วันเวลาปัจจุบัน 13 ส.ค. 2020, 12:07  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 12 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ก.ย. 2012, 13:53 
 
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ก.ย. 2012, 06:44
โพสต์: 7


 ข้อมูลส่วนตัว


สวัสดีค่ะเพื่อนๆ


เราเป็นคนที่มีประสบการณ์ด้านความรักมาไม่มากนัก เราได้คบกันแฟนคนแรกตั้งแต่สมัยเรียนจนถึงทุกวันนี้ก็เกือบ 10 ปีแล้วค่ะ แฟนเราเป็นผู้ชายที่ดี ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ซื่อสัตย์และรักเรามาก เป็นคนขยันและทำงานเก่ง แต่ด้านเสียของเขาก็มีบ้างนะคะ คือ เป็นคนขี้หึง อารมณ์ร้อน เวลาโกรธมักจะขึ้นเสียง


ในช่วงเวลาที่คบกัน... เราทะเลาะกันบ่อยครั้ง บางทีเป็นเรื่องเล็กน้อย หลายๆครั้งพูดจารุนแรงมาก ทำให้เสียความรู้สึกกันทั้งสองฝ่าย เรารู้สึกหมดใจลงเรื่อยๆ เคยอยากเลิกหลายครั้ง ไม่อยากจะทนเขาอีกต่อไปแล้ว (เรากังวลเสมอว่าถ้าแต่งงานกันไป เราจะสามารถทนข้อเสียของเขาตรงนี้ได้หรือไม่ สับสนว่าคนนี้ คือคนที่ใช่หรือไม่) แต่สุดท้ายเราก็ดีกันทุกครั้ง เพราะเราทำใจไม่ได้ ผูกพันกันมานาน และตกลงกันเสมอว่าจะปรับตัวเข้าหากัน เขาก็ทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง


จนผ่านมาหลายปี เขาได้พิสูจน์ให้เห็นว่า....เขาเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นแล้ว เขาใจเย็นลงและปรับตัวดีขึ้นมาก เราแทบไม่ได้ทะเลาะกันเหมือนแต่ก่อน อาจเพราะกาลเวลาทำให้เราทั้งสองโตขึ้น ผ่านประสบการณ์ชีวิตต่างๆมา ทุกอย่างค่อยๆดีขึ้น เราสองคนคุยกันเรื่องอนาคตด้วยค่ะ....


แต่ในช่วงเวลานั้นเอง....เราได้เจอกับผู้ชายอีกคนนึงที่มีความเป็นผู้ใหญ่สูง เข้าใจเรามากกว่าแฟนของเรา การพูดคุยกับเขาทำให้เราสบายใจ เขามักจะสามารถช่วยเราได้ในทุกครั้งที่เราเจอกับปัญหาที่ยากเหมือนหาทางออกไม่ได้


เขาเหมือนเป็นแสงสว่างที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อน ชีวิตเราเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นแบบก้าวกระโดด ทั้งการเรียนและการงาน เราได้ค้นพบและพัฒนาตัวเองในหลายๆด้าน หลังจากที่ได้รู้จัก พูดคุยและเปลี่ยนมุมมองต่างๆ จากการทำงานร่วมกันกับพี่คนนี้ เหมือนเขามาเติมเต็มส่วนที่เราขาดหายไป ได้รู้จักมองโลกในมุมใหม่ๆ เรามีความสุขมากนะคะในขณะนั้น


แต่วันนี้...เขากลับกลายเป็นคนที่ทำให้เราทุกข์ใจยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา...และเป็นสาเหตุที่เราเข้ามาในห้องนี้ค่ะ

เราเจอกับพี่ผู้ชายคน นี้ตอนเรียนปริญญาโท สมมติชื่อพี่บอยนะคะ (พี่บอยมีแฟนแล้วนะคะ คบกันมานานเกือบ 10 ปีเหมือนคู่ของเรา แต่แฟนของพวกเราไม่ได้มาเรียนด้วยกันค่ะ) แรกๆ พวกเราไม่ได้สนิทกันเลย แต่บังเอิญได้อยู่กลุ่มเดียวกัน เลยได้คุยกันมากขึ้น (และมีเหตุบังเอิญแบบนี้หลายครั้ง จึงทำงานร่วมกันบ่อย)


พี่บอยเป็นคนเก่งและรอบรู้มาก อายุประมาณ 30 เขาเป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดี เวลาใครมีปัญหาอะไรก็จะไปถามเขา แต่อีกมุมนึงเขาเป็นผู้ใหญ่และไม่ค่อยเล่าเรื่องส่วนตัวให้คนอื่นฟัง เพื่อนๆเลยจะเกรงใจเขา


เวลาเขามีธุระอะไรก็จะโทรมาหาเราตลอด แรกๆ เราแปลกใจว่าทำไมถึงโทรมาหาเรา แต่บ่อยเข้าก็ชิน กลายเป็นสนิทกันไปเอง เวลาเขาโทรมา พอคุยธุระเสร็จแล้ว เขามักจะเล่าเรื่องงานของเขา บางทีก็เล่าให้ฟังว่าเคยทำงาน หรือ เรียนอะไรมาบ้าง เราทำงานคนละสายเลยรู้สึกว่าเรื่องของเขาน่าสนใจดี เขาเป็นคนคุยสนุก มักจะมีมุกให้เรายิ้มหรือขำเสมอ เรารู้สึกเหมือนคุยกันถูกคอเลยคุยกันได้เรื่อยๆ รู้ตัวอีกทีพวกเราก็คุยกันเป็นชั่วโมงไปแล้ว....เราคุยกันแบบนี้อาทิตย์ละครั้งหรือมากกว่านั้นถ้ามีธุระที่ต้องติดต่อกัน โดยส่วนใหญ่จะคุยนอกเรื่องกันประมาณครึ่งชั่วโมง ถึงชั่วโมงกว่าๆ เป็นประจำ แต่เราไม่เคยพูดจาหยอดกันเลย และก็ไม่เคยคุยกันเรื่องแฟนของตัวเองด้วยค่ะ


เพื่อนๆจะมองว่าเราสองคนสนิทกัน ถ้าเขาจะไม่มาเรียนเขามักจะบอกเราก่อน ใครอยากรู้อะไรเกี่ยวกับเขาก็จะมาถามเรา เรามีปรึกษาเขาบ้าง แต่ปกติเขาจะเป็นฝ่ายเข้ามาถามเราเองว่าการเรียนมีปัญหาอะไรมั้ย ทั้งๆ ที่เขาก็ไม่ค่อยมีเวลา แต่เขาก็ช่วยเราหาข้อมูล ตรวจงานให้ บางครั้งเขาก็โทรมาหาเราเพื่อแนะนำเรื่องเล็กน้อยมากเกี่ยวกับงานของเรา จนบางครั้งเราก็รู้สึกพิเศษๆที่เขาใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆแบบนี้


เราคุยกันอย่างนี้เกือบปี ถ้าไม่ได้เจอกัน ก็จะคุยกันทางเอ็มเรื่อยๆ แลกเปลี่ยนเรื่องราวของอีกฝ่ายเป็นระยะๆ เราไม่คิดมาก่อนว่ามันจะเกิดปัญหา เพราะพวกเราไม่เคยหยอดกันเลย คิดว่าเป็นพี่ชายที่สนิทกันเท่านั้น แต่ก็เกิดปัญหาขึ้นมาจนได้...เราเริ่มรู้สึกแปลกๆกับเขา คงเพราะความใกล้ชิด คุยกันบ่อยๆ และเรารู้สึกว่าเขาพึ่งพาได้ รู้สึกไว้วางใจในตัวเขามาก ถ้าเราต้องถือของเยอะเวลามีกิจกรรมของคณะ เขามักจะมาถึงเราเป็นคนแรกๆ ถ้ามีงานกิจกรรมของมหาลัยเลิกดึกๆ เขาจะบังเอิญอยู่เป็นเพื่อนเราและเดินไปลานจอดรถกันสองคนบ่อยเหมือนกัน


มีครั้งหนึ่งหลังจากทำกิจกรรมของมหาลัยเสร็จแล้ว เราจะไปร้านอาหารแห่งหนึ่งไม่ไกลจากมหาลัยนัก และเขาก็จะไปทำธุระแถวนั้นเหมือนกัน เรากำลังจะไปเรียกรถ แต่เขาชวนเราเดินไปแทน ทั้งที่เรารู้สึกว่ามันไม่เหมาะสมเท่าไรที่จะเดินไปด้วยกันสองคนในระยะทางที่ไกลพอสมควร แต่ก็คิดว่าไม่มีอะไร เพราะเป็นตอนกลางวัน เราจึงเดินไปกับเขานะคะ


ช่วงนั้น เวลาที่เขามาให้ความช่วยเหลือเราต่างๆ เรามีความสุขมากนะคะ เรารู้ตัวนะคะว่ามันไม่ดีที่รู้สึกแบบนี้ ทั้งๆที่เราและเขาต่างมีแฟนอยู่แล้ว แต่เราก็คิดว่าเราเป็นเพื่อนกันเท่านั้น ช่วยเหลือกันโดยไม่หวังผลอะไร พวกเราไม่เคยพูดหรือแสดงท่าทีว่าจีบกันเลย


แต่มีเหตุการณ์ที่ทำให้เราเริ่มสงสัยและกังวล เพราะเขาทำตัวใกล้ชิดกับเราเกินไปบ้าง เวลาคุยกันในกลุ่มเพื่อน เขาชอบจะมานั่งข้างๆเราหรือยืนข้างๆเราตลอด เวลาส่งของให้กันหรือเขาขยับตัว จะบังเอิญโดนตัวเรานิดหน่อยแต่ก็บ่อยเหมือนกัน แต่เราก็ยังคิดว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ เพราะเราไว้ใจเขามาก เขาคงรู้สึกสนิทด้วยเฉยๆ


จนเริ่มมีเพื่อนบางคนแซวๆเรากับพี่บอย เพราะเขามักจะเห็นพี่บอยมาคุย มาอยู่กับเราตลอด (ไม่ได้แซวเสียงดังต่อหน้านะคะ แต่ก็รับรู้ว่ามีคนพูดถึง) พี่เขาก็รู้แต่เราสองคนไม่เคยคุยกันเรื่องนี้เลย เรารู้สึกสับสน และรู้สึกผิดกับแฟนมากขึ้นเรื่อยๆ


เราเริ่มไม่แน่ใจในความสัมพันธ์นี้ว่าเราเป็นเพื่อนสนิทที่ดีต่อกัน หรือมันมีอะไรที่ไม่ดีหรือเปล่า (เราไม่เคยคุยกับผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่แฟนมากมายขนาดนี้ค่ะ) เราไม่รู้ว่าคนอื่นมองพวกเรายังไง แต่ก็ไม่สามารถพูดกับใครได้มากเพราะจะดูไม่ดี เราจึงไปปรึกษาเพื่อนสนิทเราค่ะ เพื่อนเราบอกว่าพี่เขาคงรู้สึกดีๆด้วย แต่คงรู้ว่าขอบเขตที่เหมาะสมอยู่ตรงไหน แต่เราไม่เห็นด้วยเพราะเราช่วยเหลือกันเรื่องงานจริงๆ และเขาไม่เคยพูดหวานๆใส่เราเลย เขาคงไม่ได้คิดอะไร ไม่เคยชวนไปทานข้าว ดูหนังอะไรแบบนั้นค่ะ


เราตัดสินใจอยู่นานว่าจะถามเขาดีไหม เพราะถ้าเค้าคิดอะไรกับเราจริงๆ เราจะคุยกันไปแบบนี้ไม่ได้แล้ว มันไม่ดี (สนิทมาแบบนี้ประมาณหนึ่งปีค่ะ) แต่อีกใจหนึ่งก็กลัวว่าถ้าเราคิดไปเอง ถามไปจะเข้าหน้ากันไม่ติดกันเปล่าๆ เพราะเขาเป็นพี่ชายคนนึงที่สนิทและดีกับเรามาก


สุดท้ายเรา ตัดสินใจถามเขาตรงๆ ว่า เราเป็นอะไรกัน เรารู้สึกไม่สบายใจ เขาอึ้งไปเหมือนกันนะคะ เขาหน้านิ่งมาก และถามเรากลับว่าเราคิดยังไง แต่เราไม่ตอบค่ะ เงียบกันไปพักนึงเขาถึงยิ้มและหัวเราะเบาๆ...... เขาบอกว่าเราคิดมากไป เราสองคนคุยกันเข้าใจมากกว่าคนอื่น เพราะมีบางอย่างที่คล้ายกัน เราทำงานด้วยกันได้ดี แฟนเขาไม่ว่าอะไรเลยที่คุยกับเรา ส่วนใหญ่เราติดต่อกันด้วยเรื่องงาน (เราก็อึ้งค่ะ เพราะเรามั่นใจว่ามากกว่าครึ่ง เราคุยกันเรื่องอื่นแน่ๆ) เขารู้ว่าบางคนเข้าใจผิดว่าเขาจีบเรา แต่เขาไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมเป็นแบบนั้น แล้วเขาก็ยิ้มเหมือนขำๆ มองเราจนเรารู้สึกอายและตลกตัวเองไปเลย เราเลยรู้สึกผิดที่ถามไปค่ะ


วันรุ่งขึ้น เขายังทักเราใน msn ถามว่าเราเป็นยังไง และช่วยงานเราเหมือนเดิม แต่พอเจอหน้ากันจริงๆ เรารู้สึกว่าเขาไม่ค่อยกล้ามาคุยกับเรา เขายังโทรมาหาเราเรื่อยๆถ้ามีธุระ แต่ไม่บ่อยนัก บางทีก็คุยนอกเรื่องนานๆ บางทีก็รีบวาง ส่วนเราทำตัวไม่ค่อยถูก เราเสียใจที่ถามไปนะคะ เพราะมันทำให้พวกเราไม่สามารถคุยกันได้เหมือนเดิม และถึงจะได้คำตอบจากเขาแล้ว แต่เราก็ยังไม่สามารถสนิทใจกับเขาแบบเพื่อนจริงๆได้เลย เพราะเพื่อนผู้ชายที่เรารู้จัก ไม่เคยมีใครทำกับเราแบบที่เขาทำค่ะ


แก้ไขล่าสุดโดย Sorbet เมื่อ 05 ก.ย. 2012, 14:09, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ก.ย. 2012, 13:57 
 
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ก.ย. 2012, 06:44
โพสต์: 7


 ข้อมูลส่วนตัว


จากนั้นผ่านไปเกือบครึ่งปี....

เป็นช่วงเวลาที่เรากับพี่เขาห่างๆกันไป เราสังเกตุได้จากท่าทีของเขา เช่น ไม่ค่อยมาชวนคุย ไม่ค่อยโทรหา ไม่คุย msn กันเหมือนเมื่อก่อน เป็นช่วงเวลาที่เครียดมากค่ะ เพราะในสายตาคนอื่นๆ เรากับพี่บอยเป็นเพื่อนสนิทที่อยู่กลุ่มเดียวกัน พอทำตัวห่างๆไปแบบนี้ เรารู้สึกเสียใจและอึดอัดมาก แต่ก็คิดไว้ว่ามันอาจจะดีแล้วที่เป็นแบบนี้ เพราะช่วงนั้นเองก็มีเรื่องสำคัญเกิดขึ้นค่ะ


คือ...เขาแต่งงานกับแฟนของเขาที่คบกันมานาน


เรารู้เรื่องนี้ก็ทำตัวไม่ค่อยถูก ได้แต่ถอยห่างออกมาจากเขา เพราะถ้าวางตัวสนิทสนมกันแบบเดิม เราก็คิดมากอีก รู้สึกผิดที่ผิดทาง เหมือนตัวเองด้อยค่า โดยเฉพาะในสายตาของเขา...เราไม่รู้ว่าเขามองเราเป็นอะไรกันแน่


แต่ด้วยความจำเป็น.....พวกเราได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งค่ะ ตอนแรกเราต่างเกร็ง ไม่ค่อยจะกล้าคุยกัน แต่ไม่นานพวกเราก็สามารถคุยกันได้เหมือนเมื่อก่อน เราสองคนเหมือนไม่ได้คุยกันแบบนี้มานานมากแล้ว พวกเรากลับมาสนิทกันอย่างรวดเร็วจนบางทีรู้สึกกลัวค่ะ


เวลาที่เขาโทรมาหาเราด้วยเรื่องงาน แรกๆ ก็คุยกันสั้นๆ แต่ทำไปทำมาเราเริ่มคุยกันนานขึ้น ถามสารทุกข์สุกดิบกัน มีคุยเล่นกันบ้าง จนกลายเป็นคุยกันนานเกือบชั่วโมงค่ะ (เราคุยกันอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง หรือน้อยกว่านั้นตามแต่มีธุระนะคะ) เราดีใจที่คุยกันได้เหมือนสมัยก่อน เราแทบจะไม่เคยตัดบทวางสายเขาเลย แต่อีกใจนึงเราก็รู้สึกไม่ดีทุกครั้ง หลังจากที่พวกเราคุยกันนานๆแบบนี้ เหมือนทำความผิดอะไรอยู่


เราถามตัวเองว่า “เราสองคนกำลังทำอะไรผิดหรือเปล่า พี่เขาคิดอะไรอยู่” ความรู้สึกผิดนี้มันมากกว่าช่วงก่อนที่เขาจะแต่งงานอีกค่ะ แต่เราไม่รู้จริงๆ ว่าพี่บอยเขาคิดอะไรหรือไม่ เพราะเขาเคยบอกเราว่า เราเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีมากๆ คนนึง เรามีส่วนที่เขาไม่มี เติมในส่วนที่ขาดค่ะ


เรากับแฟนเริ่มมีปัญหากัน แฟนเราระแวงพี่บอยมาก ทั้งๆที่เราก็พยายามเล่าให้แฟนฟังตลอด เราบอกว่าพี่บอยเคยช่วยเหลือเราเรื่องเรียนเท่านั้น พี่เขาไม่ได้คิดอะไร เราเคยเคลียร์กับพี่เขาไปแล้ว แฟนเราคิดมากไปเอง แต่แฟนเราก็ยังไม่สบายใจ แฟนถามเราว่า ทำไมพี่บอยต้องโทรหาเราคนเดียว (พี่บอยไม่ค่อยโทรหาเพื่อนคนอื่นค่ะ) คุยกันบ่อยไปไหม คุยกันนานไปไหม เราก็บอกว่ามันไม่มีอะไรจริงๆ แต่บางเรื่องเราก็ไม่กล้าเล่าให้แฟนฟังเหมือนกันค่ะ (ถ้าพี่เค้าโทรมาด้วยธุระที่ไม่จำเป็นเท่าไร หรือถ้าหากพี่เขาโทรหาเรานานๆ) เพราะกลัวแฟนจะเข้าใจผิด เสียใจและมีปัญหากันรุนแรง


เรายอมรับนะคะว่าเราเคยรู้สึกหวั่นไหวกับพี่บอย เพราะช่วงที่ผ่านมาเขาดีกับเรามากจริงๆ และเราคุยกันเข้าใจมากด้วย การวางตัวที่ห่างออกไป ทำให้เรานึกถึงพี่เขาหลายครั้ง แต่เราพยายามไม่ติดต่อไปหาเขา เพราะรู้ว่ามันไม่เหมาะสมและไม่อยากให้ทั้งแฟนเราและแฟนเขาไม่สบายใจ เราจะติดต่อเขาเฉพาะธุระที่จำเป็นจริงๆ หรือเขาติดต่อมาด้วยเรื่องงานเท่านั้น


แต่ลึกๆ เราก็รู้ว่าเรายังไม่สามารถรู้สึกกับเขาแบบเพื่อนทั่วไปได้ เราเลยค่อนข้างแคร์เขามากกว่าเพื่อนปกติ แต่ก็พยายามปรับใจตัวเองไม่ให้มันเป็นแบบนั้น เรารู้ว่าสถานะของเราและพี่เขามันคิดแบบนั้นไม่ได้ รู้ว่ามันไม่ดี แต่เพราะเรารู้จักกันมานานพอสมควร เคยเกื้อกูลกันในฐานะเพื่อนสนิทคนนึง เราจึงไม่อยากตัดขาดกันไปนะคะ สิ่งที่เราอยากจะเป็นคือเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเท่านั้นค่ะ แต่แฟนเราอยากให้เราเลิกสนิทกับพี่คนนี้ไปเลยค่ะ เขาไม่ชอบให้ติดต่อกัน


ทุกวันนี้....เวลาที่อยู่กับแฟนเราก็มีความสุขดี แต่ก็รู้สึกผิดที่เราต้องโกหกแฟนเรื่องพี่บอยบางเรื่อง (เพราะเรากลัวแฟนเราจะรับไม่ได้ และเราไม่สามารถตัดบทวางสายพี่บอยตามที่แฟนเราขอได้ค่ะ)


เวลาเจอพี่บอย...ถ้าเขาทำตัวห่างเหิน เราก็เสียใจ แต่พอมาทำตัวสนิทสนมเรารู้สึกทั้งสุขและทุกข์ปนๆกันไป เมื่อใดที่เราทำตามที่แฟนขอ คือ ทำตัวห่างๆจากพี่คนนี้ เราจะรู้สึกเสียใจมากๆทุกครั้ง เพราะเรารับรู้ได้นะคะ ว่าเขารู้สึกวางใจ รู้สึกสนิทกับเรา พอเราทำตัวห่างๆ เขาก็คงจะวางตัวไม่ถูก อึดอัด เราไม่อยากเป็นคนที่ทำให้เขาอึดอัด หรืออาจจะเสียใจค่ะ แต่เราก็ไม่รู้นะคะว่าจริงๆเขาคิดอย่างไร


แก้ไขล่าสุดโดย Sorbet เมื่อ 05 ก.ย. 2012, 14:05, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ก.ย. 2012, 14:02 
 
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ก.ย. 2012, 06:44
โพสต์: 7


 ข้อมูลส่วนตัว


เราอยากจะถามว่า

1.สิ่งที่เรากับพี่เค้าทำอยู่มันไม่เหมาะสมใช่มั้ยคะ หรือเป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้หญิงกับผู้ชายจะเป็นเพื่อนสนิทกันในลักษณะแบบนี้


2.พี่เค้าคิดอะไรอยู่คะ? พี่เขามาทำดีต่อเรา มาให้ความสนิทสนมเราเป็นพิเศษทำไม ทั้งๆที่เขามีแฟนอยู่แล้ว และรู้ว่าจะแต่งงานกัน หรือว่าพี่เค้าบริสุทธิ์ใจ แต่เราคิดมากไปเองใช่มั้ยคะ? (จริงๆ เรากังวลว่ามันอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ไม่ดีค่ะ)


3.ช่วงนี้เราทุกข์ใจมากและไม่มีสมาธิทำงาน เราไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ทำไมเราถึงเป็นแบบนี้คะ หรือนี่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากการทำบาปคะ (ส่วนใหญ่เราจะกังวลใจว่า...ถ้าแฟนของเรารู้เรื่องทั้งหมดคงเสียใจมาก เพราะเขาขี้หึง เขาคงรับไม่ได้ /เราทำอะไรให้พี่บอยเสียใจบ้าง เรากับพี่บอยกำลังทำผิดหรือไม่)


4.เราเคยทำกรรมกับพี่เขาไว้เหรอคะ ถึงต้องมากังวลใจเรื่องเขาแบบนี้ เราไม่สามารถลืมเรื่องที่พวกเราช่วยเหลือกันได้เลย เราคิดเสมอว่าพี่เขาดีกับเรามาก เราไม่อยากทำให้เขาเสียใจหรืออึดอัดใจ ซึ่งนั่นทำให้เรายิ่งทุกข์มากเพราะเราไม่ควรนึกถึงเขา หรือเป็นห่วงเขาขนาดนี้ค่ะ


5.เราควรจะวางตัวอย่างไรต่อไปคะ? เรากับพี่เขาสามารถเป็นเพื่อนที่หวังดีต่อกัน ให้ความช่วยเหลือกันอยู่หรือไม่คะ เรามีปัญหากับเรื่องนี้ค่อนข้างมาก เพราะแฟนเราขอให้เราเลิกสนิทกับพี่บอย และบอกเขาทุกครั้งที่ติดต่อกัน แต่เรารู้ว่าถ้าบอกทั้งหมดเขาก็รับไม่ได้ (เช่น เวลาที่พี่บอยโทรมาคุยค่อนข้างนาน แต่มันไม่ได้มีอะไรเกินเลยจริงๆค่ะ) เราเลยปิดแฟนบางเรื่องเพื่อความสบายใจของเขา การที่เราโกหกแฟนแบบนี้ เป็นการทำบาปหรือไม่คะ?



ขอบคุณทุกๆความเห็นล่วงหน้านะคะ ที่กรุณาอ่านเรื่องของเราจนจบ เราอยากหาทางออกที่ถูกที่ควรค่ะ


แก้ไขล่าสุดโดย Sorbet เมื่อ 06 ก.ย. 2012, 14:49, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ก.ย. 2012, 14:29 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ส.ค. 2012, 11:12
โพสต์: 66


 ข้อมูลส่วนตัว


สวัสดีค่ะ ดิฉันเป็นครอบครัวหนึ่งที่ประสบปัญหาเพราะสามีและผู้หญิงคนนึงที่เกิดคุยกันสนุก ถูกคอ ทั้งที่ต่างฝ่ายต่างมีครอบครัวแล้ว โดยจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ของพวกเขา คือไม่มีอะไร รู้ผิดชอบชั่วดี คุยกันเฉย ๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปความผูกพันมันก็เพิ่มมากขึ้น ๆ จนสุดท้ายอำนาจฝ่ายต่ำก็เข้ายึดจิตใจพวกเขาจนหมด จนตัดสินใจมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกัน เป็นปมที่ทำให้ครอบครัวดิฉันมีปัญหา ลูกต้องมาเสียใจที่พ่อแม่ทะเลาะกัน และกิเลสตัณหาจากความสัมพันธ์นั้น ก็ทำให้สามีดิฉันยากจะตัดใจ ทั้ง ๆ ที่พวกเขารับรู้ว่าทุกอย่างมันผิดและรับรู้ว่าจะต้องมีคนเสียใจ แต่พวกเขาก็เลือกที่จะทำมันลงไปสร้างตราบาปให้กับครอบครัว ปัจจุบันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเรื่องของดิฉันจะจบลงอย่างไร พวกเขายังคงติดต่อกันอยู่ โดยคุยทางโทรศัพท์ วอทแอฟ เฟส แต่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งใด ๆ กันแล้ว แต่ใจของดิฉันก็ยังรับไม่ได้นะค่ะ
จากคำถามของคุณ sorbet ดิฉันว่าถ้าคนเราจะรู้สึกดี ๆ ให้กันมันก็ไม่ผิดนะค่ะ แต่ต้องรักษาขอบเขตให้ได้ ยิ่งผู้ชายแต่งงานแล้วก็สงสารครอบครัวของเขาคะ ถ้ามันจะเกิดอะไรที่ไม่ดีขึ้น ลองถามตัวคุณว่าถ้าสามีคุณไปคุยกับใครแบบสนิทแบบที่ผู้ชายคนนั้นทำอยู่ ตัวคุณรับได้ไหม ใจเขาใจเราค่ะ ดิฉันว่าตอนนี้ใจคุณก็ผูกพันธ์กับผู้ชายคนนี้มากแล้ว เพราะถ้าเราไม่คิดอะไรกับใครจริง ๆ เราจะไม่รู้สึกอึดอัด คิดถึง หรืออะไรเลยใช่ไหมคะ แต่นี้คุณเริ่มมีความรู้สึกพวกนี้เกิดขึ้น ก็แสดงว่าคุณเริ่มจะรู้สึกผูกพันธ์มากแล้ว ไม่ต้องไปคิดหรอกคะ ว่าผู้ชายเขาจะคิดอะไรหรือเปล่า แค่อย่าให้ตัวเราคิดก็พอคะ เพราะผู้ชายเขาไม่ได้เสียอะไร มีแต่ได้กับได้ค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ อย่าปล่อยให้ทุกอย่างมันสายเกินแก้ไข ความทุกข์อีกมากมายมันจะรออยู่และยังสร้างความทุกข์ให้กับคนที่ไม่รู้เรื่องอีกด้วยค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ก.ย. 2012, 18:04 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มี.ค. 2012, 18:55
โพสต์: 145


 ข้อมูลส่วนตัว


Onion_R

ขออนุญาติตอบนะคะ

คุณผิดคะ ธรรมดาคะคุยกันใหม่ก็สนุกดี ตอนนี้ใจคุณผูกพันกับเขาคุณยังทุกข์ ภรรยาเขาละคะ ถ้ารู้คงไม่สบายใจ กรรมนะคะ
หยุดเถอะคะ อย่าให้มันต่อความกันไปมากกว่านี้ ผู้ชายคนนั้นเขาคงคิดได้บ้างเลยพยายามห่าง คุณยังไม่หยุดเหรอคะ

ถ้าผู้ชายก้าวเข้ามาคุณก็ผิด ถ้าไม่หยุด ชวนกันลงนรกเหรอคะ เขาแต่งงานกันแสดงว่าเขาเลือกแล้วคะ

ถ้ารักและหวังดีต่อกันจริงๆ อย่าให้อะไรดลใจให้คุณแย่งเขามาครองเลยคะ หยุดเถอะคะ

ก่อนที่ชีวิตครอบครัวเขาจะมีรอยร้าว เขาเองจะไม่มีความสุขไปตลอดชีวิต

สำหรับคุณเองลองสำรวจใจคุณเองเถอะว่าตอนนี้คุณกับแฟนเป็นไงบ้าง
คุณเองก็ไม่มีความสุขกับการโกหก อย่าทำเลยคะ ถ้ากับแฟนคุณยังรักหวังดีต่อกันก็คบกันต่อไปเถอะคะ

ชายหญิงคบกันไม่ใช่เรื่ิองแปลก แต่ต้องมีขอบเขต รู้ว่าอะไรควรไม่ควรคะ ถ้าคบกันแล้วต้องโกหกแฟน คงรู้อยู่ว่าไม่ควร นั้นก็ได้คำตอบแล้วนี่คะ :b1:

อย่าสร้างกรรมสร้างเวรเลยคะ :b12:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ก.ย. 2012, 19:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ธ.ค. 2011, 07:44
โพสต์: 142

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่เกินเลย เลยเถิด มักมาจากความใกล้ชิดในรูปแบบต่างๆกันไป กรณีของคุณก็เป็นหนึ่งในนั้นค่ะ

ไม่แปลก ถ้าคุณจะรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้เข้ามาเติมเต็มในสิ่งที่แฟนคุณไม่มี นั่นเป็นเพราะคุณเรียนรู้นิสัยใจคอแฟนคุณหมดแล้ว แฟนคุณไม่มีอะไรให้น่าค้นหาเท่าผู้ชายคนใหม่ เขาทำให้คุณอยากรู้จักมากขึ้น คุณจึงรู้สึกผูกพันธ์มากขึ้น เขาเองก็คงรู้สึกดีๆกับคุณเช่นกัน แต่ขณะที่เขาเตรียมตัวแต่งงาน เขาคงเตือนสติตัวเองได้ จึงไม่เกิดเหตุการณ์งานแต่งล่มขึ้น น่าชื่นชมในความมั่นคงที่ผู้ชายคนนี้มีต่อภรรยาของเขานะคะ ดิฉันนึกว่าอ่านไปแล้วจะเจอว่าคุณสองคนเลยเถิดกันไปซะอีก

ในเมื่อเขาได้แต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว คุณเองก็ควรดึงใจตัวเองกลับมาอยู่กับสิ่งที่มีอยู่ในปัจจุบันดีกว่าค่ะ อย่าได้วอกแวกมากไปกว่านี้ มิเช่นนี้ จิตใจที่ฝักใฝ่และมีใจให้อยู่แล้ว บวกกับอำนาจใฝ่ต่ำ อาจทำให้คุณทำในสิ่งที่คุณจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิตค่ะ แค่ลำพังคุณถามเขาว่า คุณเป็นอะไรในสายตาเขา คุณเองก็พูดอยู่แล้วว่า น้อยเนื้อต่ำใจไม่ใช่หรือคะ แล้วถ้ากลายสภาพไปเป็นอย่างอื่น คุณมิยิ่งกลายเป็นสิ่งที่ไร้ค่าดั่งดอกไม้ข้างถนนไปหรอกหรือ

คนเรามีสิทธิ์คบเพื่อนค่ะ ถ้ามันอยู่ในกรอบและไม่เกินเลยขอบเขต คุณเองก็รู้ตัวดีอยู่แล้วว่าควรทำตัวอย่างไรในขณะที่เขาได้เปลี่ยนสถานะไปแล้ว ดีใจค่ะที่อย่างน้อยคุณได้เข้ามาในบอร์ดแห่งนี้ ก่อนที่ทุกอย่างจะแย่ไปกว่านี้ พี่ๆเพื่อนๆในบอร์ดนี้ล้วนแล้วแต่หวังดีกับคุณนะคะ ขอให้รับฟังและกลับไปคิดให้หนักๆค่ะ ใจเขาใจเรา ถ้าคนที่คุณรักทำแบบนี้กับคุณบ้าง คุณจะรู้สึกอย่างไร ตอบตัวเองให้ได้ก่อน แล้วคุณก็จะรู้ว่าใจของแฟนคุณตอนนี้เป็นอย่างไร

ค่อยๆถอนตัวเองออกมาค่ะ ความสัมพันธ์ของเพื่่อนย่อมมีขอบเขตว่าแค่ไหน อย่างไร ถ้าคุณได้ลงมือทำแล้ว เขาไม่ใช่คนโง่ค่ะ เขาก็จะรับรู้เองว่า คุณถอยห่างออกมาแล้ว คิดได้ตอนนี้ยังไม่สายเกินแก้นะคะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ก.ย. 2012, 12:03 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ธ.ค. 2010, 17:35
โพสต์: 163

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว




รักษาตนในศีล.jpg
รักษาตนในศีล.jpg [ 66.98 KiB | เปิดดู 4631 ครั้ง ]
ขอให้ธรรมะคุ้มครองคุณนะคะ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ก.ย. 2012, 12:15 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ธ.ค. 2010, 17:35
โพสต์: 163

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว




รักษารัก.jpg
รักษารัก.jpg [ 36.41 KiB | เปิดดู 4630 ครั้ง ]
ห้ามใจห้ามยากนะคะ รักษาและเก็บไว้เป็นความทรงจำดีๆดีกว่าค่ะ
"รักษาระดับความรักไว้ เป็นแค่ความรู้สึกภายใน"
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ก.ย. 2012, 14:52 
 
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ก.ย. 2012, 06:44
โพสต์: 7


 ข้อมูลส่วนตัว


ต้องอดทน เขียน:
สวัสดีค่ะ ดิฉันเป็นครอบครัวหนึ่งที่ประสบปัญหาเพราะสามีและผู้หญิงคนนึงที่เกิดคุยกันสนุก ถูกคอ ทั้งที่ต่างฝ่ายต่างมีครอบครัวแล้ว โดยจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ของพวกเขา คือไม่มีอะไร รู้ผิดชอบชั่วดี คุยกันเฉย ๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปความผูกพันมันก็เพิ่มมากขึ้น ๆ จนสุดท้ายอำนาจฝ่ายต่ำก็เข้ายึดจิตใจพวกเขาจนหมด จนตัดสินใจมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกัน เป็นปมที่ทำให้ครอบครัวดิฉันมีปัญหา ลูกต้องมาเสียใจที่พ่อแม่ทะเลาะกัน และกิเลสตัณหาจากความสัมพันธ์นั้น ก็ทำให้สามีดิฉันยากจะตัดใจ ทั้ง ๆ ที่พวกเขารับรู้ว่าทุกอย่างมันผิดและรับรู้ว่าจะต้องมีคนเสียใจ แต่พวกเขาก็เลือกที่จะทำมันลงไปสร้างตราบาปให้กับครอบครัว ปัจจุบันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเรื่องของดิฉันจะจบลงอย่างไร พวกเขายังคงติดต่อกันอยู่ โดยคุยทางโทรศัพท์ วอทแอฟ เฟส แต่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งใด ๆ กันแล้ว แต่ใจของดิฉันก็ยังรับไม่ได้นะค่ะ
จากคำถามของคุณ sorbet ดิฉันว่าถ้าคนเราจะรู้สึกดี ๆ ให้กันมันก็ไม่ผิดนะค่ะ แต่ต้องรักษาขอบเขตให้ได้ ยิ่งผู้ชายแต่งงานแล้วก็สงสารครอบครัวของเขาคะ ถ้ามันจะเกิดอะไรที่ไม่ดีขึ้น ลองถามตัวคุณว่าถ้าสามีคุณไปคุยกับใครแบบสนิทแบบที่ผู้ชายคนนั้นทำอยู่ ตัวคุณรับได้ไหม ใจเขาใจเราค่ะ ดิฉันว่าตอนนี้ใจคุณก็ผูกพันธ์กับผู้ชายคนนี้มากแล้ว เพราะถ้าเราไม่คิดอะไรกับใครจริง ๆ เราจะไม่รู้สึกอึดอัด คิดถึง หรืออะไรเลยใช่ไหมคะ แต่นี้คุณเริ่มมีความรู้สึกพวกนี้เกิดขึ้น ก็แสดงว่าคุณเริ่มจะรู้สึกผูกพันธ์มากแล้ว ไม่ต้องไปคิดหรอกคะ ว่าผู้ชายเขาจะคิดอะไรหรือเปล่า แค่อย่าให้ตัวเราคิดก็พอคะ เพราะผู้ชายเขาไม่ได้เสียอะไร มีแต่ได้กับได้ค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ อย่าปล่อยให้ทุกอย่างมันสายเกินแก้ไข ความทุกข์อีกมากมายมันจะรออยู่และยังสร้างความทุกข์ให้กับคนที่ไม่รู้เรื่องอีกด้วยค่ะ


ขอบคุณคุณต้องอดทนนะคะ

เมื่อก่อนเวลาเราพยายามห่างจากเขาไม่เคยทุกข์ใจ กังวลใจเท่านี้เลย การคุยติดต่อกันนานไปมันทำให้เกิดความผูกพันโดยไม่รู้ตัวจริงๆคะ ยิ่งนานไปยิ่งทุกข์ใจ เรามัวแต่ไปเสียดายมิตรภาพดีๆ จนลืมมองหลายๆสิ่งไปว่าอาจจะเป็นตัวก่อปัญหาร้ายแรงในอนาคต ขอบคุณมากนะคะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ก.ย. 2012, 14:57 
 
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ก.ย. 2012, 06:44
โพสต์: 7


 ข้อมูลส่วนตัว


รออะไร เขียน:
Onion_R

ขออนุญาติตอบนะคะ

คุณผิดคะ ธรรมดาคะคุยกันใหม่ก็สนุกดี ตอนนี้ใจคุณผูกพันกับเขาคุณยังทุกข์ ภรรยาเขาละคะ ถ้ารู้คงไม่สบายใจ กรรมนะคะ
หยุดเถอะคะ อย่าให้มันต่อความกันไปมากกว่านี้ ผู้ชายคนนั้นเขาคงคิดได้บ้างเลยพยายามห่าง คุณยังไม่หยุดเหรอคะ

ถ้าผู้ชายก้าวเข้ามาคุณก็ผิด ถ้าไม่หยุด ชวนกันลงนรกเหรอคะ เขาแต่งงานกันแสดงว่าเขาเลือกแล้วคะ

ถ้ารักและหวังดีต่อกันจริงๆ อย่าให้อะไรดลใจให้คุณแย่งเขามาครองเลยคะ หยุดเถอะคะ

ก่อนที่ชีวิตครอบครัวเขาจะมีรอยร้าว เขาเองจะไม่มีความสุขไปตลอดชีวิต

สำหรับคุณเองลองสำรวจใจคุณเองเถอะว่าตอนนี้คุณกับแฟนเป็นไงบ้าง
คุณเองก็ไม่มีความสุขกับการโกหก อย่าทำเลยคะ ถ้ากับแฟนคุณยังรักหวังดีต่อกันก็คบกันต่อไปเถอะคะ

ชายหญิงคบกันไม่ใช่เรื่ิองแปลก แต่ต้องมีขอบเขต รู้ว่าอะไรควรไม่ควรคะ ถ้าคบกันแล้วต้องโกหกแฟน คงรู้อยู่ว่าไม่ควร นั้นก็ได้คำตอบแล้วนี่คะ :b1:

อย่าสร้างกรรมสร้างเวรเลยคะ :b12:



ขอบคุณคุณรออะไรมากๆค่ะ

คำถามง่ายๆว่าผิดหรือไม่ ทำไมพอเป็นเรื่องของตนเองถึงมองไม่เห็นคำตอบที่ชัดเจนนะคะ เราคงตาบอดไปชั่วขณะที่เชื่อคำพูดของเขาว่า แฟนเขารู้เรื่องของเราทั้งหมดแล้วไม่ว่าอะไรเลย (เราเชื่อเพราะเขาเป็นคนดี แต่เขาคงมีเหตุผลที่ต้องพูดแบบนี้) เพราะเราคิดยังไงมันก็ขัดกับความรู้สึกเราว่า ถ้าเราเป็นแฟนของเขาก็คงรับไม่ได้

ถ้าเราต้องโกหกแฟน เขาก็คงต้องโกหกแฟนเหมือนกัน

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำจริงๆค่ะ เราเข้าใจอะไรมากขึ้นแล้ว สิ่งที่เรากังวลว่าเขาจะอึดอัด หรือว่าเสียใจถ้าเราทำตัวห่างเหินนั้นเทียบไม่ได้เลยกับการที่เราอาจจะกลายเป็นคนที่ทำให้ครอบครัวของเขามีรอยร้าว (ถึงเขาจะไม่ได้คิดอะไร แต่ภรรยาเขาคงไม่สบาย)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ก.ย. 2012, 15:04 
 
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ก.ย. 2012, 06:44
โพสต์: 7


 ข้อมูลส่วนตัว


มะกอกมะนาว เขียน:
ไม่แปลก ถ้าคุณจะรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้เข้ามาเติมเต็มในสิ่งที่แฟนคุณไม่มี นั่นเป็นเพราะคุณเรียนรู้นิสัยใจคอแฟนคุณหมดแล้ว แฟนคุณไม่มีอะไรให้น่าค้นหาเท่าผู้ชายคนใหม่ เขาทำให้คุณอยากรู้จักมากขึ้น คุณจึงรู้สึกผูกพันธ์มากขึ้น



ขอบคุณมากนะคะ เราไม่เคยมองสาเหตุตรงนี้เลย ได้แต่สับสนว่าเขาเป็นคนที่ใช่มากกว่าแฟนเราหรือไม่ เราแย่มากเลยใช่มั้ยคะ แต่เราจะสังเกตุตัวเองเป็นระยะนะคะ ว่าความสัมพันธ์นี้มันทำให้เราทุกข์ กังวลต่างจากเมื่อก่อน ไม่เหมือนกับเวลาที่เราเจอแฟน ใจเราเย็น สงบกว่ากันมาก


สาเหตุที่เราถามเขาก็เพราะรู้สึกตัวเองหมดคุณค่าด้วยค่ะ ไม่อยากให้เขามองเราเป็นผู้หญิงไม่ดีที่รับได้กับเรื่องแบบนี้ (คุยสนิทสนมกับแฟนคนอื่นทั้งๆที่ตัวเองก็มีแฟนแล้ว) เราคงโง่เอง ที่มองสิ่งที่ผิดเป็นถูก เลือกมองแต่ว่าเขาบอกว่าไม่มีอะไร ทั้งๆที่เราก็รู้ตัวเองว่ามันเกินขอบเขตคำว่าเพื่อน ที่แฟนเราจะรับได้แล้ว


ดีใจที่ได้เข้ามาในห้องนี้นะคะ เราได้อ่านกระทู้เก่าๆของเพื่อนหลายๆคน เราจะคิดให้มากๆค่ะ เพื่อที่จะไม่ทำบาปมากไปกว่านี้ค่ะ


อ้างคำพูด:
ค่อยๆถอนตัวเองออกมาค่ะ ความสัมพันธ์ของเพื่่อนย่อมมีขอบเขตว่าแค่ไหน อย่างไร ถ้าคุณได้ลงมือทำแล้ว เขาไม่ใช่คนโง่ค่ะ เขาก็จะรับรู้เองว่า คุณถอยห่างออกมาแล้ว คิดได้ตอนนี้ยังไม่สายเกินแก้นะคะ



ขอบคุณนะคะ เราจะพยายามออกมา เลิกฟุ้งซ่านเสียทีว่าถ้าถอยออกมาเขาจะไม่เข้าใจ เกรงว่าจะทำลายความรู้สึกเขา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ก.ย. 2012, 15:10 
 
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ก.ย. 2012, 06:44
โพสต์: 7


 ข้อมูลส่วนตัว


วันนี้ เขียน:
ห้ามใจห้ามยากนะคะ รักษาและเก็บไว้เป็นความทรงจำดีๆดีกว่าค่ะ
"รักษาระดับความรักไว้ เป็นแค่ความรู้สึกภายใน"



ขอบคุณมากค่ะ เราจะพยายามห้ามใจไม่ให้เรื่องบานปลาย

จริงๆเรารู้สึกเหมือนกันค่ะว่าความทรงจำดีๆ มันค่อยๆถูกแทนที่ด้วยความทุกข์และความรู้สึกผิดในใจ

ยิ่งเขามาคุยกับเรา เรายิ่งมองเขาเปลี่ยนไป ไม่อยากมองเขาในแง่ไม่ดีเลยค่ะ

เราจะรีบถอยออกมาค่ะ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 12 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 7 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร