วันเวลาปัจจุบัน 14 ธ.ค. 2019, 16:53  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 68 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4, 5  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 มี.ค. 2010, 17:19 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 มี.ค. 2010, 16:26
โพสต์: 17

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เรากับสามีคบกัน 7 ปี แต่งงานอีก 2 ปี ยังไม่มีลูกด้วยกัน ตอนนี้เราอายุ 33 ปี ส่วนสามี 36 ปี เมื่อก่อนสามีเราเป็นคนดี รักเรามาก รักเดียวใจเดียว เป็นคนซื่อๆ ไม่โกหกหลอกลวง จนปลายปีที่แล้วเพิ่งรู้ว่าสามีนอกใจเรา เค้าบอกว่าเค้าไม่ได้ตั้งใจเริ่มจากคุยธรรมดา แล้วมันก็เตลิดไปไม่รู้ตัว มารู้อีกทีก็หยุดไม่ได้แล้ว (ถามสามีเราบอกว่าไม่มีอะไรกันแค่รู้สึกดี ใช่อย่างที่ต้องการและมีความสุขที่ได้อยู่กับผู้หญิงคนนั้น แต่ผู้หญิงบอกว่ามีอะไรกันแล้ว)

พอเรารู้เรื่องตอนช่วงปีใหม่นี้ ก็ถามเค้าว่าจะเอายังไง สามีบอกว่าเลือกเราและจะตัดทางนั้นให้ขาด ขอโอกาสและขอให้เราให้อภัย เราก็ให้โอกาสเค้าเพื่อรักษาชีวิตคู่ต่อไป แต่ที่ไหนได้กลายเป็นว่าหลังจากที่เค้ารับปากว่าจะตัดทางนั้น เค้ายังคงติดต่อกันอยู่ ถึงความถี่อาจจะน้อยลง แต่มันก็ยังไม่ขาดกัน ซึ่งเค้าก็ยังคงโกหก หลอกลวงเราตลอดเวลา แล้วตอนที่อยู่กับเราก็เดี๋ยวดี เดี๋ยวซึม บางทีก็ร้องไห้ เหมือนยังลืมทางนั้นไม่ได้

เราเลยถามว่าจะเอายังไง เค้าบอกว่าเค้าไม่แน่ใจตัวเอง เค้ายังรักเราอยู่แต่มันอาจไม่เท่าเดิม ตอนเป็นแฟนกันมีความสุขมากกว่า เค้าสับสน ขอแยกกันอยู่สักพักเพื่อค้นหาใจตัวเองสัก 2 เดือน (แต่เราไม่รู้หรอกว่าจริงๆ แล้ว 2 เดือนที่ขอแยกกันอาจจะไปลองคบกับผู้หญิงคนนั้นก็ได้) ซึ่งเราว่าเค้าเห็นแก่ตัว ให้ตัดสินใจมาเลย ถ้ายังอยากใช้ชีวิตคู่ด้วยกันก็อยู่ด้วยกันต่อแล้วปรับตัวเข้าหากัน แต่ถ้าไม่รักกันแล้วก็แยกทางกันไปเลย จะได้เจ็บทีเดียว และไม่เสียเวลากันทั้งคู่ เค้าก็ไม่ยอมตัดสินใจ บอกว่าไม่ได้อยากเลิกแต่ขอเวลาค้นหาตัวเอง (แต่บอกเรานะว่าให้เราทำใจไว้ด้วยว่าถ้าแยกกันแล้วเค้ามีความสุขกว่า เราคงต้องเลิกกัน)

ตอนนี้ทุกข์ใจแสนสาหัส ตลอดเวลา 9 ปีที่ผ่านมารักและผูกพันกันมาก ทำไมเค้าถึงทำอย่างนี้กับเราได้เราควรทำอย่างไรดีคะ (ใจเรายังรักอยู่ แต่งงานแล้วก็ไม่อยากเลิก แถมอายุก็ไม่ใช่น้อยแล้ว)


แก้ไขล่าสุดโดย stronger เมื่อ 10 มี.ค. 2010, 17:31, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 มี.ค. 2010, 18:51 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 มิ.ย. 2008, 22:40
โพสต์: 1769

แนวปฏิบัติ: กินแล้วนอนพักผ่อนกายา
งานอดิเรก: ปลุกคน
สิ่งที่ชื่นชอบ: Tripitaka
ชื่อเล่น: สมสีสี
อายุ: 0
ที่อยู่: overseas

 ข้อมูลส่วนตัว


น่าคิดว่า ฝ่ายชายบอกตรงๆแล้วว่าเขามี"ความสุขที่ได้อยู่กับผู้หญิงคนนั้น"...แทบไม่ต้องแปลก็ได้ใจความว่า "เมื่อฉันอยู่กับเธอแล้วไม่มีความสุข ฉันก็ต้องหาคนที่อยู่ด้วยแล้วมีความสุข"...ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับเราแล้วว่าจะ"รู้ตัว"หรือเปล่าว่า เป็นสิ่งแวดล้อมที่ไม่จำเป็นแก่เขาผู้ปรารภเช่นนั้นแล้ว..หรือจะรอให้เขาบอกด้วยความซื่อตรงต่อไปว่า "เธอคือมลภาวะแก่ชีวิตฉัน"..!!?..

อะไรหนอทำให้เราไม่อาจเคลื่อนย้ายกายและใจออกจากกองคูถที่เกิดนี้..??รู้ทั้งรู้ว่า อยู่กับคูถนี้แล้วผลจะเป็นอย่างไร...เหตุใดไฉนหนอ.. จึงยังคบหา จึงยังไม่ตัด"เขา" ผู้นี้ออกไปจากชีวิตเล่า ทั้งๆที่มีโอกาส..?
คำตอบ ก็คือ เพราะความเยื่อใย ความอาวรณ์ในสัมพันธ์กับเขา ยังผูกใจไว้ให้ติดยึดอยู่กับเขา...ยังต้อนรับขับสู้..อย่างนี้ ผู้ชายที่นิสัยไม่ดีเขาชอบมาก.... เพราะเขารู้จุดอ่อนได้แก่ความใจอ่อนของท่านนั่นแหละ..เขารู้ว่า เขาจะสามารถทำอะไรๆได้ทุกอย่างแม้จะไปมีหญิงอื่นๆอีกสักมากราย ท่านก็ต้องยอมรับ..

ใครๆ ก็ไม่อาจจะช่วยท่านได้ .....เพราะเยื่อใยนี้ ใช่มัดด้วยเชือก มัดด้วยโซ่ มัดด้วยตรวน.... ก็หาไม่...แต่ถูกมัดด้วยตัณหาที่รัดรึง อันเกิดจากใจที่ปราศจากโยนิโสมนสิการ (อโยนิโสมนสิการ) ใจนั้นจึงยอม..
เชื่อไหมว่า..ท่านย่อมปรารภ รำพันถึงความขมขื่นของชีวิตให้ใครๆฟัง... แต่ว่าท่านนั้นก็ยังไม่ยอมที่จะตัดใจ.......เชือก หรือโซ่ตรวนนั้นตัดได้ง่ายด้วยอาวุธอื่นๆ.....มีมีด มีขวานเป็นต้น..... แต่ใจนั้น ....หักได้.... ตัดได้....ด้วยปัญญา
..


อ้างคำพูด:
ตอนนี้ทุกข์ใจแสนสาหัส ตลอดเวลา 9 ปีที่ผ่านมารักและผูกพันกันมาก ทำไมเค้าถึงทำอย่างนี้กับเราได้เราควรทำอย่างไรดีคะ
...

ทำไม ทำไม ทำไม...???

คำถามที่ไม่มีคำตอบ....
แม้จะตอบก็มักได้ยินคำที่หลอกลวง
ทำไมเธอไม่รักฉัน? ทำไมเธอทำร้ายจิตใจของฉัน?..เป็นอย่างนี้เสมอ
ถามว่า หากท่านผู้ถามถามขึ้นมาแล้ว ท่านจะพึงได้รับคำตอบหรือ?
ไม่มีหรอกครับ.. นอกเสียจากอาการนิ่งงัน เพราะเขาไม่รู้จะตอบอะไร เพราะเขารู้แต่ว่าเขาเลิกรัก แต่เขาไม่อยากพูดอะไรให้เราเสียใจมากไปกว่านี้
หรือไม่ ก็กล่าวคำโกหกว่า..... ไม่มีอะไรหรอก...ก็มีหรือที่ใครคนนั้นจะแอ่นอกรับว่า ผมมีคนอื่นแล้ว เพราะผมเบื่อคุณแล้ว ผมชอบของใหม่...ไม่มีหรอกครับ

ท่านผู้ถาม จะไม่มีวันได้คำตอบ หากตั้งขึ้นมาว่า ทำไม?
เพราะคำว่า"ทำไม" นั้น ท่านจะต้อง"ตอบให้ตัวเอง" อย่าไปถามคนอื่น!
ตอบตัวเองให้ได้ครับพราะคนที่มีปัญญาย่อมให้คำตอบแก่ตัวเองได้

เพราะรู้ว่านี้..เป็นเรื่องของจิตใจ ที่ไม่มีใครบังคับได้ ยอมรับแต่โดยดี นิ่ง สงบ ยอมรับโดยความเข้าใจและเห็นใจเขา

เพราะเราย่อมรู้ว่า วิบากในอดีตกำลังแสดงผลให้เราเองรับรู้รับทราบอยู่
รู้ว่า เรากับชายผู้นี้ มีเหตุปัจจัยกันมาแต่เพียงเท่านี้ หมดเหตุหมดปัจจัยที่จะอุปการะความรักที่เคยมีต่อกันแล้ว เขาย่อมจากไปเป็นธรรมดา
ปล่อยเขาไปเถิด ......ท่านผู้ถามอย่าพึงรั้งหน่วงเหนี่ยวเขาไว้เลย
ยิ่งไขว่คว้า ยิ่งห่างไกล...ยิ่งเรียกหา ยิ่งไม่เห็น..ยิ่งโหยหา ยิ่งยากเย็นและมืดมน
ยิ่งกล่าววาจา.... วาจาที่ไหลมาด้วยความหวงแหน ยิ่งผลักใสให้เขาไกลจาก...

หยุดเรียกหาความรักจากคนอื่นเสียบัดนี้ หันกลับมารักตนเองด้วยปัญญาเถิด


อ้างคำพูด:
แต่งงานแล้วก็ไม่อยากเลิก


อะไรหนอในโลกนี้ที่เที่ยง มีบ้างไหม?
ยิ่งจิตใจของคนเรา ยิ่งเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วที่สุด
ความเข้าใจนี้ จะทำให้เราคลายความยึดมั่นถือมั่นลงไปได้
ยอมรับว่า อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เพราะหากว่าวิบากจะไม่ได้เป็นคู่กัน ก็ต้องคลาดแคล้วกันไป
หากเป็นคู่กันแล้ว อย่างไรเสียก็ต้องลงเอยกันได้...

ความรักนั้นมีได้ หมดไปได้ หากปัจจัยแห่งความรักยังอุปการะอยู่ เขาก็ยังอยู่ได้ หากปัจจัยเปลี่ยนไป ทั้งสถานที่ เวลา โอกาส และความเหงา ฯลฯ นี้เป็นปัจจัยที่ง่ายเหลือเกินต่อความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น

เราท่านทั้งหลายมีสิทธิ์ที่จะบังคับไม่ให้เปลี่ยนได้หรือหนอ?

ดังนั้นจงวางใจยอมรับ หากคับข้องใจก็ถามตรงๆเถิด เตรียมใจรับความจริงด้วย หากอยากได้คำโกหก ท่านก็จะป่วยนาน เพราะหลงยึดมั่นอยู่..

อ้างคำพูด:
แถมอายุก็ไม่ใช่น้อยแล้ว


นี่แหละเป็นเรื่องที่ควรคำนึงถึง ว่าบัดนี้ ประโยชน์ใดเราจะพึงหวังได้จากการอยู่ร่วมกับชายคนนี้อยู่นอกจากความอึดอัดขัดแค้น นี้เป็น"มหาภัยใหญ่"ของเราเสียแล้ว เราผู้กำลังเดินใกล้ความตายไปทุกวินาทีควรจะแสวงหาคุณเครื่องอันเป็นสาระประโยชน์ยิ่งแก่เราเพื่อเป็นที่พึ่งที่แน่นอนมิดีกว่าหรือ...?..ก็คุณเครื่องใดจะปลอดภัยแก่เราเท่าพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าย่อมไม่มีเลยเพราะเป็นปัจจัยแก่ปัญญาที่จะพาเราให้พ้นทุกข์ทั้งมวลได้จริง..การไม่ปล่อยให้วัยล่วงเลยไปกับการครองคู่กับชายที่มีใจร่าเริงแล้วในหญิงอื่น ย่อมเป็นของประเสริฐ เอาเถิดเราจักยอมเจ็บครั้งนี้เพื่อรักษาชีวิตต่อไป เหมือนคนไข้ที่ต้องผ่าตัดเอามะเร็งออกเพื่อรักษาชีวิตไว้เช่นกัน...เวลาที่มีอยู่ เราจะใช้ไปในการศึกษาธรรมะและประพฤติศีลตลอดจนเจริญกุศลทั้งปวง เพราะนี้ย่อมเป็นหนทางแห่งความสุขที่แท้จริง..

เอาใจช่วย & ขอให้พ้นทุกข์ไวๆครับ

:b46: :b47: :b48: :b41: :b48: :b47: :b46:

.....................................................
ศีล ๕ รักษาตนไม่ให้เกิดในอบายภูมิ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 มี.ค. 2010, 19:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ต.ค. 2009, 17:14
โพสต์: 84

แนวปฏิบัติ: ตามดูจิต
งานอดิเรก: เลี้ยงแมว/ดูหนัง/เล่นเนต
สิ่งที่ชื่นชอบ: ธรรมะ
อายุ: 27

 ข้อมูลส่วนตัว


คุณลองใช้วิธีที่ดิฉันลองดูไหมคะ
เพราะ ครั้งหนึ่ง ดิฉันก็เคยเจอเหตุการณ์ เช่นเดียวกันกับคุณ

แต่วิธีของดิฉัน มันออกจะเสี่ยงสักหน่อย
แต่ถ้าผ่านไปได้ มันก็ผ่านได้หมด

วิธีของดิฉันก็แค่ "ปล่อยเขาไป"
และคิดว่า ถ้าใช่ก็คือใช่ ถ้าไม่ใช่ก็ไม่ใช่
ของแบบนี้ ลองให้ไปเรียนรู้กันก็ได้ อยากลองค้นหาก็จงให้เขาไป
ถ้าเขาอยู่กันได้ ก็จงดีใจกับเขาที่เขาไปดี
และดีใจกับตัวเอง ที่หลุดพ้นบ่วงกรรมกับเขาเสียที
ขอให้คุณใจกว้างเข้าไว้ และเข้มแข็งอย่าที่สุด และรักตัวเองให้มากๆ

ตอนนั้นดิฉันเชื่อมั่นมาเสมอว่า "อย่าไปบังคับความรัก เพราะมันไม่ชอบถูกบังคับ เพราะบางครั้งมันอาจจะชอบไปเที่ยวเล่น อยากรู้อยากเห็นโลกภายนอก และพอสักวันมันรู้ว่าจริงๆแล้วโลกภายนอกมันไม่มีอะไรหรอก แล้วเดี๋ยวมันก็จะหาทางกลับมาบ้านเอง"

พอฉันคิดแบบนี้ และพิสูจน์ก็ได้เห็นจริง
ถ้าคุณเชื่อมั่นว่าคุณดีพอ คุณไม่ต้องไปกังวลอะไรที่มันจะเข้ามากระทบ
ถ้าเราดีพอแล้ว แต่เขายังมองไม่เห็นก็ขอให้คิดว่า "มันโง่" ก็แค่นั้น

คุณทำใจได้หรือเปล่า
ที่จะเข้มแข็งและสามารถรับสถานการณ์ของผู้ชายที่หัวใจเริ่มโลเล
ถ้าคุณกล้า คุณก็ลองทำแบบที่ฉันเคยทำดู
แล้วคุณจะรู้ว่า จริงๆแล้วคุณเข้มแข็งมากกว่าที่คิดไว้เยอะ

นี่คือสิ่งที่ดิฉันผ่านมันมาแ้ล้ว
โชคดีค่ะ

.....................................................
จงขอบคุณเมื่อความทุกข์เกิด เพราะมันคือบทเรียนให้เราก้าวหน้า


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 มี.ค. 2010, 08:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2009, 02:41
โพสต์: 5637

แนวปฏิบัติ: พอง ยุบ
ชื่อเล่น: เจ
อายุ: 0
ที่อยู่: USA

 ข้อมูลส่วนตัว www


ถามใจตัวเองดูนะว่า
จะทิ้งเขา หรือจะรอให้เขาทิ้ง
อยู่กับเขาทุกวัน เขายังแว่บออกไปมีคนอื่นได้
แล้วถ้าปล่อยให้เขาไปหาหัวใจตัวเอง ตามที่เขาขอ
ถ้าสองเดือนแล้วเขาก็ยังหาตัวเองไม่เจอ ขอต่อสัญญา
อีกสักสามเดือน รวมเป็นห้า...พอหมดเวลาก็ยังขอต่อ
อีกห้าเดือน รวมแล้วสิบเดือน เกือบปีแล้ว...คุณจะไม่ยิ่ง
เสียเวลามากไปกว่านี้อีกหรือ?.... :b5:

อย่ามัวเสียดายเวลาที่ผ่านมาเลยค่ะ...แค่เก้าปีเอง
อนาคตข้างหน้า...มีค่ากว่าอดีตที่ผ่านมา...คุณจะยื้อ
ความเจ็บปวดเอาไว้ทำไม?....คุณจะทนอยู่กับคนที่
อยู่กับเราแต่กาย...ใจอยู่กับคนอื่น...เผลอก็แอบร้องไห้
แล้วก็ซึมๆเซาๆ...คุณทนได้หรือ?...แล้วจะต้องทนต่อไป
อีกกี่ปี....ถ้ายื้อเขาได้ตลอดไป..แล้วคุณคิดว่าคุณจะมี
ความสุขหรือ? :b10:

ทุกคนที่เจอปัญหานี้..คำถามแรกและสุดท้ายคือ "ทำไม?"
แต่ไม่เคยมีใครได้คำตอบที่แท้จริงสักคนเดียว นอกจาก
อยากได้คำตอบที่ปลอบใจตัวเอง...เข้าข้างตัวเองเท่านั้น?
ไม่มีเหตุผลอะไรทั้งนั้น..นอกจาก"สรรพสิ่ง ล้วนเปลี่ยนแปลง
เป็นธรรมดา" ไม่มีอะไรคงทน...ไม่มีอะไรที่จะอยู่ตลอดกาล
เขาก็แค่ผู้ชายคนหนึ่ง...ทำไมเราถึงให้ความสำคัญ
กับคนที่ได้ชื่อว่า "สามี" เขาเป็นใคร? ก่อนที่
เราจะเจอเขา...ทำไมเราอยู่มาได้...แล้วถ้าจะกลับไป
อยู่ที่เดิมคือไม่มีเขา...ทำไมถึงจะอยู่ไม่ได้ :b11:

อย่ามัวเสียเวลาอีกต่อไปเลย....ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
ด้วยตัวเอง...ดีกว่าจะมาหวังลมๆแล้งที่จะให้เขากลับมาเหมือนเดิม
กลับมาเหมือนเดิม....ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ ไม่มีอะไรคงทน
ไม่ว่าคุณ หรือเขา....ยอมรับความจริง...อยู่กับความจริง
ถึงจะเจ็บปวดในตอนแรก....แต่มันก็ดีกว่าต้องทน ระทมทุกข์
ไปแบบไม่มีกำหนด ดีกว่าไหมค่ะ? :b6:

ผู้หญิงร้อยทั้งร้อย...ที่ตัดใจได้ยากเย็นก็เพราะคิดแบบนี้แหละ
เสียดายเวลาที่ผ่านมา แต่ไม่เสียดายเวลาที่กำลังจะผ่านไป...
เพราะแต่งงานกันแล้ว ไม่อยากเลิก..ทั้งๆที่มองไม่เห็นประโยชน์
ของการที่จะต้องทนอยู่...ทำไมจะต้องเอาการ "แต่งงาน" มาเป็น
บ่วง...มัดชีวิตเราไว้กับความทุกข์... :b23:

"ยอมมีแผลใจในวันนี้...ดีกว่ามีแผลฉกรรจ์ในวันหน้า" หรือเปล่า? :b41:

เป็นกำลังใจให้นะค่ะ.... :b4: :b4:

.....................................................
"มิควรหวังร่มเงาจากก้อนเมฆ"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 มี.ค. 2010, 23:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2009, 09:31
โพสต์: 639

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


โทนที่คุณเล่าแสดงความเจ็บใจมากกว่าเสียใจนะคะ จุฬาภินันท์ขออนุญาตแนะตรงๆค่ะ

สามีคุณเลวชนิดที่จะจับปลาสองมือนะคะ ผู้หญิงเจ็บใจเพราะถูกหยามศักดิ์ศรี เสียใจเพราะผิดหวังอกหัก ผู้ชายสันดานเอาแต่ได้

ทางโลก - คุณสู้ต่อแต่มันจะไม่จบสิ้น เพราะคุณสามคนทำวิบากกรรมกันมาและบุญถูกใช้ไปแล้วในช่วงเจ็ดปี

ทางธรรม - ถอยออกมามองพวกเขาอย่างเขาใจว่านี่เองผู้ชาย นี่เองหญิงไม่มีศีลธรรม ผิดศีลข้อสามค่ะสำหรับผู้หญิง วิบากจะชดใช้เธอแน่นอนแต่รูปแบบไหนอย่ารู้เลยค่ะ คุณสงบใจแล้วยึดอุเบกขาเข้าไว้ เฉยๆแต่ไม่ใช่แบบผีดิบนะคะ ทำตัวแบบปกติแต่อย่าไปยุ่งกับเขา นั่นเป็นวิถีเดียวที่จะทำให้วงจรของณหลุดจากสามเส้าค่ะ


พ่อของจุฬาภินันท์ก็เคยค่ะ จุฬาภินันท์ไม่บอกแม่เพราะแม่จะเจ็บ แต่ไปคุยกับผู้หญิงคนนั้นแบบเฉยๆเข้าใจๆน่ะค่ะ บอกพ่อด้วยว่าถ้าอยากอย่างว่าก็ไปหาหมอนวดดีกว่า ใจของลูกอย่างจุฬาภินันท์ไม่เจ็บเลยซักนิดเพราะวางอุเบกขาได้ เพียงแต่ไม่ชอบใจพฤติกรรมของพ่อและของผู้หญิงคนนั้น จากนั้นจนวันนี้พ่อไม่ทำอีกค่ะ

ลองใจเย็นดีมั้ยคะ สงบใจ จะเลือกทางโลกก็ได้แค่ใจกว้างหน่อย แต่จุฬาภินันท์แนะทางธรรมดีกว่าค่ะ เวรระงับด้วยการไม่ต่อเวรน่ะค่ะ

เป็นกำลังใจให้ค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 มี.ค. 2010, 16:21 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 มี.ค. 2010, 16:26
โพสต์: 17

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


จขกท.เองนะคะ...
ตอนนี้สามีตัดสินใจเลือกที่จะอยู่ด้วยกันต่อไปค่ะ แต่เราก็ไม่แน่ใจว่าจะผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้หรือไม่ มันเหมือนคิดวนไปมา แล้วก็กลับมาอยู่ที่เดิม ด้วยความที่เราไม่ตัดสินใจเอง ยอมรับค่ะว่าไม่อยากอยู่คนเดียว เข้าใจนะคะว่าเกิดมาคนเดียว ตายไปก็คนเดียว แต่เรานึกภาพตัวเองอยู่คนเดียวไม่ออกจริงๆ ค่ะ ตัวสามีบอกให้รีบมีลูกเพราะถ้ามีเค้าไม่ไปไหนแน่ แต่เราไม่ยอมค่ะ มันยิ่งเป็นการสร้างปัญหาให้แก้ไขยากขึ้น หากเราจะเลิกกัน

ทุกวันนี้ไม่มีความสุขเลยค่ะ เสียใจมาก เราอยากมีความสุขค่ะ ช่วยแนะนำด้วยว่าจะต้องทำอย่างไร/ ขอบคุณมากค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 มี.ค. 2010, 16:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 มี.ค. 2010, 23:38
โพสต์: 193

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ถ้าอยากมีความสุข.....

ก็ปล่อยวาง...

เขาไม่ใช่ของเรา ไม่ได้เกิดมาพร้อมเรา เป็นเพียงคนๆหนึ่งที่เข้ามาในชีวิตช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้เป็นอะไรมากกว่านั้น สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดก็คือ ดูแลกันและกันให้ดีที่สุดในช่วงเวลาที่สามารถอยู่ด้วยกันได้ ถึงเขาจะไม่ซื่อสัตย์ กับเราอีกแล้ว ไม่มีความจำเป็นเลยนะ เพราะเขาไม่ใช่ชีวิตของเรา ไม่ใช่ลมหายใจของเรา ต่างคนต่างมีชีวิต ไม่ได้เป็นอะไรกัน ที่บอกว่าเป็นสามีภรรยากันก็เป็นบทบาทที่ถูกตั้งขึ้นในสังคมเท่านั้น มองความจริงให้ออกนะ ดังนั้นอย่าไปเสียใจเลย ทำหน้าที่ของคุณให้ดีที่สุด ปล่อยวางเถอะนะ

.....................................................
หากไม่สนใจหลักธรรมปลีกย่อย แล้วจะบรรลุหลักธรรมใหญ่ได้ยังไง -- กวนอู

"ทรัพยกรมนุษย์หากตายไป บริษัทฯ สามารถหามาแทนได้ แต่ทรัพยากรครอบครัวนั้น ครอบครัวไม่สามารถหามาแทนได้"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 มี.ค. 2010, 17:02 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 มิ.ย. 2008, 22:40
โพสต์: 1769

แนวปฏิบัติ: กินแล้วนอนพักผ่อนกายา
งานอดิเรก: ปลุกคน
สิ่งที่ชื่นชอบ: Tripitaka
ชื่อเล่น: สมสีสี
อายุ: 0
ที่อยู่: overseas

 ข้อมูลส่วนตัว


stronger:

อ้างคำพูด:
ยอมรับค่ะว่าไม่อยากอยู่คนเดียว


คุณตั้งเงื่อนไขจำกัดตัวเองไว้เช่นนี้ ทางเลือกอื่นจึงไม่มี จึงขอให้เตรียมใจที่จะ "ยอมรับ" ความสุขที่ปนทุกข์ให้ได้...วิธีที่พอจะทำได้คือ อาศัยการเจริญกุศลทุกชนิดที่สรุปรวมลงได้๓ประการคือ ทาน ศีล ภาวนาให้มาก ทำให้บ่อยๆเนืองๆ บางที่ผลของบุญจะช่วยได้ หากแม้นอกุศลวิบากยังแรงและเพิ่มซ้อนขึ้นอีก ก็อย่าได้หวั่น ไหว รักษาศรัทธาในกุศลไว้เพราะกุศลชื่อว่าเป็นที่มาของความสุข..

การศึกษาพระธรรมเป็นปัจจัยให้เกิดปัญญา ที่จะรักษาตนให้พ้นทุกข์ได้จริง ตนเท่านั้นเป็นที่พึ่งของตนใครอื่น แม้กระทั่งพ่อแม่ก็ไม่ใช่ที่พึ่งที่แท้จริงของเรา การได้เกิดมาเป็นคนก็เพราะตนมีศีล มีบุญที่ทำไว้เอง..จะมีสุขหรือทุกข์ก็ด้วยตนเองที่ทำเหตุมาเพื่อผลนั้นๆ แม้เมื่อทุกข์ปางตายก็อย่าโทษคนอื่นๆ แต่ให้โทษตนเองที่ทำเหตุเสียมาแล้วจึงควร..

ขอให้โชคดีมีสุขครับ :b46: :b47: :b48:

.....................................................
ศีล ๕ รักษาตนไม่ให้เกิดในอบายภูมิ


แก้ไขล่าสุดโดย -dd- เมื่อ 12 มี.ค. 2010, 17:06, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 มี.ค. 2010, 06:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2009, 02:41
โพสต์: 5637

แนวปฏิบัติ: พอง ยุบ
ชื่อเล่น: เจ
อายุ: 0
ที่อยู่: USA

 ข้อมูลส่วนตัว www


stronger เขียน:
จขกท.เองนะคะ...
ยอมรับค่ะว่าไม่อยากอยู่คนเดียว เข้าใจนะคะว่าเกิดมาคนเดียว
ตายไปก็คนเดียว แต่เรานึกภาพตัวเองอยู่คนเดียวไม่ออกจริงๆ ค่ะ


ถ้าไม่อยากอยู่คนเดียว..ยังอยากอยู่กับเขาต่อไป
ก็ต้องยอมรับตัวตนของเขา...เขาจะเป็นอย่างไร?....
จะมีใครอีกสักกี่คน ก็ต้องทำใจยอมรับให้ได้...

มีเขาก็ทุกข์...ไม่มีเขาก็ทุกข์....คงไม่มีใครช่วยได้แล้ว..นอกจากตัวคุณเอง

ลองเลือกใหม่ซิค่ะว่า...มีเขา หรือไม่มีเขา อันไหน?ทุกข์น้อยกว่ากัน

เอาใจช่วยนะค่ะ....ขอให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีนะค่ะ :b4:

.....................................................
"มิควรหวังร่มเงาจากก้อนเมฆ"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 มี.ค. 2010, 02:38 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2009, 03:20
โพสต์: 48

งานอดิเรก: อ่านหนังสือ
สิ่งที่ชื่นชอบ: เดอะซีเคร็ต
ชื่อเล่น: สา
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เห็นด้วยกับท่าน dd
คุณอย่าสร้างเงื่อนไขว่าอยู่คนเดียวไม่ได้
ผู้นำต้องกล้า และยอมรับการเปลี่ยนแปลง
เจอสถานการณ์แบบนี้ คุณไม่อยากเป็นผู้นำเหรอ
หรือเลือกที่จะเป็นผู้ตาม ให้เขากำหนดชะตากรรมให้คุณไปตลอดชีวิต
เลือกเถอะค่ะ ชีวิตเป็นของเรา
ทำในสิ่งที่สมควรทำ
มนุษย์เป็นสัตว์สังคม เราอยู่คนเดียวไม่ได้แน่นอน
แต่ไม่ได้หมายความว่าสังคมที่เราอยู่ มีเพียงเรากับสามีนี่ค่ะ
ขอให้ตัดสินใจดี ๆ น่ะค่ะ เอาใจช่วยค่ะ
เจ็บเหมือนกันกับเรื่องแบบนี้
แต่อยู่ได้ค่ะ ไม่ตาย ไม่ทุกข์ทรมานเหมือนวันแรก ๆ
เพราะดิฉันคิดว่าต้องผ่านวันคืนที่เลวร้ายไปให้ได้
และต้องอยู่รอดได้อย่างดีด้วย ไม่ใช่แค่รอดตายจากสถานการณ์อันท้าท้าย
อยู่ที่ใจค่ะ เมื่อสมองโปร่ง ๆ โล่งจากความคิดยึดติดในสามี
ความคิดดี ๆ ด้านอื่นจะตามมา
ลองคิดเล่นดูน่ะค่ะ เมื่ออยู่แล้วทุกข์ ใจไม่เป็นสุข
หรือสุขแบบทุกข์ เพราะความคิดเราเองว่าเขาเป็นของเรา
ลองเปลี่ยนมุมดูบ้าง วิ่งไปดูจากมุมมองอื่น
กลับมุมซ่ะ แล้วคุณจะรู้คุณอยู่ได้ อาจจะได้ดีกว่าที่คุณคิดไว้ซ่ะอีก
เวลาไม่ได้ช่วยอะไรหรอก จะเก้าปี หรือ อยู่กันมากกว่าเก้าก็ทุกข์กันได้ทั้งนั้น
เพราะใจคนไม่แน่ไม่นอน แม้แต่เราเอง เพียงแต่วันนี้คุณคิดว่าเขาเป็นคนเปลี่ยน
ลองคิดดูว่าถ้าคุณเป็นคนเปลี่ยนบ้าง เบื่อ เซ็ง กับสามีสุด ๆ คุณจะทำอย่างไรกับชีวิต
ลองดูน่ะค่ะ แต่อย่าคิดมากเกินไป เดี่ยวจะออกแนวเพ้อเจ้ออีก เอาใจช่วยค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 มี.ค. 2010, 15:39 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 มี.ค. 2010, 21:14
โพสต์: 15

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


tongue ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 มี.ค. 2010, 16:30 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 พ.ย. 2009, 17:20
โพสต์: 532

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ได้มีโอกาสไปปฏิบัติธรรมที่ภูลังกา ที่พักสงฆ์ฐิติสาราราม บ้านตาดวิมานทิพย์ ตำบลโพธิ์หมากแข้ง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดหนองคาย พระอาจารย์วินิต สุเมโธได้ให้หนังสือธรรมะมา ที่ท่านรวบรวมประวัติและคำสอนของพระอาจารย์วัง ฐิติสาโร" แห่งวัดถ้ำชัยมงคล ต.โพธิ์หมากแข้ง อ.บึงโขงหลง จ.หนองคาย เป็นพระป่านักปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานศิษย์หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล ที่มีความเคร่งครัดในพระธรรมวินัยเป็นอย่างยิ่ง จึงขอนำธรรมคำสอนท่านมาเผยแผ่ร่วมศึกษา ณ ที่นี้


มนุษย์เราทุกคนย่อมหลงอยู่ในสมมติของโลกคือ สมมติให้เป็นมนุษย์ เป็นสัตว์ เป็นต้นไม้ ภูเขา แผ่นฟ้า แผ่นดิน ทุกอย่างที่อยู่ในพื้นโลกนี้ ก็ถูกสมมติให้เป็นต่างๆ กันไป ตามคำสมมตินั้นๆ ส่วนมนุษย์เรานั้นมีส่วนประกอบพร้อมมูล คือสังขารทั้งหลาย ได้แก่ ขันธ์ ๕ คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ ปรุงแต่งให้เป็นมนุษย์ คือคนเราทุกวันนี้ส่วนประกอบที่เห็นได้ชัดๆ ได้แก่ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุลม รวมประชุมกันอยู่เหมือนๆ กันหมด แต่แล้วก็สมมติว่า นี่เป็นผู้ชาย นี่เป็นผู้หญิง นี่เป็นบิดา นี่เป็นมารดา เป็นสามี เป็นภรรยา เป็นพี่เป็นน้อง ปู่ย่า ตายาย แล้วแต่จะสมมติไปตามความประสงค์ที่จะให้เป็น
เหมือนกันกับการสมมติของคณะหมอลำหมู่ หรือคณะลิเก เล่นละครเมื่อเขาเล่นเขาก็สมมติกันไปตามเรื่อง คือสมมติให้เป็นพระเอกนางเอก เป็นเจ้า เป็นบ่าวไพร่ แล้วเขาก็แสดงไปตามเรื่องราวในแต่ละท้องเรื่องนั้นๆ ในท้องเรื่องนั้นก็จะมีทั้งบทรัก ความเศร้าโศกเสียใจ มีทั้งบทหัวเราะ รื่นเริง เพลิดเพลินเจริญใจ บางตอนก็พลัดพรากจากกัน แล้วก็คร่ำครวญร้องให้โศกเศร้าเสียใจ บางคราวมีการกระทบกระทั่งกัน จนถึงมีการฆ่าฟัน ล้มตายกันก็มี เรื่องทั้งหมดนั้นคละเคล้าทั้งส่วนที่สมหวัง ทั้งส่วนที่ผิดหวัง มีทุกรส พร้อมหมดทุกอย่าง เขาก็เล่นกันไปตามสมมติกันไปตลอดคืน ครั้นรุ่งเช้ามาแล้วก็สมมติว่าจบเรื่อง สิ้นสุดการสมมติลงแค่นั้น ตัวสมมติทั้งหลายก็กลับเป็นจริง คือ นาย ก นาย ข นาย ค และนาง ง ตามเดิม ไม่ได้เป็นจริงตามคำสมมตินั้นเลย
แต่การสมมติของคนเรานี้ ได้ถูกสมมติกันทุกวัน ตั้งแต่วันเกิดจนถึงวันตาย ซึ่งเป็นสมมติที่ยาวถึง ๕๐ ปี ๖๐ ปี ๗๐ ปี หรือยิ่งกว่านั้น ทั้งหมดนี้จึงเรียกว่าละครชีวิต ได้แสดงละครชีวิตนี้ไปตามเหตุการณ์ต่างๆ ที่ประสบเข้า เป็นเช่นนี้ตลอดไปจนกว่าจะถึงวาระสุดท้าย คือจบลงด้วยการตาย สิ่งสมมติมาแล้วทั้งหมด ก็กลับกลายหาสภาพเดิม คือเป็นดิน เป็นน้ำ เป็นไฟ และเป็นลม อันเป็นสภาพเดิมของโลกต่อไป หมดความเป็นชายเป็นหญิง เป็นสามี เป็นภรรยา เป็นบิดา มารดา เป็นลูกหลานแค่นั้นเอง แต่นี้เราถูกสมมติให้เป็นไปตามสมมตินั้นๆ ไม่ได้เข้าใจว่ามันเป็นจริงเพียงสมมตินั้น แต่ไม่จริงตามความเป็นจริงเลย จึงทำให้หลงผิด คิดผิด เข้าไปยึดมั่นถือมั่นในสิ่งที่ถูกสมมติให้เป็นนั้น หารู้ไม่ว่าความจริงนั้นไม่มีอะไรยั่งยืน ย่อมมีเกิดขึ้นในเบื้องต้น มีความเปลี่ยนแปลงในท่ามกลาง และมีความแตกสลายไปในที่สุด เป็นสัจธรรมคือความจริงตลอดไป เหมือนกันกับพระอาทิตย์ที่ขึ้นสู่ท้องฟ้า และก็จะตกลับขอบฟ้าไป แม้จะมีผู้ใดปรารถนาจะไม่ให้พระอาทิตย์ตกไป แต่พระอาทิตย์ก็ไม่สนใจกับผู้ใด แม้จะข่มขู่ ด่าว่า กราบไหว้ วิงวอน ก็ไม่เป็นดังนึกได้เลย แต่เราก็ยังหลงผิด คิดว่าเป็นจริงตามสมมตินั้นว่านี่คือบิดา มารดาเรา จึงทำให้หลงรักใคร่พอใจ ยึดติดแน่นหนากับสิ่งที่เข้าใจผิดนั้นอย่างลึกซึ้ง ยากที่จะคลายความรักได้ จึงเป็นเหตุเกิดราคะ ความกำหนัดรักใคร่ โลภะ คือความปรารถนา อยากได้ อยากเป็นตามที่ตนปรารถนานั้น จึงทำให้หวงห่วงอาลัย อยากให้สิ่งที่ตนรักนั้นอยู่กับเรานานๆ ตลอดไป ไม่อยากให้พลัดพรากจากเราไป ไม่อยากให้มีอะไร หรือผู้ใดมาขัดขวางความรักความผูกพันกับสิ่งที่เราหวง ถ้าเกิดมีสิ่งใดหรือผู้ใดมาทำให้เราได้พลัดพรากจากสิ่งที่เรารักเราหลงนั้น สิ่งนั้นหรือผู้นั้นก็ต้องเป็นคู่อริกับเรา จึงเป็นเหตุให้เกิดไฟคือโทสะ ได้แก่ความโกรธ เผาลนจิตใจให้เร่าร้อน จนเกิดเป็นการทะเลาะวิวาท ผิดเถียงกันขึ้นไป เป็นบาป เป็นกรรม ตกนรกหมกไหม้ต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด ก็เพราะความหลงผิดติดมั่นในสมมตินั่นเอง
ทางที่ควรปฏิบัติคือ ให้พิจารณาใคร่ครวญด้วยปัญญาให้เห็นแจ้งตามความเป็นจริง แล้วอย่าหลงยึดติดในสมมติที่เราเป็น ให้ถือว่าเป็น โลกธรรม คือธรรมประจำโลก มีเกิดขึ้นในเบื้องต้น ตั้งอยู่ ยักย้าย ถ่ายเท แปรผันอยู่ตลอดเวลา ไม่มีความสุขความทุกข์ที่ยั่งยืนตลอดไป ย่อมสมมติว่าเป็นสุข สมมติว่าเป็นทุกข์ สับสนวนเวียนอยู่เสมอไป ไม่แน่นอน ควรสังวรระวัง ทำให้ใจเป็นกลาง คืออย่ายินดีเกินไปในเมื่อประสบกับสิ่งที่รักใคร่พอใจ อย่ายินร้ายในเมื่อประสบกับสิ่งที่ไม่พอใจ ควรรีบตักตวงประโยชน์ในขณะที่เราเป็น คือเป็นลูกที่ดีของบิดา มารดา เป็นมารดา บิดาที่ดีของลูก เป็นศิษย์ที่ดีของครูบาอาจารย์ เป็นอาจารย์ที่ดีของศิษยานุศิษย์ เป็นข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ในทางใดๆ แล้วให้เป็นคนดี เป็นคนที่สังคมต้องการในการงานและหน้าที่นั้นๆ พึงสังวรระวังอย่าทำกรรมอันเป็นบาปอกุศล ทุจริต มิจฉาชีพ อย่าทำตนให้เป็นพิษเป็นภัยแก่สังคม อันจะเกิดผลให้ได้รับทุกข์โทษอันไม่พึงปรารถนาทั้งในชาตินี้และชาติหน้า แล้วถึงตั้งใจบำเพ็ญตนในทางดี คือรักษาศีล บำเพ็ญสมาธิและปัญญา เพิ่มนิสัยปัจจัยคือความดี ให้ภิญโญยิ่งๆ ขึ้นไป เพื่อจะได้บรรลุซึ่งธรรมอันจะทำให้สิ้นสุดลงซึ่งสมมติบัญญัติทั้งหลาย ไม่ต้องมาเวียนว่าย ประสบสุข ประสบทุกข์ ซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่มีที่จะจบสิ้นลงได้ ขอให้เราได้พ้นจากแดนสมมติอันเต็มไปด้วยกองทุกข์ทั้งปวงนี้ ขอให้รู้แจ้งตลอดซึ่งวิมุตติธรรมนั้น




“ให้พิจารณาใคร่ครวญด้วยปัญญา
ให้เห็นแจ้งตามความเป็นจริง
แล้วอย่าหลงยึดติดในสมมติที่เราเป็น”

พระอาจารย์วัง ฐิติสาโร


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 มี.ค. 2010, 07:38 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ค. 2008, 14:07
โพสต์: 284

อายุ: 0
ที่อยู่: ประเทศไทย

 ข้อมูลส่วนตัว


วิธีที่จะแก้ปัญหาทุกข์ใจของคุณให้เด็ดขาด ก็คือ การให้ทาน รักษาศีล เจริญเมตตาภาวนา
โดยต้องที่เน้นที่การเจริญเมตตาภาวนา เพื่อให้รู้กายและใจตามความเป็นจริง
แล้วทุกข์จะหมดไปครับ

แต่วิธีนี้ก็ต้องใช้เวลา อาจจะไม่เหมาะกับคุณตอนนี้
แต่ขอให้เริ่มทำ เป็นส่วนประกอบในการแก้ปัญหานี้นะครับ

ตอนนี้ปัญหาที่ยากที่สุดของคุณก็คือ การตัดสินใจว่า
จะคบกันต่อไป หรือเลิกกัน ซึ่งทำให้คุณคิดไม่ตก ว่าจะเลือกทางไหนดี
การไม่รู้ว่าจะเลือกทางไหนดี ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้คุณทุกข์ใจอยู่ขณะนี้ครับ

วิธีที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าจะเลือกทางไหนดี
ก็คือ ขอให้คุณและเขามาตกลง ให้คำมั่นสัญญาว่า
ใน 3-6 เดือนนี้ ให้คุณและเขาเลือกค้นหาใจตัวเองว่า จะเอาไงต่อดี
จะคบต่อหรือเลิกกัน ให้ตอบมาภายใน 3-6 เดือนนี้
ถ้าไม่มีคำตอบให้ ก็ถือว่าหมดเวลา ผิดสัญญา ไม่รักษาสัจจะ

ที่นี้ก็อยู่ที่คุณว่า จะเข้มแข็งพอที่จะตัดสินใจ ว่าคนผิดสัญญา ไม่รักษาสัจจะ
ควรได้รับผลเป็นอย่างไร

ถ้าตัดสินใจว่าจะเลิก ก็ต้องเข้มแข็งพอ ที่จะพูดกับเขาว่าเราเลิกกัน
เวลาเขามาง้อ ก็ต้องบอกว่า ถ้าจะมาคืนดีกันอีก ขอให้ดูความประพฤติก่อนสัก 2 ปี
ว่าสามารถทำให้ตามคำพูดมั้ย รักเดียวใจเดียวได้มั้ย ถ้าทำได้ก็ค่อยกลับไปคืนดี

ถ้าตัดสินใจจะคบกันต่อ ก็ขอให้อดทน ให้อภัย และฟันฝ่าอุปสรรคนี้ไปให้ได้ครับ

ขอให้โชคดีครับ

ป.ล. ไม่ได้เข้าเวบมาสักพักหนึ่ง พึ่งรู้ว่าคุณtaktay ได้เป็นผู้รักษาลานแล้ว
ก่อนอื่นผมก็ขอแสดงความยินดีด้วยครับ
เพราะผมก็เห็นคำแนะนำของคุณและการเสียสละเวลา มาช่วยตอบปัญหาให้บอร์ดนี้มานาน
จึงคิดว่า คุณก็เป็นคนหนึ่งที่เหมาะสม สำหรับการเป็นผู้รักษาลานนะครับ

เมื่อเป็นผู้รักษาลานแล้ว ขอให้คุณ taktay ปฎิบิติหน้าที่ด้วยความตั้งใจ
และช่วยเหลือให้คำแนะนำคนอื่นต่อๆไปนะครับ

.....................................................
"ใครเกิดมา ไม่พบพระพุทธศาสนา ไม่เลื่อมใส ไม่ปฎิบัติ ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย เป็นโมฆะตลอด ตั้งแต่วันเกิดจนวันตาย"

"ให้พากันหมั่นให้ทาน รักษาศีล เจริญเมตตาภาวนา"

พระอาจารย์มหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี
http://www.luangta.com/

"ทำสมาธิมากเนิ่นช้า คิดพิจารณามากฟุ้งซ่าน หัวใจของการปฏิบัติคือการมีสติในชีวิตประจำวัน"
หลวงปู่มั่น

"ดูจิต...ด้วยความรู้สึกตัว"
หลวงพ่อปราโมทย์ สวนสันติธรรม ชลบุรี
http://www.wimutti.net


แก้ไขล่าสุดโดย kritsadakorn เมื่อ 19 มี.ค. 2010, 07:49, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 มี.ค. 2010, 12:02 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 มี.ค. 2010, 16:26
โพสต์: 17

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


stronger เองค่ะ... ตอนนี้ตัดสินใจแล้วค่ะว่าจะขอเลิกกับสามี

เพราะว่าล่าสุดจับได้ว่า เค้ายังไม่เลิกติดต่อกับผญ คนนั้น ทั้งที่สัญญากันไว้แล้วว่าจะเลิกเด็ดขาด พอเราจับได้ ตอนนี้บอกว่าเค้ารักผญ ทั้งสองคน เลือกไม่ได้ ไม่อยากให้เสียใจและเจ็บทั้งคู่ พอเราถามว่าแล้วจะเอายังไงต่อไป เค้าว่าอย่าถามเค้าเลย เค้าไม่รู้ ตัดสินใจไม่ได้ เค้าบอกกับผญ คนนั้นเค้ารักมาก ส่วนเรานั้นมันมีความผูกพัน ความสงสาร แต่ความรักคงไม่มากเท่า พูดง่ายๆ ว่าจะไม่แก้ปัญหา ไม่ทำอะไร จะเอาทั้งสองคน
นี่หรือผช ที่เราฝากชีวิตไว้ ทั้งที่ตอนแต่งงานสัญญาว่าจะดูแลเรา ไม่ทำให้เราเสียใจร้องไห้ คงจะจริงอย่างที่ว่าเวลาเปลี่ยน ใจคนก็เปลี่ยน ทุกสิ่งอย่างเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป สามีคนที่เคยรักเราคงได้ตายไปแล้วจริงๆ

ตอนนี้อยากได้กำลังใจมากค่ะ รบกวนช่วยแนะนำด้วยนะคะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 มี.ค. 2010, 14:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 มิ.ย. 2008, 22:40
โพสต์: 1769

แนวปฏิบัติ: กินแล้วนอนพักผ่อนกายา
งานอดิเรก: ปลุกคน
สิ่งที่ชื่นชอบ: Tripitaka
ชื่อเล่น: สมสีสี
อายุ: 0
ที่อยู่: overseas

 ข้อมูลส่วนตัว


stronger:

อ้างคำพูด:
ตอนนี้อยากได้กำลังใจมากค่ะ รบกวนช่วยแนะนำด้วยนะคะ


เป็นกำลังใจให้นะครับ.. ปัญหาทุกอย่างย่อมมีทางแก้ครับ วันนี้แม้ดูมืดมนเหลือเกิน แต่วันหนึ่งข้างหน้าสิ่งนี้จะผ่านไป.. เหมือนทุกสิ่งที่เคยผ่านมา ... :b46: :b47: :b48:

:b54: :b54: :b54: เพราะสิ่งทั้งปวงย่อมแปรผันอยู่ตลอดเวลา ไม่มีอะไรเลยที่คงที่และน่ายึดถือ หากเราไปสำคัญสิ่งนั้นว่า"เที่ยงแท้ถาวร" ก็รังแต่จะผิดหวังและทุกข์เท่านั้น..เพราะความสำคัญผิดที่ทวนกระแสความจริงในโลก.. :b54: :b54: :b54:

:b41: คำพูดคำสาบาญสัญญาประดามีในโลกที่ใครๆเปล่งออกมาล้วนมาจากเหตุผลที่ต่างๆกัน ส่วนมากไหลมาจากกิเลสตัณหาเป็นมูล หากผู้กล่าวคำนั้นๆออกมาเป็นผู้มีศีลธรรม"เพราะได้ฟังคำสอนของพระพุทธเจ้า"มา..ก็คงพอถือเอาเป็นสาระได้บ้างเพราะคำพูดเหล่านั้นจะมีความจริงเป็นหลักและเป็นประโยชน์ในทุกกาล ...แม้วลาผ่านไปนานเท่าใด เขาก็จะจำคำพูดนั้นๆได้ไม่ลืม..หากเมื่อพิจารณาแล้วว่าบุคคลที่.."ตอนแต่งงานสัญญาว่าจะดูแลเรา ไม่ทำให้เราเสียใจร้องไห้ "..เป็นผู้ไม่มีศีล ควรหรือที่จะเสียเวลาถามหาเหตุผลว่าทำไมเขาจึงไม่รักษาคำพูด ..และควรหรือที่เรายังจะยึดถือในแก่นสารสาระของคำพูดนั้น ทั้งๆที่คนพูดเขาอาจลืมไปแล้วตั้งแต่พูดจบลง..ตอบว่า..ไม่ควรแม้แต่จะคิดถึงอีกต่อไปเพราะเท่ากับพยายามกอดความฝันที่ไม่มีอยู่จริง .. :b41:

:b46: :b46: :b46: การตัดสินใจในการแก้ปัญหา เพื่อการมีชีวิตที่ดีกว่าย่อมเป็นเรื่องที่ควรทำ การยอมจำนนต่อปัญหาหากเป็นไปเพราะสามารถปล่อยวางได้อย่างแท้จริงก็ไม่เสียหาย ..แต่หากเป็นเพราะตนไม่มีอิสระทางใจ..นับเป็นเรื่องที่น่าขมขื่น และน่าสงสาร พึงทราบว่านี้เป็นเรื่องของคนที่ปล่อยตนเองไปตามยถากรรมโดยแท้เท่านั้น สิ่งที่ควรกลัวคือการอยู่ร่วมกับพาลมิตรเพราะนี้ย่อมเป็นไปเพื่อความเสื่อมแต่ถ่ายเดียว... :b41: :b41: :b41:

:b53: การอยู่คนเดียวไม่ใช่เรื่องน่ากลัว..หรือผิดปกเลย.. แท้จริงเราทุกคนอยู่คนเดียวกันตลอดเวลา ไม่เห็นมีใครอุ้มหรือแบกใครไปด้วยแม้ในยามเข้าส้วมถ่ายอุจจาระปัสสาวะ...และโดยเฉพาะในตอนละจากโลก ต่างก็ไม่สามารถจูงมือไปด้วยกันได้ มีแต่จูงไปกับ"กรรม"เฉพาะส่วนของตนเท่านั้น.. :b53:

:b44: การอยู่มีคู่ก็ไม่เสียหายและยิ่งดีหากคู่นั้นมีศีลศรัทธาปัญญาจาคะเสมอหรือใกล้เคียงกัน เพราะสามารถเกื้อกูลกันให้เจริญในทางธรรม เพื่อการพัฒนาตนใ้ห้ก้าวพ้นการเกี่ยวข้องด้วยเพศคู่ได้ในที่สุด.. :b44:

:b55: :b55: เมื่อพิจารณาดูแล้วว่า หากอยู่เป็นคู่แล้วมีความเจริญในการละคลายโลภะโทสะโมหะ สามารถเจริญอภัยทาน พรหมวิหารได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ประจักษ์ในอริยสัจจ์๔ได้อย่างเด่นชัด ...จนอาจบรรลุเป็นพระอริยะบุคคลได้ระดับใดระดับหนึ่ง ก็พึงถือเอาการอยู่เป็นคู่กันต่อไป แม้เขาไล่ก็อย่าเลิก.. :b55: :b55:

... :b33: แต่ถ้าบัดนี้รู้สึกเหมือนมีไฟตั้งแล้วกองโตบนศีรษะ และรู้ว่าไฟนั้นไม่อาจดับไปได้แม้ในอนาคต..ทั้งยังเพิ่มกำลังขึ้นเรื่อยเนื่องจากผัสสะที่รับทั้ง๖ทวาร....คนที่รักตนเป็น แม้ไม่ต้องมีใครมาบอกก็พอจะทราบว่าต้องกำจัดภัยนั้นอย่างไร การพิจารณาถึงทุกข์โทษภัยที่จะมีมาในอนาคตเป็นเรื่องที่จำเป็นสำหรับคนมีปัญญา..หากพระพุทธเจ้าไม่เคยทรงมีพระราชดำริถึงทุกข์ภัยในอนาคตแล้ว คงไม่ทรงเพียรเพื่อทำที่สุดแห่งทุกข์เเต่คงทรงปล่อยชีวิตไปตามยถากรรมสุดแล้วแต่เวรกรรมพาไป ราวกับกอผักตบชวาที่ลอยไหลไปตามกระแสน้ำพาไปอย่างหาทิศทางไม่ได้ฉะนั้น...

การอยู่คนเดียวควรมีที่พึ่งและกัลยาณมิตรเป็นที่ยึดเหนี่ยว เพราะจิตใจที่ไม่มั่นคง หากขาดที่พึ่งจะตกไปสู่ความเสื่อมได้ง่าย ที่พึ่งอันเกษมคือพระรัตนตรัย กัลยาณมิตรคือพระพุทธเจ้า และพระธรรมคำสอนของพระองค์ การสดับศึกษาพระธรรมมีคุณอนันต์ เพราะเป็นปัจจัยแก่ปัญญาโดยตรงเมื่อมีปัญญาแล้วจักสามารถคุ้มครองตนได้อย่างแท้จริง ... เป็นกำลังใจให้ครับ..

ขอให้พ้นทุกข์ไวๆครับ..

.....................................................
ศีล ๕ รักษาตนไม่ให้เกิดในอบายภูมิ


แก้ไขล่าสุดโดย -dd- เมื่อ 22 มี.ค. 2010, 15:10, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 68 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4, 5  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร