วันเวลาปัจจุบัน 27 มิ.ย. 2019, 03:16  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ก.ค. 2011, 08:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6981

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

ประวัติและปฏิปทา
พระอาจารย์สุโข กตปุญโญ


สำนักปฏิบัติธรรมแก้วมณีนพเก้า (วัดแก้วมณี)
ต.ลาดบัวหลวง อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา



“พระอธิการสุโข กตปุญโญ” หรือ “พระอาจารย์สุโข กตปุญโญ” มีนามเดิมว่า สุโข ทะเสนชัด เกิดเมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๑๒ ตรงกับวันอาทิตย์ ปีระกา ณ บ้านเลขที่ ๐๙๔ หมู่ที่ ๖ บ้านม่วงแยก ต.พราน อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ โยมบิดาชื่อ นายบอ ทะเสนชัด เป็นชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ (ท่านได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุในวัยชราเมื่ออายุ ๕๙ ปี ณ วัดบ้านเสียว ต.เสียว อ.เบญจลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๒๗ มีนามฉายาว่า “สาธโร” ซึ่งแปลว่า “ผู้ดี, ผู้ยังประโยชน์ให้สำเร็จ” และปัจจุบันท่านมรณภาพแล้ว สิริรวมอายุได้ ๖๘ พรรษา ๙) โยมมารดาชื่อ นางคุ้ม เชื้อกูล เป็นชาวจังหวัดศรีสะเกษ

ท่านเป็นบุตรคนเดียวของโยมบิดา-มารดา และมีพี่ชาย-พี่สาวร่วมมารดาเดียวกัน แต่ต่างบิดา อีกจำนวน ๕ คน กล่าวคือ คนแรกเป็นหญิง (เสียชีวิตเมื่ออายุ ๒ ปี), คนที่ ๒ เป็นหญิง (เสียชีวิตเมื่ออายุ ๓ ปี), คนที่ ๓ เป็นชายชื่อ นายชิต สินศิริ, คนที่ ๔ เป็นหญิงชื่อ นางบุญมี สินศิริ และคนที่ ๕ เป็นหญิงชื่อ นางประวิทย์ เจริญยิ่ง

• ท่านเติบโตในครอบครัวที่อบอุ่น แม้ฐานะทางบ้านจะยากจนค่อนข้างลำบาก ประกอบอาชีพทำไร่ทำนาเป็นกระดูกสันหลังของชาติ เมื่ออายุถึงเกณฑ์ท่านได้เข้าเรียนที่โรงเรียนประจำหมู่บ้าน คือ โรงเรียนบ้านม่วงแยก ต.พราน อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ จนจบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ แล้วไม่ได้เรียนต่อ จึงได้ช่วยครอบครัวทำไร่ทำนาตามวิถีชีวิตชาวชนบท หลังจากนั้นอีกประมาณ ๒ ปีก็ได้บรรพชาเป็นสามเณร

• อายุ ๑๕ ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดทุ่งเลน บ้านทุ่งเลน ต.พราน อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๒๗ ในงานพิธีผูกพัทธสีมาและปิดทองฝังลูกนิมิตของวัด โดยมีพระครูวัชรินทร์ อภิปุญโญ เป็นพระอุปัชฌาย์ โดยในตอนแรกโยมบิดา-มารดา ตั้งใจจะให้บรรพชาเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่โยมคุณตา เนื่องจากโยมคุณตาของท่านได้เสียชีวิตลงไปก่อนหน้านั้น ในปีเดียวกันนั้นเอง

• อายุ ๒๐ ปีบริบูรณ์ ได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ญัตติมหานิกาย ณ พัทธสีมาวัดเศวตฉัตร แขวงบางลำพูล่าง เขตคลองสาน กรุงเทพฯ เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๗ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๓๒ ตรงกับวันขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเส็ง โดยมี พระเทพเมธี เป็นพระอุปัชฌาย์ และ พระครูวิสุทธิคุณ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้รับนามฉายาว่า “กตปุญโญ” ซึ่งแปลว่า “ผู้มีบุญอันได้กระทำแล้ว, ผู้ทำบุญไว้แล้วแต่ปางก่อน”

ท่านตั้งจิตปรารถนาไว้ตั้งแต่ครั้งยังเป็นสามเณรว่า “เมื่ออาศัยผ้าเหลืองเลี้ยงชีวิต อยากให้ผ้าเหลืองอาศัยเราบ้าง” ซึ่งหมายถึง ท่านมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะกล่าวธรรม แสดงธรรม เพื่อการเผยแผ่และช่วยเหลือเกื้อกูลพระศาสนา จึงเป็นเหตุทำให้ท่านเริ่มฝึกฝนการเทศน์ตามคัมภีร์ใบลานและศึกษาภาษาขอม ตั้งแต่เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๗ เป็นต้นมา

• ท่านได้ตั้งใจศึกษาพระปริยัติธรรม กระทั่งสามารถสอบไล่ได้นักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ตามลำดับ ณ สำนักศาสนศึกษาวัดบ้านดอนข่า ต.พราน อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ ภายในปี พ.ศ.๒๕๓๒ ทั้งนี้ ด้วยท่านพิจารณาเห็นว่าได้ศึกษาพุทธประวัติและธรรมะในเบื้องต้นพอเป็นแนวทางปฏิบัติแล้ว จึงตัดสินใจหันมาปฏิบัติธรรมและปฏิบัติธุดงค์อย่างจริงจังเพื่อแสวงหาพระสัทธรรม

• ท่านเป็นพระนักเทศน์ โดยเริ่มเทศน์ครั้งแรกตั้งแต่เป็นสามเณร เมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๒ เรื่อยมา จนกระทั่งได้มาเทศน์เผยแผ่ธรรมะทางวิทยุจำนวนหลายสิบสถานี เช่น สถานี พล.ม. ๒ คลื่น AM ๙๖๓, สถานี พล.ม. ๑ คลื่น AM ๑๓๕๐ และสถานี กรมการรักษาดินแดน คลื่น AM ๗๔๗ เป็นต้น จวบจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ ตลอดจนรับกิจนิมนต์ไปแสดงธรรมตามสถานที่ต่างๆ ทั้งใกล้และไกลทั่วประเทศ ชีวิตจึงอยู่กับการเดินทางเพื่อให้ธรรมทานเป็นส่วนมาก รวมทั้งเคยรับกิจนิมนต์ไปแสดงธรรมที่ประเทศพม่าและมาเลเซีย เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๐-๒๕๔๑

ท่านเน้นการสอนหลักพระธรรมที่สร้างกำลังใจให้ “จิต” อดทนหนักแน่นในการเพียรปฏิบัติธรรมเพื่อสร้างบารมี ทั้งนี้ สำนวนโวหารการกล่าวธรรม การแสดงธรรมของท่าน มีความโดดเด่นในข้ออรรถ ข้อธรรม มีความไพเราะจับใจ เยือกเย็น สงบเย็น และมีความหลากหลาย

• ท่านเป็นพระนักปฏิบัติ ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบและเคร่งครัดในพระธรรมวินัยรูปหนึ่ง ซึ่งแนวทางการปฏิบัติธรรมของท่าน ตั้งแต่เป็นสามเณรเริ่มต้นจากการปฏิบัติเจริญสมถกรรมฐาน บริกรรม “สัมมาอะระหัง วา” เมื่อได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุพรรษาแรกจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ ท่านปฏิบัติตามแนวการเจริญอานาปานสติกรรมฐาน ควบกับการพิจารณาอาการ ๓๒ และแผ่เมตตาพรหมวิหารเป็นประจำ ทั้งนี้ ท่านยังได้เพียรเสียสละมุ่งมั่นปฏิบัติตนเป็นครูบาอาจารย์ที่มีจิตใจเข้มแข็งหนักแน่น เพื่อนำพาสอนปฏิบัติธรรมและสอนปฏิบัติธุดงค์ให้แก่คณะศิษยานุศิษย์และสาธุชนสายบุญผู้ศรัทธา อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องเรื่อยมา

• ท่านเป็นพระนักพัฒนา ซึ่งเพียรเสียสละมุ่งมั่นอุทิศตนทำงานเพื่อพระศาสนาและสังคม โดยท่านจะรับกิจนิมนต์ไปแสดงธรรมในโครงการอบรมภาคจริยธรรมตามโรงเรียนและสถานศึกษาต่างๆ ทั้งใกล้และไกลทั่วประเทศ และมอบทุนการศึกษาให้กับเด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษา และผู้ด้อยโอกาส เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีโครงการจัดบวชปฏิบัติธรรมให้กับพระภิกษุ สามเณร และสาธุชนสายบุญผู้ศรัทธา ในวันสำคัญทางศาสนาและในโอกาสอันควรอย่างต่อเนื่องตลอดปี นอกจากนี้แล้วท่านยังได้พัฒนาและบูรณปฏิสังขรณ์ศาสนสถาน ศาสนวัตถุ และเสนาสนะทั่วไป ทั้งภายในและภายนอกสำนักฯ

รูปภาพ
พระอาจารย์สมภพ โชติปัญโญ


• ทุกๆ ครั้งที่ท่านนำพาคณะศิษยานุศิษย์และสาธุชนสายบุญผู้ศรัทธา เดินทางไปปฏิบัติธรรมนอกสถานที่ ไม่ว่า ณ ที่หนแห่งใดก็ตาม สิ่งที่คณะผู้ร่วมเดินทางทุกคนได้พบเห็นอยู่เสมอ อันนำมาซึ่งความปีติภาคภูมิใจยิ่งในกุศลเจตนา ก็คือ นอกจากการได้ปฏิบัติธรรมแล้ว ท่านยังได้นำพาคณะผู้ร่วมเดินทางทุกคนให้ร่วมเป็นเจ้าภาพในการสร้างถาวรวัตถุ เสนาสนะทั่วไป และในศาสนกิจอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับสถานที่นั้นๆ

อาทิเช่น งานเสขะปฏิปทา ซึ่งเป็นงานปฏิบัติธรรมประจำปี จัดขึ้นประมาณวันที่ ๘-๑๘ มกราคม ของทุกๆ ปี เป็นเวลา ๑๐ วัน ณ วัดไตรสิกขาทลามลตาราม ต.บ้านแพด อ.คำตากล้า จ.สกลนคร อันเป็นสถานที่พำนักจำพรรษาของ พระอาจารย์สมภพ โชติปัญโญ เพื่อให้การศึกษาอบรมภาคปฏิบัติแก่พระนิสิตที่กำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) วิทยาลัยสงฆ์นครพนม วัดพระธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ซึ่งงานเสขะปฏิปทานี้ จะมีทั้งพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา จากทั่วทุกสานุทิศ รวมทั้งพระนิสิตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) วิทยาลัยสงฆ์นครพนม เดินทางมาปฏิบัติธรรมเป็นจำนวนมากกว่าสองพันชีวิต จึงทำให้ภัตตาหารและอาหาร รวมทั้งสถานที่ต้อนรับและห้องน้ำไม่เพียงพอสำหรับผู้มาปฏิบัติธรรม เนื่องจากวัดไตรสิกขาฯ ตั้งอยู่บนภูเขา อยู่ห่างไกลจากหมู่บ้านค่อนข้างกันดาร

เมื่อทราบเช่นนั้น ท่านก็รวบรวมปัจจัยจากคณะศิษยานุศิษย์และสาธุชนสายบุญผู้ศรัทธา เพื่อเป็นค่าภัตตาหารและค่าอาหารให้แก่พระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกาผู้มาปฏิบัติธรรม จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท และจัดการเรียกช่างที่อยู่ทางสำนักปฏิบัติธรรมแก้วมณีนพเก้า (วัดแก้วมณี) ให้เดินทางมาก่อสร้างห้องน้ำจำนวน ๕๐ ห้องทันที ทั้งนี้ ท่านมีโครงการจะมอบปัจจัยเพื่อเป็นค่าภัตตาหารและค่าอาหารฯ แด่วัดไตรสิกขาฯ ในงานเสขะปฏิปทาเป็นประจำทุกปี จำนวนปีละ ๑๐๐,๐๐๐ บาทเป็นอย่างน้อย รวมทั้ง จะก่อสร้างห้องน้ำไว้ ณ วัดไตรสิกขาฯ ให้ครบทั้งหมดจำนวน ๑๐๐ ห้อง เป็นต้น จึงถือได้ว่าท่านเป็นพระนักพัฒนาที่ควรค่าแก่การยกย่องโดยแท้ แม้ว่าท่านจะมีอายุและพรรษาไม่มากนัก แต่ก็มิได้เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด

• ท่านมีจริยาวัตรอันงดงามควรแก่การเคารพกราบไหว้ มีปกติเบิกบานและเมตตาอยู่เสมอ มีความว่องไว มีความอดทน และอุปนิสัยที่โดดเด่นที่สุดที่เป็นแบบอย่างที่ดีงามให้แก่คณะศิษยานุศิษย์และสาธุชนสายบุญผู้ศรัทธา ก็คือ การเป็นผู้มีความกตัญญูกตเวทีต่อบุพการีเป็นอย่างยิ่ง

ส่วนในเรื่องความเมตตาของท่านนั้น ท่านจะมีเมตตาต่อคณะศิษยานุศิษย์และสาธุชนสายบุญผู้ศรัทธาทุกคนโดยเสมอภาคตลอดมา ซึ่งจะเห็นเด่นชัดในกรณีที่บุคคลใดก็ตามที่เดือดร้อน หรือเกิดปัญหาไม่ว่าเรื่องใดๆ แล้วไปหาท่าน ถ้าช่วยเหลือได้ท่านจะให้ความช่วยเหลือทันที รวมทั้ง ท่านจะใช้หลักพระธรรมอบรมสั่งสอน เตือนใจให้เกิดสติปัญญา เพื่อนำไปประยุกต์ใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว

• หลักพระธรรมเพื่อความพร้อมเพรียงของหมู่คณะ ที่ท่านได้คอยอบรมพร่ำสอนให้แก่คณะศิษยานุศิษย์และสาธุชนสายบุญผู้ศรัทธาเป็นประจำ จะเน้นถึงความเข้าใจซึ่งกันและกัน ให้อยู่ด้วยกันอย่างปรองดอง รู้รักสมานสามัคคี และอ่อนน้อมถ่อมตน เพราะถ้าหากขาดสิ่งเหล่านี้แล้วจะทำการสิ่งใดย่อมไร้ผลทั้งสิ้น

• ในวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ของทุกๆ ปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของท่าน คณะศิษยานุศิษย์และสาธุชนสายบุญผู้มีจิตศรัทธาเลื่อมใส จะร่วมกันจัดงานแสดงมุทิตาสักการะและปฏิบัติธรรมเพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา และอาจาริยบูชา

ผลงานการเผยแผ่ธรรมด้านหนังสือ
พ.ศ.๒๕๔๗ ::
- คลายอารมณ์ร้าย
- ธรรมะสำหรับอุบาสิกา
- ทำแท้งบาปมากมั้ยหนอ

พ.ศ.๒๕๔๘ ::
- กล่าวถึงพระคุณแม่
- พระมหากัปปินเถระ เอตทัคคะในทางผู้ให้โอวาทแก่ภิกษุ
- พระราหุลเถระ เอตทัคคะในทางผู้ใคร่ในการศึกษา

รูปภาพ
พระเทพวรมุนี (วิบูลย์ กลฺยาโณ)


ลำดับงานด้านการปกครอง
- เมื่อช่วงเข้าพรรษาของปี พ.ศ.๒๕๔๒ ท่านได้รับนิมนต์จากแม่ชีอุบล แก้วมณี และคณะสายบุญ ให้มาเป็นประธานสงฆ์ ณ สำนักปฏิบัติธรรมแก้วมณีนพเก้า (วัดแก้วมณี) ทั้งนี้ แม่ชีอุบล แก้วมณี และคณะสายบุญ เป็นผู้มีศรัทธาถวายที่ดินจำนวน ๓๒ ไร่ ตั้งแต่เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๙ เพื่อก่อตั้งเป็นสำนักปฏิบัติธรรมแก้วมณีนพเก้า (วัดแก้วมณี) ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๗ คณะศิษยานุศิษย์และสาธุชนสายบุญผู้ศรัทธาได้ร่วมกันจัดซื้อที่ดินเพิ่มเติมเพื่อขยายเนื้อที่ของสำนักฯ อีกจำนวน ๑๐ ไร่ ดังนั้น ปัจจุบันเนื้อที่ของสำนักฯ มีรวมทั้งหมดจำนวน ๔๒ ไร่

- เมื่อปลายปี พ.ศ.๒๕๔๙ พระเทพวรมุนี (วิบูลย์ กลฺยาโณ) เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ฝ่ายมหานิกาย ในขณะนั้น ได้มีหนังสือแต่งตั้งให้ท่านดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดสุพรรณรัตน์ (วัดบ้านพราน) ต.พราน อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ สืบแทนตำแหน่งที่ว่างลง ขณะเดียวกันท่านยังคงรับหน้าที่ปกครองดูแลในฐานะประธานสงฆ์ สำนักปฏิบัติธรรมแก้วมณีนพเก้า (วัดแก้วมณี) อยู่เช่นเดิม

• สำนักปฏิบัติธรรมแก้วมณีนพเก้า (วัดแก้วมณี) เลขที่ ๕๙/๑ หมู่ที่ ๕ ต.ลาดบัวหลวง อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ๑๓๒๓๐ ตั้งอยู่กลางทุ่งนา แวดล้อมไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ เงียบสงบ และร่มรื่น เดิมมีชื่อว่า สำนักปฏิบัติธรรมแก้วมณีนนท์นพเก้า ครั้นเมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๒ ได้มีการเปลี่ยนชื่อสำนักฯ ใหม่เพื่อความเหมาะสมยิ่งขึ้น เป็น “สำนักปฏิบัติธรรมแก้วมณีนพเก้า” และใช้ชื่อนี้เรื่อยมาจวบจนถึงปัจจุบัน

:b8: :b8: :b8:

:b40: แผนที่สำนักปฏิบัติธรรมแก้วมณีนพเก้า (วัดแก้วมณี)
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=18618

:b40: รายการวิทยุธรรมะ (พระอาจารย์สุโข กตปุญโญ)
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=18620

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร