วันเวลาปัจจุบัน 21 ส.ค. 2019, 23:05  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ธ.ค. 2009, 13:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ธ.ค. 2009, 19:12
โพสต์: 2

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


แนบไฟล์:
คำอธิบาย: พระครูโสรัจธรรมานุกูล (หลวงพ่อเจียม สันติธัมโม)
.jpg
.jpg [ 36.97 KiB | เปิดดู 5441 ครั้ง ]

ประวัติและปฏิปทา
พระครูโสรัจธรรมานุกูล (หลวงพ่อเจียม สันติธัมโม)

วัดกะมอล
บ้านกะมอล ต.ทุ่งใหญ่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ


พระครูโสรัจธรรมานุกูล (หลวงพ่อเจียม สันติธัมโม) เจ้าอาวาสวัดกะมอล บ้านกะมอล ต.ทุ่งใหญ่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เป็นพระเถระที่เคร่งครัดในการปฏิบัติธรรม เดิมท่านได้เดินธุดงค์อยู่ในป่าแถบประเทศเขมร และชายแดนประเทศไทย อยู่นานหลายสิบปี จนได้พบและเป็นสหธรรมิกกับ หลวงปู่สรวง ซึ่งชาวบ้านแถบชายแดนเขมรให้ความเคารพศรัทธานับถือ และเรียกท่านว่าเป็นผู้วิเศษ "เทวดาเล่นดิน"
หลวงพ่อเจียม ได้ใช้ชีวิตธุดงค์อยู่ในป่าตลอดมา จนกระทั่งไปปักกลดอยู่บน เขาพระวิหาร นานหลายปี ก่อนที่จะธุดงค์ลงมาสร้างวัดขึ้นที่หมู่บ้านเล็กๆ ใกล้กับเขาพระวิหาร ซึ่งปัจจุบันนี้ก็คือ วัดกะมอล นั่นเอง
หลวงพ่อเจียมเป็นพระบริสุทธิสงฆ์ผู้มีธรรมะและญาณสมาบัติสูง เป็นที่พึ่งพาอาศัยของชาวบ้านย่านนั้นใครมีเรื่องทุกข์ร้อนใจอะไรเมื่อได้มากราบท่านก็จะคลายทุกข์ได้รับคำแนะนำทุกคน นอกจากนี้ท่านยังเป็นผู้มีความรู้ความชำนาญทางไสยเวทย์วิทยาคมมาก เพราะได้ศึกษามากับบรรดาพระเกจิอาจารย์ที่ธุดงค์และพบกันในป่ามากมายหลายท่านด้วยกัน

แนบไฟล์:
คำอธิบาย: ขณะหลวงปู่เสกวัตถุมงคล
.jpg
.jpg [ 38.72 KiB | เปิดดู 5481 ครั้ง ]

ขณะหลวงปู่ปลุกเสกวัตถุมงคล

*หลวงพ่อเจียม ได้ใช้ชีวิตธุดงค์อยู่ในป่าตลอดมา จนกระทั่งได้ไปปักกลดอยู่บนเขาพระวิหารนานหลายปี ก่อนที่จะธุดงค์ลงมาสร้างวัดขึ้นที่หมู่บ้านเล็กๆ ใกล้กับเขาพระวิหาร ซึ่งปัจจุบันนี้ก็คือ วัดบ้านกระมอล นั่นเอง หลวงพ่อเจียมเป็นพระบริสุทธิสงฆ์ผู้มีธรรมะและญาณสมาบัติสูง เป็นที่พึ่งพาอาศัยของชาวบ้านศิษยานุศิษย์ นอกจากนี้ท่านยังเป็นผู้มีความรู้ความชำนาญทางไสยเวทย์วิทยาคมมาก เพราะได้ศึกษามาจากพนมกุเลนและพนมตะแบงประเทศกัมพูชา อันเป็นสถานซึ่งเป็นศูนย์รวมผุ้เรืองเวทวิทยาอาคมชั้นสูงที่มีแต่ครูบาอาจารย์ผู้เรืองเวทย์และท่านได้ศึกษากับพระเกจิอาจารย์ในสมัยก่อน เช่น สมเด็จพระสังฆราชจวนนาถมหาเถระ วัดอุนุโลม กัมพูชา หลวงปู่ใหญ่ฤาษีพนมตะแบง หลวงปู่หมาน วัดบ้านทุ่งใหญ่ หลวงปู่มุม วัดปราสาทเยอ หลวงปู่สังข์ สุริโย วัดนากันตรม และพระธุดงค์ครูบาอาจารย์ต่างๆ ที่พบกันในป่ามากมายหลายท่านด้วยกัน ดังนั้นในเรื่องของวิชาอาคมไสยเวทย์ต่างๆ หลวงพ่อเจียมจึงมีความรู้ความสามารถมากเป็นพิเศษ เรื่องการปลุกเสกวัตถุมงคลทุกอย่าง ท่านจึงทำได้อย่างเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์นัก


แนบไฟล์:
คำอธิบาย: รูปหลวงพ่อเจียมถ่ายคู่กับหลวงปู่สรวงเมื่อ 20 ปีที่แล้ว
lp6_5.jpg
lp6_5.jpg [ 13.2 KiB | เปิดดู 5480 ครั้ง ]

รูปหลวงพ่อเจียมถ่ายคู่กับหลวงปู่สรวงเมื่อ 20 ปีที่แล้ว

โดยเฉพาะ สีผึ้งเมตตามหานิยม ซึ่งท่านได้หุงด้วยตนเอง ด้วยเกสรดอกไม้นานาชนิด รวมทั้งว่านวิเศษที่เป็นสิริมงคลกว่า ๑๐๘ ชนิด และที่ต้องพิถีพิถันเป็นพิเศษคือ ขี้ผึ้งบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นขี้ผึ้งของแท้ที่ไม่มีสิ่งอื่นใดเจือปนเลย การหุงสีผึ้งที่ถูกต้องตามตำรา จะต้องมีฤกษ์งามยามดี คือวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ จึงจะประกอบพิธีได้ และขณะที่หุงก็ต้องบริกรรมคาถาตลอดเวลา สีผึ้ง ที่หุงจึงจะมีอานุภาพทางเมตตามหานิยมสูง รวมทั้งเป็นเลิศทางด้านโชคลาภ สีผึ้งหลวงพ่อเจียม จึงเป็นที่นิยมและเลื่องลือของบรรดาศิษยานุศิษย์ ในทุกวันนี้ สีผึ้งเมตตามหานิยม ของหลวงพ่อเจียม จึงเป็นที่แสวงหาในหมู่ลูกศิษย์

แนบไฟล์:
คำอธิบาย: หลวงพ่อเจียม
DSC_0086.jpg
DSC_0086.jpg [ 63.36 KiB | เปิดดู 5488 ครั้ง ]

หลวงพ่อเจียมท่านเป็นพระเถระที่มีความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย มีศีลจารวัตรที่งดงาม ชอบบำเพ็ญกุศลเพื่อเสริมสร้างบารมีให้แก่กล้าขึ้น ท่านจะช่วยเหลือญาติโยมทุกคนเท่าที่ท่านนั้นจะสามารถสงเคราะห์ช่วยเหลือได้ ท่านจะทำวัตรสวดมนต์เช้าเย็น นั่งภาวนาเจริญกรรมฐานทุกวันมิได้ขาด (นอกจากจะมีกิจนิมนต์และป่วยเท่านั้น)

แนบไฟล์:
คำอธิบาย: หลวงพ่อเจียม
lp4-4.jpg
lp4-4.jpg [ 46.42 KiB | เปิดดู 5477 ครั้ง ]

“ หลวงพ่อเจียมท่าน ชอบทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมเป็นที่สุด อบรมสั่งสอนศิษย์ให้ทำแต่ความดีและช่วยเหลือผู้คนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ใครที่ได้มากราบท่านมักจะข้อคิดคติธรรมแนวทางในการดำเนินชีวิตและที่ขาดเสียมิได้นั้นคือวัตถุมงคลที่ท่านจะแจกแก่ญาติโยมทั้งหลายเสมอ ท่านจึงเป็นที่รักเคารพของศิษยานุศิษย์ทุกคน

ในทุกวันนี้ วัตถุมงคลของหลวงพ่อเจียมจึงเป็นที่นิยมและเลื่องลือของบรรดาศิษยานุศิษย์อย่างกว้างขวาง เป็นที่แสวงหาในหมู่ลูกศิษย์ที่รู้เรื่องดีและมีประสบการณ์ที่นำวัตถุมงคลของท่านไปบูชาต่างมีประสบการณ์ต่าง ๆ นานามากมาย จากปากต่อปากทำให้วัตถุมงคลที่ท่านปลุกเสกบรรจุพลังจิตพระเวทวิทยาคมเป็นที่นิยม วัตถุมงคลของหลวงปู่นั้น มีความขลัง ทำลายอาถรรพณ์จัญไร มีอานุภาพ เป็นเสน่ห์เมตตามหานิยม มหาโชค มหาลาภ ค้าขายดีเยี่ยม คุ้มครองป้องกัน วัตถุมงคลของท่านไม่มีการประชาสัมพันธ์ อีกทั้งไม่มีการวางจำหน่ายตามศูนย์พระเครื่องทั่วไป

แนบไฟล์:
คำอธิบาย: หลวงพ่อเจียม
lp28_1.jpg
lp28_1.jpg [ 13.67 KiB | เปิดดู 5434 ครั้ง ]

วัตถุมงคล หลวงพ่อเจียม วัดกะมอล
แนบไฟล์:
คำอธิบาย: เหรียญรุ่นแรกของหลวงพ่อเจียม
.jpg
.jpg [ 9.75 KiB | เปิดดู 5477 ครั้ง ]

1. เหรียญรุ่นแรกของหลวงพ่อเจียม สร้างเมื่อคราวผูกพัทธสีมา ปี พ.ศ.2537 นับถึงวันนี้ก็ 10 ปี เข้าไปแล้ว เหรียญนี้เหลืออยู่ในพานบูชาพระของหลวงพ่อเจียม จำนวน 500 เหรียญ ท่านนั่งปลุกเสกทุกคืนตั้งแต่ปี 2537 ถือได้ว่าปลุกเสกมา 10 ปีเต็มๆ และเพื่อเป็นเอกลักษณ์ของเหรียญรุ่นแรก ปลุกเสกจากปี 2537-2548 รวม 10 ปีกว่า เหรียญที่จะนำมาให้ผู้ร่วมทอดผ้าป่า จำนวน 500 เหรียญนี้ จึงตอกโค้ดพิเศษทุกเหรียญ ดังนั้น เหรียญรุ่นแรกของหลวงพ่อเจียมที่มีโค้ดนี้ จึงเป็นเหรียญที่แสดงว่าปลุกเสกมา 10 ปีเต็มๆ เหรียญดังกล่าวเป็นเหรียญในรูปทรงนั่งพานมีความงดงามมาก ปัจจุบันเหรียญนี้เป็นเหรียญที่หายาก และผู้ที่มีไว้ต่างหวงแหน เพราะมีประสบการณ์มากมาย ทั้งทางเมตตา โชคลาภ แคล้วคลาด จึงเป็นโอกาสดีของผู้ที่ต้องการเหรียญรุ่นแรกของท่าน

แนบไฟล์:
คำอธิบาย: เหรียญเตารีด
.jpg
.jpg [ 7.15 KiB | เปิดดู 5478 ครั้ง ]

2. เหรียญเตารีด เหรียญนี้บรรดาสานุศิษย์ของหลวงพ่อเจียมได้สร้างถวายเมื่อปี พ.ศ.2547 โดยได้นำแผ่นทอง เงิน และทองแดง จำนวนมากให้หลวงพ่อจารอักขระเลขยันต์ตามมงคลสูตรต่างๆ ผสมกับชนวนโลหะจากพิธีต่างๆ มากมายนับสิบพิธี หล่อหลอมแล้วรีดปั๊มเป็นเหรียญทองแดง ตอกโค้ดด้านหลังทุกองค์ แล้วให้หลวงพ่อเจียมปลุกเสกนาน 2 เดือนเต็มๆ ก่อนให้ทำบุญ เป็นเหรียญที่มีความงดงามมากอีกเหรียญหนึ่ง

3. หลวงพ่อเจียมได้สร้างรูปหล่อขนาดเล็ก (แขวนคอ) ขึ้นเป็นครั้งแรก โดยรวบรวมชนวนโลหะและแร่ธาตุต่างๆ ตลอดจนแผ่นอักขระลงยันต์จำนวนมากมาทำการหล่อหลอม เพื่อสร้างรูปหล่อเล็กรุ่นนี้ ด้านล่างของรูปหล่อได้บรรจุเส้นเกศาและผงพุทธคุณผสมว่านที่หลวงพ่อได้จากธุดงควัตรในเวลาอันยาวนานของท่าน โดยเอาบรรจุไว้ในฐานองค์พระ นอกจากนี้การสร้างได้ทำพิธีและปลุกเสกอย่างเต็มที่ เพื่อมอบให้ผู้ร่วมทำบุญในการสร้างศาลาปฏิบัติธรรม จะได้รับบารมีจากพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ ปกป้องคุ้มครองภัยอันตรายและดลบันดาลให้ชีวิตประสบแต่โชคลาภ มีความสุขกายสบายใจ หลวงพ่อเจียมท่านกล่าวว่า รูปหล่อเล็กรุ่นแรกของท่านที่สร้างครั้งนี้ ท่านได้ทุ่มเทกำลังความสามารถด้านพุทธคุณและไสยเวทที่ได้ศึกษามาทั้งหมด เพราะเป็นรูปท่านเอง ผู้นำไปบูชาสักการะจะต้องได้รับผลดีตามที่ท่านสร้างและปลุกเสกด้วยจิตอธิษฐานเอาไว้ รูปหล่อรุ่นนี้สร้างขึ้นเป็น 5 เนื้อ ด้วยกัน คือเนื้อทองคำ เนื้อเงิน เนื้อนวโลหะ เนื้อทองแดง เนื้อทองทิพย์

แนบไฟล์:
คำอธิบาย: พระสมเด็จ เนื้อผงผสมว่านบรรจุทับทิม
.jpg
.jpg [ 7.57 KiB | เปิดดู 5476 ครั้ง ]

4. พระสมเด็จ เนื้อผงผสมว่านบรรจุทับทิม พระสมเด็จพิมพ์นี้หลวงพ่อปั๊มกดเองที่วัดทุกองค์ สร้างจากผงพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ และผงวิเศษต่างๆ ที่หลวงพ่อเจียมท่านทำขึ้น ผสมกับว่าน ซึ่งท่านได้มาระหว่างธุดงค์นับ 10 ปี เป็นว่านมงคลที่ได้จากป่าแถบภูตะแบงในประเทศเขมรและเทือกเขาพนมดงรัก ผสมกับน้ำมันมนต์วิเศษ แล้วปั๊มเป็นพระสมเด็จ จากนั้นท่านได้ปลุกเสกอยู่นานจนได้ความสมบูรณ์ของพุทธาคมครบถ้วน ท่านที่เคยนำไปบูชามีประสบการณ์ด้านเมตตาและโชคลาภมากมาย ท่านได้สร้างขึ้นเป็นพิเศษเพื่อมอบให้ผู้ร่วมทำบุญในการทอดผ้าป่าศาลาปฏิบัติธรรมในคราวนี้

5. พระปิดตามหาโชคลาภ เป็นพระพิมพ์ปิดตาองค์ขนาดเล็กเท่าปลายนิ้วก้อย มีความงดงามมาก ท่านสร้างจากผงมหาเมตตาและมหาโภคทรัพย์ ผสมกับว่านเสน่ห์จันทร์ และว่านมงคลทางโชคลาภอีกมากมายหลายชนิด โดยท่านและลูกศิษย์ได้ช่วยกันสร้างและกดพิมพ์เองที่วัดทุกองค์ ก่อนจะทำพิธีปลุกเสกเป็นการเฉพาะ สำหรับพุทธมนต์ที่ใช้กับพระปิดตามหาโชคลาภ นับว่าเป็นอิทธิมงคลวัตถุที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง

6. สีผึ้งเมตตามหาเสน่ห์ เป็นมงคลวัตถุที่มีชื่อเสียงของหลวงพ่อเจียมมาก ผู้ที่ได้ไปต่างยอมรับว่า “สีผึ้งเมตตามหาเสน่ห์” ของหลวงพ่อเจียมมีความขลังใช้ได้ผลมีประสบการณ์มากมาย ท่านสร้างขึ้นโดยทำพิธีหุงขี้ผึ้งกับน้ำมันเมตตาผสมกับเกสรว่านมหาเสน่ห์ ที่เก็บมาจากเทือกเขาพนมดงรักและในขุนเขาแถบภูตะแบง เกสรว่านมหาเสน่ห์นี้มีกลิ่นหอมรุนแรงมาก มีความศักดิ์สิทธิ์ในตัวเอง ท่านเอามาทำพิธีหุงกับขี้ผึ้งตามตำรับวิชาของเขมรด้วยพุทธาคม อันมีเอกลักษณ์วิชาเมตตาของเขมร ซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์มาก ผู้ที่เคยได้สีผึ้งเมตตามหาเสน่ห์ของหลวงพ่อเจียมไปใช้ต่างยอมรับว่า สีผึ้งของท่านมีความขลังมาก

ขอบคุณที่มา http://www.lanpothai.com
( ที่มา : ลานโพธิ์ ฉบับที่ 923 เดือนมีนาคม 2548 : วัตถุมงคล หลวงพ่อเจียม วัดกะมอล รุ่นทอดผ้าป่า ศาลาปฏิบัติธรรม โดย สุธน ศรีหิรัญ )


แก้ไขล่าสุดโดย เวทย์ เมื่อ 09 ธ.ค. 2009, 07:27, แก้ไขแล้ว 6 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ธ.ค. 2009, 13:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ธ.ค. 2009, 19:12
โพสต์: 2

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


พระเถระผู้มองเห็นอนาคต หลวงพ่อเจียม วัดกะมอล อำเภอกันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ

แนบไฟล์:
คำอธิบาย: หลวงพ่อเจียม วัดกะมอล
lp4-4.jpg
lp4-4.jpg [ 46.42 KiB | เปิดดู 5442 ครั้ง ]

พระเถระผู้มองเห็นอนาคตแม่นยำเหมือนตาเห็น เป็นเหตุการณ์จริงที่น่าอัศจรรย์เหลือเชื่อ พระเถระผู้บำเพ็ญเพียรอยู่ท่ามกลางป่าเขาลำเนาไพรแถบพนมดงรัก ภูตะแบง ประเทศเขมร นานหลายปี พบพระอริยะและพระผู้สำเร็จธรรมชั้นสูงกลางป่าลึกมากมาย จนได้ร่วมแสวงหาธรรมกับหลวงปู่สรวง ผู้ได้รับฉายาว่า “เทวดาเล่นดิน” ซึ่งต่อมาบรรลุธรรมหลุดพ้นและมีอภินิหารมากมาย ที่คนแถบชายแดนเขมรและไทย รู้จักท่านเป็นอย่างดี ท่านเป็นพระเถระผู้หลีกเร้นจากความวุ่นวายมานานหลายปี
วันนี้ “ลานโพธิ์” นำท่านมาให้ท่านผู้อ่านได้กราบไหว้พระดี พระขลัง ผู้มีพุทธาคมสูงส่งอีกองค์หนึ่ง ซึ่งท่านผู้อ่านจะได้กราบไหว้และร่วมบุญบารมีกับท่านสืบไป

แนบไฟล์:
คำอธิบาย: หลวงปู่สรวง “เทวดาเล่นดิน”
06lhuangpusuang_jpg.jpg
06lhuangpusuang_jpg.jpg [ 67.7 KiB | เปิดดู 5395 ครั้ง ]

เดือนตลุาคม พ.ศ.2537 คณะผู้มีจิตเป็นกุศลแห่งเมืองนครปฐม จำนวนหนึ่ง ภายใต้การนำของพระภิกษุหนุ่มชาวศรีสะเกษ ที่ไปจำพรรษาอยู่วัดเสน่หา นครปฐม ได้ชักชวนกันไปทอดกฐินที่วัดกะมอล บ้านโดนอาว์ อำเภอกันทรลักษณ์ วัดที่อยู่ห่างไกล ใกล้ชายแดน อีกไม่กี่กิโลก็จะถึงเขาพระวิหารและชายแดนเขมร วัดเล็กๆ แห่งนี้อยู่ในหมู่บ้านที่เรียกเป็นภาษาเขมรว่า “กระมอล” หมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้มีบ้านเรือนคนไทย ส่วนใหญ่พูดเขมรอยู่ไม่มากนัก เมื่อคณะกฐินไปถึงวัดชาวบ้านก็ต้อนรับกันตามสมควรกับท้องถิ่น พระเถระผู้เป็นเจ้าอาวาสวัดกะมอล ก็คือ “หลวงพ่อเจียม” ก็ให้การดูแลอย่างเต็มที่

หลังจากถวายกฐินเรียบร้อยแล้ว คุณนฤมล จินตนะโรจน์ วัย 51 ปี ในขณะนั้น ซึ่งเป็นเจ้าของปั๊มน้ำมันคาลเท็กซ์ (ตราดาว) ถนนเพชรเกษม กิโลเมตรที่ 49 นครปฐม เป็นผู้หนึ่งที่ร่วมคณะไปทอดกฐิน ก็มองไปที่ “หลวงพ่อเจียม” ซึ่งนั่งอยู่บนอาสนะ เห็นท่านมีราศีแจ่มใสผุดผ่องน่าศรัทธายิ่ง จึงเข้าไปกราบนมัสการท่าน และสนทนาด้วย หลังจากสนทนากับหลวงพ่อเจียมได้ครู่หนึ่ง หลวงพ่อเจียมก็บอกคุณนฤมลว่า ลูกสาวของคุณนฤมลจะอยู่กับคุณนฤมลอีกเพียงปีเดียวเท่านั้นก็จะหมดกรรมแล้ว เขาเป็นผู้มีบุญมาเกิด เขาจะจากไปเมื่อเขาหมดกรรมแล้วในปีหน้า (หมายถึงปี พ.ศ.2538)

แนบไฟล์:
คำอธิบาย: หลวงพ่อเจียม
lp28_1.jpg
lp28_1.jpg [ 13.67 KiB | เปิดดู 5441 ครั้ง ]

คุณนฤมลเล่าให้ผู้เขียนฟังว่า หลังจากฟังหลวงพ่อเจียมพูดแล้ว เธอตกใจมาก จึงถามหลวงพ่อว่าจะช่วยลูกสาวเธอได้อย่างไร หลวงพ่อนั่งนิ่งนานสลับกับหลับตาเป็นบางครั้ง แล้วบอกกับคุณนฤมลว่าให้ลองพามาหาท่านดูสักครั้ง คุณนฤมลเล่าว่ารู้สึกสับสนและไม่สบายเป็นอย่างยิ่ง เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งว่าจะเป็นจริง แต่เป็นชีวิตของลูกสาวเธอที่เธอรักและทะนุถนอมเลี้ยงมาตั้งแต่เล็ก และเรียนหนังสือเก่ง ขณะนั้นลูกสาวของเธอที่ชื่อ นิภาพรรณ จินตนะโรจน์ กำลังเรียนอยู่สถาบันเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ความกังวลของเธอเมื่อกลับไปนครปฐมแล้ว จึงรีบพาลูกสาวไปหาหลวงพ่อที่วัดกะมอล ศรีสะเกษ ทันที โดยไม่บอกลูกสาวว่าไปทำไม

แนบไฟล์:
คำอธิบาย: โบสถ์วัดกะมอล
.jpg
.jpg [ 41.79 KiB | เปิดดู 5438 ครั้ง ]

ขณะนั้น วัดกะมอล กำลังก่อสร้างโบสถ์ใกล้จะเสร็จอยู่แล้ว ขาดการตกแต่งและใส่บานประตู หน้าต่างเท่านั้น ทันทีที่หลวงพ่อเจียมมองเห็นหน้าลูกสาวคุณนฤมล ก็บอกให้พาเข้าไปในโบสถ์ที่กำลังก่อสร้าง และให้จุดธูปเทียนบูชาพระประธาน จากนั้นหลวงพ่อเจียมได้ถามลูกสาวคุณนฤมลว่า “หนูอยากทำบุญอะไร ระหว่างหน้าต่างกับประตูโบสถ์ ซึ่งกำลังบอกบุญให้การทำบุญในขณะนี้ ประตูทำบุญ 40,000 บาท หน้าต่างทำบุญ 20,000 บาท หนูเลือกเอาหนึ่งอย่าง” คุณนฤมลเล่าว่า ลูกสาวคุณนฤมลเลือกทำบุญประตูโบสถ์ หลวงพ่อเจียมถามย้ำว่า ประตูแพงกว่าหน้าต่าง หนูจะทำบุญหรือ ลูกสาวคุณนฤมลยืนยันจะทำบุญประตูโบสถ์ โดยบอกให้คุณนฤมลเอาเงินมาให้หลวงพ่อเจียม


หลังจากนั้นหลวงพ่อเจียมได้กระซิบบอกกับคุณนฤมลว่า ลูกสาวคุณนฤมลเขาหมดกรรมแล้ว หลวงพ่อไม่รู้จะช่วยอย่างไรได้ แต่ก็ทำพิธีรดน้ำมนต์ให้ คุณนฤมลพาลูกสาวกลับนครปฐมด้วยความไม่สบายใจ หลังจากกลับมาแล้วก็ตระเวนเอาดวงลูกสาวไปให้หมอดู ทั้งพระที่มีชื่อเสียง และหมอดูที่โด่งดัง ไม่มีหมอดูคนไหนบอกว่าลูกสาวคุณนฤมลจะหมดอายุเลยแม้แต่คนเดียว ทำให้คุณนฤมลคลายกังวลลงไปได้บ้าง แต่ก็ยังไม่สบายใจไปเล่าให้คนใกล้ชิดฟัง ให้พระที่เคารพนับถือฟังบ้าง โดยไม่บอกให้ลูกสาวรู้ มีบางคนแนะนำว่าเพื่อกันเอาไว้ก็ให้แก้ดวง โดยส่งลูกสาวไปอยู่เมืองนอก เพราะต่างพื้นที่ต่างเมืองอาจช่วยได้ จึงตัดสินใจให้ลูกสาวพักการเรียน โดยส่งไปเรียนที่ประเทศออสเตรเลีย เพื่อให้ผ่านระยะ 1-2 ปี ไปก่อนค่อยคิดกันใหม่

ลูกสาวคุณนฤมลไม่ทราบเหตุผลที่แท้จริงของแม่ แต่เป็นคนตามใจแม่เสมอ ก็เดินทางไปอยู่ออสเตรเลีย ตามที่คุณนฤมลได้ติดต่อประสานงานเอาไว้ วันเวลาผ่านไปท่ามกลางความกังวลไม่สบายใจของคุณนฤมล ที่พยายามเดินทางไปทำบุญในสถานที่ต่างๆ ที่ไหนมีคนบอกว่าศักดิ์สิทธิ์ เธอก็ไปจุดธูปเทียนขอชีวิตลูกสาวมากมายหลายแห่ง ทำทุกอย่างเท่าที่นึกได้หรือทำได้ เพื่อลูกสาวอันเป็นที่รักของเธอ ตามหัวอกของผู้เป็นแม่จะทำได้ ระหว่างที่ลูกสาวอยู่ต่างประเทศก็พยายามติดต่อกับลูกสาวอย่างใกล้ชิด

จนถึงต้นปี พ.ศ.2538 ราวเดือนมกราคม ลูกสาวได้บอกเธอว่าคิดถึงบ้านอยากกลับมาบ้านสักระยะหนึ่ง ด้วยความสงสารลูกสาวและเริ่มคลายกังวลลงไปบ้างแล้ว จึงให้ลูกสาวกลับมาในต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2538 และในระหว่างก่อนถึงเดือนกุมภาพันธ์ คือในเดือนมกราคม 2538 นั้นเอง คุณนฤมลได้ขับรถผ่านองค์พระปฐมเจดีย์ในตอนบ่ายวันหนึ่ง ทันทีที่รถผ่านองค์พระปฐมเจดีย์ ใจเธอก็นึกอยากกราบพระร่วงโรจนฤทธิ์ที่องค์พระปฐมเจดีย์ขึ้นมาทันที ทั้งๆ ที่ผ่านไป-มาแทบทุกวันก็ไม่เคยนึกมาก่อน จึงเลี้ยวรถเข้าไปจอด แล้วเดินขึ้นบันไดด้านหน้าองค์พระร่วงโรจนฤทธิ์ เพื่อจะไปกราบพระร่วงฯ

พอพ้นบันไดขั้นสุดท้ายเธอมองไปข้างหน้าเห็นพระภิกษุองค์หนึ่งยืนอยู่คล้ายกับเคยเห็นมาก่อน จึงเดินเข้าไปใกล้ๆ ก็จำได้ว่าเป็น “หลวงพ่อเจียม” เธอเล่าว่าดีใจมาก รีบเข้าไปนั่งคุกเข่ากราบท่านทันที แล้วถามว่าหลวงพ่อมากับใคร ท่านไม่ตอบ แต่เมื่อมองไปรอบๆ ข้างท่านก็ไม่เห็นมีใครมากับท่านแม้แต่คนเดียว จึงถามหลวงพ่อว่า หลวงพ่อมาธุระอะไรที่นครปฐม ท่านตอบคุณนฤมลในขณะนั้นว่า “จะมาช่วยลูกสาวโยม ลูกสาวโยมอยู่ไหนล่ะ” คุณนฤมลเล่าว่าได้ยินหลวงพ่อเจียมพูดเช่นนั้น เธอขนลุกไปทั้งตัว ตอบหลวงพ่อไปว่า ลูกสาวอยู่เมืองนอกจะกลับมาเดือนหน้า หลวงพ่อเจียมมีสีหน้าผิดหวัง แล้วบอกกับคุณนฤมลว่า “หลวงพ่อไม่รู้จะช่วยอย่างไร เพราะลูกสาวโยมไม่อยู่ในขณะนี้”

เมื่อหลวงพ่อพูดเช่นนี้ คุณนฤมลเล่าต่อไปว่า รู้สึกผิดหวังจนน้ำตาซึมออกมา มองเห็นหลวงพ่อเจียมหันหลังให้เธอแล้วเดินไปทางซุ้มระฆังด้านข้างพระร่วงฯ เธอลุกขึ้นเพื่อเดินตามไป ขณะนั้นเธอเหลียวไปมองด้านข้างด้วยเหตุไรไม่ทราบ แต่พอหันกลับมามองทางหลวงพ่อเจียม ท่านหายไปแล้ว เธอพยายามเดินหารอบองค์พระปฐมเจดีย์ก็ไม่พบหลวงพ่อเจียม ทั้งๆ ที่คนเคยไปองค์พระปฐมเจดีย์จะทราบว่าลานข้างองค์พระฯเป็นลานกว้างๆ หลวงพ่อไม่น่าจะหายไปรวดเร็วเช่นนั้นได้ เธอรู้สึกผิดหวังมาก แล้วเธอก็ลงมาแบบหมดอาลัยในชีวิต ขับรถกลับบ้านด้วยสงสัยในใจว่าหลวงพ่อมาอย่างไร และหายไปไหนอย่างรวดเร็วเช่นนั้น หรือเธอฝันไปเองก็ไม่ใช่ เพราะเป็นเหตุการณ์กลางวันที่เกิดขึ้นจริงๆ


แนบไฟล์:
คำอธิบาย: คุณนฤมล
120x179-images-stories-folder5-folder53-915-915p2-l11p4.jpg
120x179-images-stories-folder5-folder53-915-915p2-l11p4.jpg [ 5.2 KiB | เปิดดู 5439 ครั้ง ]

หลังจากเหตุการณ์ที่คุณนฤมลพบหลวงพ่อเจียมไม่นานก็ถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2538 ลูกสาวคุณนฤมล คือ คุณนิภาพรรณ จินตนะโรจน์ ก็เดินทางกลับมาจากประเทศออสเตรเลีย คุณนฤมลเล่าว่าได้ไปรับที่สนามบิน แล้วพาไปกราบพระตามวัดต่างๆ หลายแห่ง ระหว่างนั้นแทบทุกวันจะพาลูกไปทำบุญตลอด จนวัน นี้ 8 กุมภาพันธ์ 2538 เธอให้ลูกสาวคอยหน้าปั๊มน้ำมันของเธอที่ถนนเพชรเกษม กิโลเมตรที่ 49 เพื่อถอยรถมารับไปทำบุญที่กรุงเทพฯ ขณะที่ลูกสาวของเธอยืนอยู่ รถปิกอัพนิสสันเก่าๆ คันหนึ่งวิ่งมาในถนนเพชรเกษม พอถึงจุดที่ลูกสาวเธอยืนอยู่ รถคันนั้นก็พุ่งขึ้นมาบนเกาะชนร่างลูกสาวคุณนฤมลล้มลงตรงหน้าปั๊มน้ำมันของเธอเอง โดยไม่มีบาดแผล ไม่มีเลือดออก ลูกสาวของคุณนฤมลได้สิ้นลมไปทันที คุณนฤมลเล่าด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า คนขับรถปิกอัพบอกเธอว่า พวงมาลัยรถหมุนขึ้นมาทันทีโดยไม่รู้สาเหตุเมื่อถึงจุดนั้น ลูกสาวคุณนฤมลเสียชีวิตในขณะนั้นอายุเพียง 22 ปี เท่านั้น


แนบไฟล์:
คำอธิบาย: ปั๊มน้ำมัน
180x120-images-stories-folder5-folder53-915-915p2-lp4-2.jpg
180x120-images-stories-folder5-folder53-915-915p2-lp4-2.jpg [ 5.92 KiB | เปิดดู 5437 ครั้ง ]

เรื่องที่เล่ามานี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นจริง เป็นปรากฏการณ์ที่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยพยานบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด คุณนฤมล จินตนะโรจน์ ขณะนี้เธออายุ 61 ปี เป็นสมาชิกสโมสรโรตารีนครปฐม เล่าเรื่องของเธอให้ คุณบุญส่ง ไหลธนานนท์ สมาชิกโรตารีนครปฐมเช่นเดียวกันฟัง คุณบุญส่ง ไหลธนานนท์ เป็นเพื่อนกับผู้เขียน เป็นผู้สนใจพระเครื่อง และมีภาพพระเครื่องมาลงปกในลานโพธิ์ ให้ท่านผู้อ่านได้เห็นอยู่เสมอ คุณบุญส่งเล่าเรื่องนี้ให้ผู้เขียนฟัง แล้วพาผู้เขียนไปสัมภาษณ์ คุณนฤมล โดยนัดสัมภาษณ์ที่โรงแรมเวล นครปฐม เมื่อสองเดือนที่ผ่านมา

ขอขอบคุณ
โปรดติดตาม ในลานโพธิ์ ฉบับที่ 916, 917)
( ที่มา : ลานโพธิ์ ฉบับที่ 915 เดือนพฤศจิกายน 2547 : พระเถระผู้มองเห็นอนาคต หลวงพ่อเจียม วัดกะมอล ตอนที่ 1 : โดย สุธน ศรีหิรัญ )


แก้ไขล่าสุดโดย เวทย์ เมื่อ 09 ธ.ค. 2009, 07:29, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.

แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร