วันเวลาปัจจุบัน 13 พ.ย. 2019, 06:24  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 ก.ย. 2018, 08:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4894

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
วัดอรัญญบรรพต
อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย


ทีนี้การที่จิตมันจะดีขึ้นไปได้มันก็ต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ไปด้วยความเข้มแข็ง ไม่ย่อท้อ การที่เรามีอุบายสามารถระงับเรื่องวุ่นวายต่างๆ ทั้งภายในใจตัวเองและทั้งภายนอกให้มันสงบระงับลงไปได้ครั้งหนึ่งๆ นี่เราก็ได้ความรู้ความฉลาดขึ้นส่วนหนึ่งแล้วจิตใจก็รู้สึกว่าดีขึ้น เข้มแข็งขึ้นกว่าเก่า นี่การฝึกจิตนะให้พากันเข้าใจ

ไม่ใช่ว่าเราอยู่ไปเรื่อยๆ ไปอย่างนี้แล้วจิตใจมันจะเข้มแข็งขึ้นเองโดยไม่ได้ต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆ เช่นนี้นั้นเป็นไปไม่ได้ ก็ให้นึกทบทวนดู องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นก็เมื่อพระองค์ได้ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ เริ่มแต่ยู่ในราชสมบัตินี่ได้มองเห็นโทษของการเป็นเจ้าเป็นใหญ่ว่ามันยุ่งยากลำบากและก็โดยเฉพาะเมื่อมาพัวพันอยู่กับของไม่เที่ยงเหล่านี้มันก็ไม่พ้นไปจากทุกข์ได้ เพราะว่าไปพัวพันอยู่กับของไม่เที่ยง ดังนั้นแล้วพระองค์ก็จึงสละราชสมบัติออกไปบวช นั่นเป็นอันว่าพระองค์ละความยึดมั่นถือมั่นไปได้ส่วนหนึ่งแล้ว

ทีนี้เมื่ออกบวชไปแล้ว เอ้า ทำความเพียรเพื่อให้ได้ตรัสรู้มันก็มีมารคอยมากีดกัน ทำให้พระองค์ไม่สามารถตรัสรู้ได้โดยเร็วพลัน ก็ต้องแสวงหาทางไปเรื่อยๆ ไป จนว่าได้หกปี นี่ปีที่หกนี่ก็จึงได้ตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณ คืนวันจะได้ตรัสรู้นั้นก็ต้องได้ต่อสู้กับพญามารและเสนามารอย่างเต็มที่ กว่าจะเอาชนะพญามารและเสนามารต่างๆ ได้ พระองค์ก็จึงได้นึกถึงพระบารมีที่ได้สั่งสมอบรมมาแต่อเนกชาติมาเป็นอารมณ์

เมื่อพระบารมีเหล่านั้นปรากฏในพระทัยแล้วก็ทำให้พระทัยของพระองค์เข้มแข็งเด็ดเดี่ยวขึ้น ก็บันดาลให้เกิดอุคหนิมิตขึ้นมาปรากฏเป็นเหมือนกับมีผู้มายืนยันว่า พระบารมีที่พระองค์ได้สร้างมานั้นมากกว่าน้ำในมหาสมุทรทะเล แล้วก็บิดมวยผมเพิ่นว่าน้ำก็หลั่งไหลออกมาท่วมท้นพญามารและเสนามารให้พ่ายแพ้ไป นี่ก็หมายเอาน้ำพระทัยของพระองค์นั่นแหละเปี่ยมด้วยเมตตากรุณาอันยิ่งใหญ่ไพศาล ซึ่งฝ่ายชั่วนั้นไม่สามารถจะเอาชนะน้ำใจที่เปี่ยมไปด้วยเมตตากรุณาธรรมหรือคุณธรรมอื่นๆ มากมาย

นั่นแหละความชั่วร้ายทั้งหลายจะเอาชนะคุณธรรมของพระองค์ไม่ได้เลย ดังนั้นกิเลสอันชั่วร้ายทั้งหลายจึงได้ระงับดับไปจากพระทัยของพระองค์ ต่อจากนั้นพระองค์ก็ได้รับความสงบใจอย่างเต็มที่ นั่นแหละก็จึงได้ตรัสรู้ในญาณที่หนึ่ง ญาณที่สอง ญาณที่สาม ไปโดยลำดับ ญาณที่สามนั้นท่านเรียกว่า อาสวักขยญาณ ปรีชาหยั่งรู้ว่า อาสวะสิ้นไปจากพระขันธสันดานของพระองค์แล้ว

ลองพิจารณาดูตั้งแต่พระพุทธเจ้านั้นสร้างบารมีมามากต่อมากถึงปานนั้น ถึงปานนั้นก็ยังได้ต่อสู้กับกิเลสมารตัณหาอุปาทานอะไรต่ออะไรอยู่มากมายกว่าว่าจะหลุดพ้นไปได้ ถ้าหากว่าพระองค์ไม่เข้มแข็งพอก็เลยจะต้องพ่ายแพ้ต่อมารและเสนามารนั้นไป



:b46: :b46:

ส่วนหนึ่งจากพระธรรมเทศนาหัวข้อ
“ธรรมทั้งหลายไม่ควรถือมั่น”



◇◆ ประวัติ ปฏิปทาและคำสอน “หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ” ◆◇
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=43689

:b44: ชวนอ่านพระธรรมเทศนาเต็มกัณฑ์เทศน์ของ
“พระสุธรรมคณาจารย์ (หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)”

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=75&t=53080

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร