วันเวลาปัจจุบัน 19 ต.ค. 2020, 23:24  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 ต.ค. 2020, 08:11 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 2134

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กัณฑ์ที่ ๔
หลักของพระโพธิสัตว์
พระธรรมเทศนาของหลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม

รูปภาพ

ขอถวายหลักของพระโพธิสัตว์ ได้แก่ โคตมโคตร วางศาสนธรรมไว้แล้ว พระองค์ก็นิพพานไป

พระโพธิสัตว์ เมื่อเกิดเป็นพระเวสสันดร

พระเจ้าพ่อสัญชัย พระแม่ผุสดี เกิดจังหวัดเมืองมหาชัยก้องแก้ว ส่วนไทยขวดแก้วเวลานี้ตกอยู่เมืองศรีพันดอน เมืองนครจำปาศักดิ์

ภรรยาพระเวสสันดรชื่อ นางมัทรี เสวยสุขได้ลูก ๒ คน ชาลี กัณหา

พราหมณ์มาขอช้างเผือก ให้แก่พราหมณ์ ชาวเมืองขับไล่ ก็ได้พานางมัทรี ท้าวชาลี นางกัณหา ไปบวชเป็นฤาษีทั้งผัวทั้งเมีย อยู่ในป่าไม้หิมพานต์นานได้ ๗ เดือน

ตาพราหมณ์อายุ ๘๙ ปี ได้เมียสาว หาลูกไม่ได้ จึงเข้าไปขอกับพระเวสสันดร พระเวสสันดรก็ได้ทานลูกชายลูกหญิงให้แก่พราหมณ์

พราหมณ์เอาไปแล้ว พระยาอินทราธิราช ขออธิษฐานเพศเป็นพราหมณ์แก่มาขอนางมัทรี ท่านก็ให้ทานไปแก่พราหมณ์

พราหมณ์หยิบไม้เท้า นางก็หยิบไม้เท้าส่งให้ แล้วตามพราหมณ์ไปจนสุดสายตา พระอินทร์ก็นิมิตกายให้นางได้เห็นและให้พรแก้ว ๑๐ ประการ ว่าแล้วก็เสด็จขึ้นไปชั้นฟ้าชั้นดาวดึงส์

จักกล่าวถึงพราหมณ์เฒ่า พาชาลี กัณหาไป เทวดาบังหนทาง จึงหลงเข้าไปหาพระเจ้าปู่ พระเจ้าย่า จึงได้ไถ่ตัวไว้แล้วจึงถามหลานชาย เจ้าชาลีจึงเล่าอาหารของกินในป่า กินเผือกกินมัน มันอ้อนอ่อนสุก ผลหมากไม้ต่างๆ

พระเจ้าปู่ พระเจ้าย่า ก็ได้สั่งไปอาราธนากลับมาแทนสมบัติ พระโพธิสัตว์ได้กลับมาถึงปราสาทเรือนหลวง ก็คิดขึ้นในใจ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยเขาก็เข้าไปถวายข้าวของเงินทอง เงินราด เงินบาท เงินอัฐ เงินไพ เงินรถ เงินสตางค์

ด้วยอานุภาพพระโพธิสัตว์ พระอินทราราชได้หว่านแก้วมณีโชติ แก้วเพชรแก้วพลอยตกลงในวันนั้นเพียงเอวคนเฒ่า เพียงเข่าคนยืน แก้วปะปากแก้วฟ้า หยาดลงมาใส่โต้งใส่นา ตกใส่สวน ตกในที่ของใครก็เป็นของคนนั้น นอกกว่านั้นเป็นของพระโพธิสัตว์

ประเทศภาคอิสานของเราไม่มีหิน มีแต่ดินทราย แก้วนั้นตกลงไปในเมืองนาคใต้น้ำมหาสมุทร

ภาคทิศตะวันตกนครลำปาง พระเวสสันดรเจ้าเป็นเค้าโพธิสัตว์ อำเภอเถิน อำเภอเมืองลี้ อำเภออุ่มกอย เขาเอาเป็นสินค้า เรียกว่า แก้วโป่งข่าม อยู่ในแก้วรูปนกก็มี รูปปลาก็มี รูปเทวดาก็มี แก้วอินสวน เม็ดเท่าหมากขามป้อม อย่างมนก็มี อย่างแปก็มี เราดูในแก้ว ต้นไม้ต้นหญ้าเอารากขึ้นบนฟ้า ใบหย่อนลงมา ยังมีอยู่ แก้วอย่างที่สองคล้ายตาตั๊กแตน ถ้าตาเขามีพยาธิ เอาน้ำเข้าใส่แก้ว เอากิน เอาอาบ เอากินกายก็สบายขึ้น

แต่อายุของพระองค์ยืนได้ ๕๐๐ ปี ได้ให้ความลำบาก จึงอธิษฐานใหม่ ถ้าเป็นพระพุทธเจ้าให้มีอายุได้ ๘๐ ปี

นี้แหละนักธรรมทั้งหลาย ตายจากพระเวสสันดรแล้ว เกิดชาติที่สอง ที่จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอจอมทอง เป็นพระภูริทัต จำศีลชั้นกาย ศีลชั้นวาจา ศีลชั้นใจ

ตายจากภูริทัตแล้ว ไปเกิดที่เมืองลังกา ชื่อรัสสีพรหมนา บวชไม่เอาเมียเรียกเนกขัมมะ

ตายจากชาตินั้นแล้วเป็นเจ้าพระยามโหสถ เจ้ากรุงเทวทหะ มีเมียนางอมร เป็นคู่อยู่ด้วยกัน มีลูกสาว ๒ ลูกชาย ๒

ตายจากชาตินั้นแล้วไปเกิดที่เมืองมิถิลา เจ้าเมืองพม่า ใส่ชื่อ เมืองแมนไทยใหญ่ ไทยเงี้ยว เมียของเพื่อนนางนกยูงทอง นางแก้วมณี มีลูกชาย ๒ ลูกหญิง ๒

ตายจากชาตินั้นแล้ว (บำเพ็ญ) ขันติบารมี ภาษาเฮาเรียกเตมีย์ใบ้ เกิดที่เมืองตุมวัง ฟ้ารอนหาดโหน่ยติงเง้ชายง่วน เดี๋ยวนี้ใส่ชื่อว่า อินโดจีน

ตายจากชาตินั้นแล้ว (เกิดที่) จังหวัดอุตรดิตถ์ เรียกว่า อ้ายเงาะสุวรรณสาม

ตายจากชาตินั้นแล้วได้ไปเกิดที่เมืองกุ่มกามอังวะ อังกฤษมาตีได้ใส่ชื่อ เมืองมันตะเล ชื่อของพระโพธิสัตว์จันทะกุมาร


(ตอนต่อจากนี้ หลวงปู่ตื้อได้กล่าวพระนามพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ และเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงบางพระองค์ ทำนองว่าสืบเชื้อสายมาจากพระโพธิสัตว์ ด้วยผู้เขียนไม่มีโอกาสสืบสวนประวัติศาสตร์ หรือพงศาวดารเกี่ยวกับเชื้อพระวงศ์ในตอนนี้ เพื่อป้องกันความสับสน จึงของดการนำเสนอพระธรรมเทศนาในตอนนี้ ต้องกราบขออนุญาตและกราบขอขมาหลวงปู่ ไว้ ณ ที่นี้ด้วย - ปฐม นิคมานนท์)

...สมเด็จพระพันปีเป็นน้องสาว นี้แหละพูดใกล้ๆ

ส่วนตายจากจันทะกุมารแล้ว ไปเกิดเมืองสังกะสี ใส่ชื่อว่า เจ้าธัมมิกะบันฑิต นี้แหละเมตตาบารมี เมืองสังกะสีหายกลายเป็นเมืองหงษ์สาวดี มอญ

ตายจากชาตินั้นไปอยู่เป็นมหาพรหม ชั้นที่ ๑ พรหมปาริสัชชา ลงมาเกิดเมืองกบิลพัสดุ์ พรหมองค์ที่ ๒ นางพรหมปะโรหิตา ลงมาเกิดแคว้นกบิลพัสดุ์ ต่อกับกรุงเทวทหะกษัตริย์คู่อยู่ด้วย

มหาพรหมาเทวาเข้าท้องยายวันพุธ พ่อก็พุธ แม่ก็พุธ ลูกก็พุธ

พระเจ้าสุทโธทนะทำการกุศลอะไร (ก็ตาม ได้อธิษฐานว่า) ขอให้ข้าพเจ้าได้เป็นพ่อของพระพุทธเจ้า คุณยายก็เหมือนกัน ข้าวปั้นหนึ่ง ดอกไม้ดอกหนึ่ง ขอให้เป็นแม่พระพุทธเจ้าสมปรารถนา

เมื่อพระโพธิสัตว์เข้าสู่ท้อง ยายก็ฝันอุ้มช้างเผือก ขี่ช้างเผือก ลูกยายเป็นผู้ชาย วิญญาณใจส่องเห็นลูกได้ ๑๐ เดือนเต็มบริบูรณ์ ไปเที่ยวดอกไม้เดือน ๖ วันพุธ ปวดอุทร มหาอำมาตย์เอาผ้าขาวมาปูไม่ทัน ผินหน้าไปทิศบูรพา ตะวันออก บ่ายโมง อุตตมะฤกษ์ คลอดลูกออกมา ยืนคลอด ไม่มีเลือดเหมือนนางไก่แก้ว ไข่ออกมาแล้วไม่มีเลือดไม่มียาง เสด็จ ๗ ก้าวตีน

สมเด็จสมณเจ้ากรมพระยาฯ สันนิษฐานว่า พระศาสดาเสด็จประกาศศาสนา ๗ พระนคร

นี้ไม่ใช่คำสอนพระอรหันต์ นักปราชญ์พวกนี้ปาดหนังวัว (หลวงปู่ตื้อ ใช้คำว่า ปาด เทียบกับเสียงของคำว่า ปราชญ์) ปาดหนังควาย ปาดหนังหมู ปาดหนังเป็ด ปาดหนังไก่ ปาดหนังนกใส่ ปาดหนังนกกระทา เขียดตะปาด งอยขอนลิ้นยาว ตาขาวขี้ปด พูดตามตัณหาความชอบใจ

ในคัมภีร์มหาปัจจรี อังคุตตรนิกาย พระอรหันต์ทั้งหลายได้บัญญัติไว้แล้ว ทานบารมี เป็นโลกิยะฌานของพระองค์ พากันเหาะได้เสด็จได้

ทานะบารมี ทานชาลีลูกชายคนเดียว ได้อำมาตย์ชั้นใกล้แปดหมื่นสี่พัน ทานะอุปปะบารมี ทานลูกสาวนางกัณหาคนเดียว ออกบวชได้นางภิกษุณีสาวกแปดแสนสี่หมื่น ทานะปรมัตถบารมี ทานพระนางมัทรี เมื่อมาเป็นพระจักรพรรดิ์ได้นางสนมหกหมื่นสี่พันนาง มีพระนางยโสธราพิมพา เป็นคู่

สีละบารมี เป็นฌานที่สอง เมื่อเป็นภูริทัต รักษาศีลชั้นใจ

เนกขัมมะบารมี เป็นฌานที่สาม พระพรหมนารถ ฌานเกิดจากใจ

ฌานที่สี่ ปัญญาบารมี เมื่อเป็นเจ้ามโหสถ พระยา ๗ หัวเมืองจะมารบ ใช้ปัญญา พุทธิปัญญา ธรรมปัญญา สังฆปัญญา เป็นพี่น้องกันหมด ไม่มีเวรต่อกัน

วิริยะบารมี เจ้าชนก ความเพียรรักษาศีล

ขันติบารมี ความอดทนไม่มีท้อใจ

สัจจะบารมี เป็นฌานที่เจ็ด

จึงพาขันธ์เหาะได้บินได้ นางมเหษีทั้งหลายเห็นได้ด้วยตา ยกมือขึ้นไหว้ แสดงเสียง ธมฺมสฺสวนกาโล อยมฺพทนฺตา ลูกยายเหาะได้ น่ากราบน่าไหว้ เป็นภาษาอิสาน สะออนเน้อ

เสียงดังไปถึงพระเจ้าสุทโธทนะ รู้แล้วเอารถมารับเอาแม่ลูกไปไว้ได้ ๗ วัน คุณยายก็ตาย อย่ากลัวอย่าสะดุ้งหวั่นไหว ทำหัวใจอย่างแก้วมณีโชติ

ตัวรูป ตัวเวทนา ตัวสัญญา ตัวสังขาร ตัววิญญาณ พ่อของเราไปไหน พ่อก็ตายแม่ก็ตาย อนตีโต ห้ามความตายไม่ได้

ส่วนใจพระแม่เจ้าศรีมหามายา ไปอยู่สวรรค์ชั้น ๖ ละลูกเป็นกำพร้า พระแม่น้าโคตมี เลี้ยงหลานไว้

นางศรีมหามายาตายแล้ว เอาน้องเป็นเมีย ให้นามพระศรีธาตุ โคตมโคตร (พระสิทธัตถะ โคตมโคตร) ถ้าให้นามโคตมีมันตรงกับชื่อน้องสาว

พระฤาษี ๓ พระองค์ จากอารามมาเฝ้าพระเจ้าสุทโธทนะ อุ้มลูกไปไหว้ฤาษีทั้งสามองค์ ใส่ชื่อว่า สิทธัตถราชกุมาร (ทางอิสานเรียกว่า ศรีธาตุราชกุมาร) หรือพระเจ้าจักรพรรดิ์ กล่าวคำทำนาย

อิทมฺปิ พุทฺเธรตนํ อิทมฺปิ ธมฺเมรตนํ อิทมฺปิ สงฺเฆรตนํ มหาปุริสลกฺขณานุภาเวน อสีตยานุพยญฺชนานุภาเวน นวโลกุตฺตร ธมฺมานุภาเวน สมยวิมุตฺโต โหติ

แปลเป็นภาษาไทย ถวายพระบรมบพิธราชสมภารเจ้า ลูกพ่อเจ้าออกบวชเป็นพระฤาษีเจริญพระกรรมฐานได้เป็นพระอรหันต์ อิทมฺปิ พุทฺเธรตนํ ใหญ่กว่าโลก พระอาทิตย์มีดวงเดียวไม่มีสอง ชายคนนี้แหละ จะได้เป็นพระพุทธเจ้า

ชายพวกนั้นเป็นชายไหลแล้งไหลไปไหลมา อาโปธาตุ แปลว่าน้ำ ฝนตกในป่าหิมพานต์ที่ใกล้ที่ไกล น้ำนั้นจะไหลลงมาถึงน้ำมหาสมุทร พัดเอาทรายทั้งหลาย เหมือนน้ำใจชายเกิดใกล้เกิดไกลมาบวชเป็นศิษย์ของท่าน

ได้เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว อิทมฺปิ ธมฺเมรตนํ อสีติสาวกใกล้ ๘๐ พระองค์ รับพุทธมหาสาวกหลายล้านหลายแสนคน ถวายพระพร มหาปุริสลกฺขณานุภาเวน ฝ่าตีนเป็นกงจักร ฝ่ามือเป็นดอกบัว

อสีตยานุพยญฺชนานุภาเวน เมื่อเป็นพระพุทธเจ้าแล้วจะเขียนอักษรศาสตร์เกิดจากหัวใจของพระองค์ อักษรเก่าที่พระองค์เรียนนั้นเป็นอักษรมาจากพระเจ้าจักรพรรดิ์ ถึงแปดหมื่นสี่พันกษัตริย์ เมื่อพระองค์เกิดมาก็เรียนอักษรประจำชาติเหมือนทุกวันนี้

และคนโบราณเรียนหนังสือธรรม หรือ หนังสือลาว เวลานี้เรียนหนังสือไทย หนังสืออังกฤษ ได้เป็นเจ้านายให้เจริญทั่วถึงกัน ๒ อักษร

ที่พระพุทธเจ้าเทศน์เรียกว่า หนังสือขอม พระพุทธโฆษาจารย์ อยู่ที่เมืองอินทะปัตถะ หรือกรุงกัมพูชา ฝรั่งเศสได้มาเปลี่ยนชื่อเป็นกรุงพนมเปญ

เจ้าเมืองเก้าแก้วมณีวัลอักษร แปลให้เป็นภาษาเงี้ยว เป็นภาษาเขมร ภาษาพม่า

นี่แหละนักธรรมเจ้าทั้งหลาย แปลอักษรศาสตร์ไก่แก้วขัน แล้วม่วนใจ

ก.ไก่แดง ผู้นอนตะแคงอยู่บนต้นไม้ ก.ไก่แดง อ้ายจารย์แพงเขาชอบ ก.ไก่ดำ อ้ายคำเขาชอบ ก.ไก่เหลือง อ้ายทิดเมืองเขาชอบ


ข.ไข่ไก่ ผู้ใหญ่เขาชอบกิน ข.ไข่ขาว นางสาวไทยเขาชอบ ฃ.ขวดเหล้า คนเฒ่าๆ กินแล้วเมา ค.ควาย ทำงานการแรงแท้ ฆ.ระฆัง ตีดังมื้อเช้า ง.งูเห่า กินเต่า กินปลา ง.งูสา กินกบกินเขียด ซ.โซ่ มัดตะโก้ติดอยู่ในขา ช.ช้าง ได้เมียสาวแม้ฮ้างปานได้ช้างสามตัว สามหม้ายได้ควายสามตัว จึงควรค่า สาวแม้ฮ้างเอา ช.ช้างแต่ดอง ฮ้างดอกป่านสาวน้อยก็บ่ปาน ฮ้างดอกแก้วแนวเจ้าหากผู้ดีสาวจีสาวจ้อย คำห้าร้อยมาจ้างก็บ่เอา ผู้หญิง ผู้ชายกลายเป็นบ้า พระอินทร์อยู่ฟ้ามาเป็นลูกยาย อรหันต์ทั้งหลายเกิดจากยายทั้งนั้น

ทุกวันนี้ถามกันด้วยธรรมศึกษา บ้างว่าคุณพ่อมาก บ้างว่าคุณแม่มาก (พระคุณของพ่อกับพระคุณของแม่ อย่างไหนมากกว่ากัน) จังหวัดเชียงใหม่ ให้ข้าหลวงตัดสิน เอากฎหมายเป็นธรรมใช้ไม่ได้ ซุม (หมู่) ข้าหลวง ซุมมหา ก็ว่าคุณพ่อชนะ

แต่เขานิมนต์อาตมา ได้เอาวัดสว่างอารมณ์ เจ้าสมภารชื่อพระครูท่านสัง ศรัทธาในจังหวัดนั้นมาสิบสองเดือนเพ็ง ฟังธรรมมหาชาติ โยมผู้ชายของท่านชื่อนายทิดนุ้ย น้องคือนายทิดนัย นายทิดเปลี่ยนนายทิดดำผู้ใหญ่บ้าน

นายทิดอินจึงถามขึ้น พระสงฆ์ ๒๐ กว่า แต่เป็นพระผู้ใหญ่ พระผู้เฒ่า คุณยายก็หลาย คุณยายเจ้าวัดนั้นใส่ชื่อคุณยายนำ ได้นำหมู่เข้ามา

อาตมาจึงได้อธิบายขึ้น คุณแม่มากกว่าคุณพ่อเถียงกันนอกรีตใช้ไม่ได้ จึงหยิบเอาหลักธรรมมาพูด

จกฺขุนฺทริยํ ตาขวาคุณพ่อ ตาซ้ายคุณแม่ หูขวาคุณพ่อ หูซ้ายคุณแม่ ฮูดัง (รูจมูก) ขวาคุณพ่อ ฮูดังซ้ายคุณแม่ ขาขวาคุณพ่อ ขาซ้ายคุณแม่

คุณแม่มีธรรมสอง หนึ่งอันตัง ไส้ใหญ่ สำหรับใส่อาหาร สองอันตัง ไส้ลูก ไส้ ๔ ก็มีลูก ๔ ไส้ ๕ ก็มีลูก ๕ คน ไส้ ๑๐ ก็มีลูก ๑๐ คน ไส้ ๒๐ ก็มีลูก ๒๐ คน

นี่แหละนักธรรมเจ้าทั้งหลาย น้ำนมต้นขวาเป็นของพ่อ น้ำนมต้นซ้ายเป็นของแม่ ไส้พ่อมีแต่ไส้อาหารอย่างเดียว ไส้ลูกไม่มี ถ้าใครว่าคุณพ่อมากกว่าคุณแม่ก็เข้าไปไส้พ่อ พอขี้จะซะใส่หัว ออกจากตูดตกใส่ดิน เป็นขี้กะเดือนหรือขี้กะตู่ เพราะมันตู่ว่าคุณพ่อมากฯ

นวโลกุตฺตรธมฺมานุภาเวน ลูกพ่อออกเจ้าจะเทศน์ (พ่อออก-แม่ออก เป็นเรียกโยมอุปัฏฐาก เทียบพ่อยก-แม่ยก เรียกในลิเก เป็นต้น) ธรรมเก้าประการ เกิดจากวิญญาณพระโพธิสัตว์ถวายพระพร

สวยวิมุตฺโต อาตมาภาพทั้งสามเกิดก่อนสมัย อสฺส น้ำตาตก ลูกพ่อออกเจ้าจะเทศน์นิทานประทานไว้แล้วจึงนิพพานไป ใจเข้านิพพาน ธรรมของพระองค์ทรงไว้ ๕ พันปี ถวายพระพร

อาสววิมุตฺโต เมื่อลูกพระองค์เกิดแล้ว พระองค์จะได้บวชใจเป็นพระอรหันต์ในพระราชวัง จะเข้าพระนิพพานก่อนลูก ถวายพระพร


พระองค์ก็เป็นทารกอยู่ ไม่รู้จักอะไร แปลเป็นภาษาแขกเรียกว่า อานาปา อย่างปลายยายเอาปลาข้าวป้อน ให้น้ำนมกิน กินนมแล้วก็หลับ หลับแล้วก็ตื่นขึ้น อยากน้ำก็แว้ๆ ก็แม่ๆ นั่นแหละ แม่รู้แล้วอุ้มกินนมก็หลับไป

เมื่อใหญ่ขึ้นไปเรียนวิชากฎหมาย วิชานักรบ เวลานั้นยิงธนูทีเดียวลูกธนูออก ๕๐๐ ลูก

ในราชการไทยของพระเจ้าแผ่นดินที่ ๖ เรียกว่าปืนหวี หรืออาวุธ ทำเป็นปืนหวี ๒ กระบอก เอาซุกใส่กันไกลกันคืบ ๓ นิ้ว ฝังไว้ในป่ายาว ตั้งหลักหรือสองหลัก สายชักมี ๒ สาย ขุดหลุมอยู่เพียงคอ ข้าศึกเดินมาใกล้ประมาณ ๔ หลักก็ยังไม่ยิง เข้ามา ๓ กึ่ง ชักสายพร้อมกันออกตั้ง ๔ พันลูก ถ้าเดินเข้ามา ทหารสูงถูกขา ทหารต่ำถูกใต้หัวใจ อันนี้เป็นวิชาไทยของเราแต่ไม่ได้เอาใช้

แต่จะกล่าวถึงวิชาพระศรีธาตุ (พระสิทธัตถะ) ให้รู้วิชาปัจจุบัน อาจารย์หมู่หนึ่ง ฮิตเล่อร์ แล้ว เกอริง มุสโซลินี เยอรมัน อาจารย์ที่ ๒ โรสเวล แม็คอาเธอร์ อเมริกัน อาจารย์ที่ ๓ นายมาแตง เปแตง เป็นแม่แรงของฝรั่งเศส อาจารย์ที่ ๔ โซเวียต สตาลิน รัสเซีย อาจารย์ที่ ๕ เซอร์วินสตัน เชอร์ชิล อังกฤษ อาจารย์ที่ ๖ นายพลโตโจ ญี่ปุ่น

กลับบ้าน พระเจ้าพ่อก็ให้เป็นพระเจ้าแผ่นดิน ๑๓ ปี ได้ลูกคนหนึ่งเป็นผู้ชาย โบราณกล่าวไว้ว่า ใกล้ไฟฮ้อน ใกล้ไม้ค้อนเจ็บแข้งเจ็บขา ไฟกับมื้อบ่เป่าก็ลุก ไก่เห็นข้าวสาร ไก่บ่กินข้าวสารไก่ง่าว บ่าวเห็นสาวบ่เว้าก็โง่

จะกล่าวอานิสงส์เมื่อเป็นพระเวสสันดร ได้อำมาตย์แปดหมื่นสี่พัน ทานชาลีลูกชายคนเดียว ทานลูกสาว นางกัณหา ออกบวชได้นางภิกษุณีสามแสนสี่หมื่น ทานนางมัทรีคนเดียว ได้นางสนมหกหมื่นแปดพันนาง มีนางยโสธราพิมพาเป็นคู่ โลกิยาธมฺมา ได้ชื่อว่าโลกิยธรรม

จึงออกจากวังหลวง ไปดูวังใหญ่ จึงเห็นนางสนมหกหมื่นสี่พันนางได้พากันหลับนอน บางคนก็นอนดิ้น บางคนก็นอนร้าย บางคนร่างกายนอนหงายก็มี นอนตะแคงก็มี

พระศรีธาตุกล่าวพระธรรมวาจา ปญฺจกฺขนฺธมรณานุสฺสติ นอนหลับแล้วเหมือนผีตาย น้ำลายเต็มปากน้ำหมากเต็มคอ ขันธ์ ๕ นี้หนอ นั่งก็งาม เดินก็งาม พูดก็ม่วน เมื่อนอนหลับแล้วคล้ายผีตาย น้ำลายไหลออก เกะกะตะติ๊งโหน่ง ขี้ตาเท่าเกล็ดเต่า เหม็นขี้แร่ (รักแร้) ปานน้ำเน่าผีตาย น้ำไหลออก เกาขี้กลาก ปากเบี้ยว เขี้ยวขาว...

...ขี่ม้าแก้วไปถึงแม่น้ำเนรัญชรา ตัดเกศาด้วยดาบศรีขรรค์ชัย ฉันนะเธอจงเอาม้าเราไป ม้าฉันไม่เอาแล้ว เราขาดกันแล้ว ไม่ขี่อีกต่อไปแล้ว เธอจงไปอยู่ในวังเถิด ม้าก็เลยตาย

ฉันนะเอาเชือกม้าไปไว้ในปราสาทของเราเถิด ปราสาททองคำ ๓ หลัง กว้างได้ ๓๐ วา สูง ๙ วา เราไม่เป็นบ้ากับคำ (ทองคำ) แล้ว ขี้ดินแดงเอาไปไม่ได้ สาง (ฉาง) เงิน ๕๐ สาง สางหนึ่ง ๕๐ วา สูง ๙ วา ขี้หินขาวฉันไม่เอาเป็นบ้ากับมันแล้ว นางสนมหกหมื่นสี่พันนาง เราไม่รักเราไม่ชัง ทำจิตเป็นกลาง วางจิตเป็นอุเบกขา...

พระองค์ข่มเหงขันธ์ ๕ สี่สิบเก้าวัน ไม่กินข้าวกินน้ำ ความตายยังไม่เกิด จึงถอนความคิดเที่ยวหาอาหาร พระปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ยกโทษพระศรีธาตุละความเพียรแล้ว

เตือนสักเท่าไรก็เถียงอยู่ เพราะเป็นโลกิยธรรม นี้อาตมาภาพได้จากหลักธรรมในราชโตสูตร สวดกันมาทุกวัดทุกวาไม่มีที่สุด จะย่อเข้ามาในตัวเองของเรานี้แหละ อคฺคิโต วา อุทฺธกโต วา ปิ สาจโต วา กุมฺภณฺโต วา กุมฺภณฺตี วา ยกฺโขโณ วา


ปู่ยักษ์ ย่ายักษ์ หลานยักษ์ จึงแปลเป็นภาษาไทยว่า อคฺคิโต วา รูปก็ไฟ เวทนาก็ไฟ สัญญาก็ไฟ สังขารก็ไฟ วิญญาณก็ไฟ ตาก็ไฟ หูก็ไฟ รูจมูกก็ไฟ ปากก็ไฟ ใจของเราเกิดมาจากธาตุไฟ คุณตาคุณยายหนอ

อุทกโต รูปก็น้ำ เวทนาก็น้ำ สัญญาก็น้ำ สังขารก็น้ำ วิญญาณก็น้ำ ตาก็น้ำ หูก็น้ำ กายของเรานั้นเกิดจากธาตุน้ำ

คุณตาคุณยาย พ่อก็ผี แม่ก็ผี ถ้าพ่อบวชแม่บวช ก็ไม่เกิดหนวดเกิดเครา เกิดพืชเกิดพันธ์ พระอรหันต์เกิดจากผีตาผียาย กลุ่มที่ ๑ เกิดจากหัวจอบหัวเสียม กลุ่มที่ ๒ เกิดจากหางไถใบพเนียง กลุ่มที่ ๓ เกิดจากคราด กลุ่มที่ ๔ เกิดจากกล้า กลุ่มที่ ๕ เกิดจากเคียว ยักษ์โขโน คอยาว ๙๐ ปีจึงตาย ไก่หลายพัน ปลาหลายร้อยล้าน

จึงบิณฑบาต ปัญจวัคคีย์หนีไป พระองค์เดินไปทางทิศเหนือตามแม่น้ำเนรัญชรา

พูดเป็นภาษาไทย ไม้โพ ภาษาเชียงใหม่ ไม้ฉีวี ภาษาเขมร ไม้ไทร ภาษาไทยพม่า ไม้อย่อง ภาษาแขก ไม้ลุมภี แขกพวกหนึ่ง ไม้ป้าแป้ง

พระองค์เข้ามาอยู่ในท้องยาย ไม้ก็เกิดในวันเดียวกัน (ต้นโพธิ์ตรัสรู้ เจ้าชายสิทธัตถะ ม้ากัณฐกะ พระอานนท์ เกิดวันเดียวกัน เรียกว่าเป็นสหชาติ - ผู้เขียน) เมื่อพระองค์ถึงมีความสูง ประมาณ ๑๐ วา หน้าไม้ ๓๒ วา ชาวมนุษย์ไปบูชาต้นไม้ ผู้ถือผีก็เอาข้าวดำข้าวแดง พวกถือผีใหญ่ก็เอาไก่ เอาเป็ด ชิ้นวัว ชิ้นควาย ชิ้นแพะ ชิ้นแกะ ได้บูชาแล้วดีจิตใจดี จึงใส่ชื่อศาสนาพราหมณ์มาถึงทุกวันนี้

นี่แหละนักธรรมเจ้าทั้งหลาย เค้าอย่างไรปลายก็อย่างนั้นสืบต่อกันมา

ส่วนพระนางสุชาดา เกิดในสมัยคุณยายนั้น เป็นลูกธนัญชัยเศรษฐี อายุ ๑๖ ปี งามอย่างเทวดาอยู่บนฟ้า จึงทำข้าวมธุปายาสสำเร็จแล้ว นางแก้วตั้งหัวไปถวาย

เหมือนในประเทศพม่าเอาแบกใส่หัวไป นางสาวไทยใหญ่อุ้มไป ถวายข้าวสาร คล้ายดอกบัวมีฝาปิดทางบน ทางใต้ใส่อาหาร แต่ นางสุชาดาใส่บนหัว ภาคอิสานของเรา ก่องข้าวไว้ทางข้างหน้า อาหารไว้ทางข้างหลัง ข้าวใส่บาตรไว้ในนั้น

นางสุชาดาไปถึงแล้วคุกเข่า ยกอาหารจากศรีษะยกมือขึ้นไหว้มานโวโหติ เจ้ามานพหรือเจ้าอ้ายเป็นพระอินทร์ พระพรหม เป็นอะไรหนอเจ้าข้า

พระศรีธาตุ อาตมาเป็นมนุษย์ เป็นลูกพระเจ้าสุทโธทนะ ออกบวชปรารถนาอยากเป็นพระพุทธเจ้า

วันนี้บิณฑบาตเอาอาหารกับนางสุชาดาแล้ว จึงเข้าถวายข้าว ๔๙ ก้อน ทำตองกล้วยเป็นโล่ง (เปิด) คล้ายๆ กาบดอกบัวโบราณ เฮาว่าหมากเบ็ง

พระโพธิสัตว์ปันพรให้กับนางสุชาดา จตฺตาโร ธมฺมาวฒฺทนฺติ อายุ วณฺโณ สุขํ พลํ

นางสุชาดา
ได้รับพรแล้วเกิดปีติทางใจ หาอะไรเปรียบเทียบไม่ได้

นางสาวพรหมจารี อายุ ๑๔-๑๕ ปี บิดามารดาไม่สมบูรณ์ มีคุณยายแก่คนหนึ่งเป็นหมัน สร้างแต่สายทองคำ นางพรหมจารีพวกนั้นได้สายสร้อยทองคำแล้ว กายก็ได้รับปีติ วาจาก็ได้รับปีติ ใจก็ได้รับปีติ

ความปรารถนาของนางสุชาดาเกิดจากหัวใจ ออกปากบ่ได้ พรทั้ง ๔ นี้ให้คุณยายได้ลูกสาว ๒ คน ได้สามีผู้มีศีลธรรม เกิดนางสุชาดา กลับไปบ้าน ๗ วันก็ได้สามีลูกสาวคู่ลูกชายคู่เกิดคู่พระโพธิสัตว์ฉันข้าว


คำอินเดีย อาหารปจฺจโย มคฺคปจฺจโย แปลเป็นภาษาไทย อาหารทั้งหลายเป็นสวรรค์ของมนุษย์ ปลาทู ปูเค็ม ข้าว ขนม ต้มไก่ ปลาค้าวใหญ่เท่าควาย ปลาชวยใหญ่เท่าช้าง ดูกช้างหมูมันเคี้ยวบ่ทัน ทั้งฮ้องทั้งให้กินเต็มอิ่มเต็มใจ รูปขันธ์ก็เดินไปด้วยข้าวสุก สัญญาขันธ์ก็เต็มไปด้วยข้าวสุก สังขารขันธ์เต็มไปด้วยข้าวสุก

จึงว่า สุคโตอินทรีย ตาก็เป็นพุทธอินทรีย์ หูก็เป็นอินทรีย์ ดัง (จมูก) ก็เป็นพุทธอินทรีย์ ปากก็เป็นพุทธอินทรีย์ กายก็เป็นพุทธอินทรีย์ ใจก็เป็นพุทธอินทรีย์ จึงใส่ชื่อว่า พระพุทธเจ้าเป็นเจ้าของมนุษย์ เป็นเจ้าพระอินทร์ เป็นเจ้าพระพรหม เป็นเจ้านิพพาน ไม่มีศาสนาอื่นมาสอนแก้ทุกข์แก้ยาก แก้ร้อนแก้หนาว มีนิพพานเป็นที่อยู่ของจิตอย่างดาวอย่างเดือน ไม่ตายซักที ไม่เกิดซักที

ใครว่าเดือนตายมันเป็นบ้า ดาวตายมันเป็นผีบ้าผีบอคอยาวตาขาว ลิ้นยาวขี้ปด ใช้ไม่ได้

๑. นั่งภาวนา ๗ วัน ๗ คืน ไม่ลุกยืน ๗ วัน ๗ คืน ว่า ธมฺโม ลมบังคับไม่ได้ นั่งภาวนาตีนซ้อนตีน ตีนซ้ายอยู่ลุ่มตีนขวาอยู่บน มือซ้อนมือ มือซ้ายอยู่ลุ่มมือขวาอยู่บน หลับตา ๗ วัน ๗ คืน จึงออกจากนิโรธ มืนตา (ลืมตา) พระอินทราธิราชเอาน้ำทิพย์สระอโนดาษ ชั้นตาวะติงสา มาให้พระองค์บ้วนปากส่ายหน้าตกลงน้ำ กลายเป็นปลาเงินปลาทองทุกวันนี้

๒. อุทธทิ เหมือนพระอาทิตย์พระจันทร์ อุทธ ที่แม่น้ำประจำแผ่นดิน อย่างภาคอิสานของเรานี้ แม่น้ำของ (โขง) แม่น้ำสงคราม แม่น้ำยาม แม่น้ำอูน แม่น้ำมูล อยู่จังหวัดอุบล ภาคเหนือมีแม่น้ำน่าน แม่น้ำยม ภาคกลางก็แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำสมุทรสุดจังหวัดสมุทรปราการ ปลาไหลตัวใหญ่ ๔ ศอกปลาย (กว่า) ปลากระเบน เห็นหลังมันได้ ๔ ศอก หางมันได้ ๔ ศอก เป็นปลาบ่าวปลาสาว ปลาแม่เฒ่าขอบหลัง ๔ วา หรือ ๘ ศอก

ใน (แม่น้ำ) สงครามของเรา เขาเรียกว่า ปลาฝาไร ใหญ่เท่ากระด้งฝัดข้าว หางมัน ๒ ศอก

หนึ่ง ตั้งพุทโธ โสดามรรค โสดาผล เป็นฌานที่ ๑ สอง ตั้งธัมโม สกิทาคามิมรรค สกิทาคามิผล ตั้งสังโฆ อรหันตมรรค อรหันตผล

เป็นฌานที่ ๑ โสดามรรค โสดาผล เป็นฌานที่ ๒ สกิทาคามรรค สกิทาคาผล เป็นฌานที่ ๓ อนาคามิมรรค อนาคามิผล เป็นฌานที่ ๔ อรหันตมรรค อรหันตผล

นี้แหละนักธรรม ผู้เจริญกรรมฐานอย่าละพุทโธ อย่าละธัมโม อย่าละสังโฆ


ถ้าละสังโฆไปเป็นสหายพระเทวทัต ไปเป็นเสี่ยวพระเจ้าอชาตศัตรู จะไปเป็นเสี่ยวพระเจ้าสุปปะพุทธะ

ถ้าผู้หญิงขาดพุทโธ ธัมโม สังโฆ จะไปเป็นเสี่ยวอี่นางจิญจมานวิกา อี่นางเอาดองเต่าครอบท้อง แล้วว่าโคตมเล่นกับมัน โคตมะลูกแก่แล้วทำไมไม่แปงเฮือน (ปลูกบ้าน) ให้ลูกอยู่ บอกนางวิสาขาหาหม้อน้ำมันมาลูบ บอกอุบาสกนายเศรษฐีหายามารักษาลูกซิ

พระพุทธเจ้ากล่าวว่าภคินีน้องสาว หรือพี่สาวนี่เอยพี่เอื้อย ตถาคตบวชแล้วไม่เกี่ยวกับกาม มีแต่พระอินทร์อยู่บนฟ้า คนทำบุญเมื่อคืน ข้าวปั้นหนึ่ง ปลาเท่านิ้วมือ พระอินทร์ก็รู้ ทำบาปใต้พื้นมหาสมุทร พระอินทร์ก็รู้

เมื่อพระพุทธเจ้าพูดดังนั้น เสียงดังไปถึงแท่นบัลลังก์ของพระองค์ เทวบุตรอำมาตย์ ๑,๐๐๐ คน อำมาตย์ข้างขวา ๕๐๐ คน ข้างซ้าย ๕๐๐ คน มาทูลพระอินทร์ว่าไม่ใช่ลูก เอาดองเต่าเจาะเป็นรู ๔ รู ขาขวาเจาะเข้าง่ามก้น ขาซ้ายก็เหมือนกัน เทวบุตรไปไต่ในท้องที่ดองเต่า ตอดอยู่ในนั้นเหมือนตะเข็บเดินไปเดินมา เทวบุตร ๒ องค์แปลงเป็นหนูไปกัดฝ้าย (เชือก) ที่เหนือสะดือ เกิดรำคาญ เกิดดิกเดียม (จั๊กกะจี้) กัดดองเต่าออกแล้ว ทายกทายิกาที่ไม่พอใจหยิบเอาก้อนหินไม้ค้อนไล่ออกนอกวัดเชตวัน แผ่นดินแตกสูบเอาอี่นางไปตกอเวจี

นี่แหละ นักพุทธเราถือพระพุทธเจ้า อย่าไปถืออันอื่น ได้ถือลัทธิอันอื่นแล้ว รับเอาพุทโธ ธัมโม สังโฆ เถิด

ครั้นเมื่อพระองค์ได้เป็นพระอรหันต์แล้ว จึงมองโลกธาตุที่อยู่ที่ได้พุทโธในแผ่นดินสวรรค์ชั้น ๖ จาตุมเป็นชั้นที่ ๑ ชั้นตาวะติงสา เป็นชั้นที่ ๒ ชั้นยามา เป็นชั้นที่ ๓ ดุสิตา เป็นชั้นที่ ๔ นิมมานรตี เป็นชั้นที่ ๕ ปรนิมมิตสวตี ชั้นที่ ๖

ได้ธัมโมแล้ว พรหม ๑๖ พรหมปาริสัชชา ตลอดถึงอกนิฏฐา ส่วนสังโฆ สุทธาวาส อนาคามิมรรค อนาคามิผล สิ้นชีพวายชนม์เข้าสู่นิพพาน ไม่มีชั้น

อาตมา อาจารย์ตื้อ ผู้อธิบายไว้นี้ หลวงพ่ออาจารย์นนท์ อยู่บ้านนาซ่อม ตำบลนาหว้า เมื่อ ๓ วัสสา ๒ อยู่ท้องยาย ให้นามว่า พุทธะ ธัมมะ สังฆะ ๘ เดือน อัฏฐังคิกมรรค ๘ ได้จากท้องยาย จึงมาเปลี่ยนเป็นพระสูตรใส่ชื่อพระธรรมจักร

สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปโป สัมมาวาจา สัมมากัมมันโต สัมมาอาชีโว สัมมาวายาโม สัมมาสติ สัมมาสมาธิ เรียกอัฏฐังคิกมรรค ๘

๙ เดือนถ้วนทศมาส บ้างก็ ๘ เดือน บ้างก็ ๙ เดือน ส่วนพระพุทธเจ้าของเรา ๑๐ เดือนจึงคลอด หรือออกลูกพ้นท้องแม่แล้ว เรียก พุทธัง ธัมมัง สังฆัง ตั้งแต่ปี ๑ ถึง ๑๙ ปี ให้บวชเป็นสามเณร ถึงเป็นพระอรหันต์ ก็ให้เป็นเณรอยู่นั้นแหละ

ซาวปี เรียกพุทโธ ภาษากลางภาษาไทยเรียกยี่สิบ ภาษาอินเดียเรียกวีสติ ๒๐ ปี หรือ ซาวปี แปลพุทโธออกพุทธัง พุทโธอยู่ใน พุทธังอยู่นอก พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ

ตาก้ำขวาของเราเรียกพุทธัง ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ หูก้ำขวาของเราเรียกว่าพระธรรม สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ รูดังขวาเป็นพระสงฆ์

ทุติยมฺปิ พุทธํ สรณํ คจฺฉามิ ตาข้างซ้ายของเราเรียกว่าพระพุทธเจ้า ทุติยมฺปิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ หูข้างซ้ายของเราเรียกว่าพระธรรม ทุติยมฺปิ สงฆํ สรณํ คจฺฉามิ รูจมูกข้างซ้ายของเราเรียกว่าพระสงฆ์

คุณพ่อ ๓ คุณแม่ ๓ เป็น ๖ พระองค์ ตาข้างขวาเป็นพุทธ หูข้างขวาเป็นธรรม รูจมูกข้างขวาเป็นพระสงฆ์ ตาข้างซ้ายพระพุทธ หูข้างซ้ายพระธรรม รูจมูกข้างซ้ายพระสงฆ์

คุณพ่อ ๓ พระคุณแม่ ๓ พระองค์ ตติยมฺปิ พุทธํ สรณํ คจฺฉามิ ปากของเราทุกคนเป็นพระพุทธเจ้า ตติยมฺปิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ ลิ้นใหญ่ของเราเป็นพระธรรม ตติยมฺปิ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ ลิ้นใน ภาษาไทยของเราเรียกว่าลิ้นไก่ ไม่ใช่ทั้งนั้น ลิ้นไก่ก็ผิด เลือดไก่ก็ผิด ลิ้นไก่อยู่ในปากของเรา

นักธรรมทั้งหลาย อย่าละพระพุทธ อย่าละพระธรรม อย่าละพระสงฆ์ คุณตาคุณยายของเราจะรับศีลว่า นะโม หนหนึ่ง ไหว้พระพุทธเจ้าด้วยกายของเรา นะโม ที่ ๒ ไหว้พระธรรมเจ้าด้วยวาจาของเรา นะโม ที่ ๓ ไหว้พระสงฆ์ด้วยใจของเรา

นะโมหนที่หนึ่งเหมือนก้อนข้าว หนที่สองเหมือนปิ้งปลาปิ้งไก่ นะโมหนที่สาม น้ำท่าน้ำดื่มน้ำร้อน ลูกศิษย์พระพุทธเจ้าก็ให้พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ไปจนจบ ๙ ติสรณคมนํ แปลว่า ๙ คุณตาคุณยายออกวาจา อามภนฺเต เจ้าข้า

ว่าศีล ปาณาติปาตา อทินนา กาเม มุสา สุรา นี้จบรับศีลห้าก็ว่า กาเม ผู้รับศีลแปดก็ว่า อพรหฺมจริยา ถึง นจฺจคีตวา ทิตวิสูกทสฺนา มาลาคนฺทวิเลปน ธารณ มณฺทน วิภูสนฏฐานา จนถึง อุจฺจาสยนมหาสยนา

ตั้งพุทโธ ใจของเรานี้แหละเรียกพระพุทธเจ้า ตั้งธัมโม ใจของเรานี้เรียกพระธรรม ตั้งสังโฆ ใจของเรานี้แหละพระสงฆ์


หนังสือหลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม พระอรหันต์ผู้มีฤทธิ์ในยุคปัจจุบัน
โครงการหนังสือบูรพาจารย์ เล่ม ๒ หน้า ๒๗๓-๒๙๐
รศ.ดร.ปฐม-รศ.ภัทรา นิคมานนท์ เรียบเรียง :b8: :b8: :b8:


:b44: ประวัติและปฏิปทา “หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=26069

:b44: รวมคำสอน “หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=43511

:b44: ประมวลภาพ “หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม” วัดอรัญญวิเวก
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=38&t=26976


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร