วันเวลาปัจจุบัน 25 ส.ค. 2019, 23:05  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 ธ.ค. 2009, 09:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7060

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

ประวัติและปฏิปทา
หลวงปู่เทวิน จันทปัญโญ


วัดร่องดู่ทองธรรมชาติ
ต.ดอยลาน อ.เมือง จ.เชียงราย



๏ อัตโนประวัติ

“หลวงปู่เทวิน จันทปัญโญ” มีนามเดิมว่า เทวิน ยุคล เกิดเมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๗๕ ตรงกับวันพุธ ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๖ ปีวอก ณ อ.เมือง จ.สตูล โยมบิดา-โยมมารดาชื่อ นายดิษ และนางสังกา ยุคล ครอบครัวประกอบอาชีพทำสวน มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันทั้งหมด ๘ คน เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔

ปัจจุบัน สิริอายุได้ ๗๗ พรรษา ๕๗ (เมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๒) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดร่องดู่ทองธรรมชาติ ต.ดอยลาน อ.เมือง จ.เชียงราย


๏ การบรรพชาและอุปสมบท

กระทั่งอายุ ๑๒ ปี ไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือในชั้นสูงๆ ขึ้นไป การบวชเรียนจึงมีความจำเป็นของกลุ่มคนในยุคนั้น บิดาจึงบังคับให้ท่านบรรพชาเป็นสามเณร เพื่อเข้ามาศึกษาหาความรู้ทางพระธรรมตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา สาเหตุที่ไปศึกษาพระธรรมทางภาคอีสาน ที่ อ.เมือง จ.สกลนคร เพราะถือว่าเป็นสถานที่มีวิชามากมายให้ได้เรียน จนท่านสามารถสอบได้เปรียญธรรม ๖ ประโยค

อายุ ๒๐ ปีบริบูรณ์ ได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุตามประเพณีไทย ณ พัทธสีมาวัดปัจฉิม อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี โดยมีพระครูศิริศาสตร์ วัดปัจฉิม เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการสอน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการเจริญ เป็นพระอนุสาวนาจารย์

รูปภาพ
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

รูปภาพ
พ่อท่านคล้าย จันทวัณโณ


๏ ศึกษาพระธรรมกับหลวงปู่มั่นและพ่อท่านคล้าย

ต่อมาได้มีโอกาสไปศึกษาพระธรรมกับ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต วัดป่าสุทธาวาส จ.สกลนคร และ พระครูพิศิษฐ์อรรถการ (พ่อท่านคล้าย จันทวัณโณ, พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์) อดีตเจ้าอาวาสวัดสวนขัน และอดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุน้อย (วัดจันดี) จ.นครศรีธรรมราช จากนั้นยังได้ออกเดินธุดงค์ไปตามจังหวัดต่างๆ ทางภาคอีสาน โดยได้ข้ามไปพักจำพรรษายังประเทศลาว เพราะสมัยนั้นถือว่าเป็นสถานที่สงบ เงียบสงัด เหมาะต่อการปฏิบัติศึกษาพระธรรม แล้วได้กลับมายัง อ.เจริญศิลป์ จ.สกลนคร เพื่อบูรณะวัด สร้างโรงเรียน และโรงพยาบาลให้กับชุมชน สร้างอาชีพให้กับชุมชน รวมทั้ง สร้างฝายน้ำล้นให้กับชาวบ้านในการใช้ทำไร่ทำนา

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต จอมทัพธรรมแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ต้นแบบพระผู้ถักทอเครือข่ายพระป่าให้ครอบคลุมทั่วหล้า ผู้เป็นแบบอย่างในการรักษาสิกขาบท ชนิดเอาชีวิตเข้าแลก เป็นผู้อิ่มบารมีธรรมอย่างเอกอุ ผู้เป็นแสงอาทิตย์ฉายกล้าไปทั่วอาณาเขตพุทธแดนไทย ให้ลูกหลานสืบทอดผ่านกาลสมัยรุ่นแล้วรุ่นเล่า โดยมีลูกศิษย์จำนวนมากที่ได้สืบทอดเจตนารมณ์ ด้วยการนำหลักธรรมคำสอนมาเผยแผ่จนปัจจุบัน


๏ ปฏิปทาตามแบบอย่างหลวงปู่มั่น

หลวงปู่เทวิน จันทปัญโญ เป็นลูกศิษย์อีกรูปหนึ่งที่ได้นำคำสอนและปฏิปทาของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต มาค้นหาความวิเวก ค้นหาหลักธรรมในป่าช้าตามคำสอนของหลวงปู่มั่น อีกทั้งยังไม่ยอมจับปัจจัยเพราะจะเป็นการสร้างกิเลสให้กับพระสงฆ์ ขณะเดียวกันท่านยังทำหน้าที่เผยแผ่ธรรมะให้เป็นแนวทางการดำเนินชีวิตสู่คนในชุมชน

หลวงปู่เทวิน เล่าให้ฟังว่า ได้มาร่วมสร้างวัดกับชาวบ้าน โดยมีการสอนให้คนในชุมชนได้รู้จักการเรียนรู้การทอผ้าไหม อาหารพื้นบ้าน พร้อมทั้งมีการสอนให้เยาวชนได้เล่นดนตรีพื้นบ้าน เช่น การร้องรำสะล้อซอซึง ก็ให้มาประกวดกัน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างงานสร้างอาชีพให้ชุมชน พร้อมเน้นกิจกรรมเพื่อให้เยาวชนร่วมสืบสานตำนานล้านนา เพื่อต้องการให้เด็กห่างไกลจากยาเสพติด ปัจจัยที่ดำเนินงานโครงการของทางวัด ก็มาจากเงินบริจาคกับประชาชนที่มีความศรัทธาต่อวัด ปัจจัยทุกบาทจะได้นำมาใช้จ่ายในการดำเนินโครงการทั้งหมด

“หลวงปู่มั่นสอนว่า การจับปัจจัย หรือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงินบริจาคให้กับวัด มันเป็นการสร้างกิเลสให้กับพระสงฆ์ เมื่อมีเงินบริจาคเข้ามายังวัดเป็นจำนวนมาก ก็เป็นการสร้างความเห็นแก่ตัวให้กับพระสงฆ์ ทำอะไรก็จะเห็นแต่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าส่วนรวม

ด้วยเหตุนี้อาตมาจึงไม่จับปัจจัยหรือเงินบริจาคเลย แต่ปัจจัยที่มีญาติโยมมาทำบุญที่วัด อาตมาก็จะนำไปปัจจัยทั้งหมดไปสร้างเสนาสนะต่างๆ รวมทั้ง ไปสร้างโรงเรียน โรงพยาบาลให้กับชาวบ้าน อาตมาอยากจะบอกว่า ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน ค่าของพระสงฆ์อยู่ที่การปฏิบัติ อาตมาก็ถือแบบนี้มาตลอดชีวิตที่บวชเรียนมา”



.............................................................

คัดลอกมาจาก ::
หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก คอลัมน์ พระเครื่อง คม ชัด ลึก
วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2548 และวันที่ 25 มีนาคม 2548

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 ธ.ค. 2009, 09:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7060

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

ค้นหาหลักธรรมในป่าช้า
กับหลวงปู่เทวิน จันทปัญโญ



หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต จอมทัพธรรมแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ต้นแบบพระผู้ถักทอเครือข่ายพระป่าให้ครอบคลุมทั่วหล้า ผู้เป็นแบบอย่างในการรักษาสิกขาบท ชนิดเอาชีวิตเข้าแลก เป็นผู้อิ่มบารมีธรรมอย่างเอกอุ ผู้เป็นแสงอาทิตย์ฉายกล้าไปทั่วอาณาเขตพุทธแดนไทย ให้ลูกหลานสืบทอดผ่านกาลสมัยรุ่นแล้วรุ่นเล่า โดยมีลูกศิษย์จำนวนมากที่ได้สืบทอดเจตนารมณ์ ด้วยการนำหลักธรรมคำสอนมาเผยแผ่จนปัจจุบัน

หลวงปู่เทวิน จันทปัญโญ เจ้าอาวาสวัดร่องดู่ทองธรรมชาติ จ.เชียงราย ซึ่งเป็นลูกศิษย์อีกรูปหนึ่งที่ได้นำคำสอนของหลวงปู่มั่น มาค้นหาความวิเวก ค้นหาหลักธรรมในป่าช้าตามคำสอนของหลวงปู่มั่น อีกทั้งยังไม่ยอมจับปัจจัยหรือเงินบริจาคเพราะจะเป็นการสร้างกิเลสให้กับพระสงฆ์ ขณะเดียวกันท่านยังทำหน้าที่เผยแผ่ธรรมะให้เป็นแนวทางการดำเนินชีวิตสู่คนในชุมชน และต่อไปนี้คือบทสัมภาษณ์แบบ “คม ชัด ลึก”

ทำไมหลวงปู่มั่นสอนให้ไปนั่งสมาธิและนอนในป่าช้าครับ ?

- ตรงนี้ท่านสอนให้เราได้พบความสงบจริงๆ ป่าช้าในสมัยก่อนมันวิเวกเงียบสงบอย่างมาก ไม่เหมือนป่าช้าในสมัยนี้หรอก ใครๆ ก็ชอบถามว่า เจอผีบ้างไหม อาตมาขอบอกว่าตัวเราเองนั่นแหละที่เป็นผี ตัวเราหลอกตัวเอง ถ้าถามว่าผีมีจริงไหม อาตมาตอบไม่ได้ เพราะยังไม่เคยเห็น จึงอธิบายให้ฟังไม่ได้ เอาเป็นว่าให้ทุกคนไปพิสูจน์กันเอง และอยากรู้ความเป็นปัจจัตตังก็ต้องค้นหากันเอาเอง

ระหว่างนั่งเห็นวิญญาณหรือผีบ้างไหมครับ ?

- ใครจะถามอาตมาว่าวิญญาณในโลกนี้มีจริงไหม อาตมาจะไม่บอก อยากให้ไปศึกษากันเอาเอง เพราะถ้าบอกไปแล้วเขาอาจหาว่าอาตมาบ้าก็ได้ ใครอยากรู้ว่าวิญญาณมีจริงไหม ต้องละในเรื่องโลภโกรธหลง ดับกิเลสตัวเองให้ได้ บวชใจให้ได้ก่อน แล้วค่อยบวชกาย นั่นแหละจะรู้เองว่า วิญญาณมันมีจริงหรือไหม

เพราะเหตุใดหลวงปู่ถึงไม่จับปัจจัยครับ ?

- หลวงปู่มั่นสอนมาแบบนั้น ว่าการจับปัจจัย หรือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเงินบริจาคของวัด มันเป็นการสร้างกิเลสให้กับพระสงฆ์ เมื่อมีเงินบริจาคเข้าวัดเป็นจำนวนมาก ก็เป็นการสร้างความเห็นแก่ตัวให้กับพระสงฆ์ ทำอะไรก็จะเห็นแต่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าส่วนรวม ด้วยเหตุนี้อาตมาจึงไม่จับปัจจัยเลย แต่ปัจจัยที่มีญาติโยมมาทำบุญที่วัดอาตมาจะนำไปสร้างเสนาสนะต่างๆ ทั้งหมด ไปสร้างโรงเรียน โรงพยาบาลให้กับชาวบ้าน อาตมาอยากจะบอกว่าค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน ค่าของพระสงฆ์อยู่ที่การปฏิบัติ อาตมาก็ถือแบบนี้มาตลอดชีวิตที่บวชเรียนมา

ปัจจัยไม่สำคัญแล้วเอาเงินที่ไหนมาก่อสร้างเสนาสนะในวัดครับ ?

- ก็เอามาจากญาติโยมนั่นแหละ ตั้งแต่อาตมาเป็นเณรมา อาตมาไม่เคยเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องเงินทอง หรือปัจจัยใดๆ เลย เพราะปัจจัยมันก็คือตัวกิเลส จะเป็นการสร้างให้เราไม่เป็นพระ เหมือนกับพระที่เป็นข่าวไม่ดีอยู่ในทุกวันนี้ เมื่อพระมัวเมาแล้วก็เกิดความหลงใหลจนไม่ใช่พระ อาตมามาอยู่เชียงราย ๔ พรรษา ก็ได้นำปัจจัยที่ญาติโยมมาทำบุญเอาไปสร้างวัดเสร็จไปแล้ว ๑ วัด ตอนนี้วัดร่องดู่ทองธรรมชาติ ก็กำลังที่จะสำเร็จในไม่ช้านี้ โดยได้ปัจจัยบริจาคจาก ศ.ดร.กระมล ทองธรรมชาติ และครอบครัว

หลวงปู่อยู่กับหลวงปู่มั่นนานกี่ปีครับ ?

- อาตมาอยู่กับหลวงปู่มั่นในปี ๒๔๙๐ จนกระทั่งปี ๒๔๙๒ หลวงปู่มั่นมรณภาพลง ลูกศิษย์ทุกรูปต่างก็แยกย้ายเพื่อนำหลักธรรมของหลวงปู่มั่นออกเผยแผ่ให้กับญาติโยม ส่วนอาตมาได้ไปอยู่กับหลวงปู่จันทร์ดี และยังได้ไปอยู่กับพ่อท่านคล้าย จ.นครศรีธรรมราช ด้วย

หลวงปู่มั่นเน้นสอนหลักธรรมข้อไหนครับ ?

- ท่านจะสอนอาตมาเป็นแนวปรัชญา ท่านสอนดีมาก แล้วก็สอนให้อาตมาละความโกรธ ละความหลง การเป็นพระสงฆ์ให้ถือว่าผ้าเหลืองเป็นธงชัยของพระอรหันต์ อย่าเอามาห่มกิเลสเพื่อเอามาหลอกลวงชาวบ้าน ถ้าคิดว่าตัวเองยังมีโลภะก็ขอให้สึกออกไป

นอกจากหลวงปู่ยังมีพระรูปอื่นมาศึกษาธรรมกับหลวงปู่มั่นบ้างครับ ?

- ก็มีหลวงปู่บุญมี โชติปาโล วัดสระประสานสุข (วัดบ้านนาเมือง) อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ซึ่งท่านก็ถือเป็นพระรุ่นพี่ อาตมาก็อยู่ศึกษาพระธรรมกับท่านเหมือนกัน สมัยนั้นอาตมาจำได้ว่าหลวงปู่บุญมี ถูกหลวงปู่มั่นว่าทุกเช้าทุกวัน เนื่องจากหลวงปู่มั่นเป็นพระที่เจ้าระเบียบ เคร่งในพระวินัยอย่างมาก พอเวลาออกไปบิณฑบาตมา ท่านจะเล่านิทานชาดกให้ฟังเชิงเปรียบเทียบ แต่กับอาตมาท่านไม่ได้ว่าโดยตรง ท่านจะพูดว่าไอ้พวกลิงพวกค่าง

การนอนกลางค่ำกลางคืน ท่านสอนให้ใช้สติพิจารณา พูดให้เห็นข้อเท็จจริง โดยไม่ได้มาบอกว่า พุทโธคืออะไร ท่านจะไม่บอก ตรงไหนมีมดท่านก็ให้อาตมาและพระรูปอื่นไปนั่ง โดยให้อาตมาใช้สติและปัญญา แล้วแต่ว่าเราจะใช้วิธีไหนในการป้องกัน หรือปราบไม่ให้มดกัดเอา อาตมาทำได้ตอนนั้นหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการไหว้พระสวดมนต์ ผลสุดท้ายที่ได้ก็คือ เมตตา การแผ่เมตตา ส่วนบทสวด ๑๒ ตำนาน ๗ ตำนาน มดก็ยังอยู่หมด แต่การที่เราแผ่เมตตาอยู่นั้น มดเหล่านั้นก็ค่อยเดินหนีไปโดยที่ไม่กัดเรา

หลวงปู่เคยโดนหลวงปู่มั่นดุบ้างไหมครับ ?

- จริงๆ อาตมาไม่เคยถูกหลวงปู่มั่นดุเลย แต่ท่านจะดุตอนฉันข้าว พระรูปไหนทำผิดพระวินัย ท่านจะชอบยกนิทานชาดกมาเปรียบเทียบให้พระรูปนั้นฟัง แล้วคิดตาม ส่วนพระรูปไหนปฏิบัติตนดี ท่านจะยกนิทานชาดกมาเล่าเชิงเปรียบเทียบให้ฟังระหว่างฉันอาหารเหมือนกัน

แล้วหลวงปู่บุญมีเคยถูกหลวงปู่มั่นตำหนิบ้างไหมครับ ?

- หลวงปู่บุญมีจะถูกหลวงปู่มั่นว่าบ่อย ส่วนใหญ่ท่านจะย้ำว่า บุญมีอย่าไปสร้างพระขาย ถ้ารู้ว่าทำขายก็จะให้สึกออกไปเลย ส่วนหลวงปู่ชา สุภัทโท อดีตเจ้าวาสวัดหนองป่าพง มาที่วัดท่านก็บอกว่า พระชาไม่ต้องมาญัตติเป็นธรรมยุต เพราะเดี๋ยวมหานิกายจะไม่มีพระผู้นำ

หลวงปู่มั่นท่านไม่ชอบให้มีการสร้างวัตถุมงคลเพราะอะไรครับ ?

- หลวงปู่มั่นท่านจะสอนเกี่ยวกับการสร้างวัตถุมงคลตอนที่อาตมาเป็นเณรว่า อย่าไปบ้า อย่าไปทำวัตถุมงคล เพราะท่านเห็นว่าพระธรรมสำคัญกว่าสิ่งเหล่านี้ วัตถุมงคลเองก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่สร้างกิเลสให้กับพระสงฆ์ แต่หลวงปู่บุญมีท่านก็ชอบแอบปลุกเสกวัตถุมงคล แล้วก็เอามาให้อาตมาเอาไว้แจกให้กับญาติโยมที่มาทำบุญ ซึ่งหลวงปู่มั่นพูดเสมอๆ ว่า หากรู้ว่าพระรูปไหนเอาวัตถุมงคลไปขายในเชิงพุทธพาณิชย์ ก็ขอให้สึกออกไป แล้วท่านบอกว่า อย่าเสียดายร่มกาสาวพัสตร์

หลวงปู่มั่นมองวัตถุมงคลอย่างไรครับ ?

- ท่านบอกกับอาตมาว่า การสร้างวัตถุมงคลเราไม่รู้ว่าเขามีเจตนากันอย่างไร เพราะท่านเห็นว่าการสร้างพระมันเป็นเหมือนไปหลอกญาติโยม หรือพระบางรูปจะไปสร้างวัตถุมงคลก็สร้างไป แต่อย่าไปสร้างเพื่อต้องการตั้งตัว หาผลประโยชน์กับสิ่งเหล่านี้ มันไม่ดี แต่วัตถุมงคลก็ไม่ใช่เรื่องเหลวไหลเสียทีเดียว กลับเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนได้เข้าหาหลักธรรมได้ด้วย

ส่วนตัวแล้วหลวงปู่มีความคิดเห็นเกี่ยวกับวัตถุมงคลอย่างไรครับ ?

- อาตมามองว่า การสร้างวัตถุมงคลเป็นเชิงพุทธพาณิชย์ เป็นการสร้างอยู่ในวงเครือญาติ เป็นการนำพระพุทธศาสนามาหากินทั้งพระทั้งโยม เราจะเห็นได้ว่าศาสนาพุทธเสื่อมก็มาจากกลุ่มคนเหล่านี้ เพราะพระพุทธเจ้าสอนให้ละชั่ว ทำความดี การมีพระเครื่องก็เพื่อให้มีสติ การมีพระไม่ได้ให้ป้องกันปืน กันได้คือตัวเรา เราจะสร้างตัวเราเป็นพระ เป็นโจรอยู่ที่ตัวเราทั้งนั้น

อาตมาเองก็จะจุดธูป ๕ ดอกทุกครั้ง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ หากเราไม่มีบิดามารดาเราก็คงไม่เจอพระพุทธศาสนา อันนี้ถือว่าสำคัญมาก ส่วนข่าวคราวของพระสงฆ์ในทุกวันนี้ก็มาจากพระที่อยู่ในเมือง โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ที่เกิดจากญาติโยมถวายปัจจัยมาก ทำให้พระหลงงมงาย และถ้าเป็นไปได้ พระที่อยู่ในผ้าเหลืองต้องหลีกหนีสิ่งเหล่านี้ไปให้พ้น ความเป็นพระสงฆ์ที่หลุดพ้นก็จะเกิดขึ้นตามมา

หลวงปู่คิดว่าอภินิหารมีจริงไหมครับ ?

- จริงๆ พระองค์เก่าๆ จะมีอภินิหารมาก แต่จะไม่แสดงออกให้เราเห็นอภินิหาร อาตมาเคยเห็นครั้งหนึ่ง มีหลวงพ่อที่ อ.บึงกาฬ จ.หนองคาย ท่านจุดธูปที่แม่น้ำโขงแล้วก็หายไปเลย แต่ไปเห็นแสงเทียนอยู่ฝั่งประเทศลาว เห็นอยู่อย่างนั้นประมาณสองชั่วโมงถึงจะกลับมา และที่อาตมาได้เห็นมามีหลวงพ่อกำลังลงสรงน้ำในสระ บอกให้อาตมาซึ่งเป็นเณรอยู่เก็บจีวรเอาไว้ให้ เวลาผ่านไปได้ยินแต่เสียงน้ำดังป๋อมแป๋ม แต่ไม่เห็นหลวงพ่อ พอกำลังวิ่งไปบอกหลวงพี่ว่าหลวงพ่อจมน้ำ ทันใดนั้นเองก็เห็นว่าท่านนุ่งห่มจีวรอยู่ข้างบนแล้ว หลายอย่างที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับเรื่องอภินิหาร อาตมาอยากรู้ แต่หลวงพ่อท่านจะไม่สอน ไม่ยอมบอก

แล้วอภินิหารเกิดขึ้นได้อย่างไรครับ ?

- อภินิหารที่เกิดขึ้นนั้นเขาเรียกว่า ฌาน อย่างหนึ่ง เกิดจากจิตที่บริสุทธิ์ ศีลที่บริสุทธิ์ ซึ่งฌานที่ว่านี้แปลว่า เพ่ง หมายถึงการเพ่งอารมณ์ตามกฎแห่งการเจริญกรรมฐานถึงอันดับที่ ๑ เรียกว่า ปฐมฌาน คือ ฌาน ๑ ถึงอันดับที่ ๒ เรียกว่า ทุติยฌาน แปลว่า ฌาน ๒ ถึงอันดับที่ ๓ เรียกว่า ตติยฌาน แปลว่า ฌาน ๓ ถึงอันดับที่ ๔ เรียกว่า จตุตถฌาน แปลว่า ฌาน ๔ ถึงอันดับที่แปด คือ ได้อรูปฌานถึงฌาน ๔ ครบทั้ง ๔ อย่าง เรียกว่า ฌาน ๘

ถ้าจะเรียกเป็นสมาบัติก็เรียกเหมือนฌาน ฌาน ๑ ท่านก็เรียกว่า ปฐมสมาบัติ เป็นเรื่องของการตัดโลภะ โทสะ โมหะ อย่ามีของกูของมึง อย่าไปยึดติดกับลาภยศ ถ้าพระสงฆ์ไม่สามารถตัดตรงนี้ได้ก็จะไปถึงฌานอื่นไม่ได้ ฌานที่ ๒ ท่านก็เรียกว่า ทุติยสมาบัติ ฌาน ๓ ท่านก็เรียกว่า ตติยสมาบัติ ฌาน ๔ ท่านก็เรียกว่า จตุตถสมาบัติ ฌาน ๘ ท่านก็เรียกว่า อัฏฐสมาบัติ หรือสมาบัติแปดนั่นเอง ผู้ที่จะสามารถทำจิตให้บริสุทธิ์แบบนี้ได้ ต้องเป็นผู้ที่มีเมตตาธรรมเพียงอย่างเดียว

เห็นญาติโยมบอกว่าหลวงปู่รู้อนาคตได้ ?

- มันเป็นเรื่องที่อาตมาไม่อยากพูด เมื่อพูดไปแล้วมันจะไม่ดี เอาเป็นว่าสิ่งที่ทำให้อาตมามองเห็นอนาคตของคนเราได้ เกิดจากกระแสจิตที่บริสุทธิ์ ก็จะสามารถล่วงรู้อนาคตได้ อนาคตไม่ค่อยดูให้ใครนัก แต่จะดูให้กับโยมบางครั้งเท่านั้น แล้วอาตมาก็จะบอกกับคนที่มีศีลมีธรรมเท่านั้น คนอื่นที่ไม่มีศีลอาตมาก็จะไม่บอก

ปัจจุบันพระพุทธศาสนาในบ้านเราอยู่ในยุคขาขึ้นหรือลงครับ ?

- อาตมาคิดว่าถ้าให้พระภิกษุสงฆ์ศึกษาพระธรรมวินัยพระพุทธศาสนาเราจะไปได้ดี ถ้าหากว่าพระภิกษุสงฆ์ไม่มีการศึกษาพระธรรมวินัยนั้นก็จะทำให้ศาสนาเราไปไม่รอด ประเทศชาติของเราก็เหมือนกัน ถ้าประชาชนด้อยการศึกษา เศรษฐกิจภายในประเทศก็จะไม่ดี เพราะฉะนั้น อาตมาจึงเน้นทั้งการศึกษา การกีฬาให้กับประชาชน ถ้าพวกเขามีกำลังดี โรคภัยก็จะไม่มาเบียดเบียน

สุดท้ายนี้หลวงปู่มีหลักธรรมข้อใดฝากให้ผู้อ่าน “คม ชัด ลึก” บ้างครับ ?

- อาตมาอยากให้ทุกคนทำวันนี้ให้ดีที่สุด พรุ่งนี้จะเป็นอะไรก็ช่างมัน เพราะศีล ๕ มันเกิดขึ้นได้ก็มาจากการกระทำของเราเอง ถ้าเราสามารถละโลภะ โทสะ โมหะได้ ถ้าละไม่ได้ ศีลก็ไม่บริสุทธิ์ แต่ถ้าละได้ ศีลเราก็จะบริสุทธิ์ จิตใจเราก็จะไม่เป็นทุกข์ และหมดความอยากในที่สุด



.............................................................

คัดลอกมาจาก ::
หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก คอลัมน์ พระเครื่อง คม ชัด ลึก
ฉบับวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร