วันเวลาปัจจุบัน 17 ก.ย. 2019, 05:11  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 4 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 เม.ย. 2012, 00:00 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ
[ภาพเขียนสีน้ำมัน “บุษบาแต่งองค์” จากวรรณคดีเรื่อง “อิเหนา”
ฝีมือสร้างสรรค์โดย อาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต]



:b47: ความเป็นมาของ “น้ำ อ บ ไ ท ย” :b47:

ในสังคมไทยสมัยโบราณ การใช้เครื่องหอมได้สอดแทรกอยู่ในประเพณีต่างๆ
ควบคู่กับการดำเนินชีวิต เช่น ประเพณีการโกนผมไฟ พิธีสรงน้ำพระ
การรดน้ำดำหัวในวันสงกรานต์ ตลอดถึงการรดน้ำศพ

เครื่องหอมมีหลายชนิด เช่น น้ำอบ น้ำปรุง สีผึ้ง แป้งร่ำ ดินสอพอง ฯลฯ
แต่ที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือ น้ำอบ ใช้เป็นเครื่องประทินผิว

หลักฐานการใช้น้ำอบไทยหรือเครื่องหอมแบบไทยมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย
และต่อเนื่องมาในสมัยอยุธยาตอนปลาย สมัยรัตนโกสินทร์


รูปภาพ

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒
ทรงโปรดปราณการใช้น้ำอบ น้ำปรุงมาก
คงจะเป็นตัวอย่างที่ดีในการแสดงให้เห็นถึง
ความนิยมในการใช้เครื่องประทินผิวของคนในสมัยนั้น
ความนิยมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมไทยสมัยก่อน
มักจะออกมาจากในพระราชสำนัก สู่สามัญชน การใช้เครื่องหอมก็เช่นเดียวกัน

“น้ำอบ” เป็นคำที่เรียกใช้เครื่องหอมที่เป็นน้ำ
ในสมัยก่อน การทำน้ำอบจะใช้ดอกไม้สดที่มีกลิ่นหอม
เช่น ดอกมะลิ ดอกแก้ว ดอกชมนาด ฯลฯ
เนื้อไม้ ยางไม้ เช่น ผิวมะกรูด แก่นไม้จันทร์ เปลือกชลูด
โดยนำมาอบ ร่ำ ในน้ำให้มีกลิ่นหอมเย็นเป็นธรรมชาติ


ซึ่งการทำน้ำอบแบบนี้ เป็นการทำในปริมาณไม่มากนัก
ทำใช้กันในครัวเรื่อน และจะทำใช้กันวันต่อวัน
เพราะถ้าทิ้งไว้นาน กลิ่นของดอกไม้สดจะเปลี่ยน

รูปภาพ

ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕
ได้มีการนำเอาหัวน้ำหอมจากต่างประเทศ
เข้ามาประยุกต์ใช้กับเครื่องหอมโบราณของไทย
ทำให้เกิดลักษณะของการทำน้ำอบเป็น ๒ อย่าง
คือ น้ำอบไทย กับน้ำอบฝรั่ง
ทำให้ค่านิยมของการใช้น้ำอบไทยลดลง

“น้ำอบไทย” คือน้ำที่อบด้วยควันกำยาน หรือเทียนอบ
(ทำจากผิวมะกรูด กำยาน น้ำตาลแดง ขี้ผึ้ง และจันทร์เทศ)
และน้ำมาปรุงด้วยเครื่องหอม มีสักษณะเป็น น้ำใสสีเหลืองอ่อนๆ
ซึ่งมีความแตกต่างจากน้ำหอม หรือน้ำอบฝรั่ง
ทั้งลักษณะของกลิ่นและขบวนการผลิต


ปัจจุบันความนิยมของคนรุ่นใหม่ต่อน้ำอบไทย
ในลักษณะของเครื่องประทินผิวหรือเครื่องสำอางลดน้อยลงมาก

แต่น้ำอบไทยก็ยังเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นสำหรับสังคมไทย
เพราะจะนำไปใช้ในพิธีกรรมต่างๆ
เช่น งานมงคลสมรส งานสงกรานต์ งานขึ้นปีใหม่ สรงน้ำพระ
การรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ และใช้ในงานศพ เป็นต้น


ซึ่งการใช้น้ำอบไทยในงานประเพณีต่างๆ
เป็นเครื่องแสดงถึงการสืบทอดวัฒนธรรม
และเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของสังคมไทย


รูปภาพ
[ขอขอบคุณภาพ : น้ำอบน้ำปรุงจากวังวรดิศ
http://www.prince-damrong.moi.go.th/fragrant_water.htm]


:b8: :b8: :b8:

ที่มา : http://www.facebook.com/nangloy?sk=note ... att=iframe

= นางสงกรานต์ คำพยากรณ์...คติในตำนาน
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=23&t=21352


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 เม.ย. 2012, 00:40 
 
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.พ. 2012, 22:00
โพสต์: 6

โฮมเพจ: http://www.aphsara.com
แนวปฏิบัติ: ดูจิต
งานอดิเรก: ปลูกต้นไม้
สิ่งที่ชื่นชอบ: จิตจักรพรรดิ์
ชื่อเล่น: ก้อย
อายุ: 35

 ข้อมูลส่วนตัว www


ขอบคุณสำหรับสาระดี ๆ ค่ะ ปัจจุบันจะได้ใช้น้ำอบก็คงเป็นเทศกาลสงกรานต์เดียวนี่หล่ะมั๊ง :b6:

.....................................................
ส่วนหนึ่งในชีวิตบนเวบบล็อก


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 เม.ย. 2012, 08:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ก.พ. 2011, 10:52
โพสต์: 257

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


แต่น้ำอบไทยก็ยังเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นสำหรับสังคมไทย
เพราะจะนำไปใช้ในพิธีกรรมต่างๆ
เช่น งานมงคลสมรส งานสงกรานต์ งานขึ้นปีใหม่ สรงน้ำพระ
การรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ และใช้ในงานศพ เป็นต้น

ซึ่งการใช้น้ำอบไทยในงานประเพณีต่างๆ
เป็นเครื่องแสดงถึงการสืบทอดวัฒนธรรม
และเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของสังคมไทย

ใช่ค่ะขอบคุณที่นำข้อความดีๆ มาเผยแพร่
น้ำอบไทย เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของไทย

:b45: :b8: :b45:

.....................................................
ทำดี ดีแล้ว เป็นพร
ทำดี ดีแล้ว เป็นพร ไม่ต้อง อ้อนวอน ขอพร กะใคร ให้กวน
พรที่ ให้กัน ผันผวน เป็นเหมือน ลมหวน อวลไป อวลมา อย่าหลง
พรทำ ดีเอง มั่นคง วันคืน ยืนยง ซื่อตรง ต่อผู้ รู้ทำ
อยากรวย ด้วยพร เพียรบำ - เพ็ญบุญ กุศลนำ ให้ถูก ให้พอ ต่อตน
ทุกคน เกิดมา เป็นคน ชั่วดี มีจน เป็นผล แห่งกรรม ทำเอง
ถือธรรม เชื่อกรรม ยำเยง บาปชั่ว กลัวเกรง ทำแต่ กรรมดี ทวีพรฯ

ท่านพุทธทาสภิกขุ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 พ.ย. 2014, 17:37 
 
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2012, 15:32
โพสต์: 1590


 ข้อมูลส่วนตัว


ขอโมทนาค่ะ :b8: :b1: ช่างดีแท้ๆ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 4 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร