วันเวลาปัจจุบัน 01 มิ.ย. 2020, 21:18  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 31 ก.ค. 2014, 13:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4966

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


วัดพระธาตุบังพวน
ต.พระธาตุบังพวน อ.เมือง จ.หนองคาย


รูปภาพ
พระธาตุบังพวน

:b45: :b45:

วัดพระธาตุบังพวน ตั้งอยู่เลขที่ ๑๗๒ หมู่ที่ ๓
บ้านพระธาตุบังพวน ต.พระธาตุบังพวน อ.เมือง จ.หนองคาย
ห่างจากตัวเมืองหนองคายไปประมาณ ๒๑ กิโลเมตร
วัดตั้งอยู่ริมถนนทางไปอำเภอท่าบ่อ

วัดมีพื้นที่ ๑๐๒ ไร่ แต่ในส่วนโบราณสถาน
โดยกรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนในราชกิจจานุเบกษา
และประกาศขอบเขตโบราณสถานมีเนื้อที่ ๑๘ ไร่ ๓ งาน

ปูชนียสถานที่สำคัญ คือ

๑.) องค์พระธาตุบังพวน
ซึ่งเป็น ๑ ใน ๖ พระธาตุสำคัญตามตำนานอุรังคธาตุ
ซึ่งได้ประดิษฐานไว้ซึ่งพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า

๒.) สัตตมหาสถาน (จำลอง)
ที่มีหลักฐานอยู่ครบทั้ง ๗ แห่ง
และมีลักษณะเป็นสิ่งปลูกสร้าง ไม่ใช่งานจิตรกรรม

๓.) สระปัพพฬนาคหรือสระมุจลินทร์
เป็นสระน้ำที่ถือกันว่าศักดิ์สิทธิ์
ตั้งแต่ที่ในอดีตบรรดาเจ้าเมืองหรือในงานพิธีสำคัญ
จะใช้น้ำจากสระนี้เพื่อทำพิธีถือน้ำเพื่อทำสัตยาธิษฐาน


รูปภาพ

รูปภาพ
ซุ้มประตูวัดพระธาตุบังพวน

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 31 ก.ค. 2014, 14:23 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4966

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


พระธาตุบังพวน

รูปภาพ
พระธาตุบังพวนองค์ปัจจุบันซึ่งได้รับการสร้างใหม่
แทนองค์เดิมที่ล้มไปเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๓


:b45: :b45:

พระธาตุบังพวน แรกเริ่มสร้างขึ้นเมื่อใดนั้นไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด
แต่ปรากฏในตำนานอุรังคธาตุ ซึ่งบรรยายไว้ว่า

ในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้ากับพระอานนท์ พุทธอนุชา
เคยเสด็จจากกรุงสาวัตถี ประเทศอินเดีย
มายังลุ่มแม่น้ำโขงตอนกลาง เพื่อหมายดินแดนแห่งพุทธศาสนา
ทรงประทับในสถานที่ต่างๆ ได้แก่

๑. เมืองเวียงจันทร์ ๒. เมืองเวียงงัว (ปัจจุบันรวมอยู่จังหวัดหนองคาย)
๓. เมืองหนองคาย ๔. เมืองนครพนม ๕. เมืองศรีโคตรบูร


ในภายหลังเมื่อพระพุทธศาสนาประดิษฐานได้มั่นคงพอควร
จึงได้มีการไปอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานไว้ในพระอุโมงค์ ดังนี้


๑. พระธาตุหัวเหน่า ๒๙ องค์
บรรจุไว้ที่พระธาตุหลวงเวียงจันทน์
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

๒. พระอุรังคธาตุ หรือพระธาตุหน้าอก
บรรจุไว้ที่พระธาตุพนม
อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม

๓. พระธาตุบังคล หรือกระเพาะอาหาร
บรรจุไว้ที่พระธาตุบังพวน
วัดพระธาตุบังพวน อำเภอเมืองหนองคาย

๔. พระธาตุเขี้ยวฝาง หรือพระทันตธาตุ ๓ องค์
บรรจุไว้ที่พระธาตุโพนจิกเวียงงัว
วัดพระธาตุบุ อำเภอเมืองหนองคาย

๕. พระธาตุเขี้ยวฝาง หรือพระทันตธาตุ ๔ องค์
บรรจุไว้ที่พระธาตุหอผ้าหอแพ
เมืองนาซายฟอง นครหลวงเวียงจันทร์

๖. พระธาตุฝ่าพระบาทเบื้องขวา ๙ องค์
บรรจุไว้ที่พระธาตุเมืองลาหรือพระธาตุหล้าหนอง
อำเภอเมืองหนองคาย


สามารถศึกษาเพิ่มเติมจากเรื่อง
๑) ตำนานพระอุรังคธาตุ และ ๒) พระธาตุโพนจิกเวียงงัว
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=24&t=48119



พระธาตุบังพวนองค์เดิมที่ล้มไปในปี พ.ศ. ๒๕๑๓ นั้น
เป็นองค์ที่ได้รับการสร้างขึ้นโดยกษัตริย์อาณาจักรล้านช้าง
ช่วงปี พ.ศ. ๒๐๗๐-๒๑๖๗ โดยประมาณ
คาดว่า น่าจะมีการเริ่มสร้างหรือบูรณะตั้งแต่สมัยพระเจ้าโพธิสาลราช
มาถึงสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช
ทั้งสองพระองค์มีความเกี่ยวข้องกัน คือ
พระเจ้าโพธิสาลราชเป็นพระอัยกาของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช
ทั้งสองพระองค์เป็นกษัตริย์ที่ได้ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา
ในดินแดนล้านช้างให้เป็นปึกแผ่นมั่นคงมาก


รูปภาพ
พระธาตุบังพวนองค์เดิมที่ล้มไปเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๓
ภาพจาก : เว็บไซต์ http://www.muangboranjournal.com

:b44: :b44:

ทั้งนี้ จากหลักฐานการขุดแต่งทางโบราณคดีศึกษา
เมื่อครั้งพระธาตุบังพวนล้ม เมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๑๓
พบว่า องค์พระธาตุมีการก่อสร้าง ๓ สมัย คือ

๑) ฐานเดิมเป็นศิลาแลง
๒) ชั้นที่สองก่ออิฐครอบชั้นแรก
๓) ระยะที่สาม ได้มีการสร้างขยายใหญ่ขึ้น
เป็นเจดีย์ทรงปราสาท (องค์ที่ล้มไป)


เจดีย์ทรงปราสาทเป็นรูปแบบที่นิยมในสมัยพระไชยเชษฐาธิราช
ดังปรากฏจากภาพถ่ายเก่าก่อนการล้มลงของพระธาตุ
นอกจากนี้ยังพบพระพุทธรูปบุเงินและบุทอง
กับโบราณวัตถุอื่นๆ อีกหลายร้อยชิ้น

ในจำนวนพระพุทธรูปที่พบ มี ๔ องค์ที่มีจารึกและระบุศักราช
ระบุ พ.ศ. ๒๑๑๘, ๒๑๕๐, ๒๑๕๘ และ ๒๑๖๗
โดยเฉพาะองค์ที่มีศักราช ๒๑๖๗ นั้น ได้จารึกว่า

“พระเจ้าตา เมื่อพระโพธิสารราช
...มีราชอาญาใส่หัวพระยาอภัยเสนา
นำมาไว้ในพระธาตุบังพวนพระเจดีย์ศรีสัตตมหาทาน
พระราชวงศา...รับ ๙๘๖ ในเดือน ๖
เพ็ง วันศุกร พุทธาภิเษกปราช”


หมายเหตุ ๑) ๙๘๖ ตรงกับพุทธศักราช ๒๑๖๗
๒) เดือน ๖ ล้านช้างตรงเดือน ๔ ของไทยภาคกลาง


การกล่าวถึง พระเจ้าตา
และอ้างถึง พระโพธิสารราชมีพระราชโองการ
ว่าให้นำมาไว้ในพระธาตุบังพวน พระเจดีย์ศรีสัตตมหาสถาน
อันบอกให้รู้ว่าการสร้างพระธาตุบังพวน
คงสร้างมาตั้งแต่สมัยพระโพธิสาลราช
ประกอบกับยังพบศิลาจารึกวัดแดนเมือง ๒ สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๐๗๘
มีข้อความระบุถึงบรมราชโองการของพระโพธิสารราช
ประกาศให้เจ้าพระยาทั้งปวงช่วยกันฟื้นฟูพระพุทธศาสนา
ตามวัดวาอารามต่างๆ ในเมืองจันทบุรี (นครเวียงจันท์)
และสอดส่องให้สมณชีพราหมณ์เคร่งครัดในพระธรรมวินัย
พร้อมทั้งให้ดูแลเรือกสวนไร่นา ข้าวัดต่างๆ

หลักฐานดังกล่าว เป็นการแสดงให้เห็น
ถึงความสำคัญของพุทธศาสนาในพื้นที่บริเวณนี้
สอดคล้องกับพระราชประวัติของพระโพธิสาลราช
ที่ในยุคสมัยของพระองค์ได้ส่งเสริมพระพุทธศาสนาอย่างจริงจัง
ได้ทรงผนวชที่วัดวิชุล รื้อศาลเสื้อเมืองและสร้างวัดศรีสวรรคเทวโลกขึ้นแทน
และออกพระราชกำหนดให้เลิกนับถือผี
โดยมีพระราชโองการไปยังหัวเมืองต่างๆ อีกด้วย



จากบทความวารสารเมืองโบราณ :
http://www.muangboranjournal.com/module ... &artid=383


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
ป้ายแสดงประวัติของวัดพระธาตุบังพวน

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร