วันเวลาปัจจุบัน 22 ต.ค. 2019, 12:42  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 9 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 พ.ค. 2010, 13:30 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

โรงซ่อมสามี

“ครอบครัว” หนึ่งคำสั้น ๆ ที่หากพูดถึงในคราใด
ย่อมสะท้อนความอบอุ่นขึ้นในใจให้กับใครหลายๆ คน
และหลายคนมีจินตนาการที่แตกต่างกันออกไป


บ้างก็จินตนาการว่าครอบครัวต้องประกอบไปด้วยพ่อแม่ ลูก
และอุดมไปด้วยความรักที่งดงาม
หากแต่ในชีวิตจริงครอบครัวสำหรับใครบางคน
ก็ไม่ใช่ ภาพต่อที่ประกอบไปด้วยความสวยงามเสมอไป


คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
เคยสำรวจข้อมูลจาก 600 ครอบครัวพบว่าร้อยละ 40 ของครอบครัว
ที่ทำการสำรวจมีปัญหาความรุนแรงในระดับต่างๆ จากหลายสาเหตุ


อาทิ มิติชายหญิงในบริบทสังคมไทย กระบวนการทางจิตวิทยา
สื่อโทรทัศน์ ละครในสังคมไทย ที่ต่างสะท้อนความรุนแรงผ่านการตบตีกัน
ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการใช้ความรุนแรงในครอบครัว
รวมทั้งเรื่องปัญหาทางจิตและการดื่มสุรา


โครงการ “โรงซ่อมสามี” จึงเกิดขึ้นด้วยการสนับสนุนของกรมคุมประพฤติ
เพื่อหวังให้สามีที่ทำร้ายภรรยาเข้าสู่ระบบยุติความรุนแรง
และกลับตัวเป็นสามีคนใหม่ของภรรยาและลูก
พร้อมกับเยียวยาร้อยร้าวจากความรุนแรงในครอบครัวตั้งแต่ปี 2544



ในงานประชุมนานาชาติเรื่อง
“สุขภาวะผู้หญิงภายใต้เงื้อมมือกฎหมายและวัฒนธรรม”
(Women’s Health, Well-being between Culture and the Law)
ของมูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง
ได้นำเสนอบทวิจัยที่น่าสนใจเกี่ยวกับโครงการ “โรงซ่อมสามี”
โดย อ.เนื่องน้อย บุญเนตร อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ภาควิชาปรัชญา
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


อ.เนื่องน้อยเริ่มกระเทาะแก่นสำคัญของนิยามใน “การให้อภัย”
ในสังคมไทยว่ามีหลายมิติ แต่ในที่นี้ “การให้อภัย” หมายถึง
การให้มองข้ามความแค้นเคืองใจหลังจากผู้หญิงที่เป็นภรรยาถูกใช้ความรุนแรง



ซึ่งการให้อภัยในนิยามแบบนี้มักตอกย้ำ
และทำให้บทบาทผู้หญิงย้อนกลับไปสู่กรอบที่ว่า “ผู้หญิงต้องเป็นคนดี”
ทั้งที่ในความเป็นจริง เมื่อผู้หญิงถูกใช้ความรุนแรง
ไม่เพียงร่างกายและจิตใจของผู้หญิงที่ถูกทำร้ายเท่านั้นที่ต้องได้รับการเยียวยา
ครอบครัว หรือชุมชนของผู้หญิงคนนั้นก็ต้องได้รับการเยียวยา
ในเรื่องของความรู้สึกด้วย ซึ่งในโครงการโรงซ่อมสามีนี่ยังพัฒนาไปไม่ถึง


“หากเราจำกันได้กรณีที่หมอหนุ่มกระทืบเลขาของตัวเอง
แล้วพยายามอ้างว่ามีความสัมพันธ์ส่วนตัวนั้น
เป็นการส่งสัญญาณว่าเป็นเรื่องภายในที่คนอื่นไม่ควรเข้ามายุ่ง
หรือเพื่อต้องการให้รูปแบบในการดำเนินคดีง่ายขึ้น
ฉะนั้นหากเราลองพิจารณากันให้ดีจะพบว่า
ทุกครั้งเมื่อผู้หญิงหรือเหยื่อถูกกระทำโดยการใช้ความรุนแรง
ผู้หญิงหรือเหยื่อจะมีความโกรธความแค้นเคือง”
อ.เนื่องน้อยยกตัวอย่างและเสริมว่า


การให้อภัยถูกวิเคราะห์ว่าเป็นการก้าวข้ามความแค้นเคือง
และเป็นส่วนหนึ่งของความยุติธรรมสมานฉันท์
โดยผ่านทฤษฎีเกี่ยวกับการจัดการความโกรธของคนที่ถูกกดทับ


“นักปรัชญาสมัยใหม่บอกว่า
เวลาที่เราถูกทำร้ายเป็นการลดคุณค่าของเราลงไปด้วย
ขณะผู้ที่ทำร้ายคนอื่นจะบอกว่าฉันมีความสำคัญ
และการทำร้ายจะบอกว่าเหยื่อนั้นมีคุณค่าน้อยกว่าผู้กระทำ
ส่วนอารมณ์โกรธเป็นการป้องกันตนเองจากการถูกกระทำ
นั่นคือ คุณค่าของการโกรธ”



อย่างไรก็ตาม การให้อภัยตามคำจำกัดความของโครงการโรงซ่อมสามี
ที่มีความมุ่งหวังจะให้เกิด การเยียวยากันเองภายในครอบครัว
และต้องการรักษาสถาบันครอบครัวในสังคมไทยให้ดำรงอยู่ได้โดยไม่แตกร้าวนั้น
ถูกขยายภาพให้เห็นอย่างชัดเจนว่า
ไม่ใช่นิยามของการให้อภัยในความเข้าใจของบุคคลทั่วไปที่โกรธกันชั่วครู่ก็ลืม
หากแต่ต้องลงลึกเพื่อป้องกันไม่ให้ “ผู้หญิง” หรือ “ภรรยาที่ถูกทำร้าย”
ต้องกลายมาเป็นผู้แบกรับความรู้สึกอีกครั้ง


“บางคนบอกว่าการให้อภัยไม่เพียงแต่ต้องเอาชนะอารมณ์ทางลบเท่านั้น
ไม่ใช่การเอาชนะความแค้นเคือง ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว
มีความจำเป็นแต่ไม่เพียงพอ การให้อภัยต้องมีแง่บวกด้วย
เพราะในแง่ของการทำร้าย เป็นการส่งสารว่า คนทำร้ายมีฐานะสูงกว่าคนทำร้าย
การให้อภัยต้องทำให้คนคนนั้นสำนึกว่า
คนที่ถูกกระทำมีค่าสำคัญเท่ากับตัวคนทำร้ายเอง”


การเยียวยาไม่สามารถลบล้างแผลเป็นที่เกิดขึ้นในใจได้ทั้งหมด
การใช้รูปแบบยุติธรรมสมานฉันท์ไม่สามารถล้างบาดแผลของผู้หญิง
และสังคมรอบข้างผู้หญิงที่ถูกทำร้ายลงไปด้วยได้



ดังนั้นเราต้องถามตัวเองว่า การทำร้ายผู้หญิงหนึ่งคน
ก็เหมือนเป็นการทำร้ายความรู้สึกของชุมชน และผลกระทบที่เกิดจากชุมชน
ไม่ใช่เวลามีเรื่องขึ้นมาก็ส่งไปที่โรงซ่อมสามี
เพราะการทำแบบนั้นก็เสมือนหนึ่งเป็นการมอบบาดแผลให้ผู้หญิงอยู่คนเดียว
ทำให้ผู้หญิงต้องเป็นเพศที่แบกรับความรู้สึกในการผิดชอบ


การสร้างให้เกิดชุนชนย่อยที่ส่งสารไปยังกลุ่มผู้หญิงในสังคมว่า
พวกเธอมีคุณค่าเพียงใด และใครก็ตามที่ทำร้ายผู้หญิง
ก็จะหมายรวมถึงการทำร้ายครอบครัว และสังคมรอบตัวเธอแล้ว
ก็จะทำให้โครงการโรงซ่อมสามีเกิดผลบวกมากยิ่งขึ้น


เพราะในท้ายที่ สุดแล้ว หากเราลดความแตกร้าวในครอบครัวไปได้เท่าไหร่
สังคมไทยก็จะยิ่งงดงามและเติบโตด้วยความรักได้อย่างแท้จริง



ที่มา...สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
กรุงเทพธุรกิจ


:b48: :b8: :b48:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 พ.ค. 2010, 13:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 พ.ค. 2010, 13:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มิ.ย. 2009, 09:55
โพสต์: 4062

แนวปฏิบัติ: มรณานุสสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: ตรงปลายจมูก

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: ขออนุโมทนาค่ะคุณลูกโป่ง

ขออนุญาตนะคะ

เป็น"ปัญหาโลกแตก" :b20:
ตราบใดที่มีมนุษย์ชายและหญิงที่มากด้วยกิเลส ตัณหา และราคะ กันคนละแบบ บนโลกใบนี้
ฝ่ายหนึ่งก็บอก ฉันอยากเป็นของฉันแบบนี้ มันเปลี่ยนไม่ได้หรอก
อีกฝ่ายหนึ่งก็บอก ฉันอยากให้เธอเป็นในแบบที่ฉันคาดหวังและต้องการ

หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ทั้งผู้กระทำและฝ่ายผู้ถูกกระทำ จะเข้าใจธรรมชาติ
และเข้าถึง ธรรม อย่างลึกซึ้ง
ชาวลานธรรมคงไม่ต้องเห็นหรือต้องอ่าน กระทู้เรต...R เฉียดๆ X
ที่ช่างเล่าประสบการณ์ชีวิตได้อย่างตื่นตาตื่นใจซ้ำๆ กันไปมา
ต่างกันแต่ว่าเรื่องของใครหนักหนาสาหัส หรือเลวร้ายกว่ากัน

****************
อีกเดี๋ยวก็ได้ตายจากกันแล้ว ไม่เกินร้อยปี
จะอยู่หรือหย่า ยังลังเลใจ คิดไม่ได้ ชาวบ้านตอบทีๆๆๆๆ จร้าาาาา :b31:

**********
คิดเยอะๆ คิดให้หนักๆ
เสียเวลาอ่านกระทู้ที่มีคนเข้าอ่านเยอะๆ เป็นพันๆ คงได้เห็นทางออกบ้างสักทาง
จะได้ไม่ต้องโพสต์เรื่องราวที่เรียกว่า "ปัญหาโลกแตก"

***********
อยากรู้ อยากถาม อยากเล่า อยากตอบ อยากโพสต์
ก็สร้างภพสร้างชาติ สร้างเวรให้ได้เกาะเกี่ยวกันไป ไม่รู้จักจบสิ้น :b31: :b5:


*ทราบมั้ยคะ มีเด็กวัยรุ่นที่เขามีความคิดเห็นเกี่ยวกับการตั้งกระทู้ซ้ำซากนี้อย่างไร

อ้างคำพูด:
คือว่า เห็นในเว็บบอร์ดแฮมน่ะค่ะ
หลายๆคนจะถามคำถามซ้ำๆ ขึ้นมาตลอด
โดยที่ไม่สนใจเลยว่า เคยมีคนตั้งคำถามไปแล้ว


เลยคิดว่า น่าจะมีข้อมูลการเลี้ยงสำคัญๆ ที่ทุกคนชอบถามกัน
เช่น การตั้งท้อง อะไรประมาณเนี้ยน่ะค่ะ
เพราะว่า หัวข้อ ข้อมูลการเลี้ยงดู ยังมีไม่ค่อยมาก
หรือจะรวมกระทู้เลยก็ดี

มันจะดีตรงที่ ไม่ต้องตั้งกระทู้ถามซ้ำไปซ้ำมา
แล้วก็ สำหรับคนที่อยากรู้ ก็สามารถหาข้อมูลได้ง่ายด้วย
อาจจะงงๆ หรือมีคนเคยเสนอไปแล้ว ก็ขออภัยค่ะ..
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
รูปภาพ http://www.hamsteronline.com/webboard/i ... ic=31914.0

...อย่าเห็นว่าเด็กๆ ไร้สาระนะคะ ...มีหลายอย่างที่ผู้ใหญ่อย่างเราๆคาดไม่ถึง

.....................................................
~ นิพพานัง ปัจจโยโหตุ ~


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 พ.ค. 2010, 22:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2008, 14:14
โพสต์: 3836

อายุ: 12
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


เออ น่าคิด

งั้น ในห้อง "ความ รัก-ผูกพัน-พลัดพราก"
น่าจะแยกห้องย่อยลงไปเนาะ

เช่น

1. ปัญหาเกี่ยวกับ เมียหลวง-เมียน้อย-มีชู้
2. ปัญหาเกี่ยวกับเพศที่ 3 4 5
3. ปัญหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในครอบครัวพ่อแม่ลูก-ญาติ
4. ปัญหาเกี่ยวกับความผัดพรากบุคคลอันเป็นที่รัก
5. ฯลฯ

แล้วแต่ละห้องก็น่าจะปักหมุดกระทู้ที่เป้นปันปัญหายอดฮิตไว้

และผมคิดว่า เว็บเราคนเข้าเยอะ น่าจะเชิญผู้ทรงคุณวุฒิมาด้วย จะดีมากนะ
เช่นแพทย์ด้านจิตเวช นักจิตวิทยา โดยขอความร่วมมือเขาไป

น่าจะมีไหมครับท่าน admin
:b6:


แก้ไขล่าสุดโดย ชาติสยาม เมื่อ 06 พ.ค. 2010, 22:16, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 พ.ค. 2010, 22:42 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มิ.ย. 2009, 09:55
โพสต์: 4062

แนวปฏิบัติ: มรณานุสสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: ตรงปลายจมูก

 ข้อมูลส่วนตัว


ชาติสยาม เขียน:
เออ น่าคิด

งั้น ในห้อง "ความ รัก-ผูกพัน-พลัดพราก"
น่าจะแยกห้องย่อยลงไปเนาะ

เช่น

1. ปัญหาเกี่ยวกับ เมียหลวง-เมียน้อย-มีชู้
2. ปัญหาเกี่ยวกับเพศที่ 3 4 5
3. ปัญหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในครอบครัวพ่อแม่ลูก-ญาติ
4. ปัญหาเกี่ยวกับความผัดพรากบุคคลอันเป็นที่รัก
5. ฯลฯ

แล้วแต่ละห้องก็น่าจะปักหมุดกระทู้ที่เป้นปันปัญหายอดฮิตไว้

และผมคิดว่า เว็บเราคนเข้าเยอะ น่าจะเชิญผู้ทรงคุณวุฒิมาด้วย จะดีมากนะ
เช่นแพทย์ด้านจิตเวช นักจิตวิทยา โดยขอความร่วมมือเขาไป

น่าจะมีไหมครับท่าน admin
:b6:


:b23: ดึกแล้วตาลายค่ะ นึกว่าผัดกระเพรา อ่านแล้วหิว ....แห่ะๆ :b9:

.....................................................
~ นิพพานัง ปัจจโยโหตุ ~


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 พ.ค. 2010, 03:58 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2009, 02:41
โพสต์: 5637

แนวปฏิบัติ: พอง ยุบ
ชื่อเล่น: เจ
อายุ: 0
ที่อยู่: USA

 ข้อมูลส่วนตัว www


ชาติสยาม เขียน:
เออ น่าคิด

งั้น ในห้อง "ความ รัก-ผูกพัน-พลัดพราก"
น่าจะแยกห้องย่อยลงไปเนาะ


เห็นด้วยค่ะ...เพราะถ้าห้องไหน?โดนระเบิด
หรือไฟไหม้...ก็จะได้หลบไปอยู่ที่ห้องอื่นๆได้...จะได้ไม่โดนลูกหลง.
เอ...เพิ่มหน่วยกู้ระเบิดกับหน่วยดับเพลิงด้วยน่าจะดีนะ
ฝากท่าน admin พิจารณาอีกสักประเด็นนะค่ะ :b13:

.....................................................
"มิควรหวังร่มเงาจากก้อนเมฆ"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 พ.ค. 2010, 04:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2009, 02:41
โพสต์: 5637

แนวปฏิบัติ: พอง ยุบ
ชื่อเล่น: เจ
อายุ: 0
ที่อยู่: USA

 ข้อมูลส่วนตัว www


ส่วนสามีที่ไม่สามารถจะซ่อมได้
ถอดเป็นชิ้นส่วน...แล้วนำไปขายตามร้านขายของเก่า
หรือบริจาคดีค่ะ? คุณยายโป่ง :b32:

.....................................................
"มิควรหวังร่มเงาจากก้อนเมฆ"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 พ.ค. 2010, 10:51 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มิ.ย. 2009, 09:55
โพสต์: 4062

แนวปฏิบัติ: มรณานุสสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: ตรงปลายจมูก

 ข้อมูลส่วนตัว



:b11: ซ่อมด้ายย...เด้อค่ะเด้อออ... :b11:

.....................................................
~ นิพพานัง ปัจจโยโหตุ ~


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 พ.ค. 2010, 11:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มิ.ย. 2009, 09:55
โพสต์: 4062

แนวปฏิบัติ: มรณานุสสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: ตรงปลายจมูก

 ข้อมูลส่วนตัว


อยากรู้มั้ยว่าเวลามีค่าแค่ไหน...


:b41: ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 10 ปีมีค่าขนาดไหน ถามคู่แต่งงานที่เพิ่งหย่าร้างกัน
:b41: ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 4 ปีมีค่าขนาดไหน ถามนิสิตนักศึกษาที่เพิ่งรับปริญญาจากมหาวิทยาลัย
:b41: ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 1 ปีมีค่าขนาดไหน ถามนักเรียนที่เพิ่งสอบไล่ตก
:b41: ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 9 เดือนมีค่าขนาดไหน ถามแม่ที่เพิ่งคลอดลูก
:b41: ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 1 เดือนมีค่าขนาดไหน ถามมารดาที่คลอดบุตรยังไม่ครบกำหนด
:b41: ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 1 อาทิตย์มีค่าขนาดไหน ถามบรรณาธิการหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์
:b41: ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 1 ชั่วโมงมีค่าขนาดไหน ถามคนรักที่รอพบกัน
:b41: ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 1 นาทีมีค่าขนาดไหน ถามคนที่พลาดรถไฟ รถประจำทาง หรือเรือบิน
:b41: ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 1 วินาทีมีค่าขนาดไหน ถามคนที่รอดตายจากอุบัติเหตุอย่างหวุดหวิด
:b41: ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลาเสี้ยวหนึ่งของวินาทีมีค่าขนาดไหน ถามนักกีฬาโอลิมปิคที่ชนะเหรียญเงิน
:b41: ถ้าท่านอยากรู้ว่ามิตรภาพมีค่าขนาดไหน ลองเสียเพื่อนสักคนซิ

เวลาไม่เคยรอใคร....เมื่อมันผ่านไปแล้วมันจะไม่กลับมาอีก
จงใช้เวลาของท่านทุกขณะอย่างดีที่สุด
ท่านจะรู้คุณค่าของเวลาเมื่อแบ่งปันกับคนที่พิเศษที่สุดในชีวิตของท่าน


อุตส่าห์เห็นทางออกเพื่อพ้นทุกข์แล้ว
อย่ารีรอที่จะทำ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

.....................................................
~ นิพพานัง ปัจจโยโหตุ ~


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 9 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร