วันเวลาปัจจุบัน 17 พ.ย. 2019, 14:49  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ก.พ. 2015, 10:21 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4894

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

หลวงปู่บุญมา สุชีโว
วัดสามัคคีสิริมงคล (วัดป่าสุขเกษม)
บ้านสุขเกษม ต.หนองบัว อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู



ประวัติโดยสังเขป
(บันทึกเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๖)

หลวงปู่บุญมา สุชีโว พระมหาเถระผู้สันโดษและเคร่งครัดในพระธรรมวินัย
ศิษย์ในองค์หลวงปู่ขาว อนาลโย แห่งวัดถ้ำกลองเพล จ.หนองบัวลำภู
มีสหธรรมมิกคือ หลวงปู่สรวง สิริปุญโญ แห่งวัดศรีฐานใน จ.ยโสธร
ปัจจุบันสิริอายุของหลวงปู่ ๘๑ ย่าง ๘๒ ปี พรรษา ๖๒
ท่านถือกำเนิดเมื่อวันเสาร์ที่ ๒๘ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๗๕
ตรงกับวันแรม ๙ ค่ำ เดือน ๖ ปีวอก จุลศักราช ๑๒๙
ที่บ้านศรีฐาน ต.ศรีฐาน อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร


:b44: :b44:

หลวงปู่บุญมาท่านเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับ หลวงปู่สรวง สิริปุญโญ
โดยหลวงปู่มีอายุอ่อนเดือนกว่าแต่บวชก่อนหลวงปู่สรวง
จึงมีพรรษามากกว่าหลวงปู่สรวงราว ๕ เดือน

ท่านเข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ
เมื่อวันที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๖ เวลา ๑๗.๒๐ น.
ที่วัดศรีฐานใน บ้านศรีฐาน ต.ศรีฐาน อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร
โดยมี พระครูชโยบลบริบาล เป็นพระอุปัชฌาย์
ได้รับนามฉายาว่า “สุชีโว” แปลว่า “ผู้มีชีวิตอันงาม”

หลังจากอุปสมบทแล้ว ท่านก็ได้ไปศึกษาธรรมกับพ่อแม่ครูอาจารย์หลายๆ รูป
เช่น หลวงปู่สิงห์ ขันตยาคโม, หลวงปู่ขาว อนาลโย, หลวงปู่ฝั้น อาจาโร,
หลวงปู่ชอบ ฐานสโม, หลวงปู่คำดี ปภาโส, หลวงพ่อคำพอง ติสฺโส,
หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ, หลวงปู่สุภาพ ธัมมปัญโญ,
พระอาจารย์บุญช่วย ธัมมวโร และพระอาจารย์สิงห์ทอง ธัมมวโร เป็นต้น
โดยเฉพาะพระอาจารย์บุญช่วย และพระอาจารย์สิงห์ทอง
ครูบาอาจารย์ทั้งสองรูปนี้หลวงปู่บุญมาท่านได้ติดตามศึกษาข้อวัตรปฏิปทา
และขอรับโอวาทธรรมจากท่านทั้งสองนานที่สุด
เนื่องจากท่านทั้งสองเป็นคนบ้านเดียวกันกับหลวงปู่บุญมา คือ บ้านศรีฐาน

ต่อมาเมื่อพระอาจารย์บุญช่วย ธัมมวโร ได้ถึงแก่มรณภาพ
ท่านได้ช่วยงานศพกระทั่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว
จึงได้ธุดงค์ไปที่หนองบัวลำภู ภูเวียง ปฏิบัติธรรมอย่างหนักหน่วง
แล้วธุดงค์ต่อไปทางเมืองเลย ไร่ม่วง ผาบิ้ง

จากนั้นลงไปภาคใต้ ไป อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา
อยู่กับหลวงพ่อคำพอง ติสฺโส เพื่อฟังธรรมกับหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี
ไปภูเก็ตกลับมาพังงาทำความเพียรอดนอนผ่อนอาหารอย่างหนัก
พบหลวงปู่มหาเจิม ปัญญาพโล ที่วัดแหลมสัก จ.นครศรีธรรมราช
ได้เกิดนิมิตและความรู้ภายในมากมาย

ต่อมากลับภาคอีสาน เพื่อร่วมงานประชุมเพลิงศพหลวงปู่สิงห์ ขันตยาคโม
ที่วัดป่าสาลวัน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา
จึงได้พบกับ หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ท่านได้แนะนำธรรม
แล้วธุดงค์ไปกับหลวงปู่สิงห์ทอง ธัมมวโร ไปบ้านห้วยทราย อ.คำชะอี

จากนั้นไปอยู่ภูจ้อก้อกับหลวงปู่หล้า เขมปัตโต
แล้วธุดงค์กลับมาอยู่วัดป่าแก้วชุมพล
และไปอยู่ถ้ำกลองเพล ร่วมกับหลวงปู่ขาว อนาลโย,
หลวงปู่จวน กุลเชฏโฐ, หลวงปู่จันทา ถาวโร,
หลวงปู่บุญมา คัมภีรธัมโม, หลวงปู่บุญพิน กตปุญโญ,
หลวงปู่วิไลย์ เขมิโย, หลวงปู่ทุย ฉันทกโร

และได้เข้ากราบฟังธรรมกับหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี หลายวาระด้วยกัน
หลวงปู่ได้ธุดงค์ไปอยู่ภูเก้าถึง ๑๓ ปี เร่งภาวนาเดินจงกรมทั้งวันทั้งคืน

ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ ปี พ.ศ. ๒๕๓๖-๒๕๔๒
มาอยู่กับหลวงปู่ถิร ฐิตธัมโม ที่วัดทิพยรัฐนิมิตหรือวัดบ้านจิก
ทำให้ท่านเป็นที่รู้จักของชาวอุดรธานี พอสมควร
เวลาหลวงปู่ถิรจะบวชพระท่านจะให้พระอาจารย์บุญช่วย ธัมมวโร
มาบวชให้เพราะหลวงปู่ถิรท่านไม่ได้เป็นพระอุปัชฌาย์

ครั้นเมื่อหลวงปู่ถิรละสังขาร หลวงปู่ท่านก็ได้ไปอยู่ที่ อ.พรรณานิคม
ต่อมากลับมายังบ้านเกิด ไปอยู่วัดป่านิคมวนาราม จ.ยโสธร
หลังจากนั้นหลวงปู่ท่านได้มาอยู่วัดสามัคคีสิริมงคลหรือวัดป่าสุขเกษม
จ.หนองบัวลำภู ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๖ กระทั่งถึงปัจจุบัน


จะเห็นว่าโดยปฏิปทาแล้วหลวงปู่บุญมาท่านรักสันโดษ
มักเดินธุดงค์ไปหลายแห่ง เปลี่ยนที่อยู่ตลอด
จึงไม่ค่อยมีคนรู้จักท่านเท่าไหร่
ทั้งที่ท่านนับว่ามีอาวุโสสูงในสายกรรมฐานในปัจจุบัน


ท่านไม่ยึดติด และปฏิเสธเรื่องวัตถุมงคล
ท่านเร่งความเพียรอย่างหนักอยู่บนภูเก้า
ที่มีสิงสาราสัตว์อันตรายมากมายอยู่นานถึง ๑๓ ปี
แล้วต่อมาท่านก็ลงจากภูเก้า

ตลอดเวลาของการดำรงเพศบรรพชิตของหลวงปู่
ท่านได้เมตตาบรรพชาอุปสมบทให้แก่กุลบุตรเป็นจำนวนมาก
อีกทั้งยังแนะนำพร่ำสอนการปฏิบัติกรรมฐานจวบจนถึงปัจจุบัน
ทั้งนี้ ได้มีศิษย์ที่ท่านให้การอุปสมบทและแนะนำพร่ำสอน
จนกลายเป็นร่มไม้ใหญ่ให้ความร่มเย็นแก่ผู้อื่นต่อไป
คือ พระอาจารย์สมเกียรติ (เต๋อ) ชิตมาโร แห่งวัดป่าถ้ำพระเทพนิมิตร
หรือวัดถ้ำพระตาลเลียน บ้านทุ่งตาลเลียน ต.ตาลเลียน อ.กุดจับ จ.อุดรธานี
และพระอาจารย์พเยาว์ โชติวโร แห่งวัดป่าศิลาวาส
บ้านดินทรายอ่อน (เหนือ) ต.หัวนา อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู
ซึ่งพระอาจารย์ทั้งสองรูปนี้ถือเป็นศิษย์เอกของหลวงปู่เลยทีเดียว

ปัจจุบันหลวงปู่ยังมีสุขภาพแข็งแรง หูตาดี ให้ความเมตตาแก่ชนทุกชั้น
เป็นร่มโพธิ์ใหญ่ที่ยังให้ร่มเงาของสายกรรมฐาน
และเป็นพระมหาเถระที่มีอาวุโสลำดับที่สองใน จ.หนองบัวลำภู
รองจากหลวงปู่บุญเพ็ง เขมาภิรโต วัดถ้ำกลองเพล


รูปภาพ

“บ้านศรีฐาน” ถิ่นกำเนิดนักปราชญ์
ครูบาอาจารย์สายท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต


ครั้งเมื่อเมืองเวียงจันทน์ ประเทศลาว ได้เกิดสงครามภายในขึ้น
มีการสู้รบเพื่อแย่งชิงอำนาจซึ่งกันและกัน สงครามได้ขยายตัวไปอย่างกว้างขวาง
และสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนผู้รักความสงบโดยรอบ
ประชาชนผู้ประสบภัยสงครามจึงได้พากันอพยพข้ามฝั่งมาเป็นจำนวนมาก
สันนิษฐานว่าประชาชนกลุ่มนี้ อาจเป็นกลุ่มที่นำโดยเจ้าพระวอ เจ้าพระตา
โดยได้ทำการต่อสู้กับกองทัพทหารบ้าง ถอยบ้าง จนมาถึงบริเวณหนองพลับ
และได้เห็นพ้องกันว่าเป็นสถานที่ที่มีความปลอดภัย
อีกทั้งมีความอุดมสมบูรณ์ จึงได้สร้างหลักฐานจนกลายเป็นชุมชนขึ้นมา
พร้อมกันนี้ก็ได้สร้าง “วัดดงศิลาเลข” ขึ้นมา
(ปัจจุบันได้ร้างไปแล้ว) เพื่อเป็นศูนย์รวมของชุมชน

ในขณะนั้นมีชาวบ้านที่อพยพมาในครั้งนั้น ชื่อ “ขุนศรี”
ซึ่งมีฝืมือในการล่าสัตว์ โดยจะออกล่าสัตว์ตามสถานที่ต่างๆ
เช่น หนองแสง หนองสะพัง หนองนา โดยเฉพาะที่หนองนานั้น
มีสัตว์อยู่ชุกชุมเพราะเป็นสถานที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์มากกว่าที่อื่น
ขุนศรีจึงได้สร้างที่พักใกล้บริเวณหนองนาเพื่อสะดวกในการล่าสัตว์
ต่อมาก็มีผู้คนได้อพยพตามขุนศรีมาเป็นจำนวนมาก
จนกลายเป็นหมู่บ้านใหม่ขึ้นมาชื่อ “บ้านศรีฐาน”
โดยมีคำว่า “ศรี” มาจากชื่อของขุนศรี
และคำว่า “ฐาน” มาจากถิ่นฐานที่มีความอุดมสมบูรณ์
จึงกลายเป็น “หมู่บ้านศรีฐาน” ในปัจจุบัน

วัดที่ชาวบ้านได้สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นศูนย์รวมน้ำใจของชาวบ้านนั้น
เดิมมีชื่อว่า “วัดศรีษะเกษ” ซึ่งด้านทิศเหนือของวัดเป็นป่าไม้แดงขึ้นหนาแน่น
เป็นที่อาศัยของสัตว์ต่างๆ เช่น ฝูงลิว กระรอก กระแต เป็นต้น
ชาวบ้านเรียกบริเวณดังกล่าวว่า “ดอนปู่ตา”

ราวปีพุทธศักราช ๒๔๖๙ พระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม
และพระอาจารย์มหาปิ่น ปัญญาพโล พร้อมด้วยคณะพระกรรมฐาน
ได้ออกเที่ยวจาริกเพื่อบำเพ็ญสมณธรรมและเผยแผ่พระศาสนา
กระทั่งได้มาถึงหมู่บ้านแห่งนี้ ท่านทั้งสองเกิดความพอใจบริเวณดอนปู่ตา
เห็นว่าเป็นสถานที่เหมาะสมต่อการภาวนา
พร้อมทั้งยังได้เทศนาสั่งสอนชาวบ้านให้เลิกนับถือผี
แล้วหันมาพึ่งคุณของพระรัตนตรัยแทน และให้เข้าใจวัตรปฏิบัติของพระกรรมฐาน
ภายหลังประชาชนจึงเกิดความเลื่อมใสขึ้น
ทั้งยังได้พร้อมใจกันถวายดอนปู่ตาให้สร้างเป็นวัดขึ้นมา และได้เรียกกันว่า “วัดป่า”

ในขณะนั้นวัดศรีษะเกษซึ่งเป็นวัดเดิม ไม่มีพระจำพรรษาอยู่
ชาวบ้านจึงเห็นควรว่าให้รวมวัดเดิมกับวัดป่าให้เป็นวัดเดียวกัน
เพราะมีเขตติดต่อกันเพื่อสะดวกต่อครูบาอาจารย์ ซึ่งวัดที่เกิดใหม่นี้
ชาวบ้านได้เรียกกันว่า “วัดป่าศรีฐานใน” จนมาถึงปัจจุบันนี้
วัดป่าศรีฐานในจึงเป็นศูนย์รวมจิตใจของศรัทธาญาติโยมชาวบ้านศรีฐาน
และเป็นศูนย์กลางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาตั้งแต่นั้นมา

นับตั้งแต่คณะพระกรรมฐานซึ่งนำโดยพระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม
ได้ให้การอบรมธรรมะแก่ชาวบ้านในครั้งนั้นเป็นต้นมา
จากนั้นได้มีลูกหลานชาวบ้านศรีฐานออกบวช
ประพฤติปฏิบัติภาวนาสืบๆ กันมาเป็นจำนวนมากจนถึงปัจจุบัน
จึงอาจกล่าวได้ว่า “บ้านศรีฐาน” เป็นถิ่นกำเนิดนักปราชญ์โดยแท้
ครูบาอาจารย์ในสายท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ที่เป็นคนบ้านศรีฐาน
ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางของสาธุชน อาทิ


๑. พระอาจารย์สมุห์บุญสิงห์ สีหนาโท วัดป่าศรีฐานใน จ.ยโสธร
(เป็นลูกศิษย์ของพระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม
และเป็นพระอาจารย์รูปแรกของพระอาจารย์สิงห์ทอง ธัมมวโร)

๒. พระอาจารย์บุญช่วย ธัมมวโร วัดป่าศรีฐานใน จ.ยโสธร

๓. พระอาจารย์สอ สุมังคโล วัดศรีฐานใน จ.ยโสธร
(เป็นพระน้าชายแท้ๆ ของหลวงปู่บุญมา สุชีโว
โดยเป็นน้องชายของโยมมารดา)

๔. พระอาจารย์สิงห์ทอง ธัมมวโร วัดป่าแก้วชุมพล จ.สกลนคร

๕. หลวงปู่เพียร วิริโย วัดป่าหนองกอง จ.อุดรธานี

๖. หลวงตาพวง สุขินฺทริโย วัดศรีธรรมาราม จ.ยโสธร
(เป็นพระพี่ชายของหลวงปู่สรวง สิริปุญโญ)

๗. หลวงปู่บุญเพ็ง เขมาภิรโต วัดถ้ำกลองเพล จ.หนองบัวลำภู

๘. หลวงปู่บุญมา สุชีโว วัดสามัคคีสิริมงคล จ.หนองบัวลำภู

๙. หลวงปู่ทองดี วรธัมโม วัดนิคมวนาราม จ.ยโสธร

๑๐. หลวงปู่สรวง สิริปุญโญ วัดศรีฐานใน จ.ยโสธร
(เป็นพระน้องชายของหลวงตาพวง สุขินฺทริโย)

๑๑. หลวงปู่คำพอง (หลวงตาน้อย) ปัญญาวุโธ
วัดป่านานาชาติ รัฐเวอร์จิเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา

๑๒. หลวงปู่อุ่นหล้า ฐิตธัมโม วัดป่าแก้วชุมพล จ.สกลนคร

๑๓. หลวงปู่จวน โชติธัมโม วัดนิคมวนาราม จ.ยโสธร

๑๔. หลวงปู่ทองสี กตปุญโญ วัดป่าสุทธิมงคล จ.ยโสธร
(เป็นพระน้าชายแท้ๆ ของพระอาจารย์สิงห์ทอง ธัมมวโร
และหลวงปู่อุ่นหล้า ฐิตธัมโม)

๑๕. หลวงพ่อทับ ธัมมปทีโป วัดป่าแก้วชุมพล จ.สกลนคร

๑๖. หลวงปู่เบ็ง กัลยาโณ วัดป่ากุสลธโร จ.เลย
(เป็นพระพ่อของพระอาจารย์อุดร วัฑฒโน)

๑๗. พระอาจารย์ประเสริฐ ปวฑัฒโน วัดป่าสุทธิมงคล จ.ยโสธร

๑๘. พระอาจารย์อุดร วัฑฒโน วัดป่ากุสลธโร จ.เลย
(เป็นพระลูกชายของหลวงปู่เบ็ง กัลยาโณ)

หมายเหตุ : หลวงปู่บุญเพ็ง เขมาภิรโต วัดถ้ำกลองเพล
ปัจจุบันท่านเป็นพระมหาเถระชาวบ้านศรีฐาน
ที่มีอายุและพรรษามากที่สุดที่ยังดำรงขันธ์อยู่
รองลงมาคือ หลวงปู่บุญมา สุชีโว วัดสามัคคีสิริมงคล



:b47: :b47:

ขอบคุณที่มา (๑) บันทึกประวัติย่อหลวงปู่บุญมา สุชีโว
จาก Facebook ศิษย์หลวงปู่บุญมา สุชีโว
(๒) หนังสือประวัติวัดป่าศรีฐานใน อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร


= รวมคำสอน “หลวงปู่บุญมา สุชีโว”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=49372

= ประมวลภาพ “หลวงปู่บุญมา สุชีโว”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=38&t=48770

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร