วันเวลาปัจจุบัน 24 ม.ค. 2021, 03:44  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 5 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 มี.ค. 2009, 18:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

ค ว า ม สำ คั ญ แ ห่ ง คั ม ภี ร์
ใ น พ ร ะ พุ ท ธ ศ า ส น า

มหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์

พระพุทธวจนะ คือ พระไตรปิฏก
รวมเป็นศาสนธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า จัดเป็นองค์ ๙ คือ


• สุคตะ

ได้แก่ อุภโตวิภังค์ นิทเทส ขันธกะ ปริวาร พระสูตรต่างๆ มี มงคลสูตร เป็นตน

• เคยยะ

คือ พระสูตรที่ประกอบด้วยพระคาถาทั้งหมด

• เวยยากรณะ

คือพระอภิธรรมปิฏกทั้งหมด พระสูตรที่ไม่มีคาถา
และพุทธวจนะที่ไม่ได้จัดเขาในองค์ ๘ ได้ชื่อว่า เวยยกรณะ ทั้งหมด

• คาถา

คือพระธรรมบท เถรคาถา เถรีคาถา
และคาถาล้วนๆ ที่ไม่มีชื่อว่าสูตรใน สุตตนิบาต

• อุทาน

คือ พระสูตร ๘๒ สูตร ที่พระพุทธเจ้าทรงเปล่งด้วยโสมนัสญาณ

• อตอวุตตกะ

คือพระสูตร ๑๑๐ สูตร ที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า
ข้อนี้สมจริง ดังคำที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้

• ชาดก

เป็นการแสดงเรื่องในอดีตชาติของพระพุทธเจ้า
มี อปัณกชาดก เป็นต้น มีทั้งหมด ๕๕๐

• อัพภูตธรรม

คือพระสูตรที่ปฏิสังคยุตด้วยอัจฉริยภูตธรรมทั้งหมด

• เวทัลละ

คือระเบียบคำที่ผู้ถามได้ความรู้แจ้งและความยินดี แล้วถามต่อๆ ขึ้นไป
ดัง จูฬเวทัลลสูตร มหาเวทัลลสูตร สัมมาทิฏฐิสูตร และสักกปัญหสูตร เป็นต้น

พระพุทธวจนะเหล่านี้ โดยสภาพแห่งธรรมแล้ว
เป็นธรรมที่ลึกซึ้งรู้ได้ยาก รู้ตามเห็นตามได้ยาก
สงบ ประณีต ไม่อาจจะรู้ได้ด้วยการตรึกเอง
ละเอียดเป็นธรรมอันบัณฑิตจะรู้ได้


เพราะสภาวะแห่งธรรมมีลักษณะดังกล่าว
จึงจำต้องชี้แจงให้เกิดความเข้าใจทั้งโดย อรรถะ และพยัญชนะ
เพื่อให้หยั่งรู้ธรรมทั้งหลายตามความเป็นจริงในเรื่องนั้น
เนื่องจากพื้นเพอัธยาศัยของคนแตกต่างกันในด้านต่างๆ


ซึ่งทรงอุปมาไว้เหมือนดอกบัว ๔ เหล่า
พระพุทธเจ้าจึงทรงมีวิธีในการแสดงธรรม
ตามอาการสอนธรรมของพระองค์ ๓ ประการ คือ

(มีต่อ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 มี.ค. 2009, 18:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

๑. ทรงสอนให้ผู้ฟังรู้ยิ่ง เห็นจริงในสิ่งที่ควรรู้ควรเห็น

๒. ทรงแสดงธรรมมีเหตุที่ผู้ฟังอาจตรองตามให้เห็นจริงๆ ได้

๓. ทรงแสดงธรรมเป็นอัศจรรย์
คือ ผู้ปฏิบัติตามจะได้รับประโยชน์ตามสมควรแก่การประพฤติปฏิบัติ


แต่เพราะพระพุทธเจ้าทรงประกอบด้วยปาฏิหาริย์
ทรงฉลาดในการแสดงโวหาร เพราะทรงเป็นเจ้าแห่งธรรม

ก่อนจะทรงแสดงธรรมแก่ใคร
ทรงตรวจสอบภูมิหลังด้านต่างๆ ของคนเหล่านั้นด้วยพระญาณแล้ว
ผลจากการฟังในพุทธสำนักจึงไม่มีปัญหาว่าคนฟังจะไม่เข้าใจ
ผลจากการฟังธรรมสมัยพุทธกาลจึงมีความอัศจรรย์


หลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพานไปแล้ว
ทรงตั้งพระธรรมวินัยไว้เป็นพระศาสดาแทนพระองค์
ธรรมที่ทรงแสดงไว้ยังเป็นเช่นเดิม

แต่ระดับ สติ ปัญญา บารมี
ความสนใจธรรมของคนเปลี่ยนแปลงไป
ทำให้การตีความพระธรรมวินัย
ตามความเข้าใจของตนเองเกิดขึ้น
จนทำให้ สูญเสียความเสมอกันในด้านศีล และทิฏฐิ ครั้งแล้วครั้งเล่า
บางสมัยเกิดแยกกันเป็นนิกายต่างๆ ถึง ๑๘ นิกาย


พระอรรถกถาจารย์ผู้ทราบพุทธาธิบาย
ทั้งโดยอรรถะ และพยัญชนะแห่งพระพุทธวจนะ
เพราะการศึกษาจำต้องสืบต่อกันมาตามลำดับ
มีฉันทะอุตสาหะอย่างสูงมาก
ได้อรรถาธิบายพระพุทธวจนะในพระไตรปิฏกส่วนที่ยากแก่การเข้าใจ
ให้เกิดความเข้าใจง่ายขึ้นสำหรับผู้ศึกษาปฏิบัติ


ความสำคัญแห่งคัมภีร์ในพระพุทธศาสนาจึงมีลดหลั่นกันลงมา คือ

• พ ร ะ สู ต ร

คือ พระพุทธวนะที่เรียกว่า พระไตรปิฏก
ทั้ง พระวินัยปฏิก พระสัตตันปิฏก และพระอภิธรรมปิฏก

• สุ ต า นุ โ ล ม

คือพระคัมภีร์ที่พระอรรถกถาจารย์รจนาขึ้น
อธิบายข้อความที่ยากในพระไตรปิฏก


• อ า จ า ริ ย ว า ท

วาทะของอาจารย์ต่างๆ
ตั้งแต่ชั้นฎีกา อนุฎีกา และบุรพจารย์ในรุ่นหลัง

• อั ต โ น มั ติ

ความคิดเห็นของผู้พูด ผู้แสดงธรรมในพระพุทธศาสนา

ในกาลต่อมา มีการอธิบายธรรมประเภทอาจาริยวาท
คือ ถือตามที่อาจารย์ของตนสอนไว้
กับอัตโนมัติว่าไปตามคติของตนกันมากขึ้น

ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะคัมภีร์พระพุทธศาสนา
ที่เป็นหลักสำคัญคือพระไตรปิฏกและอรรถกถามีไม่แพร่หลาย


อรรกถาส่วนมากยังคงเป็นภาษาบาลี
คนมีฉันทะในภาษาบาลีน้อยลง

สำนวนภาษาที่แปลออกมาแล้วยังยากต่อการทำความเข้าใจ
ของคนที่ไม่ได้ศึกษามาก่อน
จากกัลยาณมิตรที่เป็นสัตตบุรุษในพระพุทธศาสนา เป็นต้น


การอธิบายธรรมที่เป็นผลจากการตรัสรู้
ของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น เป็นอันตรายมาก
เพราะโอกาสที่จะเข้าใจผิด พูดผิด ปฏิบัติผิดมีได้ง่าย

พระไตรปิฏกเป็นเสมือนรัฐธรรมูญ
กฎหมายโดยทั่วไปจะขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญไม่ได้ฉันใด
การอธิบายธรรมขัดแย้งกับพระไตรปิฏก
พุทธศาสนิกชนที่ดีย่อมถือว่าทำไม่ได้เช่นเดียวกันฉันนั้น


:b8: :b8: :b8:

(คัดลอกบางตอนมาจาก : คำนำ ใน พระสูตร และอรรถกถา แปล ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท
เล่มที่ ๑ ภาคที่ ๒ ตอนที่ ๑
, มหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พิมพ์เนื่องในวโรกาส
ครบ ๒๐๐ ปี แห่งพระราชวงศ์จักรี กรุงรัตนโกสินทร์ พุทธศักราช ๒๕๒๕)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 มิ.ย. 2009, 02:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ม.ค. 2009, 02:20
โพสต์: 1387

ที่อยู่: สัพพะโลก

 ข้อมูลส่วนตัว


อนุโมทนา สาธุครับ :b8:

.....................................................
ผู้มีจิตเมตตาจะไม่มีศัตรู ผู้มีสติปัญญาจะไม่เกิดทุกข์.


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ม.ค. 2018, 21:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 2500


 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss
:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 มิ.ย. 2020, 13:36 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 2169

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b39: :b44: อัศจรรย์แห่งธรรมดีแท้
ขออนุโมทนา สาธุๆๆ ค่ะ

:b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 5 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร