วันเวลาปัจจุบัน 20 ส.ค. 2019, 21:16  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 15 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.ย. 2011, 17:54 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ย. 2011, 12:22
โพสต์: 12


 ข้อมูลส่วนตัว


ทุกวันนี้ยังคิดถึงเค้าทั้งในเรื่องดีและเรื่องร้าย พอคิดขึ้นมาใจเราก็ไปรู้สึกตามความคิดตลอดค่ะ เสียใจบ้าง โกรธบ้าง เสียดายบ้าง เมื่อไหร่จะถึงวันที่เมื่อนึกเรื่องของเค้าแล้วมันไม่กระทบกับความรู้สึกเราอีก ดิชั้นพยายามอ่านหนังสือมากๆค่ะ ก็เจอคำแนะนำให้แผ่เมตตาให้เค้ามากๆ นึกถึงบุญกุศลใดได้ก็ให้แผ่ให้เลย แล้วจะทำให้เวรกรรมที่เค้าเคยทำร่วมกันเบาบางลง ประมาณว่าเมื่อเราอโหสิได้แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องชดใช้กรรมกันต่อค่ะ ตอนนี้ก็กำลังอย่างคำแนะนำในหนังสือนะค่ะ แต่ยังไม่ให้ผล 100% เลยอยากรู้ค่ะว่ามีใครใช้วิธีนะบ้างค่ะ แล้วผลเป็นอย่างไรบ้าง ช่วยแนะนำกันหน่อยนะค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ก.ย. 2011, 16:56 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ย. 2009, 13:38
โพสต์: 376

ชื่อเล่น: ต้น
อายุ: 0
ที่อยู่: นครสวรรค์

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอตอบแบบไม่ค่อยตรงคำถามนะ

เรื่องแผ่แล้วผลเป็นอย่างไรผมไม่รู้ ที่อยากจะบอกก็แต่ว่าถ้าอโหสิกรรมก็คือเลิกแล้วต่อกันไม่ว่ากรรมดีกรรมชั่ว ไม่มีเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว ไปแล้ว

แต่อย่าไปนึกถึงเขา แล้วไม่ต้องพยายามไปนีกถึงด้วย เดี๋ยวไฟเก่ามันลุกขึ้นมา เกิดอยากตามหาคนรักเก่าขึ้นมา อยากรู้ข้อมูลของเขาว่าเป็นอย่างไร มันจะเป็นเรื่อง อโหสิกรรมแล้วขอบายเลยไม่เอาไม่ยุ่งดีกว่า

อย่างนี้ถึงจะดี แล้วหาทางออกให้ได้นะ ใบ้ให้นิดหน่อยหาทางออกก็คือการศึกษาธรรมหาต้นสายปลายเหตุแล้วกำจัดมันซะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ต.ค. 2011, 14:52 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ส.ค. 2011, 16:32
โพสต์: 42


 ข้อมูลส่วนตัว


ก้เป็นทางออกที่ดีนะค่ะ เพราะตอนนี้ก็ใส่บาตรทำบุญ ขออโหสิกรรมให้เขา สิ่งที่ไม่ดีให้หมด
ไป ถ้าคิดว่าทำแล้วจิตใจสบายก็ทำเถอาะค่ะ จิตใจเราเป็นอย่างไรเรารู้ดีอยู่แล้ว โกหกคนอื่น
ได้ แต่โกหกใจตัวเองไม่ได้หรอกค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ต.ค. 2011, 13:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2011, 16:09
โพสต์: 38

แนวปฏิบัติ: สวดมนต์
งานอดิเรก: อ่านหนังสือ
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


tongue แผ่เมตตาให้เขาแล้ว อย่าลืมแผ่เมตตาให้ตัวเองด้วยนะคะ อย่างที่คุณ tonnk บอกก็ถูกที่สุดค่ะอย่าไปนึกถึงเป็นดีที่สุดไม่ต้องไปอยากรู้ว่าเขาเป็นยังไงสบายดีไหมยังรักกับคนของเขาดีอยู่หรือเปล่า รู้แล้วก็เจ็บสู้ไม่รู้อะไรเลยจะดีกว่า สงบกว่าค่ะ แล้วเวลาจะช่วยรักษาเราเองแต่เราก็ต้องช่วยรักษาตัวเองก่อนนะคะ
:b18: เป็นกำลังใจให้ค่ะ :b18:

.....................................................
รู้ใดก็ไม่ประเสริฐ เท่ารู้แจ้งด้วยปัญญาธรรมอันเกิดมีในตน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ต.ค. 2011, 13:02 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.ย. 2010, 09:07
โพสต์: 762

แนวปฏิบัติ: อานาปาฯ
งานอดิเรก: ศึกษาพุทธธรรม
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม
ชื่อเล่น: ปลีกวิเวก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


พฤษภ เขียน:
ทุกวันนี้ยังคิดถึงเค้าทั้งในเรื่องดีและเรื่องร้าย พอคิดขึ้นมาใจเราก็ไปรู้สึกตามความคิดตลอดค่ะ เสียใจบ้าง โกรธบ้าง เสียดายบ้าง เมื่อไหร่จะถึงวันที่เมื่อนึกเรื่องของเค้าแล้วมันไม่กระทบกับความรู้สึกเราอีก ดิชั้นพยายามอ่านหนังสือมากๆค่ะ ก็เจอคำแนะนำให้แผ่เมตตาให้เค้ามากๆ นึกถึงบุญกุศลใดได้ก็ให้แผ่ให้เลย แล้วจะทำให้เวรกรรมที่เค้าเคยทำร่วมกันเบาบางลง ประมาณว่าเมื่อเราอโหสิได้แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องชดใช้กรรมกันต่อค่ะ ตอนนี้ก็กำลังอย่างคำแนะนำในหนังสือนะค่ะ แต่ยังไม่ให้ผล 100% เลยอยากรู้ค่ะว่ามีใครใช้วิธีนะบ้างค่ะ แล้วผลเป็นอย่างไรบ้าง ช่วยแนะนำกันหน่อยนะค่ะ


tongue สวัสดีค่ะ คุณพฤษภ
โทสะ คือความไม่พอใจ ความโกรธ ความพยาบาท ความขุ่นเคืองใจ ไม่ได้อย่างใจฯลฯ จัดเป็นตัณหาชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นเหตุแห่งความทุกข์เผาลนจิตใจให้ร้อนรุ่ม การจะละโทสะได้นั้น ท่านให้เจริญเมตตาค่ะ
แต่ถ้าเจริญวิปัสสนาก็จะกำหนดสติไว้ที่ลักษณะของรูปนามที่ปรากฏ เกิดขึ้นและดับไปตามกฏไตรลักษณ์

สำหรับผู้ที่ไม่ได้ฝึกการเจริญวิปัสสนา ให้ใช้วิธีเจริญเมตตาค่ะ คำว่าเจริญเมตตาในทางปฏิบัติหมายถึงการที่เรานึกถึงใครสักคนด้วยความปรารถนาดี อยากเห็นเขามีความสุขความเจริญ ด้วยความจริงใจ ความเมตตาต้องเกิดที่ใจ มิใช่เพียงแค่ทำบุญแล้วเอ่ยปากแผ่เมตตาให้ตามรูปแบบพิธีกรรมเท่านั้น การเจริญเมตตาสามารถทำได้ตลอดเวลาเป็นสิ่งที่ทำได้ในชีวิตประจำวันของเรา (เช่น ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ช่วยเหลือเกื้อกูล กับเพื่อนบ้าน เพื่อนร่วมงาน หมู่ญาติมิตรสหาย สรรพสัตว์ เป็นต้น) ไม่ได้จำกัดเพียงแค่รูปแบบในการทำบุญเพียงอย่างเดียว เมื่อกระทำเหตุแห่งเมตตาได้บ่อย ๆ ก็จะกลายเป็นเหตุปัจจัยให้เกิดความเมตตาในจิตใจของเราอยู่บ่อย ๆ เนือง ๆ เมื่อเมตตาเจริญขึ้นมากแล้วจะเป็นเหตุปัจจัยให้ละโทสะไปได้เองค่ะ...
ผลที่ได้รับจากการเจริญเมตตา ได้รับทันทีค่ะ ความสุขทางใจปรากฏ จิตเป็นกุศล เป็นกุศลกรรม...
ลองสังเกตุดูก็ได้บุคคลผู้มีความเมตตามักเป็นผู้ไม่โกรธ....

.....................................................
วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน โส เสฏฺโฐ เทวมานุสเส
ผู้ถึงพร้อมด้วยความรู้คู่ความดี คือผู้ที่ประเสริฐสุดในหมู่มนุษย์และเทวดา
วรรคทอง วรรคธรรม โดยท่าน ว.วชิรเมธี


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ต.ค. 2011, 14:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2011, 19:55
โพสต์: 146


 ข้อมูลส่วนตัว


ผมอ่านกระทู้ของคุณแล้วผมงงมากเลยครับ คุณมักจะลำดับคำพูดไม่ถูก ใช้คำกลับไปกลับมาจนสับสนครับ แต่ผมก็พยายามทำความเข้าใจ แต่จะให้ดีเราควรใช้ภาษาไทยให้ถูกดีกว่าครับ เอาแบบที่อ่านเข้าใจโดยไม่ต้องแปลภาษาไทยเป็นภาษาไทยน่ะครับ

ยกตัวอย่าง
พฤษภ เขียน:
ตอนนี้ก็กำลัง_อย่างคำแนะนำในหนังสือนะค่ะ

คุณคงหมายความว่า: ตอนนี้กำลังทำอย่างคำแนะนำในหนังสือนะค่ะ
หรือไม่ก็คงหมายความว่า: ตอนนี้กำลังทำตามคำแนะนำในหนังสือนะค่ะ

พฤษภ เขียน:
เลยอยากรู้ค่ะว่ามีใครใช้วิธี_นะบ้างค่ะ


คุณคงหมายความว่า: อยากทราบว่าท่านใดมีวิธีอะไรบ้างคะ
หรือไม่ก็: อยากทราบว่าท่านอื่นๆใช้วิธีการใดบ้างคะ,มีวิธีการใดแนะนำบ้างคะ
ประมาณนี้หรือเปล่าครับ

*การใช้ภาษาผิด(ผิดหลักนะครับ ไม่ใช่ภาษาวัยรุ่นนะ) ทำให้การสื่อสารติดขัด
จนต้องมานั่งแปลภาษาไทยเป็นภาษาไทย และทำให้เกิดความล่าช้าในการสื่อสาร
หรืออาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้นะครับ ด้วยความปราถนาดีครับ

.....................................................
เก็บธรรมใส่กล่อง.....เรียนรู้จากบัณฑิต.....คบหากัลยาณมิตร.....จิตอ่อนน้อมในพระธรรม


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ต.ค. 2011, 14:20 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2011, 19:55
โพสต์: 146


 ข้อมูลส่วนตัว


พฤษภ เขียน:
1.เจอคำแนะนำให้แผ่เมตตาให้เค้ามากๆ นึกถึงบุญกุศลใดได้ก็ให้แผ่ให้เลย

2.เมื่อเราอโหสิได้แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องชดใช้กรรมกันต่อค่ะ

3.ตอนนี้ก็กำลังอย่างคำแนะนำในหนังสือนะค่ะ แต่ยังไม่ให้ผล 100%


1. ดีแล้วครับ แผ่เมตตาให้เพื่อร่วมโลก เขาคนนั้นก็เพื่อนร่วมโลกเช่นกันครับ เมื่อแผ่เมตตาแล้ว
ใจเกิดกุศล ละเว้นการเบียดเบียนซึ่งกันและกัน ย่อมจะส่งผลดีให้กับคุณยิ่งๆขึ้นไปครับ

2.เรื่องการชดใช้กรรมนั้นต้องขออภัยที่ผมไม่สามารถตอบได้ เพราะผมเพิ่งเริ่มศึกษาพระธรรม
เช่นกันครับ แต่ในเมื่อคุณอโหสิกรรมให้กับใครด้วยใจจริงแล้ว ใจของคุณก็จะปลอดโปร่ง เบา
สบายขึ้นครับ เพราะคุณได้พยายามละ และวางในสิ่งที่เคยยึดไว้ตลอดมา และชีวิตก็จะง่ายขึ้น
ครับ เพราะไม่ต้องคอยแบกอะไรเอาไว้ตลอดเวลา

3.ทำต่อไปเรื่อยๆครับ บางสิ่งนั้นไม่เห็นผลทันตา และรีบทำด้วยความร้อนรนไม่ได้ครับ
ต้องค่อยเป็นค่อยไปครับ พระธรรม+เวลา จะชำระใจเราให้ผ่องใสขึ้นเองนะครับ

พยายามเข้านะครับท่านเจ้าของกระทู้ จะเป็นกำลังใจให้ครับ

.....................................................
เก็บธรรมใส่กล่อง.....เรียนรู้จากบัณฑิต.....คบหากัลยาณมิตร.....จิตอ่อนน้อมในพระธรรม


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ต.ค. 2011, 14:29 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2011, 19:55
โพสต์: 146


 ข้อมูลส่วนตัว


พฤษภ เขียน:
เลยอยากรู้ค่ะว่ามีใครใช้วิธีนะบ้างค่ะ แล้วผลเป็นอย่างไรบ้าง ช่วยแนะนำกันหน่อยนะค่ะ


วิธีการไม่มีอะไรแตกต่างหรอกครับ อยู่ที่ใจของเราด้วยครับ เมื่ออโหสิ ใจของเราต้องอโหสิจริงๆเต็มร้อย ให้อภัยจริงๆ ไม่จองเวร ไม่อาฆาต ไม่กล่าวให้ร้าย ไม่สาปแช่ง ไม่เเพร่งพรายหรือนำเรื่องของเขาไปพูดต่อ คืออโหสิแล้วก็ให้จบๆไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่ต้องพูดหรือกล่าวถึง ถ้าลืมได้ก็จะดีมาก อย่างนี้แล้วใจของเราก็จะไม่มีภาระใดๆคอยผูกมัด เบาสบาย

สำหรับผม เมื่ออโหสิแล้ว ก็ใช้ชีวิตปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่พูดถึงเรื่องนี้กับใคร แม้กระทั่งกับตัวเองก็พยายามลืมให้ได้ครับ ความรู้สึกทุกอย่างย่อมไม่อยู่กบเรานาน ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป อนิจจังครับ หมั่นตักบาตร ทำบุญ สังฆทาน แผ่เมตตา สวดมนต์ ทำกิจกรรมต่างๆเพื่อไม่ให้ตนเองมีเวลาว่างพอที่จะคิดถึงเรื่องใดๆ อย่างนี้แล้วใจของเราก็จะหมดภาระกับเรื่องนั้นไปเองครับ เพราะคำๆเดียวครับ "อโหสิจากใจจริง"

.....................................................
เก็บธรรมใส่กล่อง.....เรียนรู้จากบัณฑิต.....คบหากัลยาณมิตร.....จิตอ่อนน้อมในพระธรรม


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ต.ค. 2011, 21:43 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ย. 2011, 12:22
โพสต์: 12


 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบคุณสำหรับทุกคำแนะนำดีๆนะค่ะ

และต้องขออภัยหากการเรียบเรียงอักษรไทยออกมาให้เป็นภาษาไทยที่ของดิชั้นมันเข้าใจยากเสียเหลือเกิน

เหตุเพราะดิชั้นพยายามสื่อสารออกมาจากความรู้สึกไม่ได้ต้องการเขียนตำราเรียนค่ะ บางทีการเรียบเรียงข้อความในทันทีทันใดนั้นอาจจะทำให้ไม่สามารถเขียนไปลบไปได้ เนื้อหาเลยออกมาเป็นแบบที่เขียนนั่นแหละค่ะ

มีหลายท่านที่อ่านแล้วเข้าใจสิ่งที่ดิชั้นต้องการสื่อสารนะค่ะ แต่สำหรับบางท่านที่ไม่ถูกใจก็ต้องขออภัย ดิชั้นไม่ได้เรียนเอกภาษาไทยมาซะด้วย อีกอย่างภาษาที่ใช้อาจจะวัยรุ่นเกินไปก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ต.ค. 2011, 07:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2011, 19:55
โพสต์: 146


 ข้อมูลส่วนตัว


พฤษภ เขียน:
ขอบคุณสำหรับทุกคำแนะนำดีๆนะค่ะ

และต้องขออภัยหากการเรียบเรียงอักษรไทยออกมาให้เป็นภาษาไทยที่ของดิชั้นมันเข้าใจยากเสียเหลือเกิน
เหตุเพราะดิชั้นพยายามสื่อสารออกมาจากความรู้สึกไม่ได้ต้องการเขียนตำราเรียนค่ะ

มีหลายท่านที่อ่านแล้วเข้าใจสิ่งที่ดิชั้นต้องการสื่อสารนะค่ะ แต่สำหรับบางท่านที่ไม่ถูกใจก็ต้องขออภัย ดิชั้นไม่ได้เรียนเอกภาษาไทยมาซะด้วย


กราบขออภัยคุณ พฤษภ ผู้เป็นเจ้าของกระทู้เป็นอย่างสูงครับ หากการทักท้วงด้วยความปราถณาดี
จากใจจริงของผมในเรื่องการใช้ภาษา ทำให้ท่านขุ่นเคืองใจเป็นอย่างมาก จนความปราถนาดีของ
ผมถูกตีความไปในด้านลบ การที่ผมทักท้วงท่านไม่ใช่ว่าผมไม่ถูกใจนะครับ เพียงแต่อ่านไม่เข้าใจ
จริงๆครับ แต่ผมก็พยายามทำความเข้าใจท่าน เพราะท่านเรียบเรียงคำพูดประมาณว่า

ไปนี้มาวันไหนเพื่อ(แปลว่า วันนี้ไปไหนมาเพื่อน)
วันเที่ยวสนุกมามัยเพื่อน(แปลว่า วันนี้ไปเที่ยวมาสนุกมั้ยเพื่อน)
มาวันนี้ใครด้วย(แปลว่า วันนี้พาใครมาด้วย)


คำในวงเล็บคือคำที่ผมพยายามแปลเพื่อทำความเข้าใจ แต่การใช้คำแบบนี้มันเข้าใจยากน่ะครับ
แล้วมันก็ไม่ใช่ภาษาวัยรุ่นอะไรหรอกครับ แต่เป็นภาษาที่สับสนครับ และผู้แปลความอาจจะแปล
ผิดก็ได้นะครับ อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้

ผมจึงแค่ทักท้วงท่านด้วยความหวังดีเท่านั้นเองครับ ผมไม่ได้ตำหนิท่าน แต่แค่สะกิดๆ ให้ท่าน
ได้ตรวจสอบน่ะครับ

และกราบขออภัยท่านเจ้าของกระทู้เป็นอย่างสูง หากความปราถนาดีของผมในครั้งนี้ ถูกท่าน
เจ้าของกระทู้มองว่าเป็นการกระทำที่ล่วงละเมิดและทำให้ท่านเกิดความขุ่นเคืองใจเป็นอย่าง
มาก :b8: :b8: :b8:

.....................................................
เก็บธรรมใส่กล่อง.....เรียนรู้จากบัณฑิต.....คบหากัลยาณมิตร.....จิตอ่อนน้อมในพระธรรม


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ต.ค. 2011, 21:50 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ย. 2011, 12:22
โพสต์: 12


 ข้อมูลส่วนตัว


ชี้แจงคุณกล่องธรรมนะค่ะ

ตัวอย่างที่คุณแสดงมาออกจะเว่อไปหรือป่าวค่ะ ดิชั้นมั่นใจว่าตัวเองคงไม่ได้สลับที่เป็นไวยากรณ์ภาษาอังกฤษอย่างที่คุณยกตัวอย่างแน่ๆค่ะ

หากคุณมีความหวังดีจริงๆ อ่านตรงไหนไม่เข้าใจก็ถามกันตรงๆได้นะค่ะ ที่ดิชั้นเข้ามาเว็บนี้เพราะคิดว่าที่นี่สามารถพึ่งพิงได้ยามทุกข์ คิดว่าทุกคน ณ ที่นี่เปรียบเสมือนเพื่อนค่ะ ฉะนั้น เพื่อนคุยกับเพื่อนคงไม่จำเป็นต้องหาคำสวยหรูมาพูดกันให้ยากลำบาก อีกอย่างถ้าเพื่อนมีเจตนาดีเพื่อนจะพิจารณาหาข้อแนะนำดีๆไม่ใช่มานั่งจับผิดกันหรอกค่ะ

หากไม่พอใจในการใช้ภาษาไทยของดิชั้นอีกก็ต้องขออภัยอีกครั้งนะค่ะ เพราะพยายามเขียนเป็นภาษาพูดค่ะ ไม่ได้จะเขียนเป็นภาษาเขียน

ปล.ถ้าคราวหลังอยากจะปรึกษาปัญหาอะไรดิชั้นก็คงสื่อสารได้เท่านี้จริงๆแหละค่ะ เพราะคงไม่มานั่งเขียนเรียงความแล้วอ่านทวนเพื่อแก้คำผิดก่อนส่งอาจารย์เป็นแน่ ขอโทษด้วยนะค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ต.ค. 2011, 22:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2009, 02:41
โพสต์: 5637

แนวปฏิบัติ: พอง ยุบ
ชื่อเล่น: เจ
อายุ: 0
ที่อยู่: USA

 ข้อมูลส่วนตัว www


การแผ่เมตตา และขออโหสิกรรม
อย่างสม่ำเสมอ ถ้าจะให้เห็นผลโดยเร็ว ควรเพิ่มการถือศิลห้า
อย่างเคร่งครัดในแต่ละวันและหาโอกาสปฏิบัติธรรมด้วย

จะทำให้ใจเราเยือกเย็น สงบ พอที่จะเห็น ความไม่แน่นอน
ยอมรับความเป็นจริง ไม่ว่าจะเรื่องของความยึดมั่นถือมั่น ว่าใครเป็นของเรา
และเห็นความเป็นจริงที่ว่า ผลที่เราได้รับในวันนี้ คือเหตุที่เราสร้างมาในอดีต
เมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว เราจะเกรงกลัวบาป ไม่กล้า คิดชั่ว ทำชั่ว ไม่ว่าจะเรื่องใดๆ
เท่ากับเราเมตตาให้กับตัวเองก่อน ใจเราก็จะคลายความว้าวุ่น เร่าร้อน
เปรียบเสมือนเจ้ากรรมนายเวรเขาอโหสิให้

วันใดที่มองเห็นสัจจธรรมที่ว่า "เขาไม่ใช่ของเรา" ไม่มีอะไรที่เป็นของเราสักอย่างเดียว
วันนั้นแหละจะเป็น
วันที่เมื่อนึกเรื่องของเค้าแล้วมันไม่กระทบกับความรู้สึกเราอีก :b8:

.....................................................
"มิควรหวังร่มเงาจากก้อนเมฆ"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ต.ค. 2011, 22:18 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ย. 2011, 12:22
โพสต์: 12


 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบคุณ คุณทักทายค่ะ

อธิบายให้เข้าใจชัดเจนขึ้นเยอะเลย ตอนนี้รู้สึกเย็นใจขึ้นจริงๆค่ะ อาจเป็นเพราะเค้าอโหสิให้เราบ้างแล้ว
ตอนนี้ก็เหลือแต่ คำว่า "เขาไม่ใช่ของเรา" คงต้องละความยึดมั่นถือมั่นในตัวเค้าให้ได้ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ต.ค. 2011, 22:38 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2009, 02:41
โพสต์: 5637

แนวปฏิบัติ: พอง ยุบ
ชื่อเล่น: เจ
อายุ: 0
ที่อยู่: USA

 ข้อมูลส่วนตัว www


สาธุค่ะ :b8:

.....................................................
"มิควรหวังร่มเงาจากก้อนเมฆ"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ส.ค. 2019, 09:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 2080


 ข้อมูลส่วนตัว


rolleyes :b4: เข้ามาให้กำลังใจค่ะ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 15 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร