วันเวลาปัจจุบัน 18 ส.ค. 2019, 18:40  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 291 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7 ... 20  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ก.ค. 2012, 19:41 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มี.ค. 2012, 18:55
โพสต์: 145


 ข้อมูลส่วนตัว


rolleyes สู้ๆคะ

ไม่รู้จะแนะนำอย่างไง. เอาเป็นว่าส่งกำลังใจให้นะคะ ของเราไม่เจอหน้าเลย เห่อเหอ smiley

อยู่อย่างสวยๆคะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ก.ค. 2012, 19:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


ouie เขียน:
ได้กำลังใจจากเพื่อนเยอะเชียวค่ะ ขอบคุณมากสำหรับกำลังใจเจ้าค่ะ วันนี้เหรอ อุ๋ยทำน้ำพริกปลาทูค่ะ แล้วก็มีไก่ย่าง 5 ดาวเหลืออยู่หน่อย พอแล้วค่ะ สำหรับ 2 คน พอดีเขาเข้าบ้านมาไม่เป็นเวลา วันนี้เข้ามาตอน 5 โมงเย็นค่ะ เข้าบ้านมาหน้าตาบอกบุญไม่รับ หาของกินพอดีไม่ได้ทำไว้ เราก็ต้องรีบทำให้กิน (ขนาดนี้เลยนะเจ้าค่ะ) เขาพอเข้ามาก็ดื่มน้ำเย็น แล้วถามเราว่าตอนกลางวันไม่ได้ทานข้าวเหรอ เพราะเขาก็คงดูแล้วว่าไม่มีอะไรกิน พอเขาเข้ามาคงถามไปงั้นแระ เราก็บอกว่ากินขนมที่เขาเหลือไว้ในตู้เย็นกับนม(จริงๆไปกินก่ะคุณป้าข้างบ้านค่ะ แหะๆ) อุ๋ยก็เลยรีบทำกับข้าวให้เขากินค่ะ ตัวเองก็รู้สึกหิวเหมือนกัน ทำเสร็จก็เรียกกิน อุ๋ยก็เก็บกวาดบ้านทำความสะอาด ก็อาบน้ำ พอทุ่มเขาก็บอกเราว่าจะไปหาเพื่อนเขาสักหน่อย (ก็คงไปหาผู้หญิงคนนั้น) ก็เป็นอย่างงี้แระเจ้าค่ะ พอไปนอนกันเสร็จก็คงกลับมาก่อนเที่ยงคืน ก็ไม่รู้ทำงัยค่ะ เกือบชินแล้ว อุ๋ยก็คิดนะว่า ถ้าวันไหนเขาถามหาลูก วันนั้นคงเป็นวันที่เขาคิดได้ เพราะตั้งแต่เอาลูกไปให้ยายเลี้ยงเขาไม่เคยถามหาลูกสักคำเลย ใจดำเนอะ แต่ก็ช่างเหอะ จะทำดีให้ถึงที่สุด คิดว่าวันหนึ่งคงเป็นวันของเราบ้าง.. เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ สู้ๆๆค่ะ คุณน้องคองพี่ชอบวิธีคิดของน้องที่สุดเลยนะ ถ้ามีโอกาสตอนเขากลับมาบ้านก็จะทำตามคุณน้องบอกค่ะ คุณน้องรู้มั้ยคุณพี่อ่ะชอบสไตล์น้องที่สุดเลยนะ .. :b4:

ดีค่ะ เริ่มจะได้ผลออกมาน่าพึงพอใจ อย่างน้อยก็กลับมาก่อนเที่ยงคืนไม่ไปนอนค้างกับคนอื่น เค้าก็ยังกลับมาหาพี่อุ๋ยมานอนที่บ้าน
ปฏิบัติตามที่คุนน้องบอกให้ได้นะเจ้าค่ะ เป็นกำลังใจให้ แล้วพี่ไม่ต้องไปถามเรื่องเขาออกไปข้างนอกหรือโกหกไปหาเพื่อนแต่ไปนอนกับผู้หญิงนะเจ้าค่ะ ผู้ชายชอบภรรยาใสซื้อ บริสุทธิ์ 555+ฉลาดเป็นบางเรื่องเจ้าค่ะ
สู้ๆ rolleyes rolleyes


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ก.ค. 2012, 20:03 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 มิ.ย. 2012, 15:53
โพสต์: 410


 ข้อมูลส่วนตัว


มีบทความให้เพื่อนอ่านเจ้าค่ะ บางคนอาจอ่านแล้วบางก็ได้แต่ก็ให้ความรู้สึกดีๆๆนะเจ้าค่ะ อ่านจบ น้ำตาไหลโดยไม่ได้ตั้งใจ ความใกล้ชิดทำให้ทุกอย่างมันดีขึ้นจริง ๆ
จะแต่งงานแล้วหรือยังไม่ได้แต่ง ก็ควรจะอ่านนี่ ...

"เมื่อผมกลับถึงบ้านในคืนนั้น ภรรยาของผมกำลังเสิร์ฟอาหารมื้อค่ำ ผมถือมือของเธอและพูดว่า ผมมีบางสิ่งบางอย่างที่จะบอกคุณ เธอนั่งลงและกินอย่างเงียบ ๆ เป็นอีกครั้งที่ผมสังเกตเห็นความเจ็บปวดในสา...ยตาของเธอ ทันใดนั้นผมก็ไม่รู้ว่าจะพูดต่อไปยังไง ผมแค่รู้ว่าผมจะต้องบอกเธอในสิ่งที่ผมคิดให้ได้ “ผมต้องการหย่า” ผมเริ่มบทสนทนาอย่างเรียบๆ เธอดูไม่ได้สะทกสะท้านกับคำพูดของผม แต่กลับถามผมอย่างสงบ “ทำไม?”

ผมหลีกเลี่ยงคำถามของเธอ และนั่นทำให้เธอโกรธ เธอโยนตะเกียบทิ้งและตะโกนมาที่ผม “หน้าตัวเมีย!” คืนนั้นเราไม่ได้พูดคุยกัน เธอร้องไห้ ผมรู้ว่าเธอต้องการที่จะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตแต่งงานของเรา แต่ผมคงไม่สามารถจะให้คำตอบที่น่าพอใจกับเธอได้ เธอได้สูญเสียความรักของผมให้กับเจน ผมไม่ได้รักเธออีกต่อไป ผมแค่สงสารเธอ!

ผมร่างข้อตกลงการหย่าด้วยความรู้สึกผิดอย่างใหญ่หลวง สัญญาระบุว่าเธอจะเป็นเจ้าของบ้านของเรา รถของเราและสัดส่วนการถือหุ้น 30% บริษัท ของผม เธออ่านมันเผินๆแล้วฉีกมันเป็นชิ้น ผู้หญิงที่ได้ใช้เวลาสิบปีที่ผ่านมาในชีวิตของเธอให้กับผมได้กลายเป็นคนแปลกหน้า ผมรู้สึกเสียใจสำหรับเวลาที่เสียไปของเธอ แต่ผมก็ไม่สามารถกลับคำพูดที่ผมได้ขอหย่ากับเธอ เพราะผมเองก็รักเจนมาก ในที่สุดเธอก็ปล่อยโฮออกมาต่อหน้าผม อย่างที่ผมนึกคาดไว้ก่อนหน้านี้ สำหรับผมการร้องไห้ของเธอเป็นเหมือนการปลดปล่อย ความคิดของการหย่าร้างซึ่งทำให้ผมสับสนมาเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ตอนนี้ดูเหมือนจะแน่ชัดและชัดเจนขึ้น

วันรุ่งขึ้น ผมกลับมาถึงบ้านดึกมากและพบว่าเธอกำลังเขียนบางอย่างอยู่ที่โต๊ะ ผมไม่ได้ทานอาหารมื้อเย็น แต่ตรงไปยังที่นอนและหลับลงอย่างรวดเร็ว เพราะผมเหนื่อยหลังจากวันที่แสนยุ่งกับเจน เมื่อผมตื่นขึ้นมาเธอยังคงนั่งเขียนอยู่ที่โต๊ะ ผมไม่อยากจะสนใจเธอผมจึงพลิกตัวหนีเพื่อจะนอนต่อ

ในตอนเช้า เธอยื่นเงื่อนไขการหย่าร้างของเธอ เธอไม่ได้ต้องการอะไรจากผม แค่ผมจะต้องบอกให้เธอรู้หนึ่งเดือนก่อนที่ผมจะหย่ากับเธอ เธอขอร้องว่าในช่วงเวลาหนึ่งเดือนนั้น เราทั้งคู่จะพยายามดำเนินชีวิตคู่อย่างปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอให้เหตุผลง่ายๆว่า เพราะลูกชายของเรากำลังจะสอบ และเธอไม่อยากให้การหย่าของเรากระทบกระเทือนการสอบของเขา

นี่คือข้อตกลงของเธอกับผม เธอขอให้ผมระลึกถึงวันแต่งงานของเราทั้งคู่และขอให้ผมระลึกถึงช่วงเวลาที่ผมอุ้มเธอเข้าเรือนหอในวันที่เราแต่งงานกันโดยการให้ผมอุ้มเธอออกจากห้องนอนของเราไปยังประตูหน้าบ้านทุกวัน ในช่วงเวลาหนึ่งเดือนสุดท้ายของชีวิตแต่งงานของเรา ผมคิดว่าเธอบ้าไปแล้วแต่ก็ตกลงยอมรับคำขอของเธอ

ผมบอกเจนเกี่ยวกับเงื่อนไขการหย่าร้างของภรรยาของผม เจนหัวเราะเสียงดังและคิดว่ามันเป็นเรื่องเหลวไหล ไม่ว่าภรรยาของผมจะใช้มารยาอะไรที่เธอมี มันก็ไม่ทำให้เธอหลีกเลี่ยงการหย่าร้างได้ เจนกล่าวอย่างเหยียดหยาม

ผมและภรรยาไม่ได้แตะเนื้อต้องตัวกันมาตั้งแต่ผมแสดงความตั้งใจเรื่องการหย่า ดังนั้นเมื่อผมอุ้มเธอออกไปที่ประตูบ้านเป็นวันแรก เราทั้งคู่จึงดูงุ่มง่าม ลูกชายของเราปรบมืออยู่ด้านหลัง “กำลังอุ้มแม่อยู่เหรอครับ” คำกล่าวของเขาทำให้ผมรู้สึกปวดใจ ระยะทางตั้งแต่ห้องนอนไปที่ห้องนั่งเล่นจนเลยไปที่ประตู ผมเดินกว่าสิบเมตรพร้อมกับเธอในอ้อมแขนของผม เธอปิดตาของเธอและพูดเบา ๆ ; อย่าบอกลูกของเราเกี่ยวกับเรื่องหย่า ผมพยักหน้ารู้สึกอารมณ์เสียบ้าง ผมปล่อยเธอลงที่ด้านนอกประตู เธอไปรอรถประจำทางเพื่อไปทำงาน ผมขับรถคนเดียวไปยังสำนักงาน

ในวันที่สอง เราทั้งคู่ต่างเกร็งน้อยลง เธอโน้มตัวบนหน้าอกของผม ผมได้กลิ่นหอมจากเสื้อของเธอ ผมตระหนักว่าผมไม่เคยจ้องมองที่ผู้หญิงคนนี้อย่างละเอียดเป็นเวลานานแล้ว ผมรู้สึกตัวขึ้นมาว่าเธอไม่ได้อ่อนเยาว์อีกต่อไป มีริ้วรอยจางๆบนใบหน้าของเธอ ผมของเธอกำลังเปลี่ยนเป็นสีเทา! การแต่งงานของเราได้ทำให้เธออ่อนแรงลงไป นาทีนั้นผมถามตัวเองว่า ผมทำให้เธอเป็นแบบนี้ได้อย่างไร

ในวันที่สี่ เมื่อผมได้อุ้มเธอขึ้น ผมรู้สึกว่าความผูกพันของเรากำลังย้อนกลับมา นี่คือผู้หญิงที่ได้มอบชีวิตตลอดสิบปีที่ผ่านมาของเธอให้ผม ในวันที่ห้าและหก ผมตระหนักว่าความผูกพันของเรายิ่งมากขึ้นไปอีก ผมไม่ได้บอกเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้ ยิ่งนานวันผ่านไป การอุ้มเธอไปที่หน้าประตูก็ยิ่งรู้สึกง่ายดายขึ้น บางทีการออกกำลังกายกับเธอในอ้อมแขนทุกเช้าอาจทำให้ผมแข็งแรงขึ้น

เธอเลือกชุดที่เธอจะใส่ในเช้าวันหนึ่ง เธอลองใส่ตัวนั้นตัวนี้อยู่พักใหญ่แต่ก็หาที่ถูกใจไม่ได้ จากนั้นเธอก็ถอนหายใจ “ชุดของฉันหลวมไปหมด” ในตอนนั้นเองที่ผมได้รู้ว่าร่างกายของเธอนั่นเองที่ได้ผ่ายผอมลง นั่นคือเหตุผลว่าทำไมผมถึงสามารถอุ้มเธอได้ง่ายขึ้น

ทันใดนั้นผมก็เข้าใจทุกอย่าง ในหัวใจของเธอซ่อนความเจ็บช้ำและขมขื่นไว้มากมาย มือของผมยื่นไปแตะศรีษะของเธอโดยที่ผมไม่ได้ตั้งใจ

ลูกชายของเราได้เข้ามาขัดจังหวะ เขาพูดว่าถึงเวลาที่ผมต้องอุ้มเธอออกไปแล้ว การที่ลูกชายของผมได้เห็นผมอุ้มแม่ของเขาออกไปกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขาไปเสียแล้ว ภรรยาของผมกวักเรียกเขาเข้ามาแล้วกอดเขาไว้แน่นผมหันหน้าหนีเพราะกลัวว่าผมจะเปลี่ยนใจเรื่องการหย่าในนาทีสุดท้าย ผมเข้าไปโอบเธอขึ้นมา อุ้มเธอออกไปจากห้องนอน ผ่านห้องนั่งเล่นจนถึงประตู มือของเธอคล้องคอของผมอย่างแผ่วเบาและเป็นธรรมชาติ ผมกอดเธอไว้แน่น ทุกอย่างเกิดขึ้นราวกับวันแต่งงานของเรา

แต่น้ำหนักที่เบาโหวงของเธอทำให้ผมเศร้าใจ ในวันสุดท้ายเมื่อผมอุ้มเธอไว้ในอ้อมแขน ผมแทบจะไม่เดินไม่ออกแม้แต่ก้าวเดียว ลูกชายของเราไปโรงเรียนแล้ว ผมกอดเธอไว้แน่นและกล่าวว่าผมไม่ทันได้สังเกตเห็นว่าชีวิตของเราขาดความใกล้ชิด จากนั้นผมรีบขับรถไปที่สำนักงาน กระโดดออกมาจากรถอย่างรวดเร็วโดยยังไม่ทันจะได้ล็อคประตู ผมกลัวหากผมมัวชักช้า ผมจะเปลี่ยนใจอีก ...ผมเดินขึ้นไปที่ชั้นบน เจนเป็นคนเปิดประตูและผมบอกกับเธอ “ผมขอโทษเจน แต่ผมเปลี่ยนใจเรื่องหย่าแล้ว”

เธอมองผมด้วยความงุนงง จากนั้นจึงเอื้อมมือแตะที่หน้าผากของผม คุณไม่สบายรึเปล่า? เธอถาม ผมดึงมือของเธอออก “ขอโทษนะ เจน แต่ผมจะไม่หย่ากับภรรยาของผม ชีวิตแต่งงานของผมมันอาจจะเปลี่ยนเป็นน่าเบื่อเพราะหล่อนและผมไม่ได้ให้ความสำคัญกับรายละเอียดชีวิตของเรา แต่ผมไม่ได้เบื่อชีวิตคู่เพราะเราทั้งสองไม่ได้รักกันแล้ว ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่า ในเมื่อผมโอบกอดเธอไว้ในวันแต่งงานของเรา ผมก็ควรที่จะโอบกอดเธอจนความตายจะพรากเราจากกัน เจนดูเหมือนจะเข้าใจทุกอย่างในทันที เธอตบผมฉาดใหญ่แล้วกระแทกประตูปิด เจนทรุดลงทั้งน้ำตา ผมเดินลงมาชั้นล่างและขับรถออกไป มาถึงที่ร้านดอกไม้ ผมซื้อดอกไม้ช่อหนึ่งเพื่อภรรยาของผม พนักงานสาวที่ร้านถามผมว่าจะให้เธอเขียนข้อความบนบัตรว่าอะไร ผมยิ้มและเขียนว่า “ผมจะอุ้มคุณออกไปที่ประตูทุกเช้า จนกว่าเราจะตายจากกัน”

เย็นวันนั้น ผมกลับบ้าน ผมถือดอกไม้ไว้ในมือ ผมมีรอยยิ้มบนใบหน้า ผมวิ่งขึ้นบันได...เพียงเพื่อจะพบภรรยาของผมนอนอยู่บนเตียง เธอไม่หายใจ ภรรยาของผมได้ต่อสู้กับโรคมะเร็งเป็นเวลาหลายเดือน ในขณะที่ผมมัวยุ่งอยู่กับเจนเกินกว่าที่จะรับรู้อาการผิดปกติของเธอ เธอรู้ว่าเธอกำลังจะตายและเธอก็อยากจะช่วยให้ผมหลุดพ้นจากความรู้สึกแย่ๆของลูกชายที่เขาจะมีต่อผมหากว่าเราหย่าจากกัน เพราะว่าอย่างน้อย...ในสายตาของลูกชายผม ผมก็จะยังเป็นสามีที่รักใคร่ดูแลเธอ

จริงๆแล้ว รายละเอียดเล็กๆน้อยๆในชีวิตของคุณ คือสิ่งที่มีความสำคัญต่อชีวิตไม่ใช่คฤหาสถ์หลังใหญ่ ไม่ใช่รถไม่ใช่ทรัพย์สินเงินทองในธนาคาร สิ่งเหล่านี้สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีความสุข แต่ไม่สามารถให้ความสุขในตัวของมันเอง

ดังนั้น หาเวลาที่จะอยู่เป็นเพื่อนคนข้างๆคุณ และทำสิ่งเล็ก ๆ เหล่านั้นให้แก่กัน ขอให้มีชีวิตคู่ที่มีความสุข!

หากคุณไม่ได้เผยแพร่ข้อความนี้ออกไป คุณก็ไม่ได้เสียหายอะไร

แต่ถ้าคุณทำ คุณก็อาจจะช่วยชีวิตคู่ไว้อีกหลายคู่ คนหลายๆคนยอมแพ้ในเรื่องชีวิตคู่ของเขาโดยที่เขาไม่มีทางได้รู้ว่าพวกเขาอยู่ใกล้ความสุขแค่เอื้อม


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ก.ค. 2012, 20:52 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 เม.ย. 2012, 14:45
โพสต์: 25


 ข้อมูลส่วนตัว


อ่านเรื่องของคุณอุ๋ย ยอมรับค่ะคุณอุ๋ยมีความอดทนมาก
ขอเป็นกำลังใจให้น่ะค่ะ สู้ๆๆค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ก.ค. 2012, 21:49 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ก.ค. 2012, 07:09
โพสต์: 142


 ข้อมูลส่วนตัว


เศร้ามากแต่ก็ซึ้งค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ก.ค. 2012, 23:08 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มี.ค. 2012, 18:55
โพสต์: 145


 ข้อมูลส่วนตัว


เคยเอาไปอ่านให้สามีฟัง บอกว่าแล้วไงก็แค่เรื่องโกหก ดูตอบสิ อารมณ์ซึ้งเราหมดเลย สามัญสำนึกเนี่ยมันสอนกันไม่ได้จริงๆ

555

เมื่อกี้ก็เพิ่งทะเลาะกันบอกอยากเลิกกับเรา. เราถามเราผิดอะไร บอกเราไม่ผิดแต่เข้ากันไม่ได้ไม่อยากฝืนหุหุ

เราบอกให้ทนไปเพื่อลูกไม่ใช้ขอร้อง. แต่เป็นคำสั่ง ไม่งั้นก็ไปฟ้องหย่าเอา 555

ถามเราว่าเขาต้องทนนะ ทำไมเขาต้องทน เราก็บอกจะให้ลูกทนเหรอ ระหว่างเขากับลูก เราให้เขาทนสิ ลูกเรามีของเล่นคือพ่อ
เรามีคนเลี้ยงลูกคือ เขา อยากทำไรก็ทำเงินอยู่ที่เราโดนยึดมาแล้วให้เกียรติเป็นสามีเป็นพ่อของลูก ไม่ชอบ อยากลดคุณค่าของตัวเองก็เอา ฮา ฮ่าฮา. หัวเราะทั้งน้ำตา. ช้ำใจเนอะ ใจนึงก็อยากเลิกๆๆไป พอเห็นลูกก็น้ำตาไหล ทนอีกนิดนะ เพื่อลูกนะ รอยยิ้มของลูก คือ ความสุขของเรา s007 ทนคะทน. เพืื่อชาตินี้จะหมดเวรหมดกรรมซะที onion


นึกซะว่ามีสามีมาช่วยให้เราสร้างบารมี. ฝึกขันติ. อดทน หันกลับมาสวดมนต์ทำบุญให้ทานมากขึ้น

จำมาจากหนังสือ รักกันได้อีกนะ ของดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 ก.ค. 2012, 04:29 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 มิ.ย. 2012, 15:53
โพสต์: 410


 ข้อมูลส่วนตัว


อุ๋ยไม่ได้อดทนอะไรหรอกนะเจ้าค่ะ แต่พยายามหาทางออกให้ตัวเองอยู่คะ เมื่อคืนนี้เขาไม่กลับบ้านที่เขาบอกไปหาเพื่อนนะ มันแค่คำโกหก ก็คิดอยู่แล้วแระคะ แต่ก็ช่างเหอะ ที่จริงแยกกันสักพักก็คงจะดี เพราะถ้าอุ๋ยทนอยู่แบบนี้ มันก็จะเป็นแบบนี้ตลอดไป คือ อยากมาก็มา อยากไปก็ไป อีกอย่างทางญาติพี่น้องก็อยากให้อุ๋ยเลิกกับเขา เพราะอยู่ไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น เลยคิดว่า วันนี้ถ้าเขากลับมาก็จะพูดกันให้รู้เรื่องไปเลย คือขอแยกกันอยู่ ถ้าเขาไม่ยอมไป เราจะไปเอง หาที่อยู่ที่ใกล้ๆๆกับที่เราขายของ และก็เอาลูกเอาเต้ามาอยู่ด้วย (คิดไว้อย่างนี้นะ) คนเราถ้าไม่เสียของไป ก็จะไม่นึกถึงของ หรอก เราเชื่อว่าเป็นแบบนี้ ถ้าเรามีค่าพอ สักวันเขาคงหา แต่ว่าวันนั้นก็ไม่รู้ว่าเราจะยังรับเขามั้ย เพราะไม่มีความไว้ใจในตัวเขาแล้ว อีกอย่างเราก็อยากจะมีอิสร ะ ของเราบ้าง ส่วนของคุณน้องจริงๆ พี่ทำทุกอย่างแล้วเกือบเหมือนกัน แต่สิ่งที่ได้กับมาคือคำพูดที่ไม่ดี ห้วนๆๆ ตำหนิ สีหน้า ท่าทาง ทุกอย่าง มันทำร้ายเราเกินไปเจ้าค่ะ ใจมันเลยเก็บสะสมมาเรื่อยๆๆ นึกถึงที่ทำกับเรา ดังนั้นคิดว่าทางออกที่ดี ก็คือแยกกันอยู่จะดีกว่า มันจะได้จบๆๆซะที อย่างน้อยอุ๋ยก็ยังมีลูก มีแม่ เป็นกำลังใจ และทุกๆๆคน ยกเว้นเขาคนนี้ .. :b4:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 ก.ค. 2012, 08:15 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ก.ค. 2012, 07:09
โพสต์: 142


 ข้อมูลส่วนตัว


ถ้าคิดทบทวนดีแล้ว ก็ใส่เกียร์เดินหน้าไปเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 ก.ค. 2012, 09:39 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 เม.ย. 2012, 14:45
โพสต์: 25


 ข้อมูลส่วนตัว


คุณอุ๋ยดิฉันเข้าจัยความรู้สึกของคุณตอนนี้ เพราะผ่านเหตุการนั้นมาแล้ว
การรอเขามาคอยเขาไป มันทุกข์มากค่ะ แต่เมือตัดสินใจเลิก ทุกข์เพราะความเหงาและความคิดถึง
แต่ก็เป็นแค่บางเวลาไม่ทุกข์มากเหมือนอยึ่กับเขา นี้เป็นแค่ควารู้สึกของดิฉัน
ไม่ได้แนะนำให้คุณอุ๋ยเลิกเพราะคนเราเรื่องราวของชีวิตไม่เหมือนกัน ยังงัยก็เป็นกำลังใจให้น่ะค่ะ
สู้ๆๆ....ค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 ก.ค. 2012, 11:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


อะไรที่พี่อุ๋ยทำแล้วสบายใจ ทำไปแล้วไม่ทุกข์ นั่นแหละเจ้าค่ะ ใช้สติไตร่ตรองให้ดี :b43: คุนน้องคงให้คำแนะนำอะไรไม่ได้มากกว่านี้
เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ :b1:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 ก.ค. 2012, 12:09 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 มิ.ย. 2012, 15:53
โพสต์: 410


 ข้อมูลส่วนตัว


วันนี้เป็นวันที่ตัดสินใจได้แล้ว รอเพียงแต่ว่าเมื่อไหร่เขาจะไปซะที (รออยู่เนี้ย) ตอนนี้ตกลงเขาบอกจะเป็นฝ่ายไปเอง เราก็เลยจัยดีขึ้นมาหน่อยไม่ต้องขนข้าวขนของออกบ้าน ถ้ามีอะไรคืบหน้าจะมาเล่าให้ฟังนะค่ะ สู้ๆๆค่ะ ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างมีความสุขดีกว่า ไม่มีเขาก็ไม่ตายเจ้าค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 ก.ค. 2012, 12:41 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 เม.ย. 2012, 14:45
โพสต์: 25


 ข้อมูลส่วนตัว


ชีวิตต้องดำเนินต่อไป คิดถึงลูกเราและคนที่รักเรา (แม่และญาติพี่น้อง)ให้มากๆๆน่ะค่ะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ สู้ๆๆต่อไปค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 ก.ค. 2012, 19:32 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 มิ.ย. 2012, 15:53
โพสต์: 410


 ข้อมูลส่วนตัว


ถึงตอนนี้ เวลานี้ เขาก็ยังคงไม่ไปไหน ยังยืนยันจะอยู่ที่เดิม คำพูดที่เขาพูดกับเราก็คือ เขาจะรับผิดชอบทุกอย่าง คำว่าทุกอย่างหมายถึงคนนั้นด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้นะ ตอนนี้ก็ได้แค่ทำให้ดีทีสุดเท่าที่ทำได้ก็แล้วกัน ส่วนเรื่องอื่นมันก็ยังคงดำเนินการไปเรื่อยๆ ไม่รู้ทำงัยดีกับชีวิตนี้..


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 ก.ค. 2012, 19:53 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2012, 12:27
โพสต์: 2372

แนวปฏิบัติ: ปฏิจจสมุปบาท และกรรมฐาน
งานอดิเรก: สวดมนต์รภาวนา
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


ouie เขียน:
ถึงตอนนี้ เวลานี้ เขาก็ยังคงไม่ไปไหน ยังยืนยันจะอยู่ที่เดิม คำพูดที่เขาพูดกับเราก็คือ เขาจะรับผิดชอบทุกอย่าง คำว่าทุกอย่างหมายถึงคนนั้นด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้นะ ตอนนี้ก็ได้แค่ทำให้ดีทีสุดเท่าที่ทำได้ก็แล้วกัน ส่วนเรื่องอื่นมันก็ยังคงดำเนินการไปเรื่อยๆ ไม่รู้ทำงัยดีกับชีวิตนี้..

แล้วพี่อุ๋ยจะปฏิบัติในด้าน บารมี 10 ได้หรือเจ้าค่ะ พี่อุ๋ยจะไม่ทุกข์ใจกับการจะ ไปๆ..มาๆ..ของสามีแล้วใช่ไหม s006
พี่อุ๋ยจะทำหน้าที่ภรรยาโดยไม่ยึดติดกับเค้า :b1: หรือจะ สร้างเหตุ..สร้างภพ ให้จิตเวียนว่ายในวัฏฏะสงสารต่อไป..เป็นกงกรรมกงเกวียน..
ยึดพรหมวิหาร 4 มีเมตตากรุณาและวางอุเบกขา(มีจิตใจอ่อนโยนไม่ด่าทอในสิ่งชั่วร้ายของเขา) มีขันติ อดทนอดกลั้นต่อสามี(กับการจะมาๆไปๆของเขา).มีศีล...ทาน..(กับข้าวกับปลาที่หุงหาให้เขากิน) แล้วกุศลจะนำพาพี่อุ๋ยพบหนทางสว่างแน่นอนเจ้าค่ะ :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 ก.ค. 2012, 20:02 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 มิ.ย. 2012, 15:53
โพสต์: 410


 ข้อมูลส่วนตัว


พี่คงทำอย่างคุณน้องว่าแล้วม้างเจ้าค่ะคุณน้อง บารมี 10 onion


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 291 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7 ... 20  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร