วันเวลาปัจจุบัน 15 ก.ย. 2019, 15:20  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=19



กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 31 ส.ค. 2009, 10:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

สรุปข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก myrmecos.wordpress.com,
wikipedia.org, cisr.ucr.edu


จากภาวะโลกร้อนในปัจจุบันส่งผลให้เกิดการแพร่ขยายพันธุ์ของแมลงและมดเพิ่มมากขึ้น
และในขณะนี้มีมดคันไฟตัวใหม่สายพันธุ์ใหม่ invicta หรือที่เรียกๆ กันว่า มดคันไฟ อินวิคต้า
(Solenopsis invicta) กำลังระบาดอย่างหนักในต่างประเทศ
และมีแนวโน้วว่าจะเข้ามาในไทยในเร็วๆ นี้ ซึ่ง รศ.ดร.เดชา วิวัฒน์วิทยา
แห่งภาควิชาชีววิทยาป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับ มดคันไฟ invicta หรือ มดคันไฟ อินวิคต้า ว่า
มีพิษร้ายกัดถึงตาย ฝังเหล็กในที่มีพิษสะสมทำให้ผิวไหม้และคันอย่างรุนแรง
นักชีววิทยาเผยเป็นมดหมาหมู่ชอบรุมกัดเป็นร้อยๆ ตัว
ขยายรังใหญ่กว่ามดคันไฟธรรมดาถึง 50 เท่า

ชื่อวิทยาศาสตร์ ของ มดคันไฟ invicta

ดคันไฟอินวิคต้า หรือ Red imported fire ant มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า
Solenopsis saevissima wagneri อยู่ในวงศ์ Formicidae (Solenopsis invicta)
ถูกตีพิมพ์โดยบูเรน(Buren) ในปี ค.ศ. 1972 เป็นชื่อรองหรือ ชื่อตั้งสงวนไว้
(nomen protectum) เนื่องจากความจริงแล้วชื่อแรกของมดชนิดนี้
คือ Solenopsis saevissima wagneri ถูกตั้งโดยแซนต์ชิ (Santschi)
ในปี ค.ศ. 1916 ซึ่งกลายเป็น ชื่อตั้งไม่นิยม เพราะมีเอกสารมากกว่าพันฉบับ
ที่ตีพิมพ์ภายใต้ชื่อ invicta ก่อนที่จะมีคนค้นพบว่าเป็นชื่อพ้อง
และในปี ค.ศ. 2001 ICZN บังคับให้ invicta เป็นลำดับเหนือกว่า wagneri

ลักษณะของ มดคันไฟ invicta

สำหรับรูปร่างหน้าตาภายนอกของ มดคันไฟ invicta
แทบจะไม่มีความแตกต่างจากมดคันไฟที่พบเห็นในประเทศไทย
แต่จะมีผิวลำตัวเรียบและสดใสกว่า และถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่ามีฟันตรงกลางริมฝีปากบน
ซึ่งส่วนใหญ่จะมองด้วยตาเปล่าไม่ค่อยเห็น ต้องอาศัยแว่นขยายช่วย

ถิ่นกำเนิด ของ มดคันไฟ invicta

มดคันไฟ invicta มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ ต่อมาได้แพร่กระจายไปเกือบทั่วโลก
และเริ่มขยายพันธุ์เข้ามาในเอเชียเมื่อ 2- 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งพบในไต้หวัน ฮ่องกง เป็นที่แรกๆ
และคาดว่าจะเข้ามาสู่ประเทศไทยในไม่ช้า

ถิ่นอาศัย ของ มดคันไฟ invicta

มดคันไฟ invicta ชอบสร้างถิ่นอาศัยบริเวณที่มีน้ำไหลเวียน
มีปริมาณน้ำฝนมากกว่า 550 มิลลิเมตรต่อปี อาทิ พื้นที่การเกษตร สวนป่า ทุ่งหญ้า
ฝั่งแม่น้ำลำคลอง ชายฝั่งทะเล ทะเลทราย และสนามกอล์ฟ
มักสร้างถิ่นอาศัยแบบเป็นรังหรือเป็นจอมโดยใช้มูลดิน ซึ่งจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 1 เมตร
ความสูงประมาณ 4 - 24 นิ้ว ส่วนมดคันไฟที่มีอยู่ในไทยจะสร้างรังเรียบๆ กับพื้น ไม่มีจอม
และมีจำนวนประชากรมากถึง 500,000 ตัวต่อรัง
ขณะที่มดคันไฟธรรมดาจะมีเพียง 10,000 ตัวต่อรัง

รูปภาพ


พิษของ มดคันไฟ invicta


มดคันไฟ invicta ยังมีพิษร้ายแรง เหล็กในจากมดชนิดนี้มีพิษสะสม
ทำให้เกิดอาการไหม้และคันอย่างรุนแรง พิษจะออกฤทธิ์อยู่นานเป็นชั่วโมง
และเป็นเม็ดตุ่มพองซึ่งกลายเป็นหนองสีขาว เมื่อตุ่มหนองนี้แตกก็สามารถมีแบคทีเรีย
เข้าไปและเป็นแผลเป็น บางคนที่มีอาการแพ้อย่างรุนแรงจะก่อให้เกิดอาการหมดสติและเสียชีวิตได้

ทั้งนี้ มดคันไฟ invicta มีความก้าวร้าวสูงมาก เมื่อมันต่อยจะฉีดสารพิษกลุ่ม alkaloid
ทำให้เนื้อเยื่อตาย มีรายงานว่า ทางตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกามีประชาชน
ประมาณ 25,000 คน ที่ต้องหาหมอเพื่อรักษาจากการโดนต่อยของมดชนิดนี้
และด้วยวิธีการโจมตีเหยื่อแบบรุมต่อยเป็นร้อยๆ ตัว
ทำให้เหยื่อที่มีขนาดไม่ใหญ่มากได้รับบาดเจ็บถึงขั้นสาหัส หรือเสียชีวิตได้เลย

มดคันไฟ invicta กับผลกระทบต่อระบบนิเวศ

มดคันไฟ invicta สามารถปรับตัวและขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว
จนประเทศที่มีการระบาดของ มดคันไฟ invicta ต้องมีการจัดตั้งศูนย์เตือนภัยขึ้นมา
เพื่อยับยั้งการขยายพันธุ์ บรรเทาความเดือดร้อนของผู้ที่โดนต่อย
และเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการกัดกินพืชผักต่างๆ

ทั้งนี้ มดคันไฟ invicta ก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศเป็นอย่างมาก
เนื่องจากมดชนิดนี้มีจำนวนมาก ชอบรุกราน ชอบทำลายอย่างมาก
และยังไม่มีศัตรูทางธรรมชาติที่จะกำจัดมดชนิดนี้ออกไปได้
จึงทำให้ประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และพวกมันจะเข้าโจมตีไข่นก
และสัตว์เลื้อยคลานที่อายุน้อยจำนวนมาก และในพื้นที่ที่มีมดชนิดนี้สูงมาก
จะเข้าทำลายสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก เช่น พวกสัตว์ฟันแทะ
และยังล่ากลุ่มผึ้งที่หากินเดี่ยวๆ ด้วย

ในสหรัฐอเมริกา มดคันไฟ invicta สร้างความเสียหายทางการเกษตรได้ในวงกว้าง
ด้วยการเข้าไปทำลายระบบรากของพืช เช่น ถั่วเหลือง พืชตระกูลส้ม ข้าวโพด
กะหล่ำ มันฝรั่ง ถั่วลิสง ทานตะวัน ข้าวฟ่าง มะเขือ ถั่วเขียว เป็นต้น
และทำความเสียหายในเครื่องมือการเกษตร สัตว์เลี้ยง สัตว์ป่า พื้นที่สาธารณะ
อุปกรณ์ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ รถยนต์ ปัจจุบัน มดชนิดนี้สร้างความเสียหายมากกว่า
320 ล้านเอเคอร์ ใน 12 รัฐทางตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกาและเปอร์โตริโก

อย่างไรก็ตาม ในอเมริกา มดคันไฟ invicta เป็นตัวห้ำหั่นที่ดีเยี่ยมในธรรมชาติ
และเป็นการควบคุมทางชีววิธีสำหรับศัตรูพืชหลายชนิด เช่น หนอนเจาะต้นอ้อย
มวนที่เป็นศัตรูข้าว แมลงหางหนีบ เพลี้ยอ่อน ด้วงงวง หนอนคืบถั่วเหลือง
หนอนกินใบฝ้าย ต่อสน แต่มดชนิดนี้ก็ยังเป็นตัวทำลายแมลงพวกผสมเกสร
เช่น ผึ้งที่สร้างรังใต้ดิน และยังกินเมล็ด ใบ ราก เปลือก น้ำหวาน น้ำเลี้ยง เชื้อรา
และมูลต่างๆ เป็นอาหารด้วย ซึ่งจะสร้างมูลค่าความเสียหายต่ออุตสาหกรรมการเกษตร
นับพันล้านบาทต่อปี

ประโยชน์ของ มดคันไฟ invicta

ถึงแม้ มดคันไฟ invicta จะสร้างความเสียหายให้กับเกษตรกรอย่างมหาศาล
แต่มดชนิดนี้ก็มีประโยชน์ในการกำจัดศัตรูพืชหลายชนิด เช่น หนอนเจาะต้นอ้อย
มวนที่เป็นศัตรูข้าว แมลงหางหนีบ เพลี้ยอ่อน ด้วงงวง หนอนคืบถั่วเหลือง
หนอนกินใบฝ้าย ต่อสน เป็นต้น


ขอบคุณข้อมูลจาก...
รูปภาพรูปภาพรูปภาพ

:b48: :b8: :b48:


แก้ไขล่าสุดโดย ลูกโป่ง เมื่อ 31 ส.ค. 2009, 10:49, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 31 ส.ค. 2009, 10:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ค. 2009, 19:40
โพสต์: 35

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


พิษน่ากลัว
มากเลยค่ะ
cry

.....................................................
รู้จักคุณค่าในสิ่งที่เรามี


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ก.ย. 2009, 17:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ส.ค. 2009, 15:54
โพสต์: 640

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


คำเตือน : โปรดระวังแมลงลักษณะนี้ให้ดีมีในกทม.แล้วด้วย

เจ้าตัวนี้น่าจะเป็นศัตรูกับมด Invicta ค่ะ
ถ้าเป็นเด็กที่เรียนสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือวิทยา เขตปราจีน
คงจะเรียกกันว่า แมลง เฟรชชี่
เพราะว่ามันจะมาช่วงหน้าที่รับน้องใหม่ แต่ชื่อทางการของมันชื่อ แมลงด้วงน้ำมัน
ถ้าโดนแล้วห้ามเกาเด็ดขาด เพราะมันจะลามไปเรื่อยๆ เลย
หนองหรือน้ำเหลืองของเราจะทำให้ลาม
จากอีกจุดเพิ่มเป็นอีกจุดลามเป็นแผลใหญ่
และที่สำคัญตอนนี้แมลงนี้มีอยู่ใน กทม. แล้วด้วย

เรียน ทุกท่านทราบเพื่อเป็นการเตือนถึงอันตรายของแมลง และอาการที่เกิดขึ้น
( ตามภาพที่แนบมา)
ดร.วัฒนา อู่วาณิชย์
เพื่อนที่ทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ส่งเมล์มาให้เพื่อกระจายข่าวต่อด้วย ค่ะ
โปรดระวังแมลงลักษณะนี้ให้ดี
คนหลายคนถูกแมลงชนิดนี้ทำร้ายหลายรายแล้ว
หากโดน กรุณาพบแพทย์โดยด่วนมิฉะนั้นแผลจะลุกลามไปรวดเร็วมาก
แมลงชนิดนี้จะไม่กัดหรือต่อย แต่ฉี่ของมันมีความเป็นกรดสูงมากและเป็นสาเหตุให้เกิดแผล
ซึ่งหากเกิดเป็นแผล แล้วเอามือไปถูกแผลนั้น
ให้รีบล้างมือโดยเร็ว มิฉะนั้นจะ เกิดแผลลุกลามไปยังที่ๆ เอามือไปสัมผัสต่อไปอีก



ขออนุญาต นำมาโพสต์ด้วยนะคะคุณลูกโป่ง tongue smiley
น่าจะเป็นประโยชน์ค่ะ

.....................................................
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น


พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่าธรรมชาติของจิตนั้นไหลลงต่ำ
จะขึ้นสูงต้องออกแรงทวนกระแส
เพราะฉะนั้นให้ถามตัวเองว่าเราคิดดีได้เป็นปกติหรือยัง
ถ้ายัง ก็ยอมรับตรงๆ ว่ายัง..
อย่าหลอกตัวเองว่าดีแล้ว
เพราะผลเสียหายไม่ใช่ใครอื่น นอกจากตัวเราเองที่ยังหลงวน
ไม่รู้ตัวว่าขาดเสบียงเพื่อความพร้อมตาย...


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร