วันเวลาปัจจุบัน 22 พ.ย. 2019, 07:58  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 7 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ก.ค. 2014, 11:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4895

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


พระธาตุโพนจิกเวียงงัว

ประดิษฐาน ณ วัดพระธาตุบุ
บ้านโคกป่าฝาง ต.ปะโค อ.เมือง จ.หนองคาย


รูปภาพ
ภาพในอดีตเมื่อก่อนบูรณะ ปี พ.ศ. ๒๕๔๙

รูปภาพ
ภาพเดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๗

:b46: :b46:

โบราณสถาน "พระธาตุโพนจิกเวียงงัว" แห่งนี้
ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของ วัดพระธาตุบุ
บ้านโคกป่าฝาง ต.ปะโค อ.เมือง จ.หนองคาย
ห่างจากตัวเมืองไปตามเส้นทางพนังชลประทาน
ประมาณ ๑๒ กิโลเมตร
ก็จะถึงที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลปะโค
แล้วเตรียมเลี้ยวซ้ายเข้าหมู่บ้านโคกป่าฝาง
เข้าไปตามถนนหมู่บ้านอีกประมาณ ๒ กิโลเมตร


คำขวัญบ้านปะโค

"องค์พระธาตุเขี้ยวฝาง ชุมทางการเกษตร
เขตงัวอุสุภราช พระโคศิลาอาศน์คู่บ้าน
เมืองตำนานท้าวบารส งดงามจริยธรรม
น้อมนำประเพณี เป็นแม่สีแห่งบ้านปะโค"


รูปภาพ
บรรยากาศเมื่อเข้าถนนหมู่บ้านโคกป่าฝาง

รูปภาพ
ภายในวัดพระธาตุบุ สะอาดและร่มรื่นด้วยป่าไม้ธรรมชาติ

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ก.ค. 2014, 13:00 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4895

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

รูปภาพ

พระธาตุโพนจิกเวียงงัว

เป็น ๑ ใน ๖ พระธาตุสำคัญ
ซึ่งประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า

ตามตำนานพระอุรังคธาตุ (ตำนานพระธาตุพนม)
บรรยายไว้ว่า ในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้ากับพระอานนท์ พุทธอนุชา
เคยเสด็จจากกรุงสาวัตถี ประเทศอินเดีย
มายังลุ่มแม่น้ำโขงตอนกลาง เพื่อหมายดินแดนแห่งพุทธศาสนา
ทรงประทับในสถานที่ต่างๆ ได้แก่
๑. เมืองเวียงจันทร์ ๒. เมืองเวียงงัว (ปัจจุบันรวมอยู่จังหวัดหนองคาย)
๓. เมืองหนองคาย ๔. เมืองนครพนม ๕. เมืองศรีโคตรบูร


เมื่อปี พ.ศ. ๘ พระมหากัสสปเถระ พร้อมด้วยพระอรหันต์ ๕๐๐ องค์
ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ
ส่วนหัวอกนำมาประดิษฐานไว้ในอุโมงค์พระธาตุพนม

กาลต่อมา พระมหากัสสปเถระได้มอบหมายให้พระอรหันต์ ๓ องค์
คือ พระพุทธรักขิต พระธรรมรักขิต และพระสังฆรักขิต
ไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่เมืองหนองคาย
ได้ตั้งสำนักพระอรหันต์สอนวิปัสสนากรรมฐานที่ต่างๆ ดังนี้

๑) โพนป่าจิกเวียงงัว วัดพระธาตุบุ
๒) หอผ้าหอแพเวียงจันทร์
๓) เมืองหนองคาย วัดพระธาตุ


เวลาต่อมาได้ศิษย์ที่สำเร็จพระอรหันต์ ๕ องค์
ซึ่งมีฉายาดังนี้ พระมหาสุวรรณปราสาท พระจุลสุวรรณปราสาท
พระมหารัตนะ พระจุลรัตนะ และพระมหาสังขวิชัย

เมื่อพระอรหันต์ผู้เป็นพระอาจารย์ทั้ง ๓ องค์ พิจารณาเห็นว่า
ท่านได้มาทำหน้าที่เผยแผ่พระพุทธศาสนาพอสมควรแล้ว
และก็ได้มีศิษย์สำเร็จเป็นพระอรหันต์อีก ๕ องค์
ซึ่งจะทำหน้าที่เผยแผ่พระพุทธศาสนาแทนท่านได้
จึงได้พาพระอรหันต์ผู้เป็นศิษย์ทั้ง ๕ องค์
รวมกับพระอาจารย์เป็น ๘ องค์ เดินทางไปยังกรุงราชคฤห์
เพื่อขอพระบรมสารีริกธาตุจากพระมหากัสสปเถระ
แล้วก็อัญเชิญมายังเมืองหนองคาย
และได้นำพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานไว้ในพระอุโมงค์ ดังนี้

๑. พระธาตุหัวเหน่า ๒๙ องค์
บรรจุไว้ที่พระธาตุหลวงเวียงจันทน์
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

๒. พระอุรังคธาตุ หรือพระธาตุหน้าอก
บรรจุไว้ที่พระธาตุพนม
อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม

๓. พระธาตุบังคล หรือกระเพาะอาหาร
บรรจุไว้ที่พระธาตุบังพวน
วัดพระธาตุบังพวน อำเภอเมืองหนองคาย

๔. พระธาตุเขี้ยวฝาง หรือพระทันตธาตุ ๓ องค์
บรรจุไว้ที่พระธาตุโพนจิกเวียงงัว
วัดพระธาตุบุ อำเภอเมืองหนองคาย

๕. พระธาตุเขี้ยวฝาง หรือพระทันตธาตุ ๔ องค์
บรรจุไว้ที่พระธาตุหอผ้าหอแพ
เมืองนาซายฟอง นครหลวงเวียงจันทร์

๖. พระธาตุฝ่าพระบาทเบื้องขวา ๙ องค์
บรรจุไว้ที่พระธาตุเมืองลาหรือพระธาตุหล้าหนอง
อำเภอเมืองหนองคาย

เมื่อถึงปี พ.ศ. ๒๐๕๙-๒๐๙๑ พระเจ้าโพธิสาล
ผู้เป็นกษัตริย์และพระราชบิดาของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช
ได้ทรงสร้างพระเจดีย์ครอบพระอุโมงค์โพนจิกเวียงงัว
องค์พระธาตุในปัจจุบันนี้ก็เป็นพระธาตุองค์เดิมตั้งแต่แรกสร้าง

พระธาตุโพนจิกเวียงงัวจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
ในฐานะที่เป็นพระธาตุเก่าแก่และยังคงไม่ล้มจนถึงปัจจุบัน
นับเป็นเวลาเกินกว่าสี่ศตวรรษมาแล้ว

ส่วนพระธาตุหล้า (หล้าหนอง-พระธาตุกลางน้ำ)
และพระธาตุบังพวน จ.หนองคาย
ตัวพระธาตุองค์เก่าสององค์ล้วนแต่ได้ล้มพังลงมาแล้ว
ปัจจุบันเป็นองค์ที่บูรณะขึ้นใหม่ทั้งสิ้น


ในปี พ.ศ. ๒๕๒๕ กรมศิลปากรได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ให้พระธาตุโพนจิกเวียงงัวเป็นโบราณสถานอันศักดิสิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง
บริเวณที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน
มีพื้นที่ทั้งหมด ๑ ไร่ ๑ งาน ๕๘ ตารางวา
ปัจจุบันพระธาตุโพนจิกเวียงงัวได้รับการการบูรณะในระดับหนึ่ง

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ก.ค. 2014, 13:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4895

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

สัณฐานของพระธาตุโพนจิกเวียงงัว

องค์เจดีย์มีลักษณะภายนอกเป็นรูปทรงระฆัง
ซึ่งพบได้น้อยในบรรดาพุทธศิลป์แบบล้านช้าง
ประมาณอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๒๒

องค์เจดีย์ตั้งอยู่บนฐานประทักษิณทรงสี่เหลี่ยม
กว้างด้านละ ๑๗.๕ เมตร
ถัดขึ้นไปเป็นฐานเขียงแปดเหลี่ยม
และฐานกลมซ้อนกัน ต่อด้วยฐานปัทม์กลม
(ฐานปัทม์ คือ ฐานที่ประกอบด้วยหน้ากระดานซ้อนกัน
เป็นบัวคว่ำ และบัวหงาย)

เจดีย์เป็นทรงระฆังเรียวยาวต่อด้วยชั้นลูกแก้ว ๓ ชั้น
ส่วนยอดประกอบด้วยปลียอดทรงแหลมสูง
ความสูงจากฐานถึงยอดประมาณ ๑๕ เมตร


รูปภาพ
ส่วนยอดของพระธาตุโพนจิกเวียงงัว

รูปภาพ
ในบริเวณข้างพระธาตุโพนจิกเวียงงัว มีซากปรักหักพัง
อันเป็นร่องรอยของสิมหรืออุโบสถสมัยก่อนให้เห็น


รูปภาพ
ส่วนเจดีย์บริวารขนาดเล็กที่ยังเหลือครบสมบูรณ์
เคยตั้งเรียงรายรอบอยู่สี่ด้านของพระธาตุโพนจิกเวียงงัว
ก็มีสัณฐานคล้ายกับพระธาตุโพนจิกเวียงงัว
คือเป็นองค์ระฆังทรงกรวยสูง ต่อด้วยบัลลังก์สี่เหลี่ยม
มีปูนปั้นลายกลีบบัว ยอดทรงกรวย


ภาพจาก :
http://www.archae.su.ac.th/art_in_thailand/?q=node/182


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
พระธาตุโพนจิกเวียงงัว กับ อุโบสถหลังปัจจุบันของวัด

รูปภาพ
พระประธานในอุโบสถ วัดพระธาตุบุ จ.หนองคาย

รูปภาพ
ผนังอุโบสถเป็นภาพเขียนสีเล่าเรื่องราวพุทธประวัติ

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ก.ค. 2014, 13:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4895

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


:b42: พระธาตุบุ

รูปภาพ

พระธาตุบุ เป็นเจดีย์ในผังกลมขนาดเล็ก
คล้ายจอมปลวก ขนาดสูงเพียงเมตรเศษๆ
ยังไม่มีการขุดค้นเพิ่มเติมว่า
ยังคงมีส่วนของพระธาตุฝังอยู่ในดินอีกหรือไม่
เพราะมีซากปรักหักพังของหิน
คล้ายเสาอยู่รอบองค์พระธาตุทั้งสี่ทิศ
อาจเคยเป็นโบราณสถาน
หรือเป็นพระธาตุเก่าแก่แต่ถูกดินฝังไว้ลึกก็เป็นได้

คำว่า "บุ" ชาวบ้านบอกว่า
หมายถึง องค์พระธาตุนี้ผุดขึ้นมาจากพื้นดิน
จึงเรียกว่า พระธาตุบุ

ปัจจุบันชาวบ้านและทางวัด
ได้สร้างศาลาคอนกรีตเพื่อกำบังแดดฝนไว้
ตามคำบอกเล่ามีว่า องค์พระธาตุบุนี้
โผล่พ้นพื้นดินขึ้นมาเรื่อยๆ ทีละน้อย
และทำให้พื้นปูนที่เทเป็นฐานไว้ร้าวออกทั้งสี่ทิศ


รูปภาพ

รูปภาพ
รอยแตกร้าวทั้งสี่ทิศของศาลาปูน
ที่ชาวบ้านช่วยกันสร้างไว้ รอยแตกนั้นจะเริ่มแตกมาจากซากหิน
ซึ่งอาจเป็นเสาหรือหินตั้งในสมัยโบราณ


:b45: :b45:

ร่องรอย-ซากปรักหักพัง
ของโบราณสถานอื่นๆ ในบริเวณวัดพระธาตุบุ


ในบริเวณของวัดพระธาตุบุ
ยังมีร่องรอยของโบราณสถานทางศาสนาอื่นๆ อีก
ได้แก่ ซากเจดีย์เก่าในป่าข้างวัด
รอยหินโบราณที่มีรอย
ชาวบ้านเรียกว่า รอยเท้าพระโคสุภราช


รูปภาพ
พระเจดีย์เก่าในป่าห่างจากวัด ระยะทางประมาณไม่ถึงร้อยเมตร

รูปภาพ
กองหินกระจายอยู่ในบริเวณรอบพระธาตุเก่า

รูปภาพ
ซากหินโบราณมีรอยบนหินคล้ายรอยเท้าโค

รูปภาพ

รูปภาพ
เมื่อออกนอกเขตวัดมา ก็มีซากโบราณสถานอีกแห่ง
คาดว่าเป็นอุโบสถเก่า มีพระพุทธรูปขนาดใหญ่แตกอยู่
แต่ชาวบ้านก็กั้นบริเวณไว้และมีการเคารพสักการะอยู่


:b44: :b44:


ที่มาของข้อมูล
๑.) เอกสารเผยแพร่ของวัดพระธาตุบุ จ.หนองคาย
เรื่อง "พระธาตุโพนจิกเวียงงัว...พระบรมสารีริกธาตุที่ถูกลืม"
๒.) http://www.archae.su.ac.th/
๓.) http://www.nongkhaiupdate.com/1583.html
๔.) http://www.danpranipparn.com/web/pratttas/pratta7.html
๕.) http://www.thitimedia.com/page34.html

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 มิ.ย. 2015, 10:02 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ธ.ค. 2008, 09:34
โพสต์: 1092


 ข้อมูลส่วนตัว


4A ขออนุโมทนาสาธุค่ะ สุดยอดพระธาตุแห่งเมืองหนองคายค่ะ
:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 ม.ค. 2016, 17:32 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4895

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss Kiss

อยากไปอีก คิดถึงหนองคายแล้ว :b9: :b3:


.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 มี.ค. 2019, 18:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 2220


 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss :b20:
:b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 7 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร