วันเวลาปัจจุบัน 19 ก.ย. 2020, 07:19  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 5 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 พ.ค. 2010, 21:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มิ.ย. 2009, 09:55
โพสต์: 4062

แนวปฏิบัติ: มรณานุสสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: ตรงปลายจมูก

 ข้อมูลส่วนตัว


ปล่อยนกปล่อยปลา ทำคุณบูชาโทษ
โดย คุณฐิติขวัญคุยกับ ดร.สนอง วรอุไร
จากหนังสือนิตยสาร "ซีเคร็ท"


มีคนถามคำถามเข้ามาถึง คุณฐิติขวัญ เหลี่ยมศิริวัฒนา เรื่อง "การปล่อยนก ปล่อยปลา ค่ะ"

อยากเรียนถามอาจารย์ เรื่องการปล่อยนกปล่อยปลาโดย ละเอียดว่ามีอานิสงส์อย่างไร และเราควรปล่อยสัตว์อะไรมากที่สุด หาซื้อที่ไหน ปล่อยที่ไหน อย่างไรคะ เพื่อให้ได้บุญจริงและไม่ให้การกระทำจากเจตนาที่ดีกลายเป็นบาป โดยไม่ได้ตั้งใจ ขอบคุณค่ะ

อาจารย์คะ การปล่อยสัตว์ เช่น ปล่อยนก ปล่อยปลา แบบที่คนทั่วไปนิยมทำกันนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร และมีอานิสงส์ อย่างไรคะ

การปล่อยชีวิตนั้นเป็นบุญ เช่น วัวกำลังจะถูกนำไปเข้าโรงฆ่า ถ้าเราไปไถ่ชีวิตเขา เราก็จะได้บุญจากการให้ชีวิตเป็นทาน ซึ่งมีอานิสงส์ทำให้เรามีชีวิตที่เป็นอิสระ อย่างไรก็ตาม ระหว่างการปล่อยสัตว์กับการไม่เบียดเบียนสัตว์ ขวัญต้องคิดดูว่าสิ่งไหนดีกว่ากัน อาจารย์ว่า ถ้าเลือกได้ การปล่อยให้สัตว์อยู่กันตามธรรมชาติโดยไม่ไปเบียดเบียนเขาน่าจะดีกว่า เพราะเมื่อเราไม่ไปเบียดเบียนเขา ไม่จับเขามากักขังให้หมดอิสรภาพ เราก็ไม่จำเป็นต้องไปปล่อยเขา ใช่ไหม

แล้วทำไมจึงมีคำแนะนำให้คนที่มีเคราะห์หรือว่าดวงไม่ค่อยดี ไปปล่อยนกปล่อยปลาล่ะคะ

เขาแนะนำก็ถูกของคนที่แนะนำ แต่ไม่ถูกสำหรับผู้รู้ เพราะตามวิถีพุทธที่แท้ ถ้าดวงไม่ดี เราสามารถทำดวงให้ดีขึ้นได้ด้วยการ ให้ ทาน รักษาศีล และเจริญจิตภาวนา เมื่อทำครบทั้งสามอย่างน้แล้ว เมื่อใดที่บุญให้ผล รับรองว่าดวงดีแน่นอน ดังนั้นเวลาใครแนะนำอะไร เราต้องใช้ปัญญาพิจารณาก่อน อย่าเพิ่งปลงใจเชื่อ

แต่การปล่อยนกปล่อยปลาก็ถือว่าเป็นทาน ไม่ใช่หรือคะอาจารย์

การปล่อยสัตว์ถือว่าเป็นทานที่มีอานิสงศ์ เป็นบุญเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้นเมื่อเทียบกับการปฏิบัติธรรม ซึ่งมีอานิสงส์เป็นบุญที่ใหญ่ที่สุด

เพราะเป็นการทำชีวิตให้เป้นอิสระจากสิ่งร้อยรัด ซึ่งต้องทำเหตุให้ถูกตรงตามธรรม ด้วยการรักษาศีลแล้วเจริญสติและวิปัสสนาปัญญาให้กล้าแข็ง แล้วใช้สติปัญญาเห็นแจ้งหรือที่เรียกว่า "สติสัมปชัญญะ" เป็นเครื่องส่องนำทางชีวิต เมื่อสติสัมปชัญญะของเรากล้าแข็ง เราจะเห็นว่าสิ่งกระทบที่เข้ามาทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ เมื่อกระทบจิตแล้วก็อนัตตา คือไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน ทำให้จิตใจยึดเอาสิ่งกระทบเข้าปรุงเป็นอารมณ์ จึงเป็นอิสระจากสิ่งกระทบทั้งปวง

ดังนั้นหากเราต้องการได้บุญด้วยการปล่อยนกปล่อยปลา สู้เราไปสร้างเหตตุให้เกิดบุญใหญ่ที่สุด ด้วยการ "ปฏิบัติธรรม" เสียยังดีกว่า เพราะการปฏิบัติธรรมสามารถพัฒนาจิตให้เข้าถึง "นิพพาน" ได้ ดีกว่าการปล่อยสัตว์เป็นทานซึ่งเป็นการทำเหตุให้เกิดเป็นบุญเล็กๆน้อยๆ เท่านั้น

แล้วถ้าเราไปเห็นสัตว์ที่กลังจะถูกฆ่าแล้วเกิดสงสาร ต้องการช่วยเหลือมันล่ะค่ะ

อย่างนี้ทำได้ แต่ต้องพิจารณาให้ดีด้วยว่า จะนำเขาไปปล่อยที่ไหน อย่างไร เพื่อให้สัตว์นั้นสามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างปกติสุข โดยไม่ถูกจับมาเป็นเครื่องมือหากินของมนุษย์ หรือนำมาเป็นอาหารอีก ยกตัวอย่างเช่น ปลาไหล หากเรานำไปปล่อยลงในแม่น้ำ เขาก็อาจจะตายได้ หรือปลาดุกน้ำจืด หากนำไปปล่อยลงทะเลาเขาก็อยู่ไม่ได้ ดังนั้นก่อนจะปล่อยสัตว์ให้ป็นอิสระจึงต้องพิจารณาสถานที่ปล่อยให้เหมาะสมด้วย

ถ้าเราเห็นสัตว์ที่ถูกจับมาขายเพื่อให้คนซื้อไปปล่อย แล้วรู้สึกสงสารล่ะคะอาจารย์ เราสามารถช่วยมันด้วยการซื้อมาปล่อยได้ไหม

อย่างนี้ถือว่าเป็นการสนับสนุนคนที่จับสัตว์มาขาย ทำให้เราต้องเข้าไปร่วมกระบวนกรรมกับเขาด้วย เพราะบางเจ้านอกจากจะไปจับสัตว์มาขังกรงแล้ว ยังนำยาเสพติดให้สัตว์เหล่านั้นกิน เพื่อให้มันติดยา เมื่อสัตว์ได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระแล้ว ความอยากเสพสิ่งเสพติดยังมีอยู่ จึงต้องย้อนกลับมาหาคนขายอยู่เรื่อยไป ดังนั้นการที่เราไปซื้อสัตว์เหล่านี้มาปล่อย ก็เท่ากับว่าเราได้เข้าไปร่วมกระบวนกรรมที่เป็นบาปกับคนขายไปด้วย

แล้วถ้าเขาไม่ได้จับสัตว์มาขาย แต่ว่าเพาะขึ้นมาขายเองล่ะคะ บาปไหมคะ

บาปสิ เพราะแม้จะเพาะขึ้นมาเอง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเป็นเจ้าของชีวิตสัตว์เหล่านั้น ดังนั้นการไปกักขังหน่วงเหนี่ยวสัตว์เหล่านั้นไว้จึงเป็นบาป เพราะเป็นการทำให้ชีวิตของผู้อื่นไม่มีอิสระ อีกทั้งยังเป็นการพรากลูกพรากแม่เขาอีกด้วย

การพรากลูกพรากแม่ถือว่าเป็นบาป อาจารย์มีเรื่องจริงจะเล่าให้ฟัง มีอยู่ครอบครัวหนึ่งประกอบอาชีพทำฟาร์มเพาะลูกสุนัขขาย เขาสั่งซื้อพ่อพันธุ์สุนัขที่มีประกาศนียบัตรรับรองคุณสมบัติมาจากต่างประเทศ แล้วนำมาผสมกับแม่ลูกสุนัขสายพันธุ์เดียวกันที่เกิดในประเทศ สุนัขทั้งหมดได้รับการเลี้ยงดูด้วยอาหารอย่างดี แต่ถูกกักขังอยู่ในกรงแคบๆ เมื่อแม่พันธุ์สุนัขคลอดลูกออกมาแล้ว ลูกสุนัขก็ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีเช่นกัน จนกระทั่งเติบใหญ่และหย่านม เจ้าของฟาร์มจึงโทรศัพท์ไปบอกให้คนขายสุนัขมารับเอาลูกสุนัขไป ในวันที่คนขายมารับเอาลูกสุนัขทั้งครอกไปจากฟาร์ม เชื่อไหมว่า แม่สุนัขน้ำตาไหลย้อยเลย เมื่อเห็นคนมาพรากลูกของมันไป

กรรมจากการเพาะพันธุ์สุนัขขายนั้น ทำให้สองสามีภรรยาเจ้าเของฟาร์มไม่มีบุตร และธิดาสืบสกุล ต่อมาทั้งสองคงสำนึกได้ในบาปที่ตัวเองก่อขึ้น จึงเลิกอาชีพเพาะสุนัขขายในที่สุด

แต่การเพาะสัตว์ไม่ถือว่าเป็นการให้ชีวิตหรอกหรือคะอาจารย์

ไม่ถือว่าเป็นการให้ชีวิต เพราะไม่ว่าเราจะเข้าไปจัดการหรือไม่ ชีวิตสัตว์ย่อมเกิดขึ้นมาได้ด้วยตัวของมันเองอยู่แล้ว

อย่างนี้คนที่ทำอาชีพค้าขายสัตว์ หรือว่าร่วมสนับสนุนการจับสัตว์มาขาย จะต้องได้รับผลกรรมอย่างไรล่ะคะ

ผู้ใดที่ทำให้ชีวิตผู้อื่นขาดอิสรภาพ บุคคลนั้นย่อมสูยเสียอิสรภาพไปด้วย เช่น อาจจะถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว ต้องหลบซ่อนตัว หรือว่าเจ็บไข้ได้ป่วย ทำให้อึดอัด ไม่สบายกาย ไม่สบายใจ เช่นเดียวกับสัตว์ที่ถูกเขาจับมากักขังนั่นเอง

ดังนั้นขวัญควรจะบอกคนที่ถามปัญหาเข้ามาว่า อย่าเลือกทำบุญด้วยวิธีนี้เลย เพราะถ้าวัตถุประสงค์ของเขาคือการมีชีวิตที่เป็น "อิสระ" แล้วละก็ สู้ไปทำเหตุให้ถูกตรงด้วยการ "ปฏิบัติธรรม" จะดีกว่า จะได้ไม่ต้องเสี่ยงกับการสร้างบาปโดยไม่รู้ตัว

สอบถาม หรือร่วมสนทนา และฝากคำถามถึงอาจารย์ ดร.สนอง วรอุไร
ได้ที่ thitikwan@amarin.co.th นะคะ

.....................................................
~ นิพพานัง ปัจจโยโหตุ ~


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 พ.ค. 2010, 21:19 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มิ.ย. 2009, 09:55
โพสต์: 4062

แนวปฏิบัติ: มรณานุสสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: ตรงปลายจมูก

 ข้อมูลส่วนตัว


ทำบุญ "ปล่อยนกปล่อยปลาปล่อยเต่า" ได้บุญหรือบาป

1 ชีวิตก็มีค่า ทุกชีวิตมีความสำคัญ เรามาร่วมกันเผยแพร่และช่วยทำความเข้าใจในการทำบุญที่เราไม่เข้าใจถึงผลที่เราจะได้รับ เพราะบุญที่เรากำลังจะทำนั้นมันเป็นชีวิตของผู้อื่นที่จะได้รับความทุกขเวทนา เพื่อแลกกับความสุขใขของเราเอง

Top 5 ของสัตว์ที่นิยมปล่อย
อันดับที่ 1 ปลาไหล
อันดับที่ 2 หอยขม
อันดับที่ 3 นก
อันดับที่ 4 เต่า
อันดับที่ 5 ปลาหมอ

บางเสี้ยวส่วนของความจริงที่ รายการ 'จุดเปลี่ยน' พบและเป็นความจริง

- ปลาไหลขนาดเล็กตัวเป็นๆ นับพับกิโลกรัมต่อวัน ถูกเบียดอัดมาในกระสอบปุ๋ยเดินทางจากเขมรสู่ประเทศไทยหลายต่อหลายทอด โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องมีชีวิตไปจนถึงมือคนใจบุญ

- ปลาไหลที่ปล่อยลงในน้ำลึกไหลเชี่ยว ไม่สามารถรอดชีวิตอยู่ได้ เพราะธรรมชาติของปลาไหลต้องอยู่ในน้ำแฉะมีดินโคลนให้มุดเพื่อหลบพัก

- หอยขมที่อยู่ในดินโคลนตามธรรมชาติ เมื่อถูกเทลงสู่ก้นแม่น้ำลึกอย่างแม่น้ำเจ้าพระยา หอยก็จมน้ำตายได้เหมือนกัน

- นกกระติ๊ดจะสูญพันธุ์ในไม่ช้า เพราะคนจับมาเบียดเสียดในกรงแคบ บางตัวแข้งขาหักตายคากรง ส่วนที่เหลือซึ่งบินจากไปก็บอบช้ำเกินกว่าจะรอดชีวิต และบ้างก็ไม่มีแหล่งหากินในเมือง

- เต่าเป็นสัตว์เลื้อยคลาน แต่คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ และเ มื่อถูกปล่อยลงน้ำที่ไม่มีสิ่งใดให้ยึดเกาะ เต่าก็จะต้องว่ายน้ำต่อไปจนกว่าจะขาดใจตายเพราะเหนื่อยและหมดแรง

- เต่าเป็นสัตว์ที่อายุยืนที่สุดในโลก แต่ถ้าเต่าถูกปล่อยในที่ที่แออัดน้ำเน่าเสียไม่มีที่เกาะ เต่าจะตายอย่างทรมานเพราะอาการเจ็บป่วยที่กระดองเน่าเปื่อย และจมน้ำตาย กลายเป็นสัตว์ที่น่าสงสารที่สุดในโลกชนิดหนึ่ง

ทำไมการปล่อยสัตว์ในยุคสมัยนี้จึงมีบาปมากกว่าบุญ

1. เพราะปล่อยไม่ถูกที่ถูกทาง ทั้งสภาพความเป็นอยู่และศัตรูธรรมชาติ ทำให้สัตว์ที่ปล่อยไปไม่มีโอกาสรอดชีวิต

2. เพราะส่งเสริมให้มีการจับสัตว์ที่อยู่ในธรรมชาติอย่างปกติสุขมากักขังหน่วงเหนี่ยว ทรมาน

3. ในทุกขั้นตอนตั้งแต่การจับ กักขัง ขนส่ง และรอจำหน่าย มีสัตว์จำนวนมากต้องตายอย่างทรมานก่อนที่จะได้รับอิสรภาพ

สิ่งมีชีวิตแม้จะเล็กเท่าผุ่นละออง แต่นั่นมันก็เท่ากับ 1 ชีวิต...

.....................................................
~ นิพพานัง ปัจจโยโหตุ ~


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 พ.ค. 2010, 07:23 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 พ.ย. 2008, 17:20
โพสต์: 1051

งานอดิเรก: อ่านหนังสือธรรมะ
อายุ: 0
ที่อยู่: Bangkok

 ข้อมูลส่วนตัว


tongue ขอบคุณค่ะคุณแม่มด สำหรับความรู้ในการทำบุญนี้ :b8: :b8:

.....................................................
    มีสิ่งใด น่าโกรธ อย่าโทษเขา.... ต้องโทษเรา ที่ใจ ไม่เข้มแข็ง
    เรื่องน่าโกรธ แม้ว่า จะมาแรง ....ถ้าใจแข็ง เหนือกว่า ชนะมัน


แก้ไขล่าสุดโดย O.wan เมื่อ 17 พ.ค. 2010, 07:24, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 พ.ค. 2010, 12:10 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 มี.ค. 2010, 12:49
โพสต์: 117

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Bwitch เขียน:
ทำบุญ"ปล่อยนกปล่อยปลาปล่อยเต่า" ได้บุญหรือบาป

ทำไมการปล่อยสัตว์ในยุคสมัยนี้จึงมีบาปมากกว่าบุญ

1. เพราะปล่อยไม่ถูกที่ถูกทาง ทั้งสภาพความเป็นอยู่และศัตรูธรรมชาติ ทำให้สัตว์ที่ปล่อยไปไม่มีโอกาสรอดชีวิต

2. เพราะส่งเสริมให้มีการจับสัตว์ที่อยู่ในธรรมชาติอย่างปกติสุขมากักขังหน่วงเหนี่ยว ทรมาน

3. ในทุกขั้นตอนตั้งแต่การจับ กักขัง ขนส่ง และรอจำหน่าย มีสัตว์จำนวนมากต้องตายอย่างทรมานก่อนที่จะได้รับอิสรภาพ

สิ่งมีชีวิตแม้จะเล็กเท่าผุ่นละออง แต่นั่น มันก็เท่ากับ 1 ชีวิต...


แค่เราไม่ฆ่าสัตว์เพิ่ม เราก็ได้บุญโดยไม่ต้องปล่อยสัตว์เพื่อสร้างบุญ
:b8: :b8: :b8: อนุโมทนาสาธุ บทความดี ๆ ที่ได้มีโอกาสอ่านค่ะ :b8: :b8: :b8:

:b41: :b41: :b41: :b53: :b53: :b53: :b48: :b48: :b48: :b53: :b53: :b53: :b41: :b41: :b41:

.....................................................
หนทางสว่าง เริ่มต้นจากใจของเรา


แก้ไขล่าสุดโดย krathin2009 เมื่อ 17 พ.ค. 2010, 12:11, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 พ.ย. 2014, 12:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 2428


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 5 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร