากขึ้นโดยลำดับ
ได้ทราบว่า หลวงพ่อพระวิเชียรกวี (ฉัตร อินฺทสุวณฺโณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดหนังองค์ที่ ๖
ในสมัยที่ท่านมีชีวิตอยู่ ได้ขอร้องให้อยู่กับวัดโดยมิให้เดินธุดงค์จาริกไปในคามนิคมชนบท
เพราะเห็นความสำคัญในหลวงพ่อเจ้าคุณสุนทรฯ เกี่ยวกับเรื่องวัดวาอาราม
และการอนุเคราะห์ทายกทายิกาผู้หันหน้ามาพึ่ง เพื่อบำบัดทุกข์โศกโรคภัยนานาประการ
และอีกประการหนึ่งก็เท่ากับว่า หลวงพ่อเจ้าคุณสุนทรฯ เป็นกำลังเป็นมือขวา
ของหลวงพ่อเจ้าคุณพระวิเชียรกวี เมื่อท่านละทิ้งวัดไปนานๆ ก็เกิดความว้าวุ่นใจ
ของพระเถระผู้ปกครองวัด ขาดผู้แบ่งเบาภาระ ขาดที่ปรึกษากิจการงาน
ด้วยความเคารพและเห็นใจที่หลวงพ่อทั้งสองมีต่อกันเป็นพื้นอยู่แล้ว เมื่อท่านขอร้องเช่นนั้น
ท่านจะไม่ยอมรับเหตุผล ก็เห็นจะผิดวิสัยของท่านผู้ปรารถนาดีต่อกัน จึงจำยอมปฏิบัติตาม

หลวงพ่อเจ้าคุณสุนทรฯ เป็นพระเถระผู้ใหญ่ที่มั่นคงอยู่ในเพศพรหมจรรย์ตลอดชีวิต
ความเป็นสมณะของท่านตั้งอยู่ในพรหมวิหารธรรม
ให้ความคุ้นเคยเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับบุคคลทุกชั้นทุกวรรณะ
มิได้แสดงอาการอันเป็นเหตุให้อาคันตุกะได้รับความหนักใจ
เพราะความมากไปด้วยเมตตากรุณานั่นเอง ท่านจึงต้องใช้สังขารอย่างกรากกรำ
เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่คนที่หันหน้ามาพึงท่าน มิได้คำนึงถึงความเหน็ดเหนื่อย
ไม่ใคร่มีเวลาพักผ่อน เวลาไม่เป็นของท่าน กิจธุระนอกวัดก็มากขึ้นตามลำดับ
เมื่อกลับถึงวัดก็ควรจักได้พักผ่อน ถึงวัดถึงกุฏิก็ต้องแก้ปัญหา บำบัดความทุกข์เวทนาของบุคคล
ผู้มาคอยหวังความอนุเคราะห์อยู่เป็นประจำ เพราะความคุ้นเคยเป็นกันเองนั่นเอง
จึงมีผู้ศรัทธาปสาทะในท่านเป็นจำนวนมาก ท่านได้บำเพ็ญตนอยู่ในลักษณะนี้ชั่วอายุของท่าน
จึงเป็นเหตุให้เราคนวัดเกือบจะไม่ได้ยินใครเรียกว่า พระสุนทรศีลสมาจาร ว่า เจ้าคุณ
มีแต่ใช้คำเรียกท่านว่า “หลวงพ่อ” ทั้งในวัดและนอกวัดในที่ทั่วๆ ไป
เรียกหลวงพ่อกันได้อย่างสนิทใจ เหมือนกับเป็นพ่อของคนเหล่านั้นโดยความรู้สึก
โดยปกติคนเราเมื่อมีทุกข์ภัยเกิดขึ้น ก็ไม่มีคนอื่นจะดีไปกว่า บิดามารดาฉันใด หลวงพ่อก็ฉันนั้น
จึงเปรียบเสมื่อนว่าเป็นร่มโพธิ์ร่มไทร ให้ความร่มเย็นแก่ชาวบ้านชาววัดมาเป็นเวลานานปี


--------------------------------------------
:b50: :b49: :b50:
:b44: :: ที่มา :: :b8:
ประวัติ “วัดหนัง ราชวรวิหาร” กรุงเทพมหานคร
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=24&t=44689

ประวัติและปฏิปทา “หลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=44681


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 5 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร