วันเวลาปัจจุบัน 02 ธ.ค. 2020, 05:23  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=19



กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 ธ.ค. 2008, 16:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


หัวเรื่องนี้ได้มาจากหนังสือที่มีสาระแห่งชีวิต
เขียนโดย ผศ.พ.ญ.สุจิรา จรัสศิลป์
พิมพ์ครั้งแรกจำนวน 5000 เล่ม
เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2541 นับเป็นเวลาเกือบ 10 ปี
กว่าจะได้โอกาสอ่าน เมื่ออ่านแล้วก็อยากแนะนำให้ท่านที่สนใจได้อ่านด้วยตนเอง
แม้ว่าหนังสือจะอยู่ในวงค่อนข้างจำกัดแต่ถ้าใครอยู่ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ก็สามารถค้นหาได้ที่สำนักหอสมุดกลาง
ส่วนข้อเขียนต่อจากนี้เป็นการตัดตอนมาเฉพาะที่สนใจเท่านั้น

หนังสือเล่มนี้ ชื่อ มะเร็งที่รัก
แต่งโดย ผศ.พ.ญ.สุจิรา จรัสศิลป์
เลขที่จดทะเบียน ISBN 974-86383-8-3
พิมพ์ที่โรงพิมพ์พุทธอเนกประสงค์ นนทบุรี
ได้รับอนุญาตจากสำนักพระราชวัง
ให้ใช้ตราสัญญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา
6 รอบ 5 นวาคม 2542
เป็นหนังสือเล่มกระทัดรัด หนา 160 หน้า


อนุโมทนากถา:

พระพรหมคุณาภรณ์ หรือพระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตโต ในขณะนั้น)
ได้เขียนอนุโมทนากถาไว้อย่างน่าอ่านว่า
“โดยทั่วไปหนังสือเล่มหนึ่งๆ จะเกิดขึ้นได้ ย่อมอาศัยประสบการณ์ของผู้เขียน
ที่ได้รู้เห็นได้ยินมา แล้วเขียนขึ้นด้วยความพากเพียรพยายาม
จึงเป็นสิ่งที่มีคุณค่าอยู่ในตัว แต่หนังสือเรื่อง“มะเร็งที่รัก”
ของคุณหมอสุจิรา จรัสศิลป์ นี้ นับว่ามีคุณค่าที่เด่นเพิ่มไปอีก
กล่าวคือ นอกจากจะเกิดขึ้นจากความพากเพียรพยายามอย่างจริงจัง
โดยใช้เวลาเรียบเรียงยาวนานหลายปีแล้ว
ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับประสบการณ์ตรงของตนเอง
ต่อความจริงที่สำคัญที่สุดสำหรับทุกคน คือเรื่องชีวิตกับความตาย”

อนุโมทนากถาของพระราชธรรมนิเทศ (ระแบบ ฐิตญาโณ)
กล่าวว่า “หนังสือเล่มนี้ ได้ให้ข้อมูลทางวิชาการศาสนา
ธรรมชาติและชีวิต ในแง่มุมต่างๆ มากทีเดียว
ทั้งสามารถกระตุ้นให้เกิดกระบวนการของชีวิต
ซึ่งตามปกติแล้วคนทั่วไปย่อมมองว่า
ชีวิตเป็นของสวยงาม เป็นของเที่ยงแท้ยั่งยืน
เป็นความสุขและเป็นตัวตนจริงๆ
สารัตถะของหนังสือเล่มนี้ จะบอกความจริงของชีวิต
ในแง่ของความไม่สวยงาม ไม่เที่ยงแท้ มีแต่ความทุกข์
และหาใช่ตัวตนอย่างที่เข้าใจกันไม่....”

คำนิยม:

ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์สมพร บุษรากิจ
เขียนคำนิยมว่า ผู้เขียนตำรา เรื่องมะเร็งที่รัก
เป็นจิตแพทย์ที่ได้ศึกษา ฝึกฝน อบรม ทางจิตเวชศาสตร์มาอย่างดี
มีประสบการณ์ ในการดูแลรักษาผู้ป่วยทางด้านจิตใจ
ด้วยความเอาใจใส่อย่างยิ่งมานานปี นับว่าเป็นจิตแพทย์ที่เชี่ยวชาญผู้หนึ่ง

นอกจากมีความเป็นแพทย์แล้ว คุณหมอสุจิรายังเป็นผู้ป่วยโรคมะเร็งอีกด้วย
คุณหมอจึงมองเห็นปัญหาของโรคมะเร็งทั้งด้านของแพทย์และด้านของผู้ป่วย
จึงเป็นผู้ที่เข้าใจโรคมะเร็งอย่างลึกซึ้ง”

ศาสตราจารย์นายแพทย์เชวง เดชะไกศยะ เขียนคำนิยมไว้ในหนังสือเล่มนี้ว่า
“ แพทย์หญิงสุจิรา จรัสศิลป์ มีธรรมะอยู่ในจิตวิญญาณ
โดยเฉพาะมีสติ สัมปชัญญะ มีมรณานุสสติ ในช่วงที่ความตายกำลังจะเข้ามาถึงตัว
เป็นการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ และท่านได้ถ่ายทอดการกระทำ
และความรู้สึกอันเป็นประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่
ให้ท่านผู้อ่านได้รับประโยชน์อย่างยิ่ง....”

.....อาจารย์หมอสุจิรา ท่านปิดท้ายหนังสือเล่มนี้ด้วยหัวข้อที่น่าคิดว่า “คำเตือน”
แล้วต่อท้ายเล่มด้วย การคัดสำนวนคำกลอนสอนใจหลายสำนวน
เป็นกลอนของท่านผู้ฝึกตนมาแล้วเป็นอย่างดีตามคำสอนของพระพุทธองค์
อาทิเช่น ท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุ สำนวนกลอนเก่าที่ไม่อาจระบุที่มา
และคำกลอนสอนใจของท่าน ก.เขาสวนกวาง
ถ้าใครได้อ่านเล่มจริง จะพบว่า ในหนังสือยังมี “บทกลอนสอนธรรม” อื่นๆ
ที่ชวนคิดสะกิดใจแทรกอยู่เกือบตลอดเล่ม

คุณหมอท่านเขียนคำเตือนไว้ท้ายเล่มว่า

คำเตือน:

หนังสือเล่มนี้เป็นเพียงการถ่ายทอดความรู้สึกบางอย่างจากจิตใจ
ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเจตนาบริสุทธิ์ เพียงเพื่อจะกระซิบบอกกับท่านผู้ได้มีโอกาสอ่านว่า
ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งเคยเป็นผู้ประมาท ปล่อยให้กาลเวลากลืนชีวิตไป
จนวันหนึ่งธรรมชาติได้มาร้องเตือนว่า

“ใกล้ถึงเวลาแล้วนะที่เจ้าจะต้องกลับคืนสู่ธรรมชาติ
รูปนามนี้จะกลับไปสู่สภาพเดิม คือ เป็นธาตุตามธรรมชาติ เจ้าพร้อมแล้วหรือยัง?
เจ้าได้ทำหน้าที่และได้รับสิ่งสูงสุดที่มนุษย์ควรจะได้รับ
ในการที่ได้เกิดมาพบพระพุทธศาสนาหรือยัง? ”

คำเตือนนี้คือ การป่วยด้วยโรคมะเร็ง......มะเร็งที่รัก!
ท่านผู้อ่านล่ะคะ? ท่านจะรอจนกว่าธรรมชาติจะมาเตือนท่านเองเช่นนั้นหรือ?......

สาระในหนังสือ มะเร็งที่รัก เล่มนี้ มีทั้งส่วนที่เป็นความรู้ทางการแพทย์
ที่ชาวสวนดอกน่าจะอ่านเข้าใจได้เป็นอย่างดี
และส่วนของความสังเกตร่างกายและจิตใจของผู้ป่วยเอง
รวมทั้งแนวคิดทางพุทธศาสนาที่ท่านผู้เขียนนำมาประยุกต์ใช้
สร้างความองอาจ กล้าหาญ ให้ตนเอง
ในการที่จะเผชิญหน้ากับความตายอย่างไม่หวาดหวั่น พรั่นพรีง

น่าเสียดายที่ดิฉันไม่มีโอกาสติดตามว่า
ขณะนี้ ท่านยังมีชีวิตอยู่โดยปราศจากโรคร้ายหรือไม่
ทราบแต่เพียงจากหนังสือที่ท่านตีพิมพ์เผยแพร่ในขณะนั้นว่า
.....ท่านมีสุขภาพแข็งแรงดี

ก่อนปิดกระทู้ ขอนำกลอนจากหนังสือเล่มที่กล่าวไว้ มาลงให้ท่านได้อ่าน
และพิจารณาเพิ่อเป็นสารัตถะแห่งชีวิตและการทำงานโดยไม่ประมาท
หรือหลงเพลินในชีวิต จนลืมไปว่ามัจจุราช
คือ ความตายนั้นมาถึงใคร เมื่อไร ไม่มีข้อจำกัด ข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น...

มีทุกข์ปล่อยทุกข์ได้ชัดเจน
ไม่อยากมีอยากเป็น สงบได้
เห็นแจ้งขัดกฎเกณฑ์ธรรมชาติ
สติสอดส่องให้ชัดแจ้งใจจริง (สำนวนเก่า)

อวิชชาเป็นเหตุให้ เกิดทุกข์
เป็นสิ่งที่รานรุก จิตร้อน
เพราะความอยากได้สุข กันอยู่ เสมอแล
จึงเที่ยวหาเหยื่อป้อน ซ่อนไว้เผาลน (ก.เขาสวนกวาง)

ความเอ๋ย ความอยาก
ใจแห้งผากเพราะอยากได้ไม่หน่ายหนี
อยากได้รสกามคุณวุ่นเต็มที
ความอยากมีเผาใจอยู่ไม่วาย
อารมณ์ทั้งดีชั่วยั่วยวนจิต
ของเสพติดเร้าใจให้กระหาย
อยากได้สุขแค่เนื้อหนังหวังสบาย
ต้องติดตายเหมือนมดหลงรสเลย (ก.เขาสวนกวาง)

ชีวิตนี้ท่องเที่ยวในเกลียวหมุน
มีบาปบุญวุ่นวายคล้ายจักรผัน
อันมีเหตุปัจจัยปรุงแต่งกัน
ชีวิตนั้นเสื่อมสลายไม่คงทน
หมั่นเพียรเพ่งพินิจจิตวิญญาณ
รู้อาการเกิดดับอย่าสับสน
จงปล่อยวางขันธ์ห้าอย่ากังวล
ไม่ยึดถือตัวตนพ้นทุกข์เอย (ก.เขาสวนกวาง)

ความเป็นอยู่แห่งผู้ ประพฤติธรรม
มีสัจจะประจำ จิตไว้
เห็นถูกชัดแจ้งนำ ออกจากโลกนา
เลิกรักเลิกชังให้ หมดสิ้นตัวตน (ก.เขาสวนกวาง)

สิ่งล่วงแล้วแล้วไปอย่าใฝ่หา
ที่ไม่มาก็อย่าพึงคะนึงหวัง
อันวันวานผ่านพ้นไม่วนวัง
วันข้างหน้าหรือก็ยังไม่มาเลย
ผู้ใดเฟ้นเห็นชัดปัจจุบัน
เรื่องนั้นนั้นแจ่มกระจ่างอย่างเปิดเผย
ไม่ง่อนแง่นคลอนคลั่งดั่งเช่นเคย
รู้แล้วเลยยิ่งเร้าให้ก้าวไป
วันนี้เองเร่งกระทำซึ่งหน้าที่
อันวันตายแม้พรุ่งนี้ใครรู้ได้
เพราะไม่อาจบอกปัดหรือผลัดไว้
ต่อความตายและมหาเสนามัน (พุทธทาสภิกขุ)

คัดลอกจาก...
http://www.med.cmu.ac.th/ethics/story-t ... php?No=212

:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 ส.ค. 2009, 12:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ม.ค. 2008, 20:41
โพสต์: 448

ที่อยู่: bangkok, Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


อันตรายอาหารเนื้อสัตว์ ก่อให้เกิดโรคมะเร็งร้ายหลาย ๆ ชนิด
----ยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญ และ ทีมคณะแพทย์ชื่อดังระดับโลกที่ทำการศึกษาวิจัยจากผู้ ป่วยกว่า 500000 คนท่วโลก ใช้เวลากว่า 7 ปี โดยทีมนักวิทยาศาสตร์ แพทย์ กว่า 12000 คน

น่ากลัวคาดว่าจะมีผู้ป่วยรายใหม่ ๆ เพิ่มอีกกว่า
เนื้อสัตว์ เป็นบ่อเกิด ต้นตอของนานาโรคร้ายหลากหลายชนิด
เช่นโรคมะเร็ง เต้านม มะเร็งลำไส้ มะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งต่อมน้ำเหลือง
และจากการวิจัยล่าสุดโดยมหาวิทยาลัยแพทย์ ฮาวาด์ แห่งสหรัฐ และ
มหาลัยแพทย์ ลีด แห่ง ประเทศอังกฤษ เนื้อสัตว์ ยังเป็นต้นเหตุหลัก ๆ ของ
มะเร็งต่อมลูกหมาก และ มะเร็งรังไข่

ข้อมูลโดยมหาลัยแพทย์ชื่อดังระดับโลก
มหาลัยเทกซัส สหรัฐ
มหาลัยชิคาโก สหรัฐ
มหาลัยฮาวาย สหรัฐ
มหาลัยฮาววาด สหรัฐ
มหาลัยแพทย์ แห่งออสเตอเรีย
มหาลัยคิวเบค แห่งแคนาดา
มหาลัยออกฟอร์ด แห่งอังกฤษ
มหาลัยลีด แห่งอังกฤษ
มหาลัยแฟงค์เฟิต แห่งเยอรมัน

โดยการสนับสนุนสถาบันวิจัย โรคมะเร็ง แห่งสหรัฐ
National Cancer Research Institue - USA
สถาบันโรคมะเร็ง แห่ง WHO
The World Cancer Research Fund ( WCRF )
และวารสารสุขภาพชื่อดังระดับโลกกว่า 100 ฉบับรวมถึง
เอกสารทางการแพทย์ จากมหาวิทยาลัยแพทย์ชื่อดังก้องโลก

ไม่กินเนื้อสัตว์ แล้วเราจะตายหรือไม่ (พุทธศาสตร์+วิทยาศาสตร์

มุมมองความเห็นจากพระสงฆ์ไทย

และจากพระ อาจารย์ บัญฑิต พระฝรั่งชาวอังกฤษ

อดีตผู้อุปถาฐพระอาจารย์ สุเมโท พระฝรั่งตะวันตกพระลูกศิษย์ รุ่นบุกเบิก
พระอาจารย์ ชา แห่งวัดป่านานาชาติ
ขณะนี้จำพรรษาอยู่ที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ

ได้ให้ข้อมูลว่าขณะนี้ประเทศอังกฤษ ประชากรกว่า40% หรือเกือบ 30 ล้านคน
ได้ละเลิกการบริโภคเนื้อสัตว์ มาเป็นอาหารมังสะวิรัติ
ปลอดเนื้อสัตว์ เพื่อสุขภาพ และ หวั่นเกรงมหันตภัยโรคร้าย
จากเนื้อสัตว์ ที่เคยคุกคามฆ่าชีวิตชาวอังกฤษเป็นจำนวนมากจากโรคมะเ ร็ง ไขมันอุดตัน โรคหัวใจ ปีละจำนวนมาก ๆ ต่อเนื่องด้วยโรควัวบ้าระบาด เมื่อ 6 ปีก่อน และอีก 3 ปีถัดมาโรคไข้หวัดนกระบาด ทำให้ชาวอังกฤษหวาดผวาภัยจากเนื ้อสัตว์

ข้อมูลที่น่าสนใจในเวปข้างล่าง

http://www.watisan.com/wizContent.as...&txtmMenu_ID=7

http://www.watisan.com/showdetail.asp?boardid=1080


**********************************************

ยังมีข้อมูลอีกมากมายนับไม่ถ้วน อาจมากกว่า 100 บทความ
ที่มีการศึกษาวิจัยอย่างกว้างขวางทั้งในยุโรป อเมริกา แคนาดา และออสเตอเรีย
ถึงผลร้ายของการบริโภคเนื้อสัตว์ในเชิง สุขภาพ และการระบาดของโรคมะเร็งร้าย นอกจากโรคไขมันอุดตัน โรคหัวใจ อันเป็นผลจากเนื้อสัตว์

แต่ไทยเรากลับปิดปากเงียบ ไม่มีการเปิดเผยข้อมูล อันน่ารู้นี้ มีแต่เฉพาะ
วงการแพทย์ ที่หันหลังการบริโภคเนื้อสัตว์ มาเป็นอาหารปลอดเนื้อสัตว์

ที่แน่ ๆ การบริโภคเนื้อสัตว์ นอกจากผลดีต่อสุขภาพ ยังเป็นการละบ่วงเวรกรรม
จากการร่วมทำลายล้าง สัตว์อื่น ๆ

โรคมะเร็ง ต้นเหตหลักที่แท้จริงจากงานศึกษา วิจัยโรคมะเร็ง สาเหตุหลัก ของการก่อตัวของโรคร้ายต่อมนุษย์

จากงานศึกษา วิจัยโรคมะเร็ง สาเหตุหลัก ของการก่อตัวของโรคร้ายต่อมนุษย์
โดยคณะนักวิทยาศาสตร์ ทีมคณะแพทย์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก จากหลายหลาย
มหาวิทยาลัยแพทย์ชื่อดังก้องโลก โดยทุนสนับสนุนจาก สถาบันต่อต้านโรคมะเร็งแห่งโลก (The World Cancer Research Fund (WCRF)

รายละเอียดหาอ่านได้จากข้อมูลในเวป

http://www.dhammajak.net:80/board/viewtopic.php?t=14583

http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=17241

http://www...agalico.com/ board/showthread.php?t=22743



http://board.palungjit.com/showthread.php?t=145201

http://www...agalico.com/board/showthread.php?t=22040


On :


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร