วันเวลาปัจจุบัน 22 ก.ค. 2018, 07:55  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 10 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ต.ค. 2012, 17:56 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6885

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


ธรรมยาตราครั้งที่ ๔

รูปภาพ

การเดินธรรมยาตราครั้งที่ ๔ มุมไบ-อชันตา ประเทศอินเดีย
ระหว่างวันที่ ๘ มกราคม-๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕
...ดำริโดย...หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ


คำปรารถของหลวงพ่อสนอง กตปุญโญ
“เราจะเดินธรรมยาตราครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย เพราะเราเดินจนครบแล้วทุกที่”


ลำดับเหตุการณ์...เดินธรรมยาตราครั้งสุดท้าย

๗ มกราคม ๒๕๕๕
หลวงพ่อออกเดินทางจากเยอรมัน ภายหลังฟื้นจากอาการอาพาธหนักด้วยภาวะหัวใจหยุดเต้นชั่วขณะ ที่วัดสังฆทานไทย-เยอรมัน กรุงเบอร์ลิน ได้ไม่นาน

๘ มกราคม ๒๕๕๕
หลวงพ่อเดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ในเวลาประมาณ ๐๘.๐๐ น. เช้า เข้าพักผ่อนที่วัดสังฆทาน จ.นนทบุรี เพื่อเตรียมตัวออกเดินทางไปอินเดียในเวลาประมาณ ๒๑.๐๐ น. ท่านมีอาการอ่อนเพลีย ใบหน้าซีด เดินช้าลง แต่ยังยิ้มรับและทักทายญาติโยมจำนวนมากมายที่มาส่งท่านยังสนามบิน

๙ มกราคม ๒๕๕๕
เวลา ๐๒.๐๐ น. ถึงสนามบินที่มุมไบ หลวงพ่อดูอ่อนเพลียมากขึ้น ท่านเล่าว่า “พอเครื่องบินขึ้น มันดึงท่านวูบไปเลย จนเครื่องแตะพื้นจึงรู้สึกตัว”

ท่านยังหน้าซีดและดูอ่อนเพลียมาก แต่ยังเมตตาเดินตรวจเยี่ยมญาติโยมด้วยความเป็นห่วงว่า สัมภาระที่นำมาครบหรือไม่ ระหว่างที่รอสัมภาระ ท่านขอนั่งบนรถเข็นของที่อยู่ข้างโคนเสาในสนามบิน ขอน้ำดื่ม ก้มหน้า และสูดยาดมตลอดเวลา รอจนทุกคนพร้อม ท่านจึงออกเดิน แต่รถจอดห่างตัวอาคารมากท่านบอกว่า

“โอ้โห ! วิบากเราหนักนะ”

ถึงที่รถจอด ท่านเดินดูว่าคณะขนของเรียบร้อยหรือยัง เมื่อเดินไม่ไหว ขอนั่งอยู่ที่บนรถเข็นของ ดมยาตลอดเวลา พระนิมนต์ท่านให้ขึ้นไปนั่งรอในรถที่จัดมาให้หลวงพ่อเป็นพิเศษถึงสองครั้ง ท่านจึงยอมไปแล้วหันมาบอกว่า “ช่วยกันดูแลให้เรียบร้อยนะ”

คณะถึงที่พักที่เจดีย์นาราสถูปา มุมไบ ในเวลา ๐๔.๐๐ น. หลวงพ่อจึงเข้าพักในเต็นท์

๑๐ มกราคม ๒๕๕๕
เช้า...ท่านฉันข้าวต้ม ปลาเค็ม และงาคั่วตำที่เค็มจนขม บ่าย...หลวงพ่อมีภาวะหายใจลำบากจากน้ำท่วมปอด ด้วยท่านเป็นโรคหัวใจและโรคไตอยู่เดิมแล้ว ท่านกล่าวกับพระอุปัฏฐากที่อยู่ในเต็นท์ว่า

“ผมเริ่มหนักแล้ว กระวนกระวายที่่ท้อง อึดอัด ผมหายใจไม่ค่อยออก”

หลวงพ่อปลดอังสะออก ขยับเปลี่ยนท่าเพื่อให้หายใจสะดวกขึ้น ทั้งก้ม ทั้งบิดตัว เงยหน้าไปมา พระอุปัฏฐากพยายามเช็ดตัวและโบกพัดให้คลายร้อน แล้วเรียนถามท่านว่า “จะให้ช่วยทำอะไร” หลวงพ่อตอบว่า “ขอผมทำสมาธิพักนึง อย่าให้ใครมายุ่ง”

แล้วหลวงพ่อก็นอนตะแคงข้างซ้าย งอตัวเอามือหนุนศรีษะ พระอุปัฏฐากออกไปจากเต็นท์ประมาณ ๔๕ นาที จึงกลับมาเรียก “หลวงพ่อครับๆ” ๒ ครั้ง เว้นห่างกัน ๑๐ นาที ครั้งที่ ๓ หลวงพ่อจึงร้อง “อือ” แล้วพลิกตัวกลับมา อากาศข้างนอกร้อนมาก หลวงพ่อพลิกตัวบ่อย พระอุปัฎฐากต้องพัดตลอดเวลา

ตกเย็น...พระเจ้าหน้าที่ฝ่ายประสานงานเรียนหลวงพ่อว่า “พรุ่งนี้จะออกเดินเพราะชาวพุทธระหว่างทาง เขารู้กำหนดการเดินและเตรียมการต้อนรับ”

หลวงพ่อตอบว่า “ถ้าให้ผมเดินพรุ่งนี้ก็ไปได้ แต่จะไม่เจอผมอีกเลย”

แล้วหลวงพ่อก็ขอเลื่อนการเดินทางอีก ๒ วัน ช่วงค่ำ...หลวงพ่อออกมาหน้าเต็นท์เพื่อต้อนรับญาติโยมชาวอินเดีย ซึ่งพาครอบครัวมากราบสักการะอย่างต่อเนื่อง ถวายข้าวของและเงินรูปี หลวงพ่อก็ยิ้มแล้วให้พร พวกเขามารอทำวัตร นั่งสมาธิพร้อมกับคณะชาวไทย โดยมีหลวงพ่อนั่งเป็นประธานที่หน้าเต็นท์ทั้งที่ท่านอาพาธหนัก คืนนั้น...ท่านมีอาการที่น่าเป็นห่วงมาก คงเนื่องจากภาวะน้ำท่วมปอดจนเกิดอาการหายใจไม่ออก

๑๑ มกราคม ๒๕๕๕
หลวงพ่อนอนพักทั้งวัน บ่ายๆ จนตกเย็นชาวอินเดียก็หลั่งไหลเข้ามากราบสักการะหลวงพ่ออย่างมากมาย หลวงพ่อก็เมตตาเช่นเดิม แต่หลวงพ่อดูอ่อนแรงมากขึ้น พูดเสียงเบาลง

๑๒ มกราคม ๒๕๕๕
คณะสงฆ์ได้รับกิจนิมนต์ไปรับสังฆทานที่ Global Vipassana Mumbai จากท่านโคเอก้าและภรรยา แต่หลวงพ่อขอพัก ช่วงบ่ายอากาศร้อน พระอุปัฏฐากพาหลวงพ่อไปนอนพัก ณ ที่ใกล้เจดีย์ใต้ปะรำพิธี อากาศเย็นสบาย หลวงพ่อนอนพักตั้งแต่ ๑๓.๐๐ น. จนถึง ๑๖.๓๐ น. ก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา แล้วถามว่า “ผมหลับไปนานเท่าไร”

พระอุปัฏฐากตอบว่า “๓ ชั่วโมงกว่าครับ”

“โอ้โห ! เราหลับไปนานขนาดนั้นเลยเหรอ นี่หลายปีมานี้ผมเพิ่งได้นอนถึง ๓ ชั่วโมงครึ่ง” พอได้ฟังแล้วแทบน้ำตาไหล นอน ๓ ชั่วโมงครึ่ง คือ มากสำหรับท่าน วันนั้น...ท่านพักผ่อนได้เต็มที่เพราะปลอดทั้งคนและว่างจากกิจ อาการที่แน่นหายใจไม่ออกเริ่มทุเลาจนหายไป ตกเย็น...หลวงพ่อออกเดิน ท่านมีอาการเดินเซเล็กน้อย ท่านขอไปรับลมและสูดอากาศชายทะเล ท่านพูดเสียงเบามากขึ้นและร่างกายยังคงดูอ่อนเพลีย

๑๓ มกราคม ๒๕๕๕
เช้า...คณะสงฆ์ออกไปบิณฑบาตที่หมู่บ้านชาวพุทธ หลวงพ่อยังคงพักอยู่ที่เตนท์และบอกกับคณะว่า “ต้องเริ่มออกเดินในวันพรุ่งนี้เพราะเจ้าของที่โบราณสถานเขาไล่”

๑๔ มกราคม ๒๕๕๕
หลวงพ่อออกบิณฑบาตแต่เช้า เดินนำคณะ ด้วยใบหน้าที่อิ่มเอิบ ชาวบ้านรอใส่บาตรตามทางจนถ่ายบาตรแทบไม่ทัน ระยะทางบิณฑบาตประมาณ ๔ กิโลเมตร เป็นการเตรียมความพร้อมการเดินของหลวงพ่อ เพราะหลวงพ่ออาพาธมาหลายวันแล้ว เมื่อถึงในตัวเมืองจึงฉันอาหารและพักค้างคืน บรรดาชาวบ้านเข้ามารุมล้อมหลวงพ่อ เพื่อถวายของสักการบูชาอย่างมากมาย ตั้งแต่บ่ายจนมืดค่ำ หลวงพ่อดูอ่อนเพลียมาก อากาศก็ร้อนเพราะเป็นลานสนามออกกำลังไม่มีร่ม หลวงพ่ออาพาธครานี้เจียนตาย แต่ท่านทำหน้าที่ผู้นำอย่างอาจหาญ และเมตตาต่อทุกคนอย่างเสมอหน้า ผู้คนที่เข้ามากราบขอพรหลวงพ่อไม่รู้เลยว่า...ขณะที่ท่านยิ้มรับพูดคุยและให้พรนั้น ท่านกำลังอาพาธหนัก ตกค่ำ...พวกชาวพุทธพากันมาสวดมนต์นั่งสมาธิโดยมีหลวงพ่อเป็นประธานในการสวดมนต์และแสดงพระธรรมเทศนา โดยมีแม่ชีดานีเป็นผู้แปลให้กับหมู่ญาติชาวอินเดีย

๑๖ มกราคม ๒๕๕๕
หลวงพ่อและคณะออกเดิน ท่านเหมือนปกติ แต่ก็เดินช้ากว่าการเดินเมื่อ ๓ ครั้งแรก เดินไป...พักไป เมื่อเดินเข้าไปในเมือง เหมือนเกิดจลาจลย่อยๆ ถนนแน่นขนัดด้วยคนต้อนรับที่ใส่ชุดขาว มาโปรยดอกไม้ทั้งสองข้างทาง มีชาวพุทธนับหมื่นคนอยู่บนถนนเห็นเป็นระยะทางไกลนับกิโล พวกเขาเหล่านั้นเดินตามหลวงพ่อ พร้อมกับนำสิ่งของ ข้าวสารและน้ำมาถวายกันอย่างมากมาย หลวงพ่อท่านเมตตาให้เขาเหล่านั้นเข้ากราบจนดึก

วันต่อมา...ด้วยหลวงพ่อท่านประสงค์ที่จะเดินทางขึ้นเขา แต่การเดินทางครั้งนี้นับว่าเป็นอันตรายต่อชีวิตของท่านมาก เนื่องจากท่านมีภาวะความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และปัญหาทางไต...

๒๐ มกราคม ๒๕๕๕
หลวงพ่อประสงค์เดินขึ้นไปยังถ้ำบนเขาปลาวาฬเพื่อไปพักค้างคืน แต่ทางขึ้นนเขานั้นชันมาก เส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่พระถังซำจั๋งเคยเดินทางมาก่อน คณะเดินทางถึงที่พักบนเขาเมื่อเวลาประมาณบ่าย ๒ โมง ท่านเรียกช่างภาพมา เพื่อให้ถ่ายรูปท่านหน้าเขาปลาวาฬ มีพระคุณเจ้าขอเข้าไปถ่ายรูปด้วย แต่หลวงพ่อท่านบอกว่า “เดี๋ยวขอถ่ายเดี่ยว เอาให้ชัดๆ นะ ขยายใหญ่ไว้หน้าศพเรา”

ที่ในถ้ำ...มีโยมแอบเข้าไปกราบท่านในขณะที่ท่านพักผ่อนและกำลังมีอาการอาพาธ ท่านเมตตาให้ธรรมะกับโยมคนนั้นว่า “ให้เข้มแข็ง อย่าอ่อนแอ ให้เชื่อมั่นในความดี”

อีกหลายวัน...เมื่อเดินทางถึงถ้ำออโรร่า หลวงพ่อท่านหยุดเดินที่หน้าถ้ำอีกครั้ง ท่านเรียกช่างภาพให้มาถ่ายภาพอีก ๒ ภาพ คือ ภาพที่ท่านนั่งอยู่บนเก้าอี้และภาพยืน ท่านขอถ่ายภาพเดี่ยวและใช้คำพูดประโยคเดิม คือ “ถ่ายให้ชัดๆ นะ จะขยายใหญ่ไว้หน้าศพ”

หลวงพ่อให้สติในการเดินธรรมยาตราครั้งสุดท้ายนี้ว่า

“ฝึกให้มันผ่านเวทนาให้ได้ ตั้งสติให้ดี สิ่งที่มันเกิดขึ้นกับเราผ่านมาแล้วก็ผ่านไป...
ไม่มีอะไรตั้งอยู่นาน ความทุกข์มันไม่ตั้งอยู่นาน...ความสุขก็ไม่ตั้งอยู่นาน เราอย่าโง่กว่ามัน
เราอย่ามัวแต่นั่งเพ้อฝัน เอามาคิดเราก็เสียใจ ใจตีใจ ไม่มีใครมาตี ใจตีใจเราเอง
อย่าไปยึดว่า ผัวกู เมียกู อาจารย์กู สุดท้ายก็ไม่มีอะไรเป็นของกูเลย กูไปคนเดียว
แต่ก่อนที่จะไปมันเจ็บเหลือเกินปวดเหลือเกิน เวทนาที่เกิดขึ้น
เรามีความสามารถที่จะทนมันหรือยัง เราเห็นพ่อแม่เราก่อนตาย
มันเจ็บมันปวดทรมานแค่ไหน เราต้องอดทนมาฝึกเอง ฝึกให้มันผ่านเวทนาให้ได้”


รูปภาพ

รูปภาพ


:b8: ขอขอบพระคุณที่มาของรูปภาพ
https://www.facebook.com/kay.montakan

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ต.ค. 2012, 05:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6885

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ
ในการเดินธรรมยาตราครั้งที่ ๔ มุมไบ-อชันตา ประเทศอินเดีย
ระหว่างวันที่ ๘ มกราคม-๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕


รูปภาพ

หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ นำเวียนเทียนรอบ ณ นาลาโสปาราสถูป
ก่อนเริ่มออกเดินธรรมยาตราครั้งที่ ๔
“เมืองนาลาโสปารา” อยู่ชานนครมุมไบ (ชื่อเดิมคือ นครบอมเบย์)
ประเทศอินเดีย


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ต.ค. 2012, 05:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6885

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ ช่วงพักระหว่างเดินธรรมยาตราครั้งที่ ๔

รูปภาพ

หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ นั่งพักระหว่างทางขึ้นเขาปลาวาฬ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

บริเวณเขาปลาวาฬ

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ต.ค. 2012, 05:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6885

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ




:b8: ขอขอบพระคุณที่มาของรูปภาพ
facebook ธรรมะสว่างใจ หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ

https://www.facebook.com/pages/%E0%B8%9 ... 9721081016
facebook วรนาถ โรจนนาค
https://www.facebook.com/profile.php?id=100002709799706

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ธ.ค. 2012, 07:33 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6885

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

รูปภาพ

หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ
เจ้าอาวาสวัดสังฆทาน บ้านบางไผ่น้อย ต.บางไผ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี
พระนักเผยแผ่ธรรม-พระนักปฏิบัติด้านวิปัสสนากรรมฐานชื่อดัง
ผู้ก่อตั้งสถานีวิทยุ “สังฆทานธรรม”
ได้ละสังขารด้วยอาการสงบแล้ว ด้วยโรคไตวายและโรคหัวใจ
ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรมกตปุญโญ (สวนธรรมกิจสุนทร)
ต.ปากน้ำ อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี
ซึ่งองค์หลวงพ่อท่านได้ลงไปพำนักจำพรรษาอยู่ในปีนี้
เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๕ เวลาประมาณ ๒๑.๓๙ น.
สิริรวมอายุได้ ๖๘ ปี ๔ เดือน พรรษา ๔๘

• หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ วัดสังฆทาน ละสังขารแล้ว •
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=1&t=43080

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 มิ.ย. 2013, 13:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6885

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


ธรรมยาตราครั้งที่ ๑

รูปภาพ

พระเดชพระคุณหลวงพ่อสนอง กตปุญโญ เริ่มเดินธุดงค์อินเดียครั้งแรกเมื่อราว ๓๐ ปีก่อนเพียงองค์เดียว ตอนไปทัวร์อินเดียกับพันโทสุพจน์ โพธิสว่าง แต่สิ่งที่หลวงพ่อท่านคิดเอาไว้มานานแล้วแต่ยังไม่มีโอกาสคือ เดินธุดงค์ไปตามสังเวชนียสถาน

ผู้จุดประกายความตั้งใจของหลวงพ่อให้สำเร็จ คือ แม่ชีคริสติยาน่า ซึ่ง แม่ชีและพระอาจารย์ฟิลบา เคยเดินกันมาก่อนครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อปี ๒๕๕๑ หลวงพ่อท่านไปจำพรรษาที่พุทธคยา ทั้งสองท่านจึงชวนหลวงพ่อเดินธุดงค์อินเดียจนเป็นปฐมเหตุของคำว่า ธรรมยาตราแดนพุทธภูมิ

กำหนดการเดินทางในครั้งนั้น เป็นการเดินไปตามสังเวชนียสถานเริ่มจาก พุทธคยา-สารนาถ-กุสินาราและลุมพินี ผู้ร่วมเดินทางทั้งหมด ๒๔ ท่าน ระยะทางรวม ๖๗๕ กิโลเมตร ตั้งแต่วันที่ ๓ มกราคม ถึง ๓ เมษายน ๒๕๕๒

การเดินประเทศอินเดียครั้งแรกถือว่าทุกอย่างใหม่ทั้งหมด จึงต้องลองผิดลองถูกกันหลายครั้ง เรื่องที่กินที่พัก ห้องน้ำห้องท่า ความเป็นอยู่ทุกคนต้องปรับตัวให้เร็วที่สุด ซึ่งต้องขอบอกว่าต่างจากการเดินที่ประเทศไทยพอสมควร เหตุการณ์ต่างๆ อยู่ในหนังสือธุดงค์อินเดีย ซึ่งคณะของหลวงพ่อได้พบเจอกับเรื่องราวต่างๆ มากมายทั้งดีและร้าย ทั้งสุขและทุกข์ ทั้งหัวเราะรอยยิ้มและน้ำตา ทั้งร้อน หนาว ฝน พายุ ทั้งเวทนาทางกายและใจ โดยเฉพาะองค์หลวงพ่อท่านรับวิบากกรรมมากที่สุด ทั้งอาเจียนและสภาพร่างกายที่บอบช้ำ แต่สิ่งที่หลวงพ่อท่านสอนให้ดูโดยไม่ได้พูด คือ ขันติธรรม

ผู้ร่วมเดินทางได้เห็นคุณธรรมของหลวงพ่ออย่างแท้จริง เรื่องความเสียสละ ความเป็นผู้นำ ความสันโดษเรียบง่าย กินง่ายนอนง่าย ไม่มีตัวตน ความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญ ที่สำคัญคือ ท่านเข้าฌานเดิน

เหตุการณ์น่าประทับใจมีหลายตอน เช่น หลวงพ่อสรงน้ำทั้งจีวรเพราะอากาศร้อนมาก, พบนักบวชชีเปลือยและนักบวชคลุกขี้เถ้า, วันบูชาเจ้าแม่กาลี, โจรปล้น, คนบ้ามานอนรำให้ดู, พราหมณ์ใจดี, หลวงพ่อแก้กรรมให้หลวงพ่อจักรพนธ์, เดินตะลุยดงถ่านหิน, ลูกศิษย์ดื้อหลงทาง, เท้าพองสามชั้น, นั่งสมาธิถ่ายพลังให้หลวงพ่อ, เจอวิญญาณที่วัดไทย ๙๖๐ เป็นต้น

ถ้อยคำสำคัญที่หลวงพ่อมักจะเล่าย้อนหลังเมื่อกลับมาถึงเมืองไทยว่า “มาเดินอินเดียครั้งนี้ เราหมดกรรมที่เป็นมานาน คือ อาการปวดหลังเมื่อตอนตกเขาที่ถ้ำหมีหายไปเลย...”

การเดินธุดงค์ครั้งนี้มาจบลงในช่วงหัวค่ำของวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๒ ณ พระวิหารมายาเทวี ลุมพินีวัน สถานที่ทรงประสูติ หลวงพ่อก็เรียกทุกคนมาประชุมแล้วให้โอวาทไว้ว่า

“การที่พวกเราทุกคนร่วมเดินทางกันมาในครั้งนี้ ย่อมมีสุข มีทุกข์ร่วมกัน ตลอดทางที่ผ่านมาย่อมมีการกระทบกระทั่งซึ่งกันและกัน ก็ให้อภัยกัน ที่พวกเราได้เดินกันมานี้มีไม่กี่คนที่จะทำได้อย่างพวกเรา อาจจะเป็นเพราะนิสัยเก่าของแต่ละคนที่เคยทำกันมา ซึ่งชาติก่อนอาจจะเคยเดินกันมาแล้ว ชาตินี้นิสัยนั้นก็ติดตามมาทำให้ได้มาเดินตามพุทธสถานกันต่อ แต่การที่เราเดินธุดงค์ครบทั้งสี่สถานที่อินเดียนี้ ไม่ใช่ว่าเราเก่ง แล้วไปพูดที่เมืองไทยว่าเราเดินสำเร็จ ใครถามก็ตอบไปแบบสำรวม ไม่ต้องคุยโม้โอ้อวดใดๆ…”

หลวงพ่อให้โอวาทต่อไปว่า “ตามทางที่เราเดินไปมองเห็นชาวบ้านเขามีความเป็นอยู่กันอย่างลำบาก เป็นอุทาหรณ์ให้กับพวกเราให้มีความอดทน ซึ่งตลอดการเดินทางที่ผ่านมาผู้ที่แบกภาระมากที่สุดในคณะของเราคือหลวงพ่อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรๆ หลวงพ่อก็ต้องแก้ไข ส่วนเรื่องเจ็บไข้ได้ป่วยนี่หลวงพ่อก็รับมากกว่าใครทั้งหมด เป็นผู้นำก็ต้องเข้มแข็งอดทน ไม่แสดงอาการให้กองทัพเสียขวัญเสียกำลังใจ และที่พวกเราทุกคนทุกท่านนั่งอยู่ตรงนี้...ที่นี้...ปัจจุบันนี้นั้น...เมื่อพ้นจากตรงนี้เรื่องของพวกเราก็เป็นอดีตไป และอีกไม่นานเราก็จะได้ยินชื่อคนนั้นคนนี้ ที่นั่งอยู่ที่นี้ ล้มหายตายจากกันทีละคนๆ.…”

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 มิ.ย. 2013, 14:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6885

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


ธรรมยาตราครั้งที่ ๓

หลวงพ่อสนอง กตปุญฺโญ นำพาคณะศิษยานุศิษย์
เดินธรรมยาตราสันติภาพโลก ครั้งที่ ๓ แดนพุทธภูมิ
ระหว่างวันที่ ๑๓ มกราคม-๙ มีนาคม ๒๕๕๔


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

ออกรับบิณฑบาตโปรดศรัทธาญาติโยมชาวอินเดีย
ณ เมืองอัครา (Agra) รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย


รูปภาพ

บริเวณ “ต้นพระศรีมหาโพธิ์” ณ พุทธคยา แดนตรัสรู้

รูปภาพ

บันทึกภาพร่วมกัน ณ สถานทูตไทยในกรุงนิวเดลลี

รูปภาพ

รูปภาพ

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 มิ.ย. 2013, 12:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6885

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


:b8: ขอขอบพระคุณที่มาของรูปภาพ
facebook สังฆทานนิวส์ วัดสังฆทาน

https://www.facebook.com/sanghathannews

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 ก.ย. 2013, 16:27 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 พ.ค. 2013, 10:07
โพสต์: 376

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กราบหลวงพ่อสนอง กตปุญโญ ครับ คิดถึงหลวงพ่อนะครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ก.ย. 2015, 12:58 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 1609


 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss ระลึกถึงองค์หลวงพ่อสนองเช่นกันค่ะ :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 10 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร