วันเวลาปัจจุบัน 18 ม.ค. 2020, 08:36  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=28



กลับไปยังกระทู้  [ 7 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ก.ค. 2009, 19:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.พ. 2008, 10:00
โพสต์: 724

แนวปฏิบัติ: พอง-ยุบ
งานอดิเรก: ปฏิบัติวิปัสสนา
อายุ: 0
ที่อยู่: เกษตร-นวมินทร์ กรุงเทพฯ

 ข้อมูลส่วนตัว


อนัตตลักขณสูตร แปลว่า สูตรที่แสดงลักษณะของอนัตตา
ตามใจความที่ได้ ทรงปฏิเสธอัตตาโดย ๒ นัยคือ
๑.ความที่ไม่มีอัตตาในสังขารทั้งหลาย
๒.ความที่สังขารทั้งหลายไม่ไช่อัตตา
สรุปคือ ไม่มี และ ไม่ไช่
อนัตตลักขณสูตร ถือเป็นพระสูตรที่ ๒ ของพระพุทธศาสนาที่มีความสำคัญ
เพราะพระองค์ตรัสปฏิเสธอัตตาไว้โดยชัดแจ้ง ไม่ไช่โดยปริยายที่ใครๆจะมาอ้างได้ว่า
พระพุทธเจ้าบอกใบ้หรือแย้มเรื่องอัตตาและอนัตตาไว้ ถ้ามีเช่นนั้นก็แสดงว่า ผู้ที่กล่าว
อ้างเอาเอง กล่าวตู่เอง
ก็โดยที่สมัยนั้น ความเชื่อเรื่องอัตตายังมีอยู่มาก จึงเป็นการสมควรและเหมาะกับสมัย
ที่พระพุทธองค์จะแสดงสิ่งที่พระองค์ค้นพบ ว่าแท้จริงแล้ว การถืออัตตากันมาอย่างยาว
นานนั้น ไม่ไช่เป็นการถูกต้อง และอนัตตลักขณสูตรนี้เอง ทำให้มีพระอริยบุคคลชั้น
พระอรหันต์เกิดขึ้นในโลกเพิ่มอีก ๕ ท่าน เพราะพระสูตรนี้ทำให้ปัญจวัคคีย์ภิกษุทั้งหมด
สำเร็จเป็นพระอรหันต์

.....................................................
เอกายโน อยํ ภิกฺขเว มคฺโค สตฺตานํ วิสุทฺธิยา โสกปริเทวานํ สมติกฺกมาย
ทุกฺขโทมนสฺสานํ อตฺถงฺคมาย ญายสฺส อธิคมาย นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย ยทิทํ
จตฺตาโร สติปฏฺฺฐานา ฯ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ก.ค. 2009, 19:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.พ. 2008, 10:00
โพสต์: 724

แนวปฏิบัติ: พอง-ยุบ
งานอดิเรก: ปฏิบัติวิปัสสนา
อายุ: 0
ที่อยู่: เกษตร-นวมินทร์ กรุงเทพฯ

 ข้อมูลส่วนตัว


พระสูตรอันข้าฯ(พระอานนท์) ได้ฟังมาอย่างนี้ ว่า
ในสมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้า ประทับอยู่ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ในเมืองพาราณสี. ในกาลนั้นแล พระผู้มีพระ
ภาคเจ้า ตรัสเรียกภิกษุปัญจวัคคีย์ทั้งห้ามาแล้ว ตรัสว่า

ภิกษุทั้งหลาย รูปเป็นอนัตตา.ภิกษุทั้งหลาย ก็ถ้ารูปนี้เป็นอัตตา รูปนี้ไม่ควรเป็นไปเพื่อการเบียดเบียน และ บุคคล
พึงได้ในรูปว่า รูปของเราจงเป็นอย่างนี้ จงอย่าได้เป็นอย่างนี้. ภิกษุทั้งหลาย ก็เพราะเหตุที่รูปเป็นอนัตตา รูปย่อม
เป็นไปเพื่อการเบียดเบียน และ บุคคลย่อมไม่ได้ในรูปว่า รูปของเราจงเป็นอย่างนี้ จงอย่าได้เป็นอย่างนี้.ฯ

เวทนาเป็นอนัตตา. ภิกษุทั้งหลาย ก็ถ้าเวทนานี้เป็นอัตตา เวทนานี้ไม่ควรเป็นไปเพื่อการเบียดเบียน และ บุคคลพึง
ได้ในเวทนาว่า เวทนาของเราจงเป็นอย่างนี้ จงอย่าได้เป็นอย่างนี้. ภิกษุทั้งหลาย ก็เพราะเหตุที่เวทนาเป็นอนัตตา
เวทนาย่อมเป็นไปเพื่อการเบียดเบียน และ บุคคลย่อมไม่ได้ในเวทนาว่า เวทนาของเราจงเป็นอย่างนี้ จงอย่าได้เป็น
อย่างนี้.ฯ

สัญญาเป็นอนัตตา. ภิกษุทั้งหลาย ก็ถ้าสัญญานี้เป็นอัตตา สัญญานี้ไม่ควรเป็นไปเพื่อการเบียดเบียน และ บุคคลพึง
ได้ในสัญญาว่า สัญญาของเราจงเป็นอย่างนี้ จงอย่าได้เป็นอย่างนี้. ภิกษุทั้งหลาย ก็เพราะเหตุที่สัญญาเป็นอนัตตา
สัญญาย่อมเป็นไปเพื่อการเบียดเบียน และ บุคคลย่อมไม่ได้ในสัญญาว่า สัญญาของเราจงเป็นอย่างนี้ จงอย่าได้เป็น
อย่างนี้.ฯ

สังขารเป็นอนัตตา. ภิกษุทั้งหลาย ก็ถ้าสังขารนี้เป็นอัตตา สังขารนี้ไม่ควรเป็นไปเพื่อการเบียดเบียน และ บุคคลพึง
ได้ในสังขารว่า สังขารของเราจงเป็นอย่างนี้ จงอย่าได้เป็นอย่างนี้. ภิกษุทั้งหลาย ก็เพราะเหตุที่สังขารเป็นอนัตตา
สังขารย่อมเป็นไปเพื่อการเบียดเบียน และ บุคคลย่อมไม่ได้ในสังขารว่า สังขารของเราจงเป็นอย่างนี้ จงอย่าได้เป็น
อย่างนี้.ฯ

วิญญาณเป็นอนัตตา. ภิกษุทั้งหลาย ก็ถ้าวิญญาณนี้เป็นอัตตา วิญญาณนี้ไม่ควรเป็นไปเพื่อการเบียดเบียน และ
บุคคลพึงได้ในวิญญาณว่า วิญญาณของเราจงเป็นอย่างนี้ จงอย่าได้เป็นอย่างนี้. ภิกษุทั้งหลาย ก็เพราะเหตุที่
วิญญาณเป็นอนัตตา วิญญาณย่อมเป็นไปเพื่อการเบียดเบียน และ บุคคลย่อมไม่ได้ในวิญญาณว่า วิญญาณของเรา
จงเป็นอย่างนี้ จงอย่าได้เป็นอย่างนี้.ฯ

พระผู้มีพระภาคเจ้า “ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอสำคัญข้อนี้อย่างไร รูป เที่ยงหรือไม่เที่ยง”.
ปัญจวัคคีย์ “ไม่เที่ยงพระเข้า”.
พระผู้มีพระภาคเจ้า “รูปที่ไม่เที่ยงนั้น เป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า”.
ปัญจวัคคีย์ “เป็นทุกข์พระเจ้าข้า”.
พระผู้มีพระภาคเจ้า “ก็ รูปที่ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา ควรหรือที่บุคคลจะตามเห็นว่า รูป
นั่นเป็นของเรา เราคือรูปนั่น รูปนั่นเป็นอัตตาของเรา”.
ปัญจวัคคีย์ “หาควรไม่พระเจ้าข้า”.ฯ

พระผู้มีพระภาคเจ้า “ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอสำคัญข้อนี้อย่างไร เวทนา เที่ยงหรือไม่เที่ยง”
ปัญจวัคคีย์ “ไม่เที่ยงพระเข้า”.
พระผู้มีพระภาคเจ้า “เวทนาที่ไม่เที่ยงนั้น เป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า”.
ปัญจวัคคีย์ “เป็นทุกข์พระเจ้าข้า”.
พระผู้มีพระภาคเจ้า “ก็ เวทนาที่ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา ควรหรือที่บุคคลจะตามเห็นว่า เวทนานั่นเป็นของเรา เราคือเวทนานั่น เวทนานั่นเป็นอัตตาของเรา”.
ปัญจวัคคีย์ “หาควรไม่พระเจ้าข้า”.ฯ

พระผู้มีพระภาคเจ้า “ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอสำคัญข้อนี้อย่างไร สัญญา เที่ยงหรือไม่เที่ยง”
ปัญจวัคคีย์ “ไม่เที่ยงพระเข้า”.
พระผู้มีพระภาคเจ้า “สัญญาที่ไม่เที่ยงนั้น เป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า”.
ปัญจวัคคีย์ “เป็นทุกข์พระเจ้าข้า”.
พระผู้มีพระภาคเจ้า “ก็ สัญญาที่ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา ควรหรือที่บุคคลจะตามเห็นว่า สัญญานั่นเป็นของเรา เราคือสัญญา สัญญานั่นเป็นอัตตาของเรา”.
ปัญจวัคคีย์ “หาควรไม่พระเจ้าข้า”.ฯ

พระผู้มีพระภาคเจ้า “ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอสำคัญข้อนี้อย่างไร สังขาร เที่ยงหรือไม่เที่ยง”
ปัญจวัคคีย์ “ไม่เที่ยงพระเข้า”.
พระผู้มีพระภาคเจ้า “สังขารที่ไม่เที่ยงนั้น เป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า”.
ปัญจวัคคีย์ “เป็นทุกข์พระเจ้าข้า”.
พระผู้มีพระภาคเจ้า “ก็ สังขารที่ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา ควรหรือที่บุคคลจะตามเห็นว่า สังขารนั่นเป็นของเรา เราคือสังขาร สังขารนั่นเป็นอัตตาของเรา”.
ปัญจวัคคีย์ “หาควรไม่พระเจ้าข้า”.

พระผู้มีพระภาคเจ้า “ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอสำคัญข้อนี้อย่างไร วิญญาณ เที่ยงหรือไม่เที่ยง”
ปัญจวัคคีย์ “ไม่เที่ยงพระเข้า”.
พระผู้มีพระภาคเจ้า “วิญญาณที่ไม่เที่ยงนั้น เป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า”.
ปัญจวัคคีย์ “เป็นทุกข์พระเจ้าข้า”.
พระผู้มีพระภาคเจ้า “ก็ วิญญาณที่ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา ควรหรือที่บุคคลจะตามเห็นว่า วิญญาณนั่นเป็นของเรา เราคือวิญญาณนั่น วิญญาณนั่นเป็นอัตตาของเรา”.
ปัญจวัคคีย์ “หาควรไม่พระเจ้าข้า”.

เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย บุคคลพึงเห็น รูปอย่างใดอย่างหนึ่งนั่น ที่เป็นอดีต
อนาคต ปัจจุบัน มีภายในหรือภายนอก โอฬารหรือสุขุม เลวหรือประณีต ปรากฏไกลหรือใกล้ ตามความเป็นจริง
ด้วยปัญญาอันชอบ อย่างนี้ว่า รูปนั่นทั้งปวง ไม่ใช่ของเรา เราไม่ใช่รูปนั่น รูปนั่นไม่เป็นอัตตาของเรา.ฯ

บุคคลพึงเห็น เวทนาอย่างใดอย่างหนึ่งนั่น ที่เป็นอดีต อนาคต ปัจจุบัน มีภายในหรือภายนอก โอฬารหรือสุขุม เลว
หรือประณีต ปรากฏไกลหรือใกล้ ตามความเป็นจริง ด้วยปัญญาอันชอบ อย่างนี้ว่า เวทนานั่นทั้งปวง ไม่ใช่ของเรา
เราไม่ใช่เวทนานั่น เวทนานั่นไม่เป็นอัตตาของเรา.ฯ

บุคคลพึงเห็น สัญญาอย่างใดอย่างหนึ่งนั่น ที่เป็นอดีต อนาคต ปัจจุบัน มีภายในหรือภายนอก โอฬารหรือสุขุม เลว
หรือประณีต ปรากฏไกลหรือใกล้ ตามความเป็นจริง ด้วยปัญญาอันชอบ อย่างนี้ว่า สัญญานั่นทั้งปวง ไม่ใช่ของเรา
เราไม่ใช่สัญญานั่น สัญญานั่นไม่เป็นอัตตาของเรา.ฯ

บุคคลพึงเห็น สังขารอย่างใดอย่างหนึ่งนั่น ที่เป็นอดีต อนาคต ปัจจุบัน มีภายในหรือภายนอก โอฬารหรือสุขุม เลว
หรือประณีต ปรากฏไกลหรือใกล้ ตามความเป็นจริง ด้วยปัญญาอันชอบ อย่างนี้ว่า สังขารนั่นทั้งปวง ไม่ใช่ของเรา
เราไม่ใช่สังขารนั่น สังขารนั่นไม่เป็นอัตตาของเรา.ฯ

บุคคลพึงเห็น วิญญาณอย่างใดอย่างหนึ่งนั่น ที่เป็นอดีต อนาคต ปัจจุบัน มีภายในหรือภายนอก โอฬารหรือสุขุม
เลวหรือประณีต ปรากฏไกลหรือใกล้ ตามความเป็นจริง ด้วยปัญญาอันชอบ อย่างนี้ว่า วิญญาณนั่นทั้งปวง ไม่ใช่
ของเรา เราไม่ใช่วิญญาณนั่น วิญญาณนั่นไม่เป็นอัตตาของเรา.ฯ

พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ตรัสพระดำรัสนี้ว่า

ภิกษุทั้งหลาย เมื่ออริยสาวก ฟังแล้วเห็นอยู่ อย่างนี้ ย่อมเบื่อหน่าย ในรูปบ้าง เวทนาบ้าง สัญญาบ้าง สังขารทั้ง
หลายบ้าง วิญญาณบ้าง เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมสิ้นกำหนัด เพราะสิ้นกำหนัดจึงหลุดพ้น เมื่อหลุดพ้นแล้ว ย่อมมีปัญญา
ญาณว่า เราหลุดพ้นแล้ว ย่อมรู้ชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว เราอยู่จบพรหมจรรย์แล้ว เราได้ทำสิ่งที่ควรทำแล้ว สิ่งอื่นเพื่อ
ความเป็นเช่นนี้ หามีไม่.ฯ

ภิกษุปัญจวัคคีย์ มีใจไม่กระสับกระส่าย ได้สรรเสริญภาษิตของพระผู้มีพระภาคเจ้า.ฯ
ก็แล เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสไวยากรณ์นี้อยู่ จิตของปัญจวัคคีย์ภิกษุทั้งหลาย หลุดพ้นแล้ว จากอาสวะ
ทั้งหลาย.ฯ

.....................................................
เอกายโน อยํ ภิกฺขเว มคฺโค สตฺตานํ วิสุทฺธิยา โสกปริเทวานํ สมติกฺกมาย
ทุกฺขโทมนสฺสานํ อตฺถงฺคมาย ญายสฺส อธิคมาย นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย ยทิทํ
จตฺตาโร สติปฏฺฺฐานา ฯ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ก.ค. 2009, 20:32 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12214


 ข้อมูลส่วนตัว


อนุโมทนาสาธุ กับคุณกามโภคีด้วยครับ

นี้แหละ..อนัตตา..ต้องยึดตามพระสูตรนี้ (แบบตรงไปตรงมาเลย ) ขออนุญาติ Copy ใว้หน่อยนะครับ..เพราะมีบางท่านชอบ.ที่จะให้นิพพานเป็นนั้นเป็นนี้..ด้วยการจับนั้นจับนี้มาวิเคราะห์..วิจัย..แล้วก็ยึดถือเป็นจริงเป็นจัง..เกินไป


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ก.ค. 2009, 23:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.พ. 2008, 10:00
โพสต์: 724

แนวปฏิบัติ: พอง-ยุบ
งานอดิเรก: ปฏิบัติวิปัสสนา
อายุ: 0
ที่อยู่: เกษตร-นวมินทร์ กรุงเทพฯ

 ข้อมูลส่วนตัว


:b12: :b12: แหม๋คุณกบฯ ช่างพูดถึงเขา.....

จริงแล้ว ชาวพุทธที่ดี ก็ควรถือเท่าที่มี พิจารณาเท่าที่มี ทำเท่าที่มี
แต่ก็อย่างว่า อยากวิเศษ เลยมั่วมากกว่าที่มี บางคนไปสร้างเงื่อนไขอีกว่า
ถ้าสิ่งใดเที่ยงก็เป็นสุข สิ่งใดสุขก็เป็นอัตตา แล้วโมเมชั่นแนลว่า นิพพาน
พระพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นบรมสุข ก็เลยต้องเป็นอัตตา แท้จริง คิดเท่าที่มีก็พอ

แล้วก๊อบเอาไปอ่ะ อันนี้ผมแปลเองนะ ถ้าผิดอย่าว่ากันล่ะ ฮาาา :b12: :b12:

ส่วนวิบากในการแปลผิดไม่ถูกต้องตามพระพุทธประสงค์ ผมรับเอง ไม่ต้องกลัว

.....................................................
เอกายโน อยํ ภิกฺขเว มคฺโค สตฺตานํ วิสุทฺธิยา โสกปริเทวานํ สมติกฺกมาย
ทุกฺขโทมนสฺสานํ อตฺถงฺคมาย ญายสฺส อธิคมาย นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย ยทิทํ
จตฺตาโร สติปฏฺฺฐานา ฯ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ก.ค. 2009, 16:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ม.ค. 2009, 02:20
โพสต์: 1387

ที่อยู่: สัพพะโลก

 ข้อมูลส่วนตัว


อนุโมทนา สาธุครับ :b8: :b8: :b8:

.....................................................
ผู้มีจิตเมตตาจะไม่มีศัตรู ผู้มีสติปัญญาจะไม่เกิดทุกข์.


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.ค. 2009, 11:22 
 
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.ค. 2009, 10:21
โพสต์: 8


 ข้อมูลส่วนตัว


อนันนตลักขณะอันใด อันสัตว์ทั้งหลายพึงรู้ได้โดยยาก พระสัมพุทธเจ้าได้ทรงประกาศอนัตตลักขณะนั้น เป็นธรรมอันปลดเปลื้องอัตตวาทุปาทาน ความยึดมั่นถือมั่นว่ามีตัวตนและอัตตสัญญา ความสำคัญว่าตนโดยชอบแท้ แก่เหล่าพระโยคี คือปัญจวัคคีย์ ผู้มีสัจจะอันเห็นแล้ว เพื่อให้เจริญญาณอันอุดม เพื่อตรัสรู้ธรรมอันยิ่ง จิตของพระปัญจวัคคีย์เหล่านั้น ผู้มีธรรมอันได้เห็นแล้ว ใคร่ครวญแล้วด้วยญาณ พ้นแล้วจากอาสวะทั้งปวงโดยไม่เหลือด้วยพระสูตรอันใด

.....................................................
ความสุขที่ยิ่งใหญ่ อยู่ในที่ๆเล็กนิดเดียวหนอ..


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.ค. 2009, 20:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.พ. 2009, 20:49
โพสต์: 3961

แนวปฏิบัติ: พอง-ยุบ
งานอดิเรก: อ่านหนังสือ
ชื่อเล่น: นนท์
อายุ: 42
ที่อยู่: นครสวรรค์

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:

สาธุครับ

:b8: :b8: :b8:

.....................................................
แม้มิได้เป็นสุระแสงอันแรงกล้า ส่องนภาให้สกาวพราวสดใส
ขอเป็นเพียงแสงแห่งดวงไฟ ส่องทางให้มวลชนบนแผ่นดิน


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 7 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 5 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร