วันเวลาปัจจุบัน 19 ต.ค. 2019, 09:35  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 26 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 เม.ย. 2013, 19:29 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ส.ค. 2012, 08:50
โพสต์: 86


 ข้อมูลส่วนตัว


ความจริงของชีวิตคือทุกข์ ชีวิตของเราทุกคนกำลังเดินทางอยู่ ท่ามกลางทุกข์โทษภัยนานาชนิด ภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ ไฟไหม้ โจรผู้ร้าย โรคภัยไข้เจ็บ
กล่าวได้ว่าชีวิตของคนเราโดยทั่วไปแล้วก็มีเหตุการณ์ต่างๆ ที่ไม่น่าปรารถนามากดดัน บีบบังคับชีวิตของเรามากมาย หมายถึงโลกธรรมแปดฝ่ายที่ไม่น่าปรารถนา คือ เสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์
พระพุทธเจ้าจึงตรัสไว้ว่า ชีวิตคือทุกข์ ความจริงของชีวิตคือทุกข์ หมายความว่า ความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตายเป็นทุกข์ การประสบกับสิ่งที่ไม่รัก การพลัดพรากจากสิ่งที่รัก ปรารถนาสิ่งใดไม่ได้สิ่งนั้นเป็นทุกข์ ความเศร้าโศกรำไรรำพัน ความไม่สบายกาย ความไม่สบายใจ ความคับแค้นใจ ก็เป็นทุกข์
สมมติว่า เรากำลังอิจฉาใครคนใดคนหนึ่งอยู่เป็นอย่างมากเพราะเห็นเขามีแต่สุขสมหวัง หรือนึกๆ ดูว่าโลกนี้มีชีวิตใครที่น่าอิจฉาบ้าง แต่จริงๆ แล้วไม่ว่าใครจะน่าอิจฉาขนาดไหนก็ตาม เขาเหล่านั้นต่างก็กำลังยืนอยู่ท่ามกลางภัยอันตรายในวัฎสงสารเหมือนๆ กันทุกคน เราทุกคนในโลกนี้ต่างอยู่ท่ามกลางโทษภัยอันตรายที่น่ากลัวในวัฎสงสารกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้น เราไม่ต้องไปคิดน้อยใจอะไร ไม่ต้องไปคิดอิจฉาใคร ไม่ต้องรู้สึกว่าเรามีปมด้อย
ไม่ว่าเราจะเกิดมาในตระกูลดี มีฐานะรำรวยขนาดไหน พ่อแม่พี่น้อง ทุ่มเทความรักความเมตตาให้เรามากแค่ไหน ไม่ว่าเราจะมีกำลังกาย กำลังใจ กำลังทรัพย์ กำลังสติปัญญามากเพียงไรก็ตาม ชีวิตทุกชีวิตย่อมต้องมีอุปสรรคที่ทำให้เราต้องเจ็บกาย เจ็บใจอยู่ไม่มากก็น้อย พระพุทธเจ้าจึงสอนให้เราต้องสร้างกำลังใจให้หนักแน่น ให้พร้อม ถ้าเราประมาท ชีวิตก็จะพังทลายได้ง่ายๆ อย่างที่เราก็มองเห็นตัวอย่างอยู่บ่อยๆ เมื่อผิดหวังในชีวิตแล้วก็ทำใจไม่ได้ ทุกข์ทรมานใจจนถึงกับฆ่าตัวตายก็มี
ถ้าเราเปิดตาเปิดใจกว้างแล้ว เราก็จะเห็นว่าโลกนี้มีคำสอนดีๆ ที่มีคุณค่ามากมาย เราสามารถเรียนรู้ได้จากประสบการณ์ชีวิตของคนอื่น คำสอนต่างๆ จากนักปราชญ์ นักบุญ ครูบาอาจารย์ มีมาตั้งแต่โบราณกาล มีอยู่ทั่วทุกมุมโลก จากฮีบรู อาหรับ จีน ทิเบต อินเดีย ฯลฯ
คำสอนต่างๆ มีความเป็นสากลที่เราสามารถนำมาใช้ในการดำเนินชีวิต เมื่อเกิดทุกข์ มีปัญหาชีวิต กุญแจหรือเคล็ดลับที่จะไขปัญหาก็มีอยู่เสมอ เมื่อมีทุกข์เปรียบเหมือนเราตกลงจากที่สูง
แต่ถ้ามีปัญญาแล้วก็เหมือนกับว่าเรามีลวดสปริงติดอยู่ที่เท้า พร้อมที่จะกระโดดหนีขึ้นมาได้ทันทีเมื่อตกลงไปข้างล่าง พาตัวเองก้าวพ้นจากอุปสรรคพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าได้เสมอ หากมีปัญญาแล้ว ไม่ว่าจะมีทุกข์ มีวิกฤตในชีวิต ก็สามารถหาทางออกได้ในทุกสถานการณ์


จากหนังสือ "โชคดี" พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 เม.ย. 2013, 19:47 
 
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ธ.ค. 2012, 14:50
โพสต์: 4


 ข้อมูลส่วนตัว


สุดยอดค่ะ ชอบมากเลยบทความนี้
โบว์ขอกด LIKE ให้ค่ะ
รบกวนหาบทความดีๆมาให้โบว์อ่านอีกนะค่ะ

ขอบคุณค่ะ
โบว์


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 เม.ย. 2013, 17:02 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 เม.ย. 2013, 11:12
โพสต์: 401

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ แต่จะปรับอย่างไร ให้รวดเร็ว ทุกขณะจิต จะได้ไม่ทุกข์ ไม่ปรุงแต่งค่ะ ช่วงนี้จิตตกบ่อย ปรุงแต่งเยอะเอาการ แรงจริง ๆ ไม่เคยป็นแบบนี้มาก่อน ชีวิตเรียบง่ายมาตลอด ไม่คาดคิดจะเจอแบบนี้ ตกใจ ช๊อคความรู้สึกมาก ๆ พร้อมกันหลายเรื่อง หากทีละเรื่องก็จะดี และรับมือได้ มีข้อชี้แนะมั๊ยค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 เม.ย. 2013, 10:38 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ส.ค. 2012, 08:50
โพสต์: 86


 ข้อมูลส่วนตัว


คุณน้องโบว์คะ ขอบคุณนะคะ จะนำบทความดี ๆ ที่อ่านเจอ นำมาแบ่งปันเรื่อยๆ คะ บุญรักษาคะ

คุณกล้วยไม้ม่วงคะ อย่าให้ชี้แนะเลยคะ เพราะความสามารถยังไม่ถึง เอาเป็นว่ามาแชร์เรื่องราวของตัวเองให้ฟังนะคะ ที่ผ่านมาไม่นาน คุณแม่เสีย ต่อจากนั้น สามีไปมีผู้หญิงอื่นอีก และต่อมาคุณน้าที่เป็นญาติคนสุดท้ายที่เราสนิทด้วยมาเสียอีก และล่าสุดโดนเพื่อนร่วมงานใส่ร้ายในสิ่งที่เราไม่ได้ทำให้เจ้านายฟัง เจ้านายเชื่อและลดอำนาจหน้าที่ในการทำงานเราลง ทุกอย่างเกิดขึ้นห่างจากกันไม่กี่เดือน ตอนนี้ต้องย้ายออกมาเช่าบ้านอยู่เอง โชคดีที่ยังไม่มีลูก ทุกวันนี้อยู่กะตัวเอง พยายามบอกตัวเองให้พอใจในสิ่งที่เรามี พอใจในสิ่งที่เราเป็นคะ และก็ได้กัลยาณมิตรที่นี่ช่วยให้กำลังใจเช่นกัน รู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่ได้เข้ามาที่นี่ แต่ไม่ค่อยได้โพลสต์อะไร เนื่องจากว่าตัวเองยังไม่แข็งแรงพอ เรื่องทุกข์ยังทุกข์อยู่คะ แต่น้อยลงไปมากจาก 8 เดือนที่ผ่านมา ธรรมะและเวลาจะช่วยคุณให้เศร้าน้อยลงคะ หรือคุณจะหาหนังสือธรรมะมาอ่าน และเมื่อเจอบทความดีๆ ก็นำลงมาแบ่งปัน เป็นการให้กำลังใจคนที่กำลังทุกข์อยู่ ก็จะทำให้เรารู้สึกดีคะ เป็นกำลังใจให้นะคะ บุญรักษาคะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 เม.ย. 2013, 11:32 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ส.ค. 2012, 08:50
โพสต์: 86


 ข้อมูลส่วนตัว


คิดถูก ดับทุกข์ได้ :b8: พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก

จิตของเรานี้มีพลัง คิดอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า ใจเป็นประธาน ใจเป็นหัวหน้า คิดอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างสำเร็จด้วยใจ
บางทีพวกเราไม่ค่อยให้ความสำคัญกับจิตใจของตัวเองเท่าที่ควร ทั้งๆ ที่เราทุกคนอยากจะมีความสุข แต่จิตใจของตนก็ปล่อยให้คิดฟุ้งซ่านไป สร้างทุกข์เพิ่มขึ้นๆ แล้วบ่นว่า ฉันเป็นทุกข์ เพราะเขาไม่ดี จริงๆ แล้วจิตใจของเรานี่เองที่คิดไม่ดี สุขภาพจิตไม่ดี คิดอะไรๆ ในแง่ร้าย แต่เรามักจะมองไม่เห็นความจริงข้อนี้ นี่คือปัญหาของชีวิตและสังคมของเราทุกวันนี้
เพื่อที่จะแก้ปัญหาต่างๆ ในชีวิต เราควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาจิตใจ ให้รู้จักคิดดี คิดถูก เป็นอันดับแรก ชีวิตเราทุกคนไม่ว่าเกิดมาดีพร้อม สมบูรณ์ขนาดไหน ต่างก็มีทุกข์ด้วยกันทั้งนั้นไม่มากก็น้อย การคิดถูกเท่านั้นจึงจะดับทุกข์ได้

อย่างไรจึงเรียกว่า คิดถูกดับทุกข์ได้
ทุกข์เพราะอกหัก
เมื่อคนที่เรารักทิ้งเราไปมีคนใหม่ หรือจะเลิกกับเราด้วยเหตุผลใดก็แล้วแ่ต่ ตามธรรมดาเราก็มักเสียใจ เป็นทุกข์มาก
คิดดี คิดถูก คือ เริ่มต้นเราจะต้องรักและเมตตาแก่ตัวเองก่อน พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า ความรักเสมอตนไม่มี ตนนั่นแหละที่น่ารักที่สุด เราควรจะรักตัวเอง มีเมตตาแก่ตัวเราเอง ธรรมชาติของจิตเราทุกคนมีความสุขความสบายใจแต่ดั้งเดิมอยู่แล้ว แต่ความไม่สบายใจ ความทุกข์ ที่เรากำลังประสบอยู่นี้ก็เป็นอุปกิเลส ความรู้สึกนึกคิดที่เป็นอารมณ์ น้อยใจ เสียใจ กลัว โกรธ อารมณ์ความรู้สึกว่าขาดความรัก เหงา ซึมเศร้า เหล่านี้เป็นอารมณ์ที่เกิดขึ้น เหมือนเป็นผู้ที่จรเข้ามาเยี่ยมเยือนเรา
เราต้องเข้าใจว่า จิตเดิมแท้ คือ ส่วนหนึ่ง อารมณ์ต่างๆ ที่จรเข้ามาก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง เราไม่ควรยึดมั่นถือมั่นในอารมณ์ต่างๆ เหล่านี้ว่าเป็นเรา เป็นของเรา

หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ จิตตั้งมั่นกับลมหายใจเข้าและหายใจออก เราจะค้นพบว่า จิตที่มีความสงบ สบายใจก็มีอยู่ พยายามเจริญเมตตาภาวนา ขอให้ข้าพเจ้าเป็นผู้ถึงสุข คือเรามีความรักความเมตตาแก่ตัวเอง
เริ่มต้นก็ทำความรู้สึกอย่างนี้ให้ได้ก่อน
หากใจของเราไม่ดี เพราะกำลังโกรธ เจ็บใจ น้อยใจ เสียใจ อยู่อย่างนี้ เราจะไปเรียกร้องให้ใครมารักเราได้ เพราะขนาดตัวเองก็ยังไม่รักตัวเองเลย ใจแบบนี้จะไปเรียกร้องให้คนอื่นมารัก ก็เป็นการเห็นแก่ตัว
คนที่เลิกกับเรา ทิ้งเราไป ก็ต้องปล่อยเขาไป เพราะไม่ใช่ของเรา แต่ถ้าปัจจุบันนี้เราทำใจของเราให้สบายใจได้แล้ว ถ้ามีเหตุปัจจัย ก็อาจจะได้พบกับคนใหม่ๆ ที่เข้ามาในชีวิต หรือถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร ไม่ต้องเดือดร้อนใจ เพราะอย่างน้อย ใจเราถ้ามีความสบายใจเราก็มีความสุขใจ พอใจในชีวิตปัจจุบันนี้ได้


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 เม.ย. 2013, 13:47 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 มิ.ย. 2012, 15:53
โพสต์: 410


 ข้อมูลส่วนตัว


ถ้าเรายอมรับความพ่ายแพ้ในทุกๆเรื่อง ไม่พยายามเอาชนะใคร เราก็เป็นสุขในแบบฉบับของเราได้ค่ะ
เพราะใจเราไม่ได้ไปไขว่คว้า หาความอยากได้ อยากดี อยากมี อยากเด่น รับรองเราเจอความสุขแน่ๆๆค่ะ สู้ๆๆนะค๊า ชนะใจเราก็พอแล้วนะค๊าา :b27:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 พ.ค. 2013, 14:39 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ส.ค. 2012, 08:50
โพสต์: 86


 ข้อมูลส่วนตัว


สวัสดีคะคุณอุ๋ย อ่านข้อความคุณอุ๋ยทีไร อบอุ่นใจทุกครั้งคะ คุณอุ๋ยสบายดีใช่มั้ยคะ ตอนนี้ก็พยายามอยู่กับตัวเองคะ และไม่เคยคิดจะเอาชนะใคร ถึงยอมปล่อยให้คนอื่นกระทำอยู่ตลอด คิดแต่เพียงว่าขอใช้กรรมให้หมดในชาตินี้ เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายที่เข้ามา ขอให้มาให้ครบในชาตินี้ เพราะชาติหน้าจะไม่เกิดแล้ว(อันนี้คาดหวังเอาเองนะคะ)
ยังคิดถึงคุณอุ๋ยและอีกหลายๆ ท่านที่ให้กำัลังใจมาโดยตลอด ช่วงนี้ได้ผ่อนคลายกับตัวเองบ้างแล้ว มีสติมากขึ้น มีแรงมีกำลังมากขึ้น แม้จะทุกข์อยู่ตลอด ก็ยอมรับว่าทุกข์ และสักพักความทุกข์ก็จะหายไป อยากให้กำลังใจกับทุกท่านที่มีความทุกข์นะคะ เวลาและธรรมะจะรักษาจิตใจเราได้จริงๆ คะ เพราะผ่านมาแล้วเต็มๆ บุญรักษาทุกๆ ท่านนะคะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 พ.ค. 2013, 11:41 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 มิ.ย. 2012, 15:53
โพสต์: 410


 ข้อมูลส่วนตัว


เจ็บปวด เขียน:
สวัสดีคะคุณอุ๋ย อ่านข้อความคุณอุ๋ยทีไร อบอุ่นใจทุกครั้งคะ คุณอุ๋ยสบายดีใช่มั้ยคะ ตอนนี้ก็พยายามอยู่กับตัวเองคะ และไม่เคยคิดจะเอาชนะใคร ถึงยอมปล่อยให้คนอื่นกระทำอยู่ตลอด คิดแต่เพียงว่าขอใช้กรรมให้หมดในชาตินี้ เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายที่เข้ามา ขอให้มาให้ครบในชาตินี้ เพราะชาติหน้าจะไม่เกิดแล้ว(อันนี้คาดหวังเอาเองนะคะ)
ยังคิดถึงคุณอุ๋ยและอีกหลายๆ ท่านที่ให้กำัลังใจมาโดยตลอด ช่วงนี้ได้ผ่อนคลายกับตัวเองบ้างแล้ว มีสติมากขึ้น มีแรงมีกำลังมากขึ้น แม้จะทุกข์อยู่ตลอด ก็ยอมรับว่าทุกข์ และสักพักความทุกข์ก็จะหายไป อยากให้กำลังใจกับทุกท่านที่มีความทุกข์นะคะ เวลาและธรรมะจะรักษาจิตใจเราได้จริงๆ คะ เพราะผ่านมาแล้วเต็มๆ บุญรักษาทุกๆ ท่านนะคะ



สวัสดีค่ะคุณเจ็บปวด ดีใจที่คุณเจ็บปวดที่ผ่านจุดจุดนั้นมาเช่นเดียวกับอุ๋ย ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแล้วแต่
ต้องเดินไปข้างหน้าค่ะ จะเหลือไว้ก็แต่ร่องรอยแห่งความทรงจำ ไม่ว่าจะเป็นความทรงจำที่ดี และร้าย
ไม่มีใครสามารถลบออกจากใจได้ นอกซะจากว่าเราจะจำสิ่งดี สิ่งร้ายไว้เป็นแบบไหน เช่นว่าสิ่งดีเมื่อเราคิดถึงเราก็จะรู้สึกสุขใจ สิ่งร้ายเมื่อเรานึกถึงเราก็ต้องขอบคุณที่นำพาเราเจอกับสิ่งที่ดีเช่นเพื่อนดีๆ ธรรมะดีๆๆ และสิ่งรอบข้างที่เมื่อก่อนเรารู้สึกว่าอะไรก็เลวร้ายแต่เปล่าเลย สิ่งนั้นเมื่อเรามองดีๆ คิดดีๆ เราก็
จะเจอกับสิ่งดีๆ เราต้องกล่าวขอบคุณสิ่งร้ายๆ ไม่ว่าจะเป็นอดีตสามี หรือใครก็ตามที่คิดร้ายกับเราเสมอ เราก็ต้องขอบคุณและที่สุดเราก็ต้องขอบคุณตัวเราเองที่เราสามารถลุกขึ้นยืนได้ โดยที่เราไม่ได้ทำร้ายหรือคิดร้ายตอบใคร อยู่นิ่งๆเฉยๆ สงบ ก็จะมีแต่ความสุขค่ะ สู้ๆๆนะคุณเจ็บปวด คิดถึงและเป็นกำลังใจให้เสมอ และก็ทุกคนสู้ด้วยความดี แล้วสิ่งดีๆก็จะดีตามค่ะ :b4:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 พ.ค. 2013, 16:23 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ส.ค. 2012, 08:50
โพสต์: 86


 ข้อมูลส่วนตัว


รักตัวเองจริงต้องไม่เกลียดตัวเอง

เส้นทางของคนเห็นแก่ตัวไม่เคยพาใครไปสู่ความรักตัวเอง

พระพุทธเจ้าตรัสว่ามองไปโดยรอบ ไม่มีทางที่เราจะรักใครเท่าตัวเอง ซึ่งตรองดูจะเห็นว่าจริง เพราะตัวเองนั่นแหละเป็นตัวตัดสินว่าจะรักใคร วันหนึ่งเราอาจพร่ำเพ้อละเมอพกว่ารักใครสุดจิตสุดใจ รักมากกว่าตัวเอง ยอมตายแทนให้ได้ แต่ถ้าเขาหรือเธอทำให้เจ็บหรือผิดหวัง หากแรง หรือหากหลายครั้งเข้า สุดท้ายก็กลายเป็นเกลียด กลายเป็นอารมณ์อยากทำลายไปได้

ท้ายสุด ทุกคนเหลืออยู่คนเดียวที่รักจริง ไม่ว่าจะดีไม่ดีแค่ไหน คือ ตัวเอง

ความรักตัวเองแบบเห็นแก่ตัว ยิ่งมากเท่าไร ก็ยิ่งมีแนวโน้มจะแฝงอยู่ด้วยความเกลียดตัวเองไปด้วยมากขึ้นเท่านั้น เพราะคนเห็นแก่ตัวมักไม่ได้อย่างใจ เอาอะไรจากใครมาแค่ไหนก็ไม่พอ

เท่าไรก็ไม่พอ นั่นแหละต้นตอของความอึดอัด ยิ่งอึดอัดเท่าไร จิตใจยิ่งดำมืดเท่านั้น และสิ่งใดที่ทำให้ตนอึดอัดได้ตลอดเวลา ก็ย่อมรังเกียจ หรือเกลียดชัง จึงไม่น่าแปลกใจ หากคนเห็นแก่ตัวจะเกลียดชังตนเอง

ความรักตัวเองในแบบที่ประเสริฐ คือการทำจิตของตนเองให้เกิดความสว่าง ปลอดโปร่งอยู่กับความเป็นตนเอง มีความสุขอยู่กับตนเองได้ ไม่ว่าจะนั่ง เดิน ยืน หรือนอนให้หลับ และบาทฐานของการทำความสว่างให้เกิดขึ้น ก็ไม่มีอะไรดีไปกว่าการเห็นโทษของความเห็นแก่ตัว เพียงพอจะมีแก่ใจละความเห็นแก่ตัวให้ได้นี่เอง

:b8: :b8: ดังตฤณ
พฤษภาคม ๕๖

้ต้องขอบคุณคุณดังตฤณที่เขียนบทความดีๆ มาให้อ่านคะ อ่านแล้วรู้สึกดีมากๆ ก็เลยนำมาแ่บ่งปัน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 พ.ค. 2013, 17:24 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ส.ค. 2012, 08:50
โพสต์: 86


 ข้อมูลส่วนตัว


ยามใดที่ชีวิตพบกับความทุกข์ หากไม่มัวแต่เป็นทุกข์ ทว่าเรียนรู้ที่จะมองดูความทุกข์อย่างมีสติ อย่างแยบคาย อย่างเป็นผู้ดู ไม่ได้เป็นผู้เป็น ความทุกข์จะทอประกายแห่งความสุข ออกมาให้เห็น

สำหรับคนที่เห็นความสุขได้แม้ตกอยู่ท่ามกลางความทุกข์ คนเช่นนี้ไม่มีอะไรให้ต้องกลัว เมื่อไม่กลัวความทุกข์ การใช้ชีวิตก็เป็นเรื่องง่าย การหาความสุขท่ามกลางความทุกข์ก็เป็นเรื่องน่ารื่นรมย์

ถ้าทุกข์มาเดี๋ยวสุขก็จะมา เพราะสุขก็อยู่ในทุกข์ ทุกข์ก็อยู่ในสุข ให้เราอดทนและรอคอย สิ่งใดเกิดขึ้นมาแล้วเดี๋ยวสิ่งนั้นก็จะดับไป คิดพิจารณาอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ในที่สุดเราก็จะสามารถเปลี่ยนทุกข์ให้เป็นสุขได้

"ขอเพียงให้เรามีสติ เรียนรู้จากความทุกข์ แล้วจะได้ความสุขเป็นกำไรชีวิต"

:b8: เรียนรู้ทุกข์ ได้สุขเป็นกำไร (ท่าน ว.วชิรเมธี)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 พ.ค. 2013, 18:21 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 มี.ค. 2013, 15:12
โพสต์: 152

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เป็นบทความที่ดีมากคะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2013, 10:52 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ส.ค. 2012, 08:50
โพสต์: 86


 ข้อมูลส่วนตัว


คุณโง่งมงายคะ ขอบคุณคะ อ่านเรื่องราวของคุณแล้วอยากจะบอกว่าทุกอย่างอยู่ที่ใจเราทั้งนั้นคะ เข้มแข็งเข้าไว้นะคะ เวลาและธรรมะ จะช่วยให้คุณดีขึ้นเรื่อยๆ คะ และถ้ามีเวลาตอนเย็นก็ไปสวดมนต์ทำวัตรเย็นตามวัดใกล้ๆ หรือสถานธรรมที่ใกล้ๆ ที่ทำงานหรือบ้านก็ได้คะ จะช่วยให้จิตใจสบายขึ้นเยอะมาก ดิฉันเองก็ไปสวนโมกข์ตรงสวนรถไฟ ไปสวดมนต์ทำวัตรเย็นที่นั่นคะ อาทิตย์หนึ่งไปสักวันหนึ่งก็ได้ จะรู้สึกเบาสบายใจและกายเลยคะ ลองดูนะคะ บุญรักษาทุกท่านนะคะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2013, 11:31 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ส.ค. 2012, 08:50
โพสต์: 86


 ข้อมูลส่วนตัว


คนเราเวลามีความทุกข์ ถ้าคิดตรวจใจดูให้ดีแล้วจะมองเห็นความจริง จะจับได้ว่าที่ได้เป็นทุกข์นี้เพราะอะไร ก็เพราะว่าเราคิดแต่เรื่องนั้นเรื่องเดียว เรื่องที่จะทุกข์เรื่องเดียว เรื่องที่จะเป็นเหตุให้เกิดความไม่สบายใจ กลุ้มใจเพียงเรื่องเดียว เรื่องอื่นมีแต่เราไม่คิด คิดอยู่แต่เรื่องนั้น แล้วก็นั่งกลุ่มอกกลุ่มใจอยู่ตลอดเวลา ทำไมจึงกลุ้ม? ก็กำลังไปคิดถึงแต่เรื่องที่ทำให้กลุ้มนั่นเอง อะไรๆที่เกิดขึ้นในใจของคนเรานั้น มันเกิดจากความคิดของเราเอง ไม่ได้เกิดมาจากอะไรอื่น สิ่งอื่นภายนอกมันเป็นไปตามสภาวะของมัน สิ่งใดเกิดแล้ว เป็นแล้ว สิ่งนั้นก็มีการเปลี่ยนแปลง แล้วก็มีการแตกสลายไปในที่สุด ไม่ว่าอะไรเหมือนกันทั้งหมด

ขอให้คิดว่าโลกเรานี้ มีหลายมุมหลายเหลี่ยมที่เราจะมอง ถ้ามองไปด้านหนึ่งมันมีความกลุ้มใจ แล้วเราไปมองอยู่ทำไมที่ตรงนั้น คล้ายๆกับว่าหน้า่ต่างบ้านเรา ด้านหนึ่งเปิดไปแล้ว เห็นน้ำคลองเน่าเหม็นกลิ่นอบอวลไปทั้งหมด เราเปิดปั๊บมีกลิ่นเหม็น แล้วจะเปิดชมมันทำไมด้านนั้นปิดมันเสีย แล้วก็ไปเปิดอีกด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่งนั้นเป็นสนามหญ้าเขียวสด มีต้นไม้ร่มรื่น พอเราเปิดมองไปก็สบายใจ เพราะได้เห็นสิ่งที่ทำให้เพลินใจเย็นตา เราก็ควรมองด้านนั้น ส่วนด้านที่มันเน่ามันเหม็นมันสกปรกมีน้ำครำ เราก็อย่าไปเปิดปิดมันเสียเลย ไม่ต้องเปิดด้านนั้นต่อไป...อย่างนี้ก็สบาย

ทีนี้ปกติคนเรานั้นอยากจะอยู่อย่างเป็นทุกข์หรืออยากจะอยู่อย่างเป็นสุข? คำว่า ความสุข ในที่นี้ให้หมายความถึงสงบจิตสงบใจอยู่ เพราะรู้อะไรตามความเป็นจริง เราก็อยู่อย่างมีความสุข ความสบาย ทุกคนต้องการอย่างนั้น เมื่อเราต้องการจะอยู่อย่างสงบสุข แล้วทำไมเราจึงไปคิดเรื่องให้มันมีความทุกข์ใจ คิดเรื่องให้เกิดความร้อนอกร้อนใจนั่งกลุ้มอกกลุ้มใจอยู่ด้วยเรื่องปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งมันเกิดขึ้นในวิถีชีวิตของเรา อย่างนี้ก็เรียกว่า คิดเรื่องให้ตนเกิดความทุกข์เอง ไม่มีใครมาทำให้แก่เรา แต่เราทำให้แก่ตัวเราเอง การทำให้แก่ตัวเองก็คือว่า คิดเรื่องนั้นขึ้นมาในแง่ที่ไม่ถูกต้อง มองไม่ตรงตามสภาพที่เป็นจริง เลยเกิดเป็นปัญหาทำให้เกิดความกลุ้มอกกลุ้มใจด้วยประการต่างๆ

เรื่องบางเรื่องที่มันเกิดขึ้นในชีวิตของเรานั้นจบแล้ว แต่เราไม่ยอมให้มันจบ ยังเอามานั่งคิดนั่งนึกอยู่ตลอดเวลา เห็นอะไรก็คิดไปในแง่ทุกข์ทั้งนั้น เช่น เห็นข้าวของเครื่องใช้ไม้สอยอะไรๆต่างๆของคนที่จากไปเคยใช้สอย มองแล้วก็ห่อเหี่ยวใจทำให้เกิดความทุกข์ขึ้นมาในจิตใจ อย่างนั้นก็เพราะว่าไม่มองให้มันรู้ชัดตามสภาพที่เป็นจริง จึงได้เกิดอารมณ์เช่นนั้น

เพราะฉะนั้นถ้าใครไม่อยากจะนั่งเป็นทุกข์ ไม่อยากจะเดือดเนื้อร้อนใจ มีอะไรเกิดขึ้นในชีวิตของเรา เราก็ต้องหัดคิดในแง่ธรรมะ


:b8: หนังสือ "ผู้รักดีมีความสุข" จากหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 พ.ค. 2013, 14:17 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 มี.ค. 2013, 15:12
โพสต์: 152

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบคุณมากคะ คุณเจ็บปวด ที่ให้แง่คิดกับฉันและแวะเข้าไปอ่านเรื่องราวของฉันคะ ฉันคงเป็รพวก วิตกจิริตเหมือนท่านวิริยะว่า คือย้ำคิดย้ำทำแต่เรื่องเดิม ๆ แต่ขอบคุณนะคะที่เป้นเพื่อนเวลาเหงา ทุกวันนี้เวลาเลิกงานฉันจะไปทำความสะอาดโบสถ์ แล้วค่อยกลับบ้าน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 พ.ค. 2013, 13:52 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ส.ค. 2012, 08:50
โพสต์: 86


 ข้อมูลส่วนตัว


คุณโง่งมงายคะ ทำความสะอาดโบสถ์ หรือจะสวดมนต์ หรือจะทำอะไรก็ได้ที่ทำให้เรารู้สึกเลิกคิดจากสิ่งที่เป็นทุกข์คะ ถ้าเราสังเกตุดีๆ เวลาเราคิดถึงเค้าก็จะเป็นทุกข์ ถ้าเราไม่คิดถึงเราก็จะรู้สึกเฉยๆ ไม่รู้สึกทุกข์อะไร ถึงบอกว่าทุกอย่างอยู่ที่ใจเรานะคะ เข้มแข็งเข้าไว้นะคะ แล้วทุกอย่างก็จะผ่านไป และจิตใจคุณจะแข็งแรงขึ้นมาเอง บุญรักษาค่ะ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 26 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร