วันเวลาปัจจุบัน 13 ส.ค. 2020, 13:00  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 15 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ก.ย. 2012, 23:30 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มี.ค. 2012, 18:55
โพสต์: 145


 ข้อมูลส่วนตัว


s007 ตอนนี้ยังทำใจไม่ได้ กับสามีที่ยังไม่ได้เลิกกัน แต่อยู่ด้วยกันแบบเพื่อน บ้างที่ก็มีคำพูดให้เราน้อยใจ แบบไม่ได้คิดไปเองนะคะ เช่นอยากเลิก ไม่อยากทนอยู่ ไม่อยากไปไหนด้วย ไม่อยากกลับบ้าน ไม่รักกันแล้ว
ไม่อยากปรับปรุงตัว(แบบถอยคนละก้าวให้ครอบครัวมีความสุข) ก็อยากเป็นแบบนี้ ฯลฯ

อยากให้ครอบครัวเป็นครอบครัว ที่มีความสุข. เหนื่อย อยากลองแยกกันแบบหย่าไปเลย จากๆกันไป คงจะดี แต่กลัวใจตัวเองทนไม่ไหว ทุกวันนี้ก็คิดถึงแต่คำพูด และการกระทำแย่ๆ ของเขา จะได้ตัดใจเร็วๆ

แต่กลายเป็นว่าเรายิ่งร้องไห้ฟูมฟายไปใหญ่เลยอ่ะ

รุ่นพี่ในลานธรรมเขาหลุดพ้นไปเยอะแล้ว พยายามเดินตาม แต่เท้ามันไม่ไปเลยอ่ะ

มีลูกชาย1คน ตอนนี้ อายุ6ขวบกว่าแล้ว ถ้าแยกกันเราเอาลูกอยู่กับเราแน่นอน

ช่วยให้เราพบทางสว่างด้วยเถอะ. จริงคืออยากอยู่ด้วยกันอย่างสงบๆเป็นเพื่อนกันไป. เราพยายามรับสภาพนี้อยู่
แต่มันเหงา และหว้าเหว้มากๆ เลย cry cry cry

ต้องใช้หลักธรรมข้อไหนดีคะ

ปล่อยวางไม่ได้ซะที รักมาก จนบ้างครั้งคิดว่าเมื่อไหร่เราจะตายเสียที เบื่อมาก กับสภาพที่เป็นอยู่ แต่รักลูกมากๆ เลยนะคะ รู้สึกผิดว่าทำไมเราทำอะไรไม่ดีถึงให้เขาเกิดมาในครอบครัวที่แตกแยกแบบนี้. ทุกข์คะ อยากพาเขาหนีไปให้ไกลๆๆๆๆๆๆ
แต่ไม่สามารถทำได้ เศร้าและเครียดมากๆเลยคะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ก.ย. 2012, 04:37 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 มิ.ย. 2012, 15:53
โพสต์: 410


 ข้อมูลส่วนตัว


ถึงคุณรออะไร การที่คุณรออะไรรู้สึกแบบนี้ไม่ผิดหรอกค่ะ ทุกคนรู้สึกและนึกคิดกันได้ไม่เหมือนกัน
แต่ว่าคนเราอะไรที่เป็นความจริง เราก็ต้องยอมรับ การที่เราทำใจให้กับความจริง ถึงตอนนั้นมัน
เท่ากับว่าใจเราเริ่มจะปล่อยวางไปเองตามธรรมชาติ กรณีของคุณรออะไร ก็ไม่ต่างกับกรณีของอุ๋ย
เท่าไหร่หรอกค่ะ สามีอุ๋ยเขาก็ไปๆ มาๆ 2 -3 วันกลับมาเหยียบบ้านที วันละ 10 นาที ไม่ก็ ชั่วโมง
บางทีก็มานอนกับลูกตอนเช้ามืด เราไม่ได้คุยกันเลย แม้แต่หน้าเรายังไม่มองด้วยซ้ำ แต่อุ๋ยก็ไม่โกรธ
หรือว่าฟูมฟาย แต่ก็บอกตัวเองว่าขอดูละครตอนนี้หน่อยว่ามันจะเป็นอย่างไร ต่อไป โดยตัวเองจะ
เป็นคนนั่งมอง แสดงเอง ประกอบเอง ทุกอย่าง พร้อมกับความสงบในตัวเอง สรรพสิ่งทุกสิ่งทุกอย่าง
ในโลกล้วนแล้วแต่มีเวร มีกรรม เราก็นั่งชดใช้กรรม แต่อย่าไปบังคับตัวเองหรือยอมท้อถอย ท้อแท้
ไม่งั้นใจเราจะอ่อนแอ การที่เราอ่อนแอ พลอยทำให้จิตใจเราไม่เข้มแข็ง เราต้องคิดว่าทุกวันนี้ทำเพื่อ
ลูก และตัวเราเอง คนอื่นเขาไม่รักก็ไม่เป็นรัย ปล่อยเขาไปหากเขาคิดว่าเขาทำถูก ไม่ต้องเก็บมาใส่ใจ
ยิ่งเราเอาใจเราไปจดจ่อกับเขา เรานั่นแระทุกข์ บอกตัวเองนะค๊าว่าไม่ใช่ของเรา และไม่ใช่ของใคร
อีกหน่อยก็ต้องพลัดพลากจากกันอยู่ดี ไม่จากเป็นก็จากตาย เราแก่ลงทุกวัน ไม่มีใครหนีความตายพ้น
แต่การที่เราจะตายขอเราทำความดี ตั้งอยู่ในศีลธรรมอันดีงามก็พอคะ ขอให้คุณรออะไรยอมรับกับ
สิ่งที่เกิดขึ้นให้ได้ แล้วคุณรออะไรจะพบกับสิ่งดีๆๆ เราจะเริ่มมีความสุขกับตัวของเราเอง อุ๋ยพูดจริงๆนะ
ตนเองเป็นที่พึ่งแห่งตนค่ะ อุ๋ยก็ได้แต่แนะนำคุณรออะไร ช่างน้ำหนักดูนะ ยอมรับมองอะไรที่มันเป็นความจริงไม่ต้องสนใจคำพูดอะไรของเขา จะไปจะมา จะไม่มา จะไม่ไป ก็ปล่อยเขาไป พูดในสิ่งที่ต้องพูด นิ่ง สงบ อยู่กับตัว อยุ่กับใจเราค่ะ มีคนเหมือนเราเยอะแยะ ไม่ได้มีเราคนเดียวที่เป็นทุกข์ เดี๋ยวมันก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีค่ะ เป็นกำลังใจให้มากๆๆเลยค่ะ สู้ๆๆ อย่ายอมให้มันมาทำให้เราทุกข์ค่ะ นับ1 ใหม่พร้อมกับหัวใจที่เข้มแข็งค่ะ สู้ๆๆนะคุณรออะไร อุ๋ยเป็นกำลังใจให้เต็มที่ค่ะ s007


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ก.ย. 2012, 08:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ธ.ค. 2011, 07:44
โพสต์: 142

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


จริงและเห็นด้วยอย่างที่คุณอุ๋ยพูดค่ะ

ชีวิตคนเรามีทั้งสุขและทุกข์สลับกันไปตลอดเวลาค่ะ ลำพังแค่ปัญหาปากท้องก็ว่ายากลำบากแล้ว ไหนจะเรื่องลูกอีก อย่าเอาปัญหาชู้สาวของสามีมาเพิ่มความทุกข์ให้ตัวเองต้องหนักขึ้นอีกเลยค่ะ ต่อให้คุณรออะไรคิดแทบตายแค่ไหน หรือพูดจนปากฉีกไปถึงรูหู (ขอโทษที่ต้องหยาบนิดนึง) แต่ถ้าตัวสามีคุณยังไม่หยุด มันก็ไร้ประโยชน์ค่ะ ต้องให้เขาได้เจอกับมัน(เวรกรรม)ด้วยตัวเอง ปัญญาจึงจะเกิดค่ะ

ค่อยๆละความคิด ความทุกข์ ความฟุ้งซ่านที่มาจากเรื่องชู้สาวของสามีลง แล้วจิตใจคุณรออะไรจะดีขึ้นนะคะ เป็นกำลังใจให้หลุดพ้นได้โดยเร็วค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ก.ย. 2012, 09:12 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ก.ค. 2012, 07:09
โพสต์: 142


 ข้อมูลส่วนตัว


คุณรออะไร วันนี้ยังทำใจไม่ได้ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ยังมี คุณทำได้แน่นอน เพียงแต่ว่าคุณจะทำหรือไม่ คนอื่นทำได้คุณก็ต้องทำได้นะคะ คุณต้องคิดถึงคนที่เค้ามีปัญหาหนักกว่าคุณเค้ายังผ่านได้เลย คุณต้องวางใจให้ถูกที่ อย่าเอาใจไปจดจ่อกับคนที่ไม่มีศีลธรรม ไม่รู้ผิดชอบชั่วดี ไม่มีหิริโอตัปปะ ให้ใส่ใจกับลุกกับคนที่รักและเป็นห่วงคุณ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับคุณว่าจะเลือกแบบไหน อย่าให้คนไร้ค่ามากำหนดชีวิตคุณกับลูกเป็นอันขาด พี่เป็นคนนึงที่ต้องพบกับเรื่องเลวร้ายซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า พี่ยังลุกขึ้นสู้ ลุกขึ้นมาเข้มแข็ง ก้าวข้ามมาได้ คุณก็ต้องทำได้เช่นกัน ถ้าคุณยิ่งทำตัวอ่อนแอ เค้าก็ยิ่งไม่มองคุณ เค้าจะสมเพชคุณด้วยซ้ำ ณเวลานี้อย่าไปหวังว่าจะได้สิ่งดีๆ กลับมาจากเค้าเลย ไม่มีทาง รีบตัดใจและวางใจคุณให้ถูก คุณต้องเป็นที่พึ่งให้ลูก ถ้าคุณทุกข์อยู่แบบนี้ ลูกคุณจะหาความสุขไม่ได้เลย

ปล . ช่วงนี้พี่ยุ่งมาก จะไม่ได้เข้ามาตอบกระทู้ แต่เป็นห่วงคุณจริง ๆ ให้โทรไปขอเบอร์พี่ที่คุณอุ๋ยนะคะพี่จะหาเวลาพุดคุยกับคุณเพื่อให้คุณก้าวข้ามไปให้ได้ ขอโทษถ้าอาจจะตอบแรงไปบ้าง แต่สำหรับคุณตอนนี้มันเป็นสิ่งจำเป็นค่ะที่ต้องให้คุณยอมรับความจริงให้ได้


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ก.ย. 2012, 10:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2010, 18:54
โพสต์: 615

สิ่งที่ชื่นชอบ: พระไตรปิฏก อรรถกถา
ชื่อเล่น: พุทธฏีกา
อายุ: 0
ที่อยู่: ดอยสัพพัญญู

 ข้อมูลส่วนตัว www


รออะไร เขียน:
s007 ตอนนี้ยังทำใจไม่ได้ กับสามีที่ยังไม่ได้เลิกกัน แต่อยู่ด้วยกันแบบเพื่อน บ้างที่ก็มีคำพูดให้เราน้อยใจ แบบไม่ได้คิดไปเองนะคะ เช่นอยากเลิก ไม่อยากทนอยู่ ไม่อยากไปไหนด้วย ไม่อยากกลับบ้าน ไม่รักกันแล้ว
ไม่อยากปรับปรุงตัว(แบบถอยคนละก้าวให้ครอบครัวมีความสุข) ก็อยากเป็นแบบนี้ ฯลฯ

อยากให้ครอบครัวเป็นครอบครัว ที่มีความสุข. เหนื่อย อยากลองแยกกันแบบหย่าไปเลย จากๆกันไป คงจะดี แต่กลัวใจตัวเองทนไม่ไหว ทุกวันนี้ก็คิดถึงแต่คำพูด และการกระทำแย่ๆ ของเขา จะได้ตัดใจเร็วๆ

แต่กลายเป็นว่าเรายิ่งร้องไห้ฟูมฟายไปใหญ่เลยอ่ะ

รุ่นพี่ในลานธรรมเขาหลุดพ้นไปเยอะแล้ว พยายามเดินตาม แต่เท้ามันไม่ไปเลยอ่ะ

มีลูกชาย1คน ตอนนี้ อายุ6ขวบกว่าแล้ว ถ้าแยกกันเราเอาลูกอยู่กับเราแน่นอน

ช่วยให้เราพบทางสว่างด้วยเถอะ. จริงคืออยากอยู่ด้วยกันอย่างสงบๆเป็นเพื่อนกันไป. เราพยายามรับสภาพนี้อยู่
แต่มันเหงา และหว้าเหว้มากๆ เลย cry cry cry

ต้องใช้หลักธรรมข้อไหนดีคะ

ปล่อยวางไม่ได้ซะที รักมาก จนบ้างครั้งคิดว่าเมื่อไหร่เราจะตายเสียที เบื่อมาก กับสภาพที่เป็นอยู่ แต่รักลูกมากๆ เลยนะคะ รู้สึกผิดว่าทำไมเราทำอะไรไม่ดีถึงให้เขาเกิดมาในครอบครัวที่แตกแยกแบบนี้. ทุกข์คะ อยากพาเขาหนีไปให้ไกลๆๆๆๆๆๆ
แต่ไม่สามารถทำได้ เศร้าและเครียดมากๆเลยคะ

ตายอยู่แล้ว จมแล้ว! จะไปอยากตายทำไมให้ฉลาดน้อยลงไปอีก
ชีวิตคนไม่รู้ คนหลงทางแขวนอยู่กับ "ความรู้สึก" เพลินเพลิน
อยู่กับความรู้สึกที่เ็ป็น "สุข" ขัดเคืองทรมานไม่ต้องการ พร่ำเพ้อ
บ่นถึงความรู้สึกที่เป็น "ทุกข์"

คราวที่เมื่อชีวิตมีความสุข ก็เหมือนตายจากความทุกข์ ได้เกิดใหม่
ได้กำลังใจ เข้มแข็ง หยัดยืนสู้

เมื่อชีวิตมีความทุกข์ ก็เหมือนตายจากความสุข เิกิดและตก
อยู่ในห้วงของทุกข์ เศร้าหมองทรมาน ไร้กำลังกายกำลังใจ
ท้อแท้สิ้นหวัง ล้มลง

คุณโยมรออะไร ก็เหมือนคนตาย คนไม่มีปัญญา คนสิ้นหวัง
คนทุกข์ คนเศร้าโศก คนทรมานทุกข์ใจ เพราะแขวนตัวเอง
ไว้อยู่กับโลกของความรู้สึก เพราะมีความคิดที่เป็นทุกข์และ
นำความทุกข์มาให้ หากตั้งสติ ปล่อยวาง ไม่อาลัยอาวรณ์
ไ่ม่ยึดถือว่าเขาเป็นของๆ เราอีกต่อไป ลองคิดเล่นๆ ว่า

ถ้าเขาเป็นวิญญาณ เป็นผี ตายจากโลกนี้ไปแล้ว คุณโยม
รออะไรจะรออีกไหม คนเคยรู้จัก ไม่มีตัวมีตนให้กอดให้
สัมผัส พูดก็ไม่พูด เห็นเฉพาะเวลาที่ไม่มีใครเห็น แล้วก็
เป็นเรา ถูกเขาตามหลอกตามหลอนอยู่ในใจ กลางวันหรือ
กลางคืน ก็มีแต่เราคนเดียวที่เห็นเขา มาหลอกมาหลอน
อยู่ในจิตใจของเรา เห็นเขาเศร้าหมอง อยากข้าวและน้ำ
แต่ก็กินไม่ได้ เห็นเขาหนาว เขาเหงาเหมือนๆ กับเรา
แต่ก็อบอุ่นกายอบอุ่นใจอีกไม่ได้ เหมือนๆ กับเราข้างใน
ที่เป็นอยู่ เหมือนผีเหมือนวิญญาณไม่มีตัวมีตน

เมื่อไหร่ที่ แผ่เมตตา มีความรักตัวเอง แผ่กรุณา มีความ
สงสารตัวเราเอง แผ่มุฑิตา ยินดีที่เขามีความสุข ยินดีพอใจ
กับตัวเราเอง ไม่ต้องรอตายรอเผากัน ต้องพลัดพรากกัน
ในไม่เกินร้อยปี หรือเร็วกว่าจาก ภัยต่างๆ ในโลกนี้ ว่าแต่
มีบุญพอ มีสติมีปัญญาพอ จะเกิดอีก แล้วเกิดอยู่ในห้วง
บุญห้วงกุศล ลมหายใจหมดลง แต่จิตจะยังเป็นสุขได้ไหม
ถ้าได้ แปลว่ามีแดนสวรรค์แดนมนุษย์ให้ได้เกิด ให้ได้รับ
ความสุขสั่งสมสติปัญญาบารมี จนกว่าจะพ้นจากทุกข์

หรือลมหายใจยังมี แต่จิตเป็นทุกข์เศร้าหมอง แม้อยู่
เป็นอยู่ ยืนเดินนั่งนอนอยู่ ก็คือวิญญาณที่ถูกจองจำแ้ล้ว
อยู่ในอบาย อยู่ในความทุกข์ อยู่ในนรก!!!

ไม่ต้องรออะไร ก็มีแดนเปรตอาลัยอาวรณ์เป็นภูมิในใจ
ไม่ต้องรอสิ้นลม ก็ไปแล้ว ตายแล้ว ตกล่วง จมอยู่ใน
ห้วงแห่งทุกข์แล้ว ถ้าสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับเรา เจ็บปวด
ทรมานรุนแรงเดือดดาลหาที่สุดไม่ได้ บางทีเราเอาจผ่าน
เหตุการณ์นั้นมาแล้วในแดนนรกก็เป็นได้ แดนที่หาความสุข
ไ่ม่เจอเลยดำมืดไม่มีหนทาง

เมื่อเราผ่านแดนนรกไม่เจริญไม่มีความสุขพ้นแล้ว วิบากที่ยัง
ให้ผลหลงเหลืออยู่ ทุกข์ ความรู้สึกที่เป็นทุกข์ ก็เบาบางลง
แต่ก็ยังไม่สิ้นทุกข์ ใจเรายังไม่พ้นแดนเปรต ยังรักยังรอยัง
อาลัยอาวรณ์หวงหา อยากก็ไม่สมอยาก ปรารถนาก็ไม่ได้
สมปรารถนา เสพเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม

มีเพื่อนมีคนมีหัวอกเดียวกัน บอกกล่าวบอกสอน แนะนำ
ให้เข้มแข็งอดทน หากไม่หยัดยืน ไม่ต่อสู้ ก็ล่วงพ้นแดน
เปรตรักเปรตหลง เปรตอาลัยเปรตอาวรณ์นี้ไม่ได้ มือยาวๆ
ก็สาวหา ของรักของๆ เราอยู่ตลอดพุทธันดรที่ยาวนาน
เมื่อไม่มีสติ เืมื่อไม่รู้ ร่างกายก็เปลือยเปล่า ไ้ร้ผ้าอาภรณ์
เพราะไม่มีสติ ไม่มีปัญญา ไม่รับอนุโมทนา ที่มีเพื่อนๆ
เหล่ามนุษย์และเทวดา คอยแบ่งส่วนบุญให้ ให้คำแนะนำ
ให้ข้อคิด และพาตัวพาใจออกมาจากแดนทุกข์!

เท่านี้ไม่พอจริงๆ หรือ ต้องรออะไรอีกหรือ กับคำว่ารัก!
เท่านี้ไม่สาสมกับบุพกรรม กับวิบากกรรมที่เคยหลอกเคย
ลวงเคยพลัดพรากของรักของๆ คนอื่นอีกหรือ!

ระหว่างภพ ระหว่างชาติที่ปกปิด เคยทำอะไรเอาไว้ขนาดไหน
วัดเอาในเชิงสถิติ ที่วัดเอาได้ด้วยความรู้สึก ที่ได้รับ ยิ่งทุกข์
ยิ่งทรมาน คือผลจากการที่เราได้สร้างกรรม ทำอกุศลหลอกลวง
โกหก คบชู้ ผิดลูกเมีย เพ่งเล็งอยากได้ พยาบาทผูกโกรธ
โดยมี ความรัก ความกำหนัดยินดี มีโลภะ เป็นสาเหตุ
ยังไม่พอจริงๆ หรือ ไม่เข็ดจริงๆ หรือผ่านมาร้อยภพร้อยชาติ
มากมายเกินจะนับ น้ำตา พระท่านว่า ที่ต้องสูญเสียพลัดพราก
มากกว่า คาบสมุทรทั้ง ๔ จะมาเอาดี เอาเด่น เรื่องเจ้าน้ำตา
ไปหาอะไร รออะไรหรือโยม...

เปรตกับเปรตสมสู่กัน ผัวเมียคู่ไหนรับบุญก่อน รับธรรมก่อน
ก็ไปเกิดในสวรรค์ ไปก่อนไปเจอนางฟ้า เทพบุตรก่อน มันก็
รักก็อาลัยอาวรณ์กัน ทั้งก่อนทั้งหลังวุ่นวาย ไม่แพ้กัน!

เทวดานางฟ้าเสียใจตายแล้ว หากวิบากกรรมไม่มากไม่รุนแรง
ก็ได้ไปเกิดแดนมนุษย์ยังมีศีล มีธรรมะ ยังได้รู้สุขรู้ทุกข์อยู่บ้าง
ถ้ามีวิบากกรรมรุนแรงกว่า ก็ไปเกิดแดนนรก กรรมเบาบางก็เคลื่อน
มาเกิดแดนอสูรกาย แดนเปรต แดนสัตว์เดรัจฉานที่ฟังธรรม
เข้าใจธรรมไม่ได้ ในอบาย ถ้าเป็นเปรตญาติรอส่วนบุญ ก็โชคดี
มีโอกาสรับบุญรับธรรมแล้วก็ไปเกิดใหม่ ในแดนมนุษย์หรือมีบุญ
มากพอมากกว่า ก็ได้ไปเกิดแดนสวรรค์ภูมิสวรรค์ เหมือนๆ ความ
สุขความทุกข์ ที่ขึ้นๆ ลงๆ ไม่แ่น่ไม่นอน

แต่ก็ยังไม่พออีกหรือ ที่ขึ้นๆ ลงๆ ตายเกิดๆ สุขบ้างทุกข์บ้าง
เพราะมีราคะ มีโลภะ มีตัณหา มีความกำนัดเพลิน เป็นชนวนเหตุ
ให้หมู่สัตว์ทั้งหลาย ท่องเที่ยวไปในวัฏฏสงสาร จะเอาดีเอาเด่น
ในเรื่องตัณหา เรื่องอาลัยอาวรณ์ ไม่มีความสุขเป็นรางวัลนะ!
มีแต่ทุกข์ มีแต่โทษ มีแต่ความทรมานทุกข์ในเสียใจเท่านั้น
เป็นรางวัลสำหรับ คนที่ยึดถือในสิ่งต่างๆ แขวนตัวเองไว้
กับความรู้สึก "สุขและทุกข์" ทรงสอนว่า เวทนาที่เป็นสุขก็ดี
เป็นทุกข์ก็ดี ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ทั้งนั้น ไม่่ใช่ตัวไม่ใช่ตน
เพราะหากเป็นความเที่ยง ก็คงสามารถให้มัน เป็นสุขไปได้ตลอด
เพราะหากเป็นความสุข มันก็คงไม่ต้อง เปลี่ยนแปลงกลายเป็น
สุขและทุกข์และทุกข์เสียมากกว่า

เพราะหากเป็นอัตตา เป็นตัวเป็นตน เป็นเราของๆ เราจริง
เราก็ต้องบังคับให้เราเอง มีความสุข หรือขออย่าได้ให้เขาทิ้งเรา
มีใจไปรักคนอื่นเขาเลย ก็เมื่อมันเป็นฐานะที่เป็นไปไม่ได้ แล้ว
ทำไมเราจะนำชีวิต จิตใจเรา ไปแขวน อยู่กับ ความรุ้สึก สุขทุกข์
แขวนไว้กับความคิด ตัวคิด ว่าเป็นเราของเรา รออะไร รอทุกข์หรือ
เมื่อไหร่ที่เรามีสติ มีสัมปชัญญะ รู้เท่าทันตามความจริงของกายใจ

เราก็จะเห็นว่า แท้จริงแล้ว เืมื่อเราวาง ความรู้สึก ความคิด ตัวคิด
ลงไปแล้ว นั่นเราก็วางโลกของความทุกข์ โลกเราของๆ เราลงไป
เลยทีเดียว โดยเห็นอยู่และรู้อยู่ ตามสภาพตามความเป็นจริงของมัน
มันจะจำได้ รู้สึกได้ คิดได้ เราก็ตั้งสติกำหนดรู้ ดูมันและไม่แขวน
จิตแขวนใจเรา ไปตามความรู้สึกสุขทุกข์ ไปตามความคิด
เมื่อจิตสงบ ตั่งมั่น ดีแล้ว ก็พิจารณาให้เห็นโทษเห็นภัยในวัฏฏะ
เห็นภัยในการเวียนว่ายตายเกิด ในการมีอัตภาพสุขๆ ทุกข์ๆ เพราะ
กาม เพราะราคะตัณหา เพราะความยึดถือ เพราะรัก...

ตั้งสติ หยุดฟุ้งซ่าน พิจารณา ทุกๆ คำแนะนำของกัลยาณมิตร
เอาพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง ลูกผัวไม่ใช่ที่พึ่ง นอกไปจาก พระพุทธเจ้า
พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งที่แท้จริง ที่จะดับทุกข์ได้ เว้นไป
จากนี้ไม่มี ไม่ใช่ที่พึ่งในวัฏฏ์สงสารนี้เลย เจริญพร.

.....................................................
39777.กฎกติกา มารยาท และบทลงโทษ ในการใช้บอร์ด

42529.สีลัพพตปรามาส - สีลัพพตุปาทาน (สมเด็จพระญาณสังวรฯ)
44772.e-Book สัมมาทิฏฐิ ตามพระเถราธิบายของท่านพระสารีบุตรเถระ
พระไตรปิฎกมาแล้ว อรรถกถาอยู่ตรงไหน ตอนที่ 1 (ลานธรรมเสวนา)
พระไตรปิฎกมาแล้ว อรรถกถาอยู่ตรงไหน ตอนที่ 2 (ลานธรรมเสวนา)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ก.ย. 2012, 10:24 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ส.ค. 2012, 11:12
โพสต์: 66


 ข้อมูลส่วนตัว


สวัสดีค่ะ คุณรออะไร เป็นกำลังใจให้อีกคนนะคะ พยายามตั้งสติให้ดี วางใจเราให้อยู่กับตัวเรา อย่าเอาไปไว้ที่เขา คิดถึงลูกให้มาก ๆ คะ ชีวิตเล็ก ๆ ที่ต้องการเรามากที่สุดและรักเรามากที่สุด ขนาดตัวเราที่ผ่านโลกมาตั้งเยอะ เจอทุกข์เจอสุขมามากมาย วันนี้เรายังรู้สึกว่าใจเราเจ็บ ทนไม่ได้ แล้วใจเล็ก ๆ ของลูกที่ผ่านโลกมาไม่กี่ปี จะเจ็บปวดกว่าเราอีกกี่เท่า สู้นะค่ะ เพื่อลูก


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ก.ย. 2012, 10:54 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ธ.ค. 2010, 17:35
โพสต์: 163

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว




อย่าท้อ.jpg
อย่าท้อ.jpg [ 58.05 KiB | เปิดดู 3289 ครั้ง ]
เป็นกำลังใจด้วยคนค่ะ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ก.ย. 2012, 11:48 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 มิ.ย. 2012, 15:53
โพสต์: 410


 ข้อมูลส่วนตัว


พุทธฏีกา เขียน:
รออะไร เขียน:
s007 ตอนนี้ยังทำใจไม่ได้ กับสามีที่ยังไม่ได้เลิกกัน แต่อยู่ด้วยกันแบบเพื่อน บ้างที่ก็มีคำพูดให้เราน้อยใจ แบบไม่ได้คิดไปเองนะคะ เช่นอยากเลิก ไม่อยากทนอยู่ ไม่อยากไปไหนด้วย ไม่อยากกลับบ้าน ไม่รักกันแล้ว
ไม่อยากปรับปรุงตัว(แบบถอยคนละก้าวให้ครอบครัวมีความสุข) ก็อยากเป็นแบบนี้ ฯลฯ

อยากให้ครอบครัวเป็นครอบครัว ที่มีความสุข. เหนื่อย อยากลองแยกกันแบบหย่าไปเลย จากๆกันไป คงจะดี แต่กลัวใจตัวเองทนไม่ไหว ทุกวันนี้ก็คิดถึงแต่คำพูด และการกระทำแย่ๆ ของเขา จะได้ตัดใจเร็วๆ

แต่กลายเป็นว่าเรายิ่งร้องไห้ฟูมฟายไปใหญ่เลยอ่ะ

รุ่นพี่ในลานธรรมเขาหลุดพ้นไปเยอะแล้ว พยายามเดินตาม แต่เท้ามันไม่ไปเลยอ่ะ

มีลูกชาย1คน ตอนนี้ อายุ6ขวบกว่าแล้ว ถ้าแยกกันเราเอาลูกอยู่กับเราแน่นอน

ช่วยให้เราพบทางสว่างด้วยเถอะ. จริงคืออยากอยู่ด้วยกันอย่างสงบๆเป็นเพื่อนกันไป. เราพยายามรับสภาพนี้อยู่
แต่มันเหงา และหว้าเหว้มากๆ เลย cry cry cry

ต้องใช้หลักธรรมข้อไหนดีคะ

ปล่อยวางไม่ได้ซะที รักมาก จนบ้างครั้งคิดว่าเมื่อไหร่เราจะตายเสียที เบื่อมาก กับสภาพที่เป็นอยู่ แต่รักลูกมากๆ เลยนะคะ รู้สึกผิดว่าทำไมเราทำอะไรไม่ดีถึงให้เขาเกิดมาในครอบครัวที่แตกแยกแบบนี้. ทุกข์คะ อยากพาเขาหนีไปให้ไกลๆๆๆๆๆๆ
แต่ไม่สามารถทำได้ เศร้าและเครียดมากๆเลยคะ

ตายอยู่แล้ว จมแล้ว! จะไปอยากตายทำไมให้ฉลาดน้อยลงไปอีก
ชีวิตคนไม่รู้ คนหลงทางแขวนอยู่กับ "ความรู้สึก" เพลินเพลิน
อยู่กับความรู้สึกที่เ็ป็น "สุข" ขัดเคืองทรมานไม่ต้องการ พร่ำเพ้อ
บ่นถึงความรู้สึกที่เป็น "ทุกข์"

คราวที่เมื่อชีวิตมีความสุข ก็เหมือนตายจากความทุกข์ ได้เกิดใหม่
ได้กำลังใจ เข้มแข็ง หยัดยืนสู้

เมื่อชีวิตมีความทุกข์ ก็เหมือนตายจากความสุข เิกิดและตก
อยู่ในห้วงของทุกข์ เศร้าหมองทรมาน ไร้กำลังกายกำลังใจ
ท้อแท้สิ้นหวัง ล้มลง

คุณโยมรออะไร ก็เหมือนคนตาย คนไม่มีปัญญา คนสิ้นหวัง
คนทุกข์ คนเศร้าโศก คนทรมานทุกข์ใจ เพราะแขวนตัวเอง
ไว้อยู่กับโลกของความรู้สึก เพราะมีความคิดที่เป็นทุกข์และ
นำความทุกข์มาให้ หากตั้งสติ ปล่อยวาง ไม่อาลัยอาวรณ์
ไ่ม่ยึดถือว่าเขาเป็นของๆ เราอีกต่อไป ลองคิดเล่นๆ ว่า

ถ้าเขาเป็นวิญญาณ เป็นผี ตายจากโลกนี้ไปแล้ว คุณโยม
รออะไรจะรออีกไหม คนเคยรู้จัก ไม่มีตัวมีตนให้กอดให้
สัมผัส พูดก็ไม่พูด เห็นเฉพาะเวลาที่ไม่มีใครเห็น แล้วก็
เป็นเรา ถูกเขาตามหลอกตามหลอนอยู่ในใจ กลางวันหรือ
กลางคืน ก็มีแต่เราคนเดียวที่เห็นเขา มาหลอกมาหลอน
อยู่ในจิตใจของเรา เห็นเขาเศร้าหมอง อยากข้าวและน้ำ
แต่ก็กินไม่ได้ เห็นเขาหนาว เขาเหงาเหมือนๆ กับเรา
แต่ก็อบอุ่นกายอบอุ่นใจอีกไม่ได้ เหมือนๆ กับเราข้างใน
ที่เป็นอยู่ เหมือนผีเหมือนวิญญาณไม่มีตัวมีตน

เมื่อไหร่ที่ แผ่เมตตา มีความรักตัวเอง แผ่กรุณา มีความ
สงสารตัวเราเอง แผ่มุฑิตา ยินดีที่เขามีความสุข ยินดีพอใจ
กับตัวเราเอง ไม่ต้องรอตายรอเผากัน ต้องพลัดพรากกัน
ในไม่เกินร้อยปี หรือเร็วกว่าจาก ภัยต่างๆ ในโลกนี้ ว่าแต่
มีบุญพอ มีสติมีปัญญาพอ จะเกิดอีก แล้วเกิดอยู่ในห้วง
บุญห้วงกุศล ลมหายใจหมดลง แต่จิตจะยังเป็นสุขได้ไหม
ถ้าได้ แปลว่ามีแดนสวรรค์แดนมนุษย์ให้ได้เกิด ให้ได้รับ
ความสุขสั่งสมสติปัญญาบารมี จนกว่าจะพ้นจากทุกข์

หรือลมหายใจยังมี แต่จิตเป็นทุกข์เศร้าหมอง แม้อยู่
เป็นอยู่ ยืนเดินนั่งนอนอยู่ ก็คือวิญญาณที่ถูกจองจำแ้ล้ว
อยู่ในอบาย อยู่ในความทุกข์ อยู่ในนรก!!!

ไม่ต้องรออะไร ก็มีแดนเปรตอาลัยอาวรณ์เป็นภูมิในใจ
ไม่ต้องรอสิ้นลม ก็ไปแล้ว ตายแล้ว ตกล่วง จมอยู่ใน
ห้วงแห่งทุกข์แล้ว ถ้าสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับเรา เจ็บปวด
ทรมานรุนแรงเดือดดาลหาที่สุดไม่ได้ บางทีเราเอาจผ่าน
เหตุการณ์นั้นมาแล้วในแดนนรกก็เป็นได้ แดนที่หาความสุข
ไ่ม่เจอเลยดำมืดไม่มีหนทาง

เมื่อเราผ่านแดนนรกไม่เจริญไม่มีความสุขพ้นแล้ว วิบากที่ยัง
ให้ผลหลงเหลืออยู่ ทุกข์ ความรู้สึกที่เป็นทุกข์ ก็เบาบางลง
แต่ก็ยังไม่สิ้นทุกข์ ใจเรายังไม่พ้นแดนเปรต ยังรักยังรอยัง
อาลัยอาวรณ์หวงหา อยากก็ไม่สมอยาก ปรารถนาก็ไม่ได้
สมปรารถนา เสพเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม

มีเพื่อนมีคนมีหัวอกเดียวกัน บอกกล่าวบอกสอน แนะนำ
ให้เข้มแข็งอดทน หากไม่หยัดยืน ไม่ต่อสู้ ก็ล่วงพ้นแดน
เปรตรักเปรตหลง เปรตอาลัยเปรตอาวรณ์นี้ไม่ได้ มือยาวๆ
ก็สาวหา ของรักของๆ เราอยู่ตลอดพุทธันดรที่ยาวนาน
เมื่อไม่มีสติ เืมื่อไม่รู้ ร่างกายก็เปลือยเปล่า ไ้ร้ผ้าอาภรณ์
เพราะไม่มีสติ ไม่มีปัญญา ไม่รับอนุโมทนา ที่มีเพื่อนๆ
เหล่ามนุษย์และเทวดา คอยแบ่งส่วนบุญให้ ให้คำแนะนำ
ให้ข้อคิด และพาตัวพาใจออกมาจากแดนทุกข์!

เท่านี้ไม่พอจริงๆ หรือ ต้องรออะไรอีกหรือ กับคำว่ารัก!
เท่านี้ไม่สาสมกับบุพกรรม กับวิบากกรรมที่เคยหลอกเคย
ลวงเคยพลัดพรากของรักของๆ คนอื่นอีกหรือ!

ระหว่างภพ ระหว่างชาติที่ปกปิด เคยทำอะไรเอาไว้ขนาดไหน
วัดเอาในเชิงสถิติ ที่วัดเอาได้ด้วยความรู้สึก ที่ได้รับ ยิ่งทุกข์
ยิ่งทรมาน คือผลจากการที่เราได้สร้างกรรม ทำอกุศลหลอกลวง
โกหก คบชู้ ผิดลูกเมีย เพ่งเล็งอยากได้ พยาบาทผูกโกรธ
โดยมี ความรัก ความกำหนัดยินดี มีโลภะ เป็นสาเหตุ
ยังไม่พอจริงๆ หรือ ไม่เข็ดจริงๆ หรือผ่านมาร้อยภพร้อยชาติ
มากมายเกินจะนับ น้ำตา พระท่านว่า ที่ต้องสูญเสียพลัดพราก
มากกว่า คาบสมุทรทั้ง ๔ จะมาเอาดี เอาเด่น เรื่องเจ้าน้ำตา
ไปหาอะไร รออะไรหรือโยม...

เปรตกับเปรตสมสู่กัน ผัวเมียคู่ไหนรับบุญก่อน รับธรรมก่อน
ก็ไปเกิดในสวรรค์ ไปก่อนไปเจอนางฟ้า เทพบุตรก่อน มันก็
รักก็อาลัยอาวรณ์กัน ทั้งก่อนทั้งหลังวุ่นวาย ไม่แพ้กัน!

เทวดานางฟ้าเสียใจตายแล้ว หากวิบากกรรมไม่มากไม่รุนแรง
ก็ได้ไปเกิดแดนมนุษย์ยังมีศีล มีธรรมะ ยังได้รู้สุขรู้ทุกข์อยู่บ้าง
ถ้ามีวิบากกรรมรุนแรงกว่า ก็ไปเกิดแดนนรก กรรมเบาบางก็เคลื่อน
มาเกิดแดนอสูรกาย แดนเปรต แดนสัตว์เดรัจฉานที่ฟังธรรม
เข้าใจธรรมไม่ได้ ในอบาย ถ้าเป็นเปรตญาติรอส่วนบุญ ก็โชคดี
มีโอกาสรับบุญรับธรรมแล้วก็ไปเกิดใหม่ ในแดนมนุษย์หรือมีบุญ
มากพอมากกว่า ก็ได้ไปเกิดแดนสวรรค์ภูมิสวรรค์ เหมือนๆ ความ
สุขความทุกข์ ที่ขึ้นๆ ลงๆ ไม่แ่น่ไม่นอน

แต่ก็ยังไม่พออีกหรือ ที่ขึ้นๆ ลงๆ ตายเกิดๆ สุขบ้างทุกข์บ้าง
เพราะมีราคะ มีโลภะ มีตัณหา มีความกำนัดเพลิน เป็นชนวนเหตุ
ให้หมู่สัตว์ทั้งหลาย ท่องเที่ยวไปในวัฏฏสงสาร จะเอาดีเอาเด่น
ในเรื่องตัณหา เรื่องอาลัยอาวรณ์ ไม่มีความสุขเป็นรางวัลนะ!
มีแต่ทุกข์ มีแต่โทษ มีแต่ความทรมานทุกข์ในเสียใจเท่านั้น
เป็นรางวัลสำหรับ คนที่ยึดถือในสิ่งต่างๆ แขวนตัวเองไว้
กับความรู้สึก "สุขและทุกข์" ทรงสอนว่า เวทนาที่เป็นสุขก็ดี
เป็นทุกข์ก็ดี ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ทั้งนั้น ไม่่ใช่ตัวไม่ใช่ตน
เพราะหากเป็นความเที่ยง ก็คงสามารถให้มัน เป็นสุขไปได้ตลอด
เพราะหากเป็นความสุข มันก็คงไม่ต้อง เปลี่ยนแปลงกลายเป็น
สุขและทุกข์และทุกข์เสียมากกว่า

เพราะหากเป็นอัตตา เป็นตัวเป็นตน เป็นเราของๆ เราจริง
เราก็ต้องบังคับให้เราเอง มีความสุข หรือขออย่าได้ให้เขาทิ้งเรา
มีใจไปรักคนอื่นเขาเลย ก็เมื่อมันเป็นฐานะที่เป็นไปไม่ได้ แล้ว
ทำไมเราจะนำชีวิต จิตใจเรา ไปแขวน อยู่กับ ความรุ้สึก สุขทุกข์
แขวนไว้กับความคิด ตัวคิด ว่าเป็นเราของเรา รออะไร รอทุกข์หรือ
เมื่อไหร่ที่เรามีสติ มีสัมปชัญญะ รู้เท่าทันตามความจริงของกายใจ

เราก็จะเห็นว่า แท้จริงแล้ว เืมื่อเราวาง ความรู้สึก ความคิด ตัวคิด
ลงไปแล้ว นั่นเราก็วางโลกของความทุกข์ โลกเราของๆ เราลงไป
เลยทีเดียว โดยเห็นอยู่และรู้อยู่ ตามสภาพตามความเป็นจริงของมัน
มันจะจำได้ รู้สึกได้ คิดได้ เราก็ตั้งสติกำหนดรู้ ดูมันและไม่แขวน
จิตแขวนใจเรา ไปตามความรู้สึกสุขทุกข์ ไปตามความคิด
เมื่อจิตสงบ ตั่งมั่น ดีแล้ว ก็พิจารณาให้เห็นโทษเห็นภัยในวัฏฏะ
เห็นภัยในการเวียนว่ายตายเกิด ในการมีอัตภาพสุขๆ ทุกข์ๆ เพราะ
กาม เพราะราคะตัณหา เพราะความยึดถือ เพราะรัก...

ตั้งสติ หยุดฟุ้งซ่าน พิจารณา ทุกๆ คำแนะนำของกัลยาณมิตร
เอาพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง ลูกผัวไม่ใช่ที่พึ่ง นอกไปจาก พระพุทธเจ้า
พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งที่แท้จริง ที่จะดับทุกข์ได้ เว้นไป
จากนี้ไม่มี ไม่ใช่ที่พึ่งในวัฏฏ์สงสารนี้เลย เจริญพร.



สาธุค่ะ ตุ๊โย ชอบคำสอนของท่านจังเลยเจ้าค่ะ :b17:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ก.ย. 2012, 12:14 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ส.ค. 2012, 08:50
โพสต์: 86


 ข้อมูลส่วนตัว


คุณรออะไร ได้รับกำัลังใจเยอะแยะเลย ผ่านมันไปให้ได้นะคะ เพราะคุณเองก็ไม่ได้เป็นแบบนี้คนเดียว เจ็บปวดก็เป็นเหมือนกัน กำลังพยายามเดินผ่านมันไปเหมือนกัน รู้ว่าไม่ได้ง่าย ๆ เลย แต่ก็ต้องพยายามคะ สู้ ๆ นะคะ เป็นกำลังใจให้คะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ก.ย. 2012, 13:40 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ส.ค. 2012, 08:50
โพสต์: 86


 ข้อมูลส่วนตัว


บางครั้งเราก็รู้สึกโกรธ แต่ความโกรธของเราส่วนใหญ่แล้วไม่ใช่เพราะเจ็บที่ตัวหรือเจ็บที่กาย แต่เป็นเพราะว่าเราเจ็บที่หัวใจของเรา...ต่างหาก สู้ไปด้วยกันนะคะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ก.ย. 2012, 20:14 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มี.ค. 2012, 18:55
โพสต์: 145


 ข้อมูลส่วนตัว


สาธุคะท่านพุทธฎีกา

ตอนนี้ต้องทำใจอย่างมากเลยคะ. อาจเพราะกระโหลกหนา เจ็บแล้วไม่ค่อยจำ ยึดมั่นถือมั่นไม่ปล่อยวาง. ทำใจได้ช้า คนอื่นเขาปล่อยวาง เข้าใจกันไปถึงไหนๆ แต่ดิฉันยังยึดติดอยู่เลย บัวยังมีหลายเหล่า ค่อยๆโปรดดิฉัน หน่อยนะคะ. Kiss

ขอบคุณ คุณอุ๋ย. คุณมะกอกมะนาว คุณแม่ผู้อดทน คุณต้องอดทน คุณวันนี้ คุณเจ็บปวด. ขอบคุณมากๆนะคะ
บางทีดิฉันก็น้อยใจเสียใจ ยังยึดมั่นอยู่ สักวันต้องทำได้คะ onion

เมื่อวานน้อยใจคำพูดเขาที่บอกว่าไม่อยากพาเราไปงานเลี้ยงที่ไหน เราเลยเสียใจ คุยไปคุยมาชวนเลิกกันซะงั้น

แต่ก่อนมารับเซ้าซี้ให้ไปด้วย เดี๋ยวนี้ไม่ยอมให้ไป เราผิดเองที่คิดว่าเขาควรให้เกียรติเราบ้าง.
มันเหมือนกับเราไม่มีค่าสำหรับเขา เราจะจำไว้เราไม่มีค่ากับเขาแล้ว เรามีค่าในตัวเราเองใครไม่เห็นชั่งเขา

สักวันเราต้องปล่อยให้ได้้ สักวัน onion


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.ย. 2012, 04:29 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 มิ.ย. 2012, 15:53
โพสต์: 410


 ข้อมูลส่วนตัว


รออะไร เขียน:
สาธุคะท่านพุทธฎีกา

ตอนนี้ต้องทำใจอย่างมากเลยคะ. อาจเพราะกระโหลกหนา เจ็บแล้วไม่ค่อยจำ ยึดมั่นถือมั่นไม่ปล่อยวาง. ทำใจได้ช้า คนอื่นเขาปล่อยวาง เข้าใจกันไปถึงไหนๆ แต่ดิฉันยังยึดติดอยู่เลย บัวยังมีหลายเหล่า ค่อยๆโปรดดิฉัน หน่อยนะคะ. Kiss

ขอบคุณ คุณอุ๋ย. คุณมะกอกมะนาว คุณแม่ผู้อดทน คุณต้องอดทน คุณวันนี้ คุณเจ็บปวด. ขอบคุณมากๆนะคะ
บางทีดิฉันก็น้อยใจเสียใจ ยังยึดมั่นอยู่ สักวันต้องทำได้คะ onion

เมื่อวานน้อยใจคำพูดเขาที่บอกว่าไม่อยากพาเราไปงานเลี้ยงที่ไหน เราเลยเสียใจ คุยไปคุยมาชวนเลิกกันซะงั้น

แต่ก่อนมารับเซ้าซี้ให้ไปด้วย เดี๋ยวนี้ไม่ยอมให้ไป เราผิดเองที่คิดว่าเขาควรให้เกียรติเราบ้าง.
มันเหมือนกับเราไม่มีค่าสำหรับเขา เราจะจำไว้เราไม่มีค่ากับเขาแล้ว เรามีค่าในตัวเราเองใครไม่เห็นชั่งเขา

สักวันเราต้องปล่อยให้ได้้ สักวัน onion


อย่าไปใส่ใจกับคำพูดของเขาเลย ยิ่งเก็บเอามาคิดก็ยิ่งเจ็บใจอยู่เรื่อย ทำให้เหมือนลมที่พัดผ่านเราไปวูบหนึ่ง อย่าไปเอาใจไปจดจ่ออยู่กับเขา หันมารักและดูแลตัวเราดีกว่าค่ะ จะไปจะมาเป็นเรื่องของเขา
เขาไม่ชวนเราก็ไม่ต้องไปใส่ใจ อยู่ของเราไม่ต้องทำอะไรสงบ นิ่งซะ ทำตัวเราให้ร่าเริงอยู่เสมอ จากที่มีเขาและไม่มีเขา เราก็สดใส และร่าเริงอยู่ได้ด้วยตัวเราเอง เขาก็คือคนอื่น อีกหน่อยก็ต้องพรากจากกันอยู่ดีค่ะ ทำใจให้ได้ ค่อยๆทำไป มาเจริญในธรรมดีกว่าค่ะ สู้ๆๆนะคุณรออะไร อุ๋ยเชื่อว่าคุณทำได้ค่ะ
นับไปพร้อมกับอุ๋ยได้เลย แล้วคุณจะสบายใจ เป็นกำลังใจให้นะค่ะ เขาคือธาตุ อากาศค่ะ ไม่มีตัวมีตน คิดแบบนี้นะ มองให้ผ่าน สู้ๆๆนะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.ย. 2012, 06:17 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 มิ.ย. 2012, 15:53
โพสต์: 410


 ข้อมูลส่วนตัว


*สิ่งที่ทำแล้วมีความสุข*
๑. ดื่มน้ำให้มากๆ
๒. กินอาหารเช้าเหมือนราชา, รับประทานอาหารเที่ยงเหมือนเจ้าชายและเมื่อถึงอาหารเย็น, ให้วาดภาพว่าตัวเองเป็นแค่ขอทาน (แปลว่ากินมือหนักที่สุดตอนเช้า, และกลาง ๆ ตอนเที่
ยงและตกเย็นแล้ว, ทำตัวเป็นยาจก, ไม่มี
อะไรจะกิน...สุขภาพจะเป็นอย่างเทวดาทีเดียวเชียวแหละ)
๓. กินอาหารที่โตบนต้นและบนดิน, พยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่ผลิตจากโรงงาน
๔. ใช้ชีวิตบนหลักการ 3 E...นั่นคือ energy หรือพลังงาน, enthusiasm หรือกระตือตือร้น และ empathy คือเอาใจเขามาใส่ใจเราให้มาก ๆ
๕. หาเวลาทำสมาธิหรือสวดมนต์เสมอ
๖. เล่นเกมสนุก ๆ เสียบ้าง, อย่าเครียดกันนักเลย
๗. อ่านหนังสือให้มากขึ้น...ตั้งเป้าว่าปีนี้จะอ่านมากกว่าปีที่ผ่านมา
๘. นั่งเงียบ ๆ อยู่กับตัวเองสักวันละ 10 นาทีให้ได้
๙. นอนวันละ 7 ชั่วโมง
๑๐.เดินสักวันละ 10 ถึง 30 นาที, แล้วแต่จะสะกวด, ไม่ต้องเครียดกับมัน, วันไหนไม่ได้เดิน, ก็อย่าหงุดหงิดกับมัน
๑๑.ระหว่างเดิน, อย่าลืมยิ้ม
นั่นเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสุขภาพกายและใจที่ผสมปนเปกันได้เสมอ, หากทำเป็นกิจวัตร, ชีวิตก็จะแจ่มใส, แต่อย่าทำให้ตัวเองเครียดด้วยการรู้สึกผิดถ้าหากวันไหนทำไม่ได้ตามที่วางกำหนดเวลาของตนเอาไว้
วันนี้ทำไม่ได้, พรุ่งนี้ทำก็ได้
แต่การไม่เอาจริงเอาจังกับตัวเองเกินไปไม่ได้หมายถึงการผัดวันประกันพรุ่ง, ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน

*สูตรเกี่ยวกับบุคลิกของตัวเองที่ควรไปจะคู่กับสูตรสุขภาพมีอย่างนี้ครับ*
๑. อย่าเปรียบเทียบชีวิตของตัวเองกับคนอื่น คุณไม่รู้หรอกว่าคนที่คุณอิจฉานั้นเขามีความทุกข์ยิ่งกว่าคุณอย่างไรบ้าง
๒. อย่าคิดทางลบเกี่ยวกับเรื่องที่คุณควบคุมหรือกำหนดไม่ได้ แทนที่จะมองโลกในแง่ร้าย, ก็ทุ่มเทกำลังและพลังงานให้กับความคิดทางบวก ณ ปัจจุบันเสีย
๓. อย่าทำอะไรเกินกว่าที่ตัวเองทำได้...รู้ว่าขีดจำกัดของตัวเองอยู่ที่ไหน
๔. อย่าเอาจริงเอาจังกับตัวเองนัก เพราะคนอื่นเขาไม่ได้ซีเรียสกับคุณเท่าไหร่หรอก
๕. อย่าเสียเวลาและพลังงานอันมีค่าของคุณกับเรื่องหยุมหยิมหรือเรื่องซุบซิบ....นอกเสียจากว่ามันจะทำให้คุณผ่อนคลายได้อย่างจริงจัง
๖. จงฝันตอนตื่นมากกว่าตอนหลับ
๗. ความรู้สึกอิจฉาริษยาเป็นเรื่องเสียเวลาเปล่า ๆ ปลี้ ๆ...คิดให้ดีก็จะรู้ว่าคุณมีทุกอย่างที่คุณจำเป็นต้องมีแล้ว
๘. ลืมเรื่องขัดแย้งในอดีตเสีย และอย่าได้เตือนสามีหรือภรรยาคุณเกี่ยวกับความผิดพลาดในอดีตของอีกฝ่ายหนึ่งเลย เพราะมันจะทำลายความสุขปัจจุบันของคุณ
๙. ชีวิตนี้สั้นเกินกว่าที่เราจะไปโกรธเกลียดใคร...จงอย่าเกลียดคนอื่น
๑๐.ประกาศสงบศึกกับอดีตให้สิ้น, จะได้ไม่ทำลายปัจจุบันของคุณ
๑๑.ไม่มีใครกำหนดความสุขของคุณได้นอกจากคุณเอง
๑๒.จงเข้าใจเสียว่าชีวิตก็คือโรงเรียน คุณมาเพื่อเรียนรู้ และปัญหาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของหลักสูตรซึ่งมาแล้วก็หายไป...เหมือนโจทย์วิชาพีชคณิต...แต่สิ่งที่คุณเรียนรู้นั้นอยู่กับคุณตลอดชีวิต
๑๓. จงยิ้มและหัวเราะมากขึ้น
๑๔. คุณไม่จำเป็นต้องชนะทุกครั้งที่ถกแถลงกับคนอื่นหรอก...บางครั้งก็ยอมรับว่าเราเห็นแตกต่างกันได้...เห็นพ้องที่จะเห็นต่างก็ไม่เห็นเสียหายแต่อย่างไรละ

*แล้วเราควรจะมีทัศนคติอย่างไรต่อชุมชนและคนรอบข้างเราล่ะ?*

๑. อย่าลืมโทรฯหาครอบครัวบ่อย ๆ
๒. จงหาอะไรดี ๆ ให้คนอื่นทุกวัน
๓. จงให้อภัยทุกคนสำหรับทุกอย่าง
๔. จงหาเวลาอยู่กับคนอายุเกิน 70 และต่ำกว่า 6 ขวบ
๕. พยายามทำให้อย่างน้อย 3 คนยิ้มได้ทุกวัน
๖. คนอื่นเขาคิดอย่างไรกับคุณไม่ใช่เรื่องของคุณสัก หน่อย
๗. งานของคุณไม่ดูแลคุณตอนคุณป่วยหรอก แต่ครอบครัวและเพื่อนคุณต่างหากเล่าที่จะดูแลคุณในยามคุณมีปัญหาสุขภาพ ดังนั้น, อย่าได้ห่างเหินกับคนใกล้ชิดเป็นอันขาด

*และถ้าหากสามารถดำรงชีวิตให้มีความหมายได้, ก็ควรจะทำดังต่อไปนี้*
๑. ทำสิ่งที่ควรทำ
๒. อะไรที่ไม่เป็นประโยชน์, ไม่สวย, ไม่น่ารื่นรมย์, จงทิ้ง
ไปเสีย...เก็บไว้ทำไม?
๓. เวลาย่อมรักษาแผลทุกอย่างได้
๔. ไม่ว่าสถานการณ์จะดีหรือเลวปานใด, เดี๋ยวมันก็เปลี่ยน
๕. ไม่ว่าคุณจะรู้สึกอย่างไรในตอนเช้าของทุกวัน, จงลุก
จากเตียง, แต่งตัวและปรากฎตัวต่อหน้าคนที่เราร่วมงาน
ด้วย...get up, dress up and show up.
๖. สิ่งที่ดีที่สุดยังมาไม่ถึง
๗. ถ้าคุณยังลุกขึ้นตอนเช้าได้, อย่าลืมขอบคุณพระพุทธองค์
หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุณนับถือเสียด้วย
๘. เชื่อเถอะว่าส่วนลึก ๆ ในใจของคุณนั้นมีความสุข
เสมอ...ดังนั้น, ส่วนนอกของคุณทุกข์โศกไปทำไมเล่า?

*และสุดท้ายที่สำคัญที่สุด ส่งบทความที่ต่อไปให้คนที่คุณรักและห่วงหาอาทรด้วย*

-ขอขอบคุณบทความดีๆจากเวปโอเคเนชั่นบล็อค-
-ขอขอบคุณภาพประกอบจาก*Secret Garden*-


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.ย. 2012, 07:47 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มี.ค. 2012, 18:55
โพสต์: 145


 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบคุณมากคะคุณอุ๋ย สำหรับบทความดีๆ กำลังใจดีๆ. มีความสุขกับเช้าวันใหม่คะ

ช่วงนี้จิตตกไปบ้างไรบ้าง บุญรักษาคะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.ย. 2012, 08:14 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 มิ.ย. 2012, 15:53
โพสต์: 410


 ข้อมูลส่วนตัว


อย่าคิดมากเลยนะ วันนี้จิตตกทุกวันก็ขอให้มันตกแป๊บๆๆ อย่าเกาะเป็นสนิมในใจนะ
เราจะอยู่เคียงข้างกันเสมอ มีอะไรโทรหาอุ๋ยนะ บางทีคำพูดกำลังใจอาจช่วยเราได้เยอะมากขึ้น
การระบายอะไรออกมาทางคำพูดก็รู้สึกดีนะ อย่างอุ๋ยกับคุณแม่ผู้อดทน คุณผู้อดทน ถือว่าเป็นเพื่อนกันค่ะ อุ๋ยบางทีจิตตกคิดไมได้ก็มีคุณแม่ผู้อดทน คุณอุค่ะ ไม่ต้องเกรงใจ อยากช่วยให้สบายใจค่ะ
พวกเราต้องพึ่งธรรมะในการรักษาใจ มันทำให้จิตใจเราสงบ และ เป็นเกาะป้องกันความทุกข์ที่จะเข้ามาค่ะ สู้ๆๆน้า


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 15 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 6 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร