วันเวลาปัจจุบัน 22 ม.ค. 2018, 05:19  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 108 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4, 5 ... 8  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ก.ย. 2011, 14:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6859

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ


**************************************************

ภาพที่ ๑
ท่านสุเมธดาบสนอนทอดกายให้พระทีปังกรสัมมาสัมพุทธเจ้า
และเหล่าพระอรหันตสาวกเหยียบดำเนินข้ามเลนตม



ท่านสุเมธดาบสนอนทอดกายให้พระทีปังกรสัมมาสัมพุทธเจ้า
และเหล่าพระอรหันตสาวกเหยียบดำเนินข้ามเลนตม
สุเมธดาบสตั้งความปรารถนาว่า
ขอให้ได้สร้างบารมีจนตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่ง
ในอนาคตกาลภายภาคหน้า
พระทีปังกรสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงพยากรณ์ว่า
ต่อไปในภายภาคหน้า กาลเวลาอีก ๔ อสงไขยกำไรแสนมหากัปป์
สุเมธดาบสที่นอนทอดกายให้เราเหยียบนี้
จักได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่ง
ทรงพระนามว่า พระโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า

ซึ่งก็คือพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันนี้นั่นเอง
ส่วนสตรีชุดเขียวในรูปที่นั่งอยู่ด้านข้างคือ นางสุมิตตากุมารี
เมื่อได้สดับฟังพุทธพยากรณ์ดังนั้นแล้ว
ก็ได้นำดอกบัว ๘ ดอกมาบูชาพระพุทธเจ้า
ตั้งปรารถนาให้ได้เป็นผู้ร่วมสร้างบารมีกับสุเมธดาบส
ที่อธิษฐานปรารถนาสร้างบารมีเพื่อไปสู่พุทธภูมิท่านนี้
ภายหลังนางสุมิตตากุมารีได้มาบังเกิดเป็น
พระนางพิมพายโสธรา อัครมเหสีของเจ้าชายสิทธัตถะ


**************************************************

“สุเมธดาบส” ใคร่ครวญธรรม
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=26&t=39615

----------------------------------------

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ก.ย. 2011, 14:02 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6859

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ก.ย. 2011, 14:02 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6859

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

• "ลุมพินี" หว่างกลาง…. ทางวิถี
สองธานี "กบิลพัสดุ์"…. สหัสา
“เทวะทะหะ" ข้างฝ่าย…. พระมารดา
คือเคหา คราประสูติ…. พระจอมคน

• ใน “วันเพ็ญเดือนหก”…. ปรกสวัสดิ์
"สาละ" จัด ผลัดกิ่ง…. ทิ้งดอกผล
โน้มกิ่งไว้ ใช้จับ…. ระงับทน
พอผ่านพ้น สกลก้อง…. ร้องครางครวญ

• มีน้ำฟ้า มาโปรย…. โรยสระสรง
สี่พรหมองค์ ทรงชื่น…. ระรื่นสรวล
ทินกร อ่อนให้…. ได้แสงนวล
ทุกผู้ล้วน ชวนซร้อง…. ร้องยินดี

• เจ็ดก้าวย่าง กลางบุษย์…. ผุดรองรับ
ธ ประทับ จับนิ่ง…. สิ่งเป็นศรี
เปล่งวาจา ว่าไว้…. ในธาตรี
ว่าชาตินี้ คือที่สุด…. หยุดแล้วเรา

เมื่อพระนางเจ้ามายาทรงพระครรภ์ ๑๐ เดือนบริบูรณ์ มีพระทัยปรารถนาจะเสด็จไปเมืองเทวทหะนคร อันเป็นชาติภูมิ จึงทูลลาพระเจ้าสุทโธทนะพระราชสามี เสด็จโดยราชยานสีวิกามาศ ในวันวิสาขะปุณณมี เพ็ญเดือน ๖ ออกจากพระนครในเวลาเช้า เสด็จไปตามมรรคาโดยสวัสดี บรรลุถึงลุมพินีสถาน ตั้งอยู่ระหว่างพระนครทั้งสอง คือ กบิลพัสดุ์และเทวทหะ เป็นรมณียสถาน บุบผากำลังผลิตดอกหอมฟุ้ง พระนางปรารถนาจะเสด็จประพาส เสด็จดำเนินไปถึงร่มไม้สาละพฤกษ์ ทรงยกพระหัตถ์เหนี่ยวกิ่งสาละซึ่งอ่อนน้อมค้อมลงมา ประจวบลมกัมมัชวาตหวั่นไหวประชวรพระครรภ์ ใกล้ประสูติ เจ้าพนักงานทั้งหลายก็รีบจัดสถานที่ผูกม่านแวดวงเข้ากับภายใต้ร่มไม้สาละถวายเท่าที่พอจะทำได้ พระนางมายา ประทับยืนผันพระปฤษฏางค์พิงเข้ากับลำต้นมงคลสาละพฤกษ์ พระหัตถ์ขวาเหนี่ยวกิ่งสาละ ทอดพระเนตรไปยังปราจีนทิศ เจ้าชายสิทธัตถะประสูติ

ในกาลนั้น ท้าวสุธาวาสมหาพรหมทั้ง ๔ พระองค์ ก็ทรงถือข่าย
ทองรองรับพระกายไว้ ในที่เฉพาะพระพักตร์พระราชเทวีแล้วกล่าวว่า
พระแม่เจ้าจงทรงโสมนัสเถิด พระราชโอรสที่ประสูตินี้ มีมเหศักดา
อานุภาพยิ่งนัก ขณะนั้นท่ออุทกธาราทั้งสองก็ไหลหลั่งลงมาจาก
อากาศ ท่อหนึ่งเป็นน้ำร้อน ท่อหนึ่งเป็นน้ำเย็น ตกลงมาโสรจสรง
พระกายพระกุมารกับพระราชมารดา

ท้าวจตุโลกบาลทั้ง ๔ พระองค์ ทรงรับพระราชกุมารไปจากพระ
หัตถ์ท้าวมหาพรหม ต่อนั้น นางนมทั้งหลายจึงรองรับพระองค์ ขณะ
นั้นพระราชกุมาร ก็เสด็จอุฏฐาการลงจากมือนางนมทั้งหลาย เสด็จ
เหยียบยืนยังพื้นด้วยพระบาททั้งสองเสมอเป็นอันดี พระกุมารทอด
พระเนตรไปยังปราจีน แล้วพระกุมารเจ้าก็บ่ายพระพักตร์ไปทางทิศ
อุตตรทิศ เสด็จย่างพระบาทไปบนพื้นแผ่นทอง อันท้าวจตุโลกบาล
ถือรองรับไว้ได้ ๗ ก้าว แล้วทรงหยุดประทับยืนบนทิพยปทุมบุบผา
ชาติ อันมีกลีบได้ ๑๐๐ กลีบ ทรงเปร่งพระสุรเสียงอันไพเราะ
ดำรัสอาภิสวาจาด้วยพระคาถาว่า

“อคฺโคหมสฺมิ โลกสฺส เชฏฺโฐ เสฏฺโฐ หมสฺมิ อยนฺติมา เม ชาติ
นตฺถิทานิ ปุนพฺภโวฯ” = (ในโลกนี้ เราเป็นยอด เป็นผู้เจริญที่สุด
เป็นผู้ประเสริฐที่สุด การเกิดของเรานี้เป็นครั้งสุดท้าย ภพใหม่ไม่มี)

ขณะนั้น โลกธาตุก็บังเกิดมหัศจรรย์หวั่นไหว รัศมีพระอาทิตย์ก็อ่อน
มิได้ร้อนเย็นสบาย มหาเมฆก็ตั้งขึ้นในทิศทั้งหลาย ยังวัสโสทกให้
ตกลงในที่นั้นๆ โดยรอบ ทิศานุทิศทั้งหลายก็โอภาสสว่างยิ่งนัก
ทั้งสรรพบุพพนิมิตปาฏิหาริย์ต่างๆ ก็ปรากฏมี


ร้อยกรอง “ภาพพุทธประวัติ” โดย นก พลัดถิ่น

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ก.ย. 2011, 14:02 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6859

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ก.ย. 2011, 14:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6859

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ก.ย. 2011, 14:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6859

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

• “สิทธัตถะ” พระกุมาร…. สราญสวน
แวดล้อมถ้วน ล้วนประยุร-….วงศา
“เทวทัต” นัดไว้…. ร่วมไคลคลา
เสวนา พาเพลิน…. จำเริญใจ

• หงส์ตัวหนึ่ง ซึ่งตก…. อกปักษร
พระทินกร ช้อนอุ้ม…. คุมแก้ไข
“เทวทัต” สลัดศร…. วิ่งย้อนไป
ร่ำร้องให้ ใช้หงส์…. พระองค์คืน

• กุมารา หาส่ง…. อันหงส์ไม่
“เทวทัต” ขัดใจ…. ร่ำไห้ฝืน
เรื่องร้อนส่ง องค์ประชุม…. กลุ่มยั่งยืน
ต้องรื้อฟื้น ไต่สวน…. ทบทวนกัน

• ต่างชี้ชัด มัดแน่น…. แก่นกฎหมาย
ชีวีให้ ได้เกิด…. เปิดสุขสันต์
“สิทธัตถะ” ผู้ให้…. ได้ชีวัน
เจ้าหงส์นั้น มั่นคง…. องค์กุมาร

• “เทวทัต” ขัดจิต…. คิดแก้แค้น
ในอกแน่น แก่นโกรธ…. โทษหักหาร
ต่อนี้ไป เราท่าน…. ผ่านเนิ่นนาน
ต้องเผาผลาญ รานกัน…. จนวันตาย

• องค์กุมาร คร้านโกรธ…. โทษวงศา
เวทนา พาหงส์…. ดำรงหมาย
ครั้นหงส์ดี มีแรง…. แข่งพระพาย
จึงปล่อยให้ ไปบิน…. ถิ่นเสรี


ร้อยกรอง “ภาพพุทธประวัติ” โดย นก พลัดถิ่น

***************************************

วันหนึ่งในฤดูร้อน พญาหงส์สีขาวสะอาดตัวหนึ่ง
บินนำฝูงผ่านพระอุทยานของพระเจ้ากรุงกบิลพัสดุ์
บ่ายหน้าไปทางทิศเหนือสู่ถิ่นพำนัก ณ ยอดเขาหิมาลัยโพ้น
ความขาวของฝูงหงส์ ซึ่งทาบอยู่บนท้องฟ้าสีครามดูประหนึ่งทางช้างเผือก
ยังความนิยมยินดีให้แก่ผู้ที่ได้พบเห็นยิ่งนัก แต่สำหรับ พระเทวทัตกุมาร มิได้เป็นเช่นนั้น
น้ำพระทัยของเจ้าชายองค์น้อยนี้ เป็นพาลเหี้ยมโหดมุ่งแต่จะทำลายเป็นที่ตั้ง
พอทอดพระเนตรเห็นฝูงหงส์ เธอก็ทรงยกลูกศรขึ้นพาดสาย
น้าวคันธนูจนเต็มแรงยิงออกไปทันที ลูกศรนั้นวิ่งขึ้นไปถูกพญาหงส์สีขาว
ซึ่งกำลังบินร่อนร่าเริงใจอยู่บนอากาศ ถลาตกลงสู่เบื้องล่างทันที

ขณะนั้น พระสิทธัตถกุมาร พระโอรสแห่งพระเจ้ากรุงกบิลพัสดุ์
กำลังทรงสำราญอยู่ในพระอุทยานนั้นด้วย ทรงทอดพระเนตรเห็น พญาหงส์
ร่วงตกลงมาในเขตพระอุทยาน พระองค์จึงละเสียจากการเล่นโดยสิ้นเชิง แล้วรีบเสด็จออกไปค้นหา
ในที่สุดก็พบนกที่น่าสงสารนั้นกำลังดิ้นรน กระเสือกกระสนด้วยความเจ็บปวดอยู่บนพื้น
โดยที่ปีกข้างหนึ่งของมันมีลูกศรเสียบทะลุคาอยู่ เจ้าชายองค์น้อยบังเกิดความเวทนายิ่งนัก
ทรงอุ้มหงส์นั้นขึ้นจากพื้น ประคองกอดแต่เบาๆ มิให้วิหคเคราะห์ร้ายตื่นตกใจ
ทรงชักลูกศรที่เสียบอยู่บนปีกนั้นออกเสีย
แล้วทรงนำใบไม้ที่มีรสเย็นมาปิดบาดแผลเพื่อให้โลหิตหยุดไหล
เจ้าชายน้อยทรงรำพึงถึงความทุกข์ของพญาหงส์
อันมีกายปรากฏเป็นบาดแผลใหญ่แล้ว ก็ทรงทอดถอนพระหฤทัย

พระกุมารนั้นแม้จะมีพระชนมายุเพียง ๘ พระชันษา ยังทรงพระเยาว์นัก
ชอบที่จะแสวงสุขอย่างเด็กอื่นๆ แต่พระองค์กลับคิดใคร่ครวญถึงความเจ็บปวดของพญาหงส์
อันความทุกข์สำแดงอยู่ในเวลานั้น จึงทรงปลอบนกด้วยพระวาจาอ่อนหวาน
และอุ้มกอดมันไว้กับทรวงอกให้อบอุ่น ทั้งลูบขนปลอบโยนให้คลายความหวาดกลัว

เมื่อพระเทวทัตกุมาร ผู้เป็นพระญาติเรียงพี่เรียงน้องของพระสิทธัตถกุมาร
เสด็จมาพบเข้าก็ทวงคืน ทรงพยายามจะแย่งนกนั้นไปเสียให้ได้
โดยอ้างว่า ตนเป็นเจ้าของนกตัวนั้นเพราะเป็นผู้ยิงมันตกลงมาได้
พระสิทธัตถกุมารทรงปฏิเสธที่จะมอบนกให้โดยตรัสว่า
“ถ้านกตายมันจึงจะเป็นของผู้ยิง แต่เมื่อมันยังมีชีวิตอยู่
ควรจะเป็นของผู้ที่ให้ความช่วยเหลือมัน
เรามิเคยมีใจที่จะมอบนกตัวนี้ให้กับใครทั้งสิ้นตราบใดที่มันยังคงบาดเจ็บอยู่”


ต่างฝ่ายก็ไม่ยินยอมต่อกัน ในที่สุดเจ้าชายสิทธัตถะจึงเสนอขึ้นว่า
“ข้อพิพาทนี้ควรจักต้องนำไปให้บรรดานักปราชญ์ของแผ่นดิน
พิพากษาตัดสินชี้ขาดในที่ประชุม”
เจ้าชายเทวทัตก็เห็นด้วย

ณ ที่ประชุมนักปราชญ์แห่งนครกบิลพัสดุ์
ในวันนั้นได้ยกกรณีพิพาทเรื่องหงส์ตัวนี้ขึ้นมาพิจารณา มีการถกเถียงกันเป็นอย่างมาก
ฝ่ายหนึ่งเห็นว่า เจ้าชายเทวทัตควรเป็นเจ้าของนก เพราะเป็นผู้ยิงมันตกลงมาได้
อีกฝ่ายหนึ่ง มีความเห็นว่า นกควรเป็นของเจ้าชายสิทธัตถะ
เพราะเป็นผู้พบมันก่อนและได้ช่วยชีวิตมันเอาไว้

เมื่อมีผู้แสดงความคิดเห็นแตกแยกขัดแย้งกันดังนี้ การประชุมก็ไม่เป็นที่ยุติลงได้

จนในที่สุดมี นักปราชญ์ท่านหนึ่ง ซึ่งไม่เคยมีใครรู้จักพบเห็นมาก่อน
ได้ก้าวออกมาและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอันดังท่ามกลางที่ประชุมนั้นว่า
“ในโลกนี้ชีวิตเป็นของล้ำค่ายิ่ง ไม่ว่าใครก็ต่างรักและหวงแหนชีวิตตน
ผู้ที่ช่วยเหลือสัตว์ได้ชื่อว่า เป็นผู้ให้ชีวิต
แต่ผู้ที่ทำลายชีวิตสัตว์ให้ดับล่วงไปได้ชื่อว่า เป็นผู้เข่นฆ่า
ผู้ใดกรุณาต่อสัตว์ เป็นผู้ช่วยเหลือสัตว์ บุคคลนั้นจึงสมควรเป็นเจ้าของ
ดังนั้น ขอให้นกตัวนี้จงเป็นของเจ้าชายสิทธัตถะ ผู้ที่ช่วยชีวิตมันไว้เถิด”


ทุกคนในที่ประชุมต่างเห็นด้วยกับ
ถ้อยคำอันมีเหตุผลเที่ยงธรรมของนักปราชญ์ผู้นั้น
จึงตัดสินให้เจ้าชายสิทธัตถะเป็นผู้รับเอาหงส์

ซึ่งพระองค์ได้ทรงพยายามช่วยชีวิตนั้นไป
หลังจากนั้นพระกุมารน้อยทรงเอาพระทัยใส่ดูแลนกนั้นอย่างเอื้ออารีที่สุด
จนกระทั่งบาดแผลของมันหายสนิท มีกำลังวังชาฟื้นคืนดีแล้ว
พระองค์ก็ทรงปล่อยมันให้บินกลับไปอยู่รวมฝูงกับพวกพ้องของมัน
ในสระกลางป่าลึกด้วยความผาสุกสืบไป

พระสิทธัตถกุมารองค์น้อยนี้แหละ ในกาลต่อมาคือ พระบรมศาสดา
ผู้ประกาศพุทธศาสนาด้วยหลักธรรมแห่งเมตตา
ให้บรรดาเวไนยสัตว์ทั้งหลาย ทั้งมนุษย์ เทพยดา และยักษ์มารอสูร
ได้ประจักษ์แจ้งในสัทธรรมอันสูงสุด
พระปรีชาญาณและดวงหทัยอันเปี่ยมไปด้วยมหาเมตตาคุณ
ได้ฉายแสงปรากฏให้ชนทั้งหลายได้ชื่นชมตั้งแต่ครั้งกระนั้นเป็นต้นมา

***************************************

:b44: เจ้าชายสิทธัตถะ-เจ้าชายเทวทัต และพญาหงส์
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=39873

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ก.ย. 2011, 14:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6859

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

• ครั้นสิบหก ชันษา…. ทรงกล้าแกร่ง
ประลองแข่ง แผลงศร…. ต้อนสักขี
ทะลุกลาง หว่างหาง…. จามรี
องค์ศิลป์ศรี นี้เก่ง…. ระเบ็งนาม

• “สหัสถา มธนู”…. คู่บุรี
ชายชาตรี พันถ้วน…. จึงควรหาม
ธ ดีดสาย หมายลอง…. กลับก้องตาม
ทั่วเขตคาม ถามลั่น…. สนั่นอึง

• ประยูรญาติ คาดหวัง…. ตั้งเทพิน
ทุกถ้วนถิ่น ผินผาย…. หมายผูกทึ้ง
จึงยอมให้ ในบุตรี…. ที่คำนึง
พร้อมคาดถึง วันวิวาห์…. พามงคล

• องค์ "พิมพา" มารศรี…. เทวีเจ้า
บุตรีเผ่า โกลิยะ…. ชนะผล
อภิเษก เอกองค์…. ธ ทรงพล
ทั่วสถล เขตคาม…. ว่างามดี

ครั้งหนึ่ง เหล่าประยูรญาติต้องการทดลองความสามารถ โปรดให้นำ “สหัสถามธนู” (ธนูมีน้ำหนักที่คนจำนวน ๑,๐๐๐ คน รวมกันจึงจะยกขึ้นได้) มาแล้ว ทรงยกคันธนูขึ้น พร้อมกับแสดงศิลปศาสตร์ธนู ๑๒ ประการ ทรงลองดีดสายธนูก่อนยิง เสียงสายธนูดังกระหึ่มไปทั้งกรุงกบิลพัสดุ์ จนคนทั้งเมืองที่ไม่รู้ และไม่ได้มาชมเจ้าชายยิงธนู ถามกันว่านั่นเสียงอะไร เมื่ออาทิตย์อัสดงแล้ว ก็ทรงแผลงศรไปถูกขนหางจามรีอันอยู่ไกลถึง ๑ โยชน์ขาดกึ่งกลาง

ทำให้ประยูรญาติยอมรับและเต็มใจยกพระราชธิดาให้เป็นคู่อภิเษกสมรส รวมถึงพระนางพิมพาหรือยโสธรา พระราชธิดาของพระเจ้าสุปปพุทธะและพระนางอมิตา แห่งเทวทหะนครตระกูลโกลิยวงค์

“สหัสถามธนู” เขียนแบบบาลี สหสฺสถามธนุ อ่านว่า สะ-หัด-สะ-ถา-มะ-ทะ-นุ
เขียนแบบไทยเป็น สหัสถามธนู อ่านว่า สะ-หัด-สะ-ถา-มะ-ทะ-นู
ประกอบด้วยคำว่า สหสฺส = จำนวนพัน, ถาม = กำลัง เรี่ยวแรง, ธนุ = ธนู

สหสฺสถาม แปลว่า กำลังของคนจำนวนพันคน

สหสฺสถามธนุ - สหัสถามธนู จึงหมายถึง ธนูที่ต้องใช้กำลังของคนจำนวนพันคนจึงจะยกขึ้น ขึ้นสาย โก่งคันธนู และยิงออกไปเจ้าชายสิทธัตถะทรงมีพละกำลังมหาศาลเท่ากับกำลังของคนตั้งพัน จึงสามารถยิงธนูนี้ได้ แต่เมื่อพิจารณาในแง่สำนวนภาษา “สหัสถามธนู” มีความหมายว่า ธนูชนิดพิเศษ ธนูที่ทำขึ้นอย่างพิเศษ มีคุณสมบัติพิเศษทำนองเดียวกับอาวุธบางอย่างเช่นปืนชนิดพิเศษอะไรทำนองนั้น

ให้ความหมาย “สหัสถามธนู” โดยนาวาเอกทองย้อย แสงสินชัย


ร้อยกรอง “ภาพพุทธประวัติ” โดย นก พลัดถิ่น

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ก.ย. 2011, 14:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6859

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

• ครั้นเจริญวัย ให้เรียน…. เพียรศึกษา
ฝึกวิชา "วิศวามิตร"…. ประสิทธ์ศรี
ทั้งเลขกล ดลจิตร…. พร้อมฤทธี
ทรงถ้วนถี่ มีวินัย…. ใช้ความเพียร

• สิบแปดศาสตร์ เชี่ยวชาญ…. อ่านได้หมด
รู้เจนจบ ครบถ้วน…. กระบวนเขียน
แม้ศรศาสตร์ กราดยิง…. สิ่งควรเรียน
ไม่ผิดเพี้ยน เศียรเลิศ…. ประเสริฐดี

• พระบิดา ทรงสร้าง…. ปรางค์ปราสาท
งามวิลาศ มาศแม้น…. แดนพระศรี
สามฤดู อยู่เย็น…. เช่นวารี
ทุกข์หลีกลี้ หนีไกล…. ไม่เคยเจอ

• พระบิดร อ้อนองค์…. ดำรงศักดิ์
ริผูกรัก ถักใจ…. ให้พลั้งเผลอ
ปิโยรส สดใส…. ใฝ่บำเรอ
ธ เสนอ สนองให้…. ใช้ปราณี

เจ้าชายสิทธัตถะทรงได้รับการศึกษาศิลปวิทยาในสำนักครูวิศวามิตร ทรงเป็นนักศึกษาที่ทรงภูมิปัญญา ฉลาด เรียนรู้ได้เร็ว นอกจากความรู้ตามหลักการศึกษาทฤษฎีต่างๆ แล้ว (ศิลปศาสตร์ ๑๘ ประการ) ยังทรงศึกษาฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ การยิงธนู ซึ่งผู้จะดำรงตำแหน่งพระมหากษัตริย์ในอนาคต จำจะต้องเรียนรู้และฝึกฝนให้เก่งกล้า มีพละกำลังเป็นเยี่ยมอีกด้วย

พระราชบิดามีพระราชประสงค์จะให้เจ้าชายสิทธัตถะทรงครองเพศฆราวาส เป็นพระจักพรรดิ จึงพระราชทานความสุขเกษม แวดล้อมด้วยความบันเทิงนานาประการ เพื่อผูกพระทัยให้มั่นคงในทางโลก เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะเจริญพระชนม์ได้ ๑๖ พรรษา ดำริว่าพระโอรสสมควรจะได้อภิเษกสมรส จึงโปรดให้สร้างปราสาทอันวิจิตรงดงาม ๓ หลัง ๓ ฤดู คือ ฤดูร้อน “รมยปราสาท” ฤดูฝน “สุรมยปราสาท” ฤดูหนาว “สุภปราสาท”


ร้อยกรอง “ภาพพุทธประวัติ” โดย นก พลัดถิ่น

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ก.ย. 2011, 14:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6859

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ก.ย. 2011, 14:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6859

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ก.ย. 2011, 14:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6859

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

• เปิดพระแกล แลร้อง…. ป้องเสี่ยงสั่ง
ฉันนะนั่ง ฟังความ…. ไม่รอช้า
รีบขวนขวาย หมายผูก…. ปลุกอาชา
พระล้นฟ้า คลาไคล…. เข้าไปดู

• เห็นกานดา มารศรี…. เทวีน้อง
กรประคอง รองบุตร…. สุดอดสู
เกิดความรัก ภักดิ์เติม…. เพิ่มโฉมตรู
แต่หยุดอยู่ ไม่ผ่าน…. ด้านภายใน

• หากแม้นต้อง องค์บุตร…. พิสุทธิ์ศรี
พระเทวี ต้องตื่น…. ขมขืนไหม้
จะทรงร้อง ครวญคร่ำ…. ระกำใจ
ยิ่งทำให้ ไม่กล้าจร…. รอนแรมลา

• ธ อาลัย ในบุตร…. สุดหักห้าม
อยากล้มความ ตั้งใจ…. เข้าไปหา
ไม่อยากจร ขอนอนเล่น…. กับแก้วตา
แต่ฟันฝ่า หักขื่น…. หมื่นอาลัย

สั่งเสร็จแล้วก็เดินไปตำหนักใน เพื่อจะเสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์
ล่ำลา พระนางพิมพาและพระโอรส แต่เมื่อเสด็จเข้าไป ก็ต้องชะงัก
พระบาทแค่พระทวาร ด้วยพระนางพิมพากอดพระราหุลอยู่ หาก
พระองค์แตะต้องตัวพระโอรส พระนางพิมพาต้องตื่น และคงห้ามปราม
มิให้พระองค์ออกบวช และคงจะโทรมนัสอย่างหนัก จึงหักพระทัย
ไม่เสด็จเข้าไปภายใน พระองค์ต้องทรงหักห้ามพระทัยเป็นอย่างมาก
เมื่อเสด็จลงมานายฉันนะ ได้เตรียมม้ากัณฐกะ ไว้เรียบร้อย
การเสด็จออกบรรพชาในครั้งนี้ เรียกว่า เสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์
(การเสด็จออกเพื่อคุณอันยิ่งใหญ่)


ร้อยกรอง “ภาพพุทธประวัติ” โดย นก พลัดถิ่น

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ก.ย. 2011, 14:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6859

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

• ครั้นถึงฝั่ง ลำนที …ที่ยิ่งใหญ่
ส่งเหลียวไป ไต่ถาม… นามสนอง
"อโนมา" เยียมเด่น… มิเป็นรอง
แสนผยอง ฉลองนาม …ข้ามนที

• ธ เสด็จ ดำเนินลง… ตรงพื้นทราย
วิลาศพราย คล้ายเงินยวง …จากสรวงศรี
ทรงตรัสสั่ง ฉันนะ… ละจากที
เครื่องทรงนี้ รีบรับ… แล้วกลับไป

• ทูลชนก ชนนี… ให้ดีหนา
บอกเจ้าว่า เราอยู่ดี… มีสดใส
ธประทับ จับโมลี… พระขรรค์ชัย
ตัดผมไว้ ในมือ… ถือโองการ

• โอมเทพไท้ เทวฤทธิ์… สถิตย์ฟ้า
หากบุญญา ข้านี้… มีสุขศานต์
จะได้เป็น ศาสดา… พาชื่นบาน
ได้กล่าวขาน ผ่านสาวก… ปรกจิตใจ

• ขอโมลี นี้ลอย… อย่าถอยต่ำ
หากถลำ มิได้เป็น… เช่นกล่าวไว้
ขอโมลี ต่ำลง… อย่าคงไป
แล้วเขวี้ยงให้ ลอยล่อง… ท่องอัมพร

• “ท้าวสักก เทวราช”… ปราดรองรับ
แก้วตลับ รับเหิร… เนินสิงขร
นำโมลี นี้สถิตย์ …"ดาวดึงส์" ธร
แดนอัปสร “จุฬามณี”… ศรีธรรมา

• “ฆฏิการ มหาพรหม…” บรมมิตร
ธสถิตย์ แดนสวรรค์… พลันหรรษา
นำบริขาร แปดองค์… นั้นลงมา
มอบมหา เปลี่ยนทรง… องค์มุนี

• ธ กล่าวลา ข้าบาท… “กัณฐกะ”
สั่งฉันนะ ละไป… ใช่หลีกหนี
อัศดร มองแล… พระภูมี
เศร้าครั้งนี้ สุดทน… จนตัวตาย

เมื่อทราบว่าพ้นเขตกบิลพัสดุ์แล้ว จึงเสด็จลงจากหลังอัศวราชประทับเหนือหาดทรายขาวสะอาด ทรงรับสั่งแก่นายฉันนะว่า “เราจักบรรพชาถือเพศเป็นบรรพชิต ณ ที่นี้ เจ้าจงนำเครื่องประดับกับม้ากัณฐกะกลับพระนครเถิด”

ทรงดำริว่า “พระเกศานี้ไม่สมควรแก่สมณะ” จึงทรงจับพระเมาลีด้วยพระหัตถ์ซ้าย พระหัตถ์ขวาทรงพระขรรค์ตัดพระเมาลีให้ขาดออกด้วยพระองค์เองพระเกศาก็ปรากฏยาวประมาณสององคุลี ม้วนกลมเป็นทักขิณาวัฏ คือเวียนขวา ทุกๆ เส้น และคงอยู่อย่างนั้นตราบถึงปรินิพพาน ทรงตั้งจิตอธิษฐาน

“หากเราได้เป็นพระพุทธเจ้า ขอให้จุกพระเกศานี้ประดิษฐานอยู่กลางอากาศเถิด อย่าได้ตกลงมา แม้นมิได้ตรัสรู้สมความประสงค์ขอให้พระเมาลีตกลงสู่พื้นพสุธา”

แล้วโยนขึ้นไปบนอากาศสูงประมาณหนึ่งโยชน์ พระอินทร์ ได้นำผอบแก้วรองรับพระเมาลีแล้วอัญเชิญไปบรรจุไว้ที่ “พระจุฬามณี” คือ พระธาตุเจดีย์ ที่บรรจุพระเกศาธาตุ หรือผมของพระพุทธเจ้า ตั้งอยู่ ณ ดาวดึงส์พิภพ และมหาพรหมนามว่า “ฆฏิกาพรหม” ได้อัญเชิญ “เครื่องอัฐบริขาร” หรือสิ่งจำเป็นสำหรับบรรพชิตมาน้อมถวาย

ทรงตรัสสั่งให้นายฉันนะผู้ติดตามพร้อมม้ากัณฐกะกลับไปแจ้งข่าวการเสด็จออกบวชแก่พระราชบิดา ม้ากัณฐกะอัศวราช บังเกิดความโศกเศร้าจึงล้มลงขาดใจตาย ด้วยอนุภาพผลสวามิภักดิ์กตัญญูจึงไปจุติเป็น กัณฐก เทพบุตรในดาวดึงส์เทวโลก เมื่อนายฉันทะมหาดเล็กกลับมากราบทูลเรื่องที่เจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกบรรพชา เหล่าราชวงศ์ศากยะจึงได้แต่เฝ้ารอคอยข่าวการตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาณของพระบรมโพธิสัตว์เจ้าสืบไป


ร้อยกรอง “ภาพพุทธประวัติ” โดย นก พลัดถิ่น

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ก.ย. 2011, 14:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6859

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ก.ย. 2011, 14:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6859

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ก.ย. 2011, 14:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6859

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 108 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4, 5 ... 8  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร


cron