วันเวลาปัจจุบัน 27 พ.ย. 2020, 10:38  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=19



กลับไปยังกระทู้  [ 4 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 ม.ค. 2009, 15:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


...เ ห ง า...
โดย ศ.นพ.เชวง เดชะไกศยะ

ความเหงาเป็นอย่างไร
คงไม่ต้องบอกกระมัง ทุกท่านคงรู้ดีแล้ว เด็กหนุ่มสาวก็เหงา คนชราก็เหงา
บางครั้งเหงาจนตาย สุนัขเหงาจนตายไม่ยอมกินข้าว เพราะเจ้าของจากไป
ความเหงาจึงฆ่าคนได้อย่างไม่น่าสงสัย
ฆ่าอย่างเลือดเย็นที่สุด เพราะค่อย ๆ ฆ่าใจของคนไปวันละเล็กละน้อย
เหมือนต้นไม้ขาดน้ำค่อย ๆ เฉาแล้วก็ตายไป บางครั้งก็ทรมานเสียสิ้นดี

เมื่อเหงาแล้วความเบื่อ ความกลุ้ม เซ็งก็ตามมามีความรู้สึกซึมเศร้า ท้อแท้ สิ้นหวัง
เมื่อใจเสียรูปกายก็เสียตามไปด้วย โรคทางกายสารพัดโรค โรคประสาท
โรคจิตประสาทก็จะตามมาอย่างแน่นอน ต้องพาตัวเองไปหาจิตแพทย์แล้วก็ได้ยามา
หมอก็บอกว่าให้ปรับเปลี่ยนอารมณ์เสียบ้าง เปลี่ยนงาน เปลี่ยนอารมณ์
เมื่อยาหมดก็ไปรับยามากินใหม่ บางครั้งโรคก็เพิ่มขึ้น อาการของโรคก็เพิ่มขึ้น
มีอาการซึมเศร้าอาจมีอาการคลุ้มคลั่งสลับฉากกันไป
และกลับเป็นคนที่น่าสะพรึงกลัวกลายเป็นโรคจิตที่ถาวรมากขึ้น
พ้นภาวะวิสัยที่คลินิกของแพทย์จะทำการรักษาได้ต้องเข้าไปอยู่ รพ.โรคจิต
การรักษาก็ยุ่งยากซับซ้อนมากขึ้นต้องดูแล
และเพิ่มภาระระมัดระวังรักษามากขึ้นไปอีก

คนเดียวต้องเป็นภาระเพิ่มทุกข์ให้ แก่คนอื่นอีกหลายคน
เพราะขาดการดูแลรักษาต้นเหตุตั้งแต่แรกว่า เหตุเพราะความหลง
ความรู้จักตัวเองเป็นเหตุให้เกิดความต้องการความปรารถนาสูงขึ้นในจิตใจ
ต้องการให้ผู้อื่นมาต้องการตัวเรามากขึ้น มารักเรานั่นเอง
สรุปก็คือ ต้องการความรักจากบุคคลที่ตัวเองต้องการให้มารัก
เมื่อต้องสูญเสียความรัก ความรู้
ความสามารถที่ตัวเคยมีอยู่นั้นหมดไปและไม่มีสิ่งใหม่ ๆ มาทดแทน

การสูญเสียแห่ง ความรักทั้งหลายดังกล่าวนั่นเองจึงเป็นโรคขาดรัก
กลุ่มอาการของความเหงา เบื่อ กลุ้ม ท้อแท้ ซึมเศร้าจึงตามมา
เพราะความต้องการให้เขามารักตัวเป็นเหตุที่ซ่อนเร้นอยู่ในจิตใจ
แต่ตัวเองไม่รู้เพราะความหลง (โมหะ) ปิดบังจิตใจอยู่
จึงเป็นเหตุให้ความต้องการ ความปรารถนาอย่างนี้เกิดขึ้น
จึงขาดรักและมีอาการต่าง ๆ ดังกล่าวเกิดขึ้น

ถ้าเราไม่ต้องการให้คนอื่นมารักเราแล้ว เราคงไม่ขาดรักเป็นแน่
ดังนั้นการที่เราต้องการให้ผู้อื่นมารักเรา เอาใจเรา ตามใจเรา
จึงเป็นเหตุที่สำคัญ คือตัวตัณหานั่นเอง
ซึ่งรู้ได้ยากเพราะถูกปกคลุมปิดบังไว้ด้วยโมหะคือ ความหลง
ถ้าไม่ได้คำสอนขององค์พระบรมศาสดาแล้วก็ไม่มีใครที่จะรู้ได้
และละทำลายให้เบาบางลงและหมดไปได้ในที่สุด

ดังนั้นความต้องการให้เขามารักจึงเป็นต้นเหตุให้เกิดความเหงา เบื่อ กลุ้ม
ซึมเศร้า หงอยเหงา คนเราจึงต้องแสวงหาอารมณ์ใหม่ ๆ
มาทดแทนอารมณ์เก่าอยู่เสมอ
จึงควรทำความเข้าใจและความรู้สึกด้วยการถามใจตัวของเราเองอยู่เสมอว่า
เราต้องการให้ผู้อื่นมารักเรามาสนใจเราใช่ไหม
หัดถามตัวเองบ่อย ๆ เข้า สติปัญญาจะเกิดขึ้น ความต้องการความพอใจจะลดลง
ความหงุดหงิด ความวิตกกังวลตลอดจนความเหงาก็จะลดน้อยลงและหมดไปได้ในที่สุด

ในทางโลกแก้ ความเหงา ความซึมเศร้าด้วยการออกกำลังให้พอควร เหมาะสมกับอายุ
เช่น เดินเร็ว ๆ วันละ ๒๐ – ๓๐ นาที หรืออ่านหนังสือที่ชอบ
และให้เป็นประโยชน์ในด้านการศึกษาเพื่อชีวิตฟัง ดนตรีและการขับร้อง เป็นต้น
ให้พอเหมาะพอดีแต่ไม่ต้องยึดติดกับเสียงเพลงนั้น ๆ พอใจก็ให้รู้ว่าพอใจ
ถ้าอยากจะฟังต่อไปเรื่อย ๆ ก็ให้รู้ว่ากำลังอยากกำลังต้องการมากขึ้น
คือ มีสติคอยกำกับอยู่เสมอ ก็จะเป็นการช่วยผ่อนคลายความเครียด
ความฟุ้งซ่าน วิตกกังวล ความเหงา เบื่อให้น้อยลงไปได้อย่างแน่นอน

ในทางธรรม ต้องพยายามขวนขวายหาอารมณ์ให้กุศลจิตเกิดขึ้น
ด้วยการนึกถึงบุญกุศลที่ได้ทำไปแล้ว นึกถึงความดีที่ได้เคยทำ
และควรจะต้องทำต่อไปให้ดียิ่งขึ้นอีก ความไม่ดีที่เคยทำมาก็จะลดน้อยลงไปเอง
พยายามหาอารมณ์ของบุญยกิริยาวัตถุ (ทาน ศีล ภาวนา) มาเป็นอารมณ์
คือนึกคิดและทำลงไปเพื่อให้จิตเป็นกุศลและมีกำลังอานุภาพยิ่งขึ้น
แล้วจิตใจที่มีคุณลักษณะที่ดีมีพลังก็จะเกิดขึ้นสม่ำเสมอ
ด้วยการนึกคิดและกระทำแต่ความดี (กุศลกรรม)
เป็นการยกจิตและปรุงแต่งจิตของเราเองด้วยสติปัญญาจะทำให้จิตมีคุณภาพสูงขึ้น
มีสติปัญญาแหลมคมขึ้นเรื่อย ๆ

เราจะรู้ได้เองว่า เดี๋ยวนี้เราไม่เหมือนแต่ก่อนแล้ว
เคยเปราะบางเหลือเกินเมื่อรับกระทบแม้เพียงเสียง
บางครั้งอาจทนไม่ได้แต่เดี๋ยวนี้สบายมากเพราะมีความแข็งแกร่งขึ้น
และแกล้วกล้าในการทำความดี ความกลัว ความโกรธ เกลียดก็น้อยลงจนเห็นได้ชัดเจน

เราเคยเพ่งโทษ ติเตียนผู้อื่นอยู่เสมอก็น้อยลง จะเพ่งเล็งแต่ประโยชน์
มิใช่ประโยชน์ควรมิควรในเรื่องราวต่าง ๆ ตลอดจนบุคคลที่เกี่ยวข้องอยู่
ด้วยมีสติสัมปชัญญะอันควรแก่งานและสติปัญญานี้
จะเกิดขึ้นในจิต คอยดูแลจิตไม่ให้ตกไปอยู่ในความเร่าร้อนหม่นไหม้
หรือความเหงา ความฟุ้งซ่าน วิตกกังวลได้

ความทุกข์ก็จะคลายออก ความเบากายสบายใจจะปรากฏขึ้น
มีชีวิตชีวาแจ่มใส นี่คือคุณค่าของชีวิตที่ยากจะพบ
แล้วความเหงาจะมาฆ่าเราได้อย่างไร คงไม่ได้แน่นอน

ฝึกจิตปรับความคิดเสียตั้งแต่เดี๋ยวนี้ ทำเดี๋ยวนี้อย่าปล่อยเวลาให้เสียไป
แล้วก็ให้มันแล้วไปไม่ต้องคิดถึงอดีตที่ไม่ดี ลืมเสียเถิดอภัยให้กับเขาเสียเถิด
และทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านไปไม่ต้องอาลัยอาวรณ์
เขาไม่ทิ้งเรา ๆ ก็ต้องทิ้งเขาไปวันยังค่ำ
ทิ้งร่างที่ไร้วิญญาณไว้ให้แก่กันต้องช่วยเผาร่าให้เสียอีก
เขาไม่เผาเรา ๆ ก็ต้องเผาร่างของเขาเพราะเป็นหน้าที่
และความอาลัยอาวรณ์ที่เราจะต้องรับก็ยอมรับเสีย
เข้าใจเสียให้ดีตั้งแต่บัดนี้ แล้วชีวิตจะเป็นสุขขึ้น แจ่มใส สบายกายสบายใจขึ้น

ชีวิตเราจะยืนยาวต่อไปอีก เพียงไม่กี่วันหรอก ที่เราจะได้เห็นโลกที่สดใสสวยงาม
เพราะพรุ่งนี้ก็ไม่แน่ว่าเราจะมีชีวิตอยู่หรือไม่
ดังนั้นความสำคัญของชีวิตจึงมิได้อยู่ที่เวลาของชีวิตที่ยืนยาวออกไป
แต่อยู่ตรงที่ว่าเราควรจะทำอย่างไรกับชีวิตที่ยืนยาวออกไปนั้นให้มีชีวิตชีวาต่างหาก
นี่คือ คุณค่าของชีวิตที่แท้จริง

คัดลอกจาก...
http://www.raksa-dhamma.com/topic_1.php


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 ก.พ. 2009, 21:47 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.ค. 2008, 14:47
โพสต์: 1562

อายุ: 0
ที่อยู่: หิมพานต์

 ข้อมูลส่วนตัว www


:b8:

.....................................................
อิมาหัง ภะคะวา อัตตะภาวัง ตุมหากัง ปะริจจะชามิฯ
ข้าแต่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ข้าพระพุทธเจ้าขอมอบกายถวายชีวิต แด่พระพุทธเจ้า แด่พระธรรม แด่พระสงฆ์ นับแต่บัดนี้ตราบจนเข้าสู่พระนิพพาน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 มี.ค. 2015, 10:18 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 2137

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สาธุๆๆ ค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 พ.ย. 2015, 11:06 
 
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2012, 15:32
โพสต์: 1899


 ข้อมูลส่วนตัว


rolleyes


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 4 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร