วันเวลาปัจจุบัน 18 ต.ค. 2019, 20:55  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 ส.ค. 2012, 07:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7094

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


ยสเจติยสถาน หรือ “ยสสถูป” ณ สารนาถ
อนุสรณ์สถานที่่พระพุทธเจ้าทรงพบยสกุลบุตร

รูปภาพ
“ยสเจติยสถาน” หรือ “ยสสถูป” ภายในอาณาบริเวณสารนาถในปัจจุบัน

:b47: :b44: :b47:

“ยสเจติยสถาน” หรือ “ยสสถูป” ณ สารนาถ
สถานที่แห่งความไม่วุ่นวายไม่อึดอัดขัดข้อง
มีลักษณะเป็นพระสถูปขนาดเล็ก มีศาลาทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าครอบไว้
โดยมีความสูงจากพื้นดินประมาณ ๒ เมตร
มีส่วนหนึ่งอยู่ลึกลงไปจากพื้นดินประมาณครึ่งเมตร
เสาทั้งสี่มุมทำด้วยอิฐเผา มีหลังคาตัดตรง
ส่วนฐานเป็นแผ่นดินเผาที่ได้แกะสลักเป็นรูปดอกไม้อย่างสวยงาม

เป็นสถานที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเข้านิโรธสมาบัติ
และเป็นสถานที่พระพุทธองค์ทรงพบกับ “ยสกุลบุตร”

ยสเจติยสถานจึงถูกสร้างขึ้นเป็นอนุสรณ์ที่ระลึกถึง
สถานที่พระพุทธเจ้าทรงพบกับยสกุลบุตร
แล้วทรงแสดงอิทธาภินิหารโปรดยสกุลบุตร
ด้วยการทรงแสดงอนุปุพพิกถา และอริยสัจ ๔ ตามลำดับ


:b39:

ยสกุลบุตรเป็นบุตรเศรษฐี ในบริเวณตำบลคยาสีสะ เมืองพาราณสี
แห่งแคว้นกาสี มีชีวิตความเป็นอยู่ที่หรูหราที่บิดาจัดให้
คล้ายคลึงกับพระบรมศาสดาครั้งยังเป็นเจ้าชายสิทธัตถะอยู่
คือ มีปราสาท ๓ ฤดู มีนางทาสีมีนางรำคอยขับกล่อม
แต่ในคืนหนึ่ง ยสกุลบุตรตื่นมากลางดึก เห็นการนอนของนางระบำ
ของนางทาสีนอนกลิ้งเกลือก เสื้อผ้าหลุดลุ่ยดูแล้วน่าอนาถ
เกิดความเบื่อหน่าย สังเวชใจ จึงรำพึงว่า “ที่นี่วุ่นวายหนอ ที่นี่ขัดข้องหนอ”
เดินลงมาจากคฤหาสน์กลางดึกโดยไม่มีใครเห็น บ่นมาตลอดทาง
จนกระทั่งมาถึงที่พระพุทธเจ้าประทับ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน จวนจะรุ่งสาง
พระองค์ได้ยินเสียงบ่นนั้น จึงตรัสตอบไปว่า “ที่นี่ไม่วุ่นวาย ที่นี่ไม่ขัดข้อง
เธอจงนั่งลงตรงนี้เถิด เราจะแสดงธรรมแก่เธอ”


ยสกุลบุตรได้ฟังเช่นนั้นจึงได้เข้าถวายบังคมพระบรมศาสดา
และสดับพระธรรมเทศนา พระองค์ทรงตรัส อนุปุพพิกถา
คือพระธรรมเทศนาที่แสดงความลุ่มลึกลงไปโดยลำดับ
เพื่อฟอกอัธยาศัยของผู้ฟังให้หมดจด
มีจิตสงบ อ่อนโยน ปลอดจากนิวรณ์ เบิกบานผ่องใส
และประณีตขึ้นไปเป็นชั้นๆ จากง่ายไปหายาก
เพื่อเตรียมจิตของผู้ฟังให้พร้อมที่จะรับฟังพระธรรมเทศนาขั้นสูงขึ้นไป
คือ อริยสัจ ๔ (พระธรรมเทศนาที่พระพุทธเจ้าทั้งหลาย
ทรงยกขึ้นแสดงด้วยพระองค์เอง อันได้แก่ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค)

อนุปุพพิกถา มี ๕ ประการ คือ
๑. ทานกถา

(เรื่องทาน, กล่าวถึงการให้ การเสียสละเผื่อแผ่แบ่งปันช่วยเหลือกัน)

๒. สีลกถา
(เรื่องศีล, กล่าวถึงความประพฤติที่ถูกต้องดีงาม)

๓. สัคคกถา
(เรื่องสวรรค์, กล่าวถึงความสุขความเจริญ
และผลที่น่าปรารถนาอันเป็นส่วนดีของกามที่จะพึงเข้าถึง
เมื่อได้ประพฤติดีงามตามหลักธรรมสองข้อต้น)

๔. กามาทีนวกถา
(เรื่องโทษแห่งกาม, กล่าวถึงส่วนเสียข้อบกพร่องของกาม
พร้อมทั้งผลร้ายที่สืบเนื่องมาแต่กาม
อันไม่ควรหลงใหลหมกมุ่นมัวเมา จนถึงรู้จักที่จะหน่ายถอนตนออกได้)

๕. เนกขัมมานิสังสกถา
(เรื่องอานิสงส์แห่งการออกจากกาม รวมทั้งอานิสงส์การบวช,
กล่าวถึงผลดีของการไม่หมกมุ่นเพลิดเพลินติดอยู่ในกาม
และให้มีฉันทะที่จะแสวงความดีงาม
และความสุขอันสงบที่ประณีตยิ่งขึ้นไปกว่านั้น)

ลำดับต่อมา พระบรมศาสดาทรงแสดงอริยสัจ ๔


ผลการแสดงธรรมโดยอนุปุพพิกถาและอริยสัจ ๔ นั้น
ยังผลให้ “ยสกุลบุตร” ได้ดวงตาเห็นธรรม
บรรลุเป็นพระโสดาบัน พระอริยบุคคลชั้นต้นในพระพุทธศาสนา


เช้าวันรุ่งขึ้น บิดามารดาของยสกุลบุตรก็เกณฑ์ผู้คนตามหาเป็นการใหญ่
ทั้งสองคนเดินมุ่งหน้ามาทางป่าอิสิปตนมฤคทายวัน
พบพระพุทธเจ้า จึงเข้าไปถวายบังคม แล้วถามว่า
พระองค์เห็นเด็กหนุ่มบุตรชายของตนมาทางนี้หรือไม่

ความจริงในขณะนี้ ยสกุลบุตรเธอก็อยู่กับพระพุทธองค์นั้นเอง
แต่พระองค์ทรงใช้อิทธิภินิหาริย์ บันดาลให้พ่อแม่ลูกไม่เห็นกัน
พระพุทธองค์ทรงแสดงอนุปุพพิกถาและอริยสัจ ๔ ให้สามีภรรยาคู่นั้นฟัง

จบพระธรรมเทศนา “ยสกุลบุตร” ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์
ได้เป็นพระอรหันตสาวกองค์ที่ ๖ ของโลก
พร้อมทั้งยังผลให้บิดาของท่านบรรลุเป็นพระโสดาบัน
ได้เป็นปฐมอุบาสก อุบาสกคนแรกของโลกที่ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะ

(ก่อนหน้านี้มีพ่อค้าพานิช ๒ พี่น้องชาวพม่า คือ ตปุสสะ กับ ภัลลิกะ
เปล่งวาจาถึงพระรัตนะสอง คือ พระพุทธเจ้าและพระธรรมเป็นสรณะ)


จากนั้นยสกุลบุตรจึงทูลขอบวช
พระพุทธองค์จึงได้ประทานเอหิภิกขุอุปสัมปทาให้เป็นภิกษุโดยสมบูรณ์

รุ่งเช้ามา พระพุทธองค์เสด็จไปเสวยพระกระยาหาร
ที่คฤหาสน์เศรษฐี มี “พระยสะ” โดยเสด็จ
มารดาและอดีตภรรยาของพระยสะได้สดับพระธรรมเทศนา
ก็ได้ดวงตาเห็นธรรม บรรลุเป็นพระโสดาบัน
ได้เป็นอุบาสิกาคู่แรกของโลกที่่ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะ


สหายสนิทของยสกุลบุตรซึ่งล้วนเป็นบุตรของผู้มีฐานะ รวม ๕๔ คน
ได้ข่าวว่ายสกุลบุตรออกบวชเป็นสาวกของพระพุทธเจ้า ก็พากันมาบวชตาม
หลังจากบวชแล้วก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ทั้งสิ้น

ณ เวลานี้ จึงมีพระอรหันต์เกิดขึ้นในโลกจำนวน ๖๑ องค์แล้ว
ประกอบด้วย พระพุทธเจ้า, พระปัญจวัคคีย์ ๕ รูป,
พระยสะและสหายพระยสะ ๕๕ รูป


เมื่อทรงเห็นว่ามีจำนวนพระอรหันตสาวกมากพอสมควรแล้ว (๖๐ องค์)
พระพุทธองค์จึงตรัสเรียกประชุมเพื่อประทานพุทธโอวาท
เสร็จแล้วก็ทรงส่งให้แยกย้ายกันไปประกาศพระศาสนา
เผยแผ่แนวทางดำเนินชีวิตอันประเสริฐแก่ชาวโลกเป็นครั้งแรก
นับว่าเป็นคณะธรรมทูตชุดแรกในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา


:b45: :b45:

ตามปกติ เมื่อพระพุทธองค์จะทรงแสดงพระธรรมเทศนา
แก่ฆาราวาสหรือคฤหัสถ์ ผู้มีอุปนิสัยสามารถที่จะบรรลุธรรมพิเศษ
จะทรงแสดงอนุปุพพิกถา และอริยสัจ ๔ ตามลำดับ
โดยทรงแสดงอนุปุพพิกถาครั้งสำคัญๆ แก่บุคคลดังต่อไปนี้


๑. พระเจ้ามหากัปปินะ
(พระมหากัปปินเถระ เอตทัคคะในทางผู้ให้โอวาทแก่ภิกษุ)
และอำมาตย์บริวาร

๒. พระนางอโนชาเทวี
(พระราชเทวีของพระเจ้ามหากัปปินะ)
และหญิงบริวาร (ภริยาของอำมาตย์)

๓. ยสกุลบุตร (พระยสเถระ)

๔. เศรษฐีผู้เป็นบิดาของยสกุลบุตร (อุบาสกรูปแรกของโลก)

๕. มารดาและภรรยาเก่าของยสกุลบุตร

๖. สหายคฤหัสถ์ ๔ คน ของยสกุลบุตร
คือ วิมล ๑ สุพาหุ ๑ ปุณณชิ ๑ และควัมปติ ๑
ซึ่งเป็นบุตรของสกุลเศรษฐีสืบๆ มา ในพระนครพาราณสี

๗. สหายคฤหัสถ์ ๕๐ คน ของยสกุลบุตร
คือ เป็นชาวชนบท ซึ่งเป็นบุตรของสกุลเก่าสืบๆ กันมา

๘. อุคคตคหบดี ชาวหัตถิคาม แคว้นวัชชี
เอตทัคคเลิศกว่าพวกอุบาสกผู้เป็นสังฆอุปัฏฐาก ฯลฯ

ตัวอย่างข้างล่างนี้
แสดงให้เห็นความสำคัญของการแสดงธรรม
“อนุปุพพิกถา” ที่ทำให้มีผู้บรรลุธรรมเป็นจำนวนมาก
ถึงจำนวน ๑๑ นหุต คือ เท่ากับ ๑๑๐,๐๐๐ คน

[๕๘] ลำดับนั้น ท่านพระอุรุเวลกัสสปลุกจากอาสนะ ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า ซบเศียร
ลงที่พระบาทของพระผู้มีพระภาค แล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า พระพุทธเจ้าข้า
พระผู้มีพระภาคเป็นพระศาสดาของข้าพระพุทธเจ้า ข้าพระพุทธเจ้าเป็นสาวก,
พระผู้มีพระภาคเป็นพระศาสดาของข้าพระพุทธเจ้า ข้าพระพุทธเจ้าเป็นสาวก พระพุทธเจ้าข้า

ลำดับนั้น พราหมณ์คหบดีชาวมคธทั้ง ๑๒ นหุตนั้น ได้มีความเข้าใจว่า ท่านพระอุรุเวลกัสสป
ประพฤติพรหมจรรย์ในพระมหาสมณะ ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทราบความปริวิตกแห่งจิต
ของพราหมณ์คหบดีชาวมคธทั้ง ๑๒ นหุตนั้น ด้วยพระทัยของพระองค์แล้ว
ทรงแสดงอนุปุพพิกถา คือทรงประกาศทานกถา สีลกถา สัคคกถา โทษความต่ำทราม
ความเศร้าหมองของกามทั้งหลาย และอานิสงส์ในความออกจากกาม

เมื่อพระผู้มีพระภาคทรงทราบว่า พวกเขามีจิตสงบ มีจิตอ่อน มีจิตปลอดจากนิวรณ์
มีจิตเบิกบาน มีจิตผ่องใสแล้ว จึงทรงประกาศพระธรรมเทศนาที่พระพุทธเจ้าทั้งหลาย
ทรงยกขึ้นแสดงด้วยพระองค์เอง คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค
ดวงตาเห็นธรรม ปราศจากธุลี ปราศจากมลทิน ว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา
สิ่งนั้นทั้งหมดมีความดับเป็นธรรมดา ได้เกิดแก่พราหมณ์คหบดีชาวมคธ ๑๑ นหุต
ซึ่งมีพระเจ้าพิมพิสารเป็นประมุข ณ ที่นั่งนั้นแล ดุจผ้าที่สะอาด ปราศจากมลทิน
ควรได้รับน้ำย้อมเป็นอย่างดี ฉะนั้น พราหมณ์คหบดีอีก ๑ นหุต แสดงตนเป็นอุบาสก

[๕๙] ครั้งนั้น พระเจ้าพิมพิสารจอมเสนามาคธราช ได้ทรงเห็นธรรมแล้ว
ได้ทรงบรรลุธรรมแล้ว ได้ทรงรู้ธรรมแจ่มแจ้งแล้ว ทรงมีธรรมอันหยั่งลงแล้ว
ทรงข้ามความสงสัยได้แล้ว ปราศจากถ้อยคำแสดงความสงสัย ทรงถึงความเป็นผู้แกล้วกล้า
ไม่ต้องทรงเชื่อผู้อื่นในคำสอนของพระศาสดา ได้ทูลพระวาจานี้ต่อพระผู้มีพระภาคว่า
ครั้งก่อน เมื่อหม่อมฉันยังเป็นราชกุมาร ได้มีความปรารถนา ๕ อย่าง
บัดนี้ ความปรารถนา ๕ อย่างนั้นของหม่อมฉันสำเร็จแล้ว


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

“ยสเจติยสถาน” หรือ “ยสสถูป” ณ สารนาถ
เป็นสถานที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเข้านิโรธสมาบัติ
และเป็นสถานที่ยสกุลบุตรได้บรรลุเป็นพระอรหันต์
(พระอรหันตสาวกองค์ที่ ๖ ของโลก)
พร้อมกับบิดาของท่านที่ได้บรรลุเป็นพระโสดาบัน
เป็นปฐมอุบาสก อุบาสกคนแรกของโลกที่ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะ


-------------

:b39: พุทธสังเวชนียสถาน
: สถานที่อันเป็นที่ระลึกถึงพระพุทธเจ้า

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=26&t=39377

๏ ประวัติพระยสเถระ
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=7527

๏ ประวัตินางสุชาดา (มารดาของยสกุลบุตร)
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=71&t=50297

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ก.พ. 2018, 13:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7094

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

Kiss :b8: :b8: :b8:

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ม.ค. 2019, 09:32 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1816

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b39: :b44: อัศจรรย์แห่งธรรมดีแท้
ขออนุโมทนา สาธุๆๆ ค่ะ

:b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร