วันเวลาปัจจุบัน 22 ก.ย. 2020, 02:37  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 4 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 มี.ค. 2014, 16:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4984

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


วัดเชียงแมนไชยเชษฐาราม
บ้านเชียงแมน (ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำโขงกับเมืองหลวงพระบาง)
ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว


บ้านเชียงแมน คือ หมู่บ้านน้อยๆ อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำโขง
ตรงกันข้ามกับเมืองหลวงพระบาง
เป็นแหล่งผลิตอาหารและพืชผลทางการเกษตร
เพื่อมาจำหน่ายในเมืองหลวงพระบางซึ่งไปมาหาสู่กันง่ายแค่นั่งเรือข้ามฟาก

จากริมฝั่งแม่น้ำโขงหลวงพระบาง
นั่งเรือข้ามฟากมาเดินชมวัดเก่าและวิถีชีวิตของบ้านเชียงแมนกันค่ะ


บรรยากาศฝั่งแม่น้ำโขง
บริเวณที่ข้ามจากหลวงพระบางไปยังบ้านเชียงแมน


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
ริมฝั่งแม่น้ำโขง คือ พื้นที่เกษตรกรรมชั้นดี
ปลูกผักก็งาม มองไกลๆ ก็ได้บรรยากาศวิถีของผู้คน
แต่ฤดูที่ระดับน้ำในแม่น้ำโขงสูงก็คงจะท่วมตลิ่ง



ฝั่งเมืองเชียงแมนไม่มีท่าเรือทำด้วยคอนกรีต
เป็นท่าเรือบันไดดินริมตลิ่งแม่น้ำโขงนี่ล่ะ
หน้าหนาวหน้าแล้ง เดินสบายมาก


รูปภาพ

เดินขึ้นฝั่งมาเรื่อยๆ ตามทางเดิน
มีบ้านเรือนริมฝั่งโขงค่ะ ลาวสไตล์แท้ๆ มีคำนิยามว่า

"อยู่เฮือนสูง นุ่งซิ่น กินข้าวเหนียว เคี้ยวปลาแดก ซิแม่นคนลาว"

ว่ากันอย่างนั้นนะคะ จริง ไม่จริงก็พิจารณาดูค่ะ :b3: :b16:

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 มี.ค. 2014, 03:32 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4984

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


นั่งเรือข้ามมาฝั่งเมืองเชียงแมนแล้ว
ขึ้นฝั่ง เลี้ยวขวา เดินมาเรื่อยๆ ก็จะพบวัด


วัดเชียงแมนไชยเชษฐาราม

รูปภาพ
ป้ายชื่อวัด "วัดเชียงแมนไชยะเสดถาราม"
และบอกว่า วัดตั้งอยู่ "บ้านเชียงแมน"


รูปภาพ

สิม หรือ อุโบสถของวัดเชียงแมนหลังปัจจุบัน
ตามประวัติเชื่อว่า สร้างขึ้นใหม่ราวพุทธศตวรรษที่ ๒๔
ซึ่งน่าจะมีการบูรณะหลายครั้งราวสมัยเจ้าอนุรุทธะ เจ้ามันธาตุราช เจ้าจันทิราช
โดยสร้างทับพระอุโบสถองค์เดิมซึ่งสร้างก่อนหน้านั้นราว ๒๐๐ ปี
ตรงกับสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช

ซึ่งรัชกาลพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช
นับได้ว่าเป็นสมัยหนึ่งของประวัติศาสตร์ลาว
ที่มีความรุ่งเรืองมากท่ามกลางวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นรอบด้าน
ชาวลาวล้วนนับถือพระองค์ว่าทรงเป็นมหาราช
และเป็นวีรกษัตริย์พระองค์สำคัญในประวัติศาสตร์ลาว
พระองค์ได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่สำคัญไว้หลายประการ
โดยเฉพาะด้านพระพุทธศาสนาซึ่งได้รับการทำนุบำรุงอย่างกว้างขวาง
โปรดให้มีการสร้างและบูรณะปูชนียสถานในพระพุทธศาสนาหลายแห่ง
เช่น ทรงสร้างหอพระแก้วเพื่อประดิษฐานพระแก้วมรกต
อันได้ทรงอัญเชิญมาจากอาณาจักรล้านนา
และทรงสร้างพระเจดีย์โลกจุฬามณี (พระธาตุหลวง) ที่นครเวียงจันทน์
ทรงสถาปนาพระธาตุศรีสองรักร่วมกับอาณาจักรอยุธยาที่เมืองด่านซ้าย
ทรงปฏิสังขรณ์พระธาตุพนมที่เมืองนคร (นครพนม) เป็นต้น

ที่มา http://th.wikipedia.org/wiki/


ลวดลายที่ซุ้มประตูและบานประตูในอุโบสถหลังปัจจุบัน
เป็นศิลปะแบบหลวงพระบางผสมพม่า
อาจได้รับอิทธิพลจากพม่าในช่วงสมัยเจ้ามันธาตุราชและเจ้าอนุรุทธะ
ซึ่งพม่าในสมัยนั้นได้เข้าไปมีบทบาทในการเมืองของล้านช้างค่อนข้างมาก


จึงสันนิษฐานคำว่า เชียงแมน เป็นไปได้สองความหมาย คือ

๑. แปลว่า เมืองสวรรค์ คำว่า แมน หมายถึง สวรรค์
๒. มาจาก เมืองม่าน คำว่า ม่าน หมายถึง พม่า

เพราะเดิมวัดนี้ชื่อ วัดเชียงยืน แต่มาเป็นชื่อวัดเชียงแมนในภายหลัง


ที่มา http://lo.wikipedia.org/wiki/

รูปภาพ

สิมวัดเชียงแมนมีรูปแบบผนังยกสูง ซุ้มประตูมีการซ้อนชั้น
และประดับแนวหงส์ที่กรอบซุ้มประตู
ลักษณะโดยรวมเหมือนสิมหลวงพระบางทั่วไป
แต่หลังคาไม่อ่อนโค้งและเตี้ยอย่างวัดเชียงทอง


ที่มา http://art-in-sea.com/data/lao-art/lao- ... _art1.html

รูปภาพ

สีหน้า หรือ หน้าบันของสิมวัดเชียงแมน
แถวบนเป็นรูปเทพพนมบนช้างสามเศียร
และแถวล่างเป็นรูปครึ่งเทพครึ่งสัตว์


รูปภาพ

งานปูนปั้นที่กรอบซุ้มประตูของวัดเชียงแมน
ได้รับการยกย่องว่า สวยงามมาก
เป็นลวดลายพญานาคและหงส์


รูปภาพ

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 มี.ค. 2014, 04:19 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4984

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ
หลังคาสิมประดับช่อฟ้า
ผู้เรียบเรียงนับเองได้ ๑๕ อัน


รูปภาพ

รูปภาพ
ด้านนอกสิม

รูปภาพ
พระประธานภายในพระอุโบสถ

รูปภาพ
รางสำหรับรดสรงน้ำพระพุทธรูปเมื่อมีเทศกาลงานประเพณี

รูปภาพ
วิหารเล็กข้างๆ สิม

รูปภาพ
ธาตุองค์เล็กๆ หน้าสิม

รูปภาพ
อาคารใช้สอยอื่นๆ ในบริเวณวัด

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 มี.ค. 2014, 14:33 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4984

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


มอม
หมาในความเชื่อของผู้คนหลายชนชาติในอุษาคเนย์


ทางเข้าวัดหรือทางขึ้นพระอุโบสถของวัดเชียงแมนไชยเชษฐาราม
มีรูปปูนปั้นรูปสัตว์ชนิดหนึ่ง นั่นคือสัตว์ที่ว่า เรียกว่า "มอม"

หากเคยไปวัดทางภาคเหนือของประเทศไทย
ก็คงเคยเห็น "มอม" หน้าทางขึ้นวัดหรือพระอุโบสถมาแล้ว
แต่มอมของทางภาคเหนือหรือแบบล้านนานั้น
เป็นสัตว์ที่เกิดจาก "สิงห์ ผสม มังกร"
หน้าตาของมอมล้านนาจึงเป็นมังกรและรูปร่างคล้ายสิงห์


ส่วนมอมของทางฝั่งลาว เป็นสิงห์ผสมหมา
รูปแบบที่สร้างไว้หน้าวัดเชียงแมนฯ นี้เป็นมอมแบบดั้งเดิม


รูปภาพ
มอมแบบล้านนา รูปจาก http://www.t-pageant.com/

รูปภาพ
มอมหน้าวัดเชียงแมนไชยเชษฐาราม


"มอม" มาจากไหน?

มอม เป็นสัตว์ที่มีในตำนานเล่าขานของผู้คนในแถบอุษาคเนย์
หรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เรามานาน ตัวอย่างเช่น
มีการค้นพบภาพเขียนฝาผนังเขาจันทน์งาม จ.นครราชสีมา
ยุคสุวรรณภูมิ คือ...เมื่อราว ๒๕๐๐ ปีมาแล้ว
มีรูปหมาประกอบอยู่กับคนในภาพที่วาดขึ้นเนื่องในพิธีกรรมยุคโบราณ


รูปภาพ
ภาพหมา ณ เขาจันทร์งาม รูปจาก http://www.sujitwongthes.com/


ตำนานของมอมมาจากเรื่อง "หมาเก้าหาง"
ในแต่ละชนเผ่า มีข้อแตกต่างกันในรายละเอียดบ้าง
แต่มีเค้าโครงที่เหมือนกันก็คือ หมาเก้าหาง ซึ่งมีคุณต่อมนุษย์
เพราะหมาเก้าหางตัวนี้ ได้ขึ้นไปขโมยข้าวมาจากฟ้า (สวรรค์)
โดยการไปนอนกลิ้งบนกองข้าว
ทำให้มีเมล็ดข้าวติดมากับขนที่ตัวและติดหางที่มีถึงเก้าหาง
แล้วนำเมล็ดข้าวนั้นกลับลงมายังโลกมนุษย์

คนบนฟ้าเห็นหมาเก้าหางจึงแจ้งแก่ตัวฟ้า
จึงวิ่งมาจะฆ่าหมาเก้าหาง หมาเก้าหางกระโดดหนี รีบวิ่งไปๆ
เมล็ดข้าวที่ติดขนตามตัวมาร่วงหล่นไปหมด
เหลือแต่เม็ลดข้าวที่ติดอยู่กับหาง
แต่คนฟ้าก็ไม่ยอม ยังคงไล่ติดตามต่อไป
เมื่อวิ่งตามไม่ทันจึงใช้ขวานขว้างใส่หมาเก้าหาง
ขว้างไปครั้งแรกถูกหางหมาเก้าหางขาดไปหางหนึ่ง
คนฟ้าขว้างขวานไปแปดครั้ง ถูกหางหมาเก้าหางขาดไปแปดหาง
แต่หมาเก้าหางก็รอดตายมาได้ โดยเหลือหางเพียงหนึ่งหาง
และมีเมล็ดข้าวติดหางนั้นมาด้วย
และส่วนข้าวเป็นเพราะติดมากับหางหมา
เมื่อมีรวงข้าวที่ออกมาจึงรูปร่างเหมือนหางหมา


รูปภาพ
มอมตัวน้อยๆ ทางขึ้นสิมวัดเชียงแมนฯ

-- เป็นตาฮักเนาะ :b32: :b27:



ในเรื่องหมาเป็นสัตว์มีคุณเพราะเอาพันธุ์ข้าวมาให้แก่โลกมนุษย์นี้
เป็นความเชื่อร่วมกันของผู้คนในหลายท้องถิ่นกระจายอยู่ในอุษาคเนย์
บางท้องถิ่นก็ยังมีประเพณีหุงข้าวให้หมา
บางท้องถิ่นมีการตั้งหมาหินไว้ปากทางเข้าหมู่บ้านเพื่อความร่มเย็นก็มี

ฉะนั้น รูปปั้นหมาที่ปรากฏในโบราณสถานต่างๆ
จึงไม่ได้ปรากฏขึ้นด้วยบทบาทของความน่ารักหรือเพื่อนเล่น
แต่เป็นสัตว์ที่มีพระคุณในตำนานหรือความเชื่อท้องถิ่น
ซึ่งผู้คนได้แสดงตัวออกมาอยู่ในรูปแบบงานศิลปะ
ที่ถ่ายทอดกันมาให้เราได้ศึกษากันในทุกวันนี้


:b44: :b44:


ที่มาของข้อมูล
http://www.sujitwongthes.com/
http://www.thaipoet.net/index.php?lay=s ... 47&Ntype=2

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 4 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร