วันเวลาปัจจุบัน 21 ส.ค. 2019, 22:52  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 พ.ย. 2009, 11:20 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7060

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

ประวัติและปฏิปทา
หลวงพ่อสุรเสียง ปัญญาวชิโร


วัดป่าเลิงจาน (วัดโพธิชัยวราราม)
ต.แก่งเลิงจาน อ.เมือง จ.มหาสารคาม



๏ อัตโนประวัติ

“หลวงพ่อสุรเสียง ปัญญาวชิโร” หรือ “พระครูสุนทรธรรมโฆษิต” เป็นพระป่ารูปหนึ่งที่ครองตนอยู่ใต้ร่มกาสาวพัสตร์อย่างสันโดษสมถะเสมอต้นเสมอปลาย และเป็นที่เลื่อมใสของพุทธศาสนิกชนในวงกว้าง ท่านเป็นศิษย์สายพระกัมมัฏฐานที่ได้ศึกษาแนวทางปฏิบัติมาจาก ท่านเจ้าคุณพระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ (หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี) แห่งวัดหินหมากเป้ง ต.พระพุทธบาท อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย

หลวงพ่อสุรเสียง ปัญญาวชิโร มีนามเดิมว่า สุรเสียง แซ่เตี๋ย เป็นคนไทยเชื้อสายจีน เกิดเมื่อวันที่ 11 เมษายน พ.ศ.2483 ตรงกับวันพฤหัสบดี ขึ้น 4 ค่ำ เดือน 5 ปีมะโรง ณ ต.บ้านแป้ง อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี โยมบิดาชื่อ นายเป็งติ่ง แซ่เตี๋ย เกิดที่เมืองจีน โยมมารดาเป็นคนไทยชื่อ นางเปี่ยม มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันทั้งหมด 7 คน ท่านเป็นบุตรคนที่ 3 ปัจจุบัน สิริอายุได้ 71 พรรษา 27 (เมื่อปี พ.ศ.2554) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดป่าเลิงจาน ต.แก่งเลิงจาน อ.เมือง จ.มหาสารคาม และเจ้าคณะอำเภอกันทรวิชัย (ธรรมยุต) จ.มหาสารคาม


๏ อาชีพและการอุปสมบทครั้งแรก

ชีวิตในวัยเด็กเป็นคนที่ต่อสู้ชีวิตดิ้นรน เนื่องจากครอบครัวมีฐานะยากจน ท่านจึงจบการศึกษาเพียงแค่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนในหมู่บ้าน ในขณะที่มีอายุได้เพียง 11 ปี

หลังจากนั้นก็ได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ มาพักอาศัยอยู่กับญาติพี่น้อง และได้ไปฝึกงานซ่อมรถที่อู่เคาะพ่นสีรถ ย่านสีลม ทำงานอยู่ได้นานถึง 20 ปี จนอายุย่างเข้าเลขสี่ จึงได้เดินทางกลับมายังบ้านเกิดเพื่อเข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ซึ่งเป็นการบวชตามประเพณีเท่านั้น บวชอยู่ได้ 5 เดือนก็ลาสิกขา ไปทำงานเกี่ยวกับซ่อมรถต่อ โดยทำงานอยู่ในฐานะเจ้าของอู่ดำเนินการซ่อมรถด้วยตนเอง

ในปี พ.ศ.2512 ขณะที่กิจการกำลังเจริญรุ่งเรือง อู่ก็ถูกไฟไหม้จนหมดเนื้อหมดตัว แต่ท่านก็ไม่ยอมย่อท้อ ได้ต่อสู้หาเงินมาลงทุนใหม่ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ จึงได้หันเหชีวิตเปลี่ยนอาชีพมาทำงานด้านรับเหมาถมดินถมทราย แต่มีคู่แข่งขันแย่งชิงกัน ท่านจึงถูกคุกคามข่มขู่จะเอาชีวิตจากผู้ที่เสียผลประโยชน์จึงต้องหนี หลังจากที่ท่านครุ่นคิดว่าจะหนีไปไหน ก็ได้คิดว่านอกจากวัดก็คงไม่มีที่ใดดีไปกว่านี้ซึ่งมีความสงบ

รูปภาพ
พระสุธรรมคณาจารย์ (หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ) พระอุปัชฌาย์
ในคราวที่หลวงพ่อสุรเสียงอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ครั้งที่ 2



๏ การอุปสมบทครั้งที่ 2

อุปนิสัยของท่านเป็นผู้มีจิตใจโน้มเอียงเข้าหาพระธรรม ชอบศึกษาหาเรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา รวมทั้งแนวทางปฏิบัติของพระภิกษุสายกัมมัฏฐาน โดยเฉพาะท่านให้ความศรัทธาในวัตรปฏิบัติ หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ดังนั้น วัดที่ท่านหนีไปพักก็คือ วัดหินหมากเป้ง จ.หนองคาย

การไปปฏิบัติธรรมในครั้งนั้น ทำให้ท่านได้สัมผัสกับรสชาติแห่งความสงบ จึงได้ตัดสินใจสละทางโลกมุ่งหน้าเข้าสู่ร่มเงาผ้ากาสาวพัสตร์ เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุอีกครั้ง ณ พัทธสีมาวัดหินหมากเป้ง เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ.2527 โดยมี พระสุธรรมคณาจารย์ (หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ) เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูวิชัยวัฒนกิจ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ พระชุมพล อภิพโล เป็นพระอนุสาวนาจารย์


๏ สายธรรมหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

หลักจากอุปสมบทแล้ว หลวงพ่อสุรเสียงได้พำนักจำพรรษาแรกอยู่กับ หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ที่วัดหินหมากเป้ง จ.หนองคาย เพื่อฝึกปฏิบัติภาวนาจากบรมครูหลวงปู่เทสก์ ซึ่งท่านเมตตาคอยให้คำชี้แนะแนวทางการปฏิบัติธรรมแก่หลวงพ่อสุรเสียงมาโดยตลอด

หลวงพ่อสุรเสียงเล่าว่า ระหว่างที่ปฏิบัติภาวนาอยู่ก็เกิดโอภาสเป็นแสงสว่างสุกใส เย็นตาเย็นใจ กว้างไกลไม่มีประมาณ ครั้นเมื่อท่านไปเล่าให้หลวงปู่เทสก์ฟัง หลวงปู่ท่านก็บอกว่าบางคนปฏิบัติเป็นสิบๆ ปีก็ยังไม่เกิดแบบนี้เลย ฉะนั้นโอภาสที่ได้จึงถือว่าเป็นวาสนาบารมีเก่าอย่างหนึ่งซึ่งเคยบำเพ็ญมา ตลอดเวลาถึงแม้หลวงพ่อสุรเสียงจะเพิ่งบวช แต่ท่านก็ใส่ใจต่อการเจริญภาวนาอย่างเต็มที่ จนเกิดผลเป็นความสงบแก่จิตใจ จากความคิดที่จะบวชเพียงชั่วคราวจึงหมดไป กลายเป็นความคิดที่อยากจะอุทิศชีวิตให้กับพระศาสนาต่อไป

หลวงพ่อสุรเสียงเมื่อได้รับถ่ายทอดอุบายธรรมจากหลวงปู่เทสก์ จนกระทั่งมีภูมิปัญญาพอที่จะรักษาตัวได้แล้ว ท่านก็เริ่มออกจารึกธุดงค์ ท่านไปมาหลายแห่งหลายที่ แต่ที่ประทับใจมากที่สุดเป็นสถานที่ที่ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เคยไปอยู่คือ ถ้ำยูงทองหรือน้ำตกยูงทอง อ.นายูง จ.อุดรธานี โดยท่านเดินด้วยเท้าจาก จ.หนองคาย ไปด้วยกัน 3 รูป ต่างแยกกันอยู่คนละภูเขา องค์หนึ่งอยู่ที่ถ้ำน้ำทิพย์คือ พระอาจารย์นิรันดร อีกองค์หนึ่งคือ พระอาจารย์ทองพูน ปุญญกาโม วัดป่าอภัยวัน ต.บ้านทุ่ม อ.เมือง จ.ขอนแก่น (ปัจจุบันมรณภาพแล้ว)

รูปภาพ
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

รูปภาพ
พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ (หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี)

รูปภาพ
พระอาจารย์ทองพูน ปุญญกาโม


(มีต่อ)

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 มี.ค. 2011, 08:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7060

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ
พระครูสุนทรธรรมโฆษิต (หลวงพ่อสุรเสียง ปัญญาวชิโร)


๏ สร้างวัดกกไม้แดงและวัดประชาบำรุง

หลังจากนั้นหลวงพ่อสุรเสียงก็กลับมายังวัดหินหมากเป้ง หลวงปู่เทสก์ก็ได้ให้หลวงพ่อสุรเสียงไปช่วยงานที่ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งในขณะนั้น พระอาจารย์ทองพูน ปุญญกาโม ได้ไปจำพรรษาอยู่ที่ป่าช้าบ้านหนาด อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ก่อนแล้ว ครั้นเมื่อหลวงพ่อสุรเสียงเดินทางไปถึง พระอาจารย์ทองพูนซึ่งตั้งใจจะไปเรียนฝึกอบรมเป็นพระธรรมกถึก ที่ศูนย์ฝึกอบรมพระธรรมกถึกภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ศ.ธ.ภ.) วัดบึงพระลานชัย ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด ก็ได้ชวนหลวงพ่อสุรเสียงไปเรียนฝึกอบรมเป็นพระธรรมกถึก รุ่นที่ 15 ด้วยกัน

หลังจากนั้น หลวงพ่อสุรเสียงกลับมาจำพรรษาที่ป่าช้าบ้านหนาด และได้ร่วมกันสร้าง วัดสีลวรรณ ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น “วัดกกไม้แดง” ซึ่งเป็นวัดแรกที่หลวงพ่อสุรเสียงได้สร้างไว้ในพระศาสนา ด้วยเป็นพระที่มีวัตรปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ จึงทำให้ท่านเริ่มมีชื่อเสียงเลื่องลือ แม้ว่าอายุพรรษาจะยังน้อยก็ตาม

หลวงพ่อสุรเสียงได้ศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม จนสามารถสอบไล่ได้นักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ในปี พ.ศ.2528 ถึง พ.ศ.2530 ตามลำดับ แล้วได้สร้างวัดที่ 2 ขึ้น คือวัดประชาบำรุง ซึ่งเป็นวัดกรรมฐาน จากคุณงามความดีของหวงพ่อสุรเสียง ต่อมาพระราชวินยาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม ฝ่ายธรรมยุต ได้มีหนังสือไปขอตัวหลวงพ่อสุรเสียงจากหลวงปู่เทสก์ มาสร้างวัดป่าโนนแท่น ต.ตลาด อ.เมือง จ.มหาสารคาม


๏ สร้างวัดป่าโนนแท่น

หลวงปู่เทสก์จึงได้บอกกับหลวงพ่อสุรเสียงว่า สมควรจะไปช่วยงานเพราะเป็นพระฐานานุกรม ดังนั้น ท่านจึงได้สร้างวัดป่าโนนแท่นขึ้น เนื่องมากจากได้มีโยมท่านหนึ่งมอบที่ดินให้จำนวน 7 ไร่ 3 งาน 69 ตารางวา หลวงพ่อสุรเสียงร่วมกับบรรดาคณะศรัทธาญาติโยมช่วยกันก่อสร้าง “วัดป่าโนนแท่น” จนแล้วเสร็จใช้เวลา 3 ปี ต่อมาท่านได้รับตราตั้งเป็นเจ้าอาวาสปกครองวัดป่าโนนแท่น

หลวงพ่อสุรเสียงได้พยายามทุ่มเทพลังกายพลังใจพัฒนาวัดป่าโนนแท่น จนเจริญรุ่งเรืองในเวลาอันรวดเร็ว ตลอดจนปรับปรุงภายในบริเวณวัดให้มีแต่ความร่มรื่นสวยงามจนกลายเป็นลานธรรม

รูปภาพ
หลวงพ่อสุรเสียง ปัญญาวชิโร-หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี


๏ พัฒนาวัดป่าเลิงจาน

หลังจากพัฒนาวัดป่าโนนแท่นจนเจริญรุ่งเรืองแล้ว หลวงพ่อสุรเสียงได้ย้ายไปพำนักจำพรรษาอยู่ที่ วัดโพธิชัยวราราม อยู่ริมแก่งเลิงจาน บ้านโนนหัวฝาย ต.แก่งเลิงจาน อ.เมือง จ.มหาสารคาม ซึ่งเป็นวัดร้าง ในอดีตมีพระธุดงค์มานักอยู่ชั่วคราวแล้วก็จากไป จนทำให้บางครั้งที่วัดแห่งนี้ว่างขาดพระภิกษุสงฆ์พำนักจำพรรษา

หลวงพ่อสุรเสียงจึงเริ่มพัฒนาวัดขึ้นใหม่ สร้างเสนาสนะต่างๆ ขอซึ้อที่ดินจำนวน 7 ไร่จากชาวบ้าน ซึ่งที่เดิมเป็นเขตป่าช้าของวัด แต่ถูกชาวบ้านจับจองจนเหลือเนื้อที่เพียง 18 ไร่ ท่านสร้างกุฏิพร้อมห้องน้ำห้องส้วม รวมทั้ง จัดหาพระพุทธรูปปางต่างๆ มาประดิษฐานไว้ตามมุมต่างๆ ในวัด ให้พุทธศาสนิกชนที่มาปฏิบัติธรรมได้สักการบูชา และในเวลาต่อมา “วัดโพธิชัยวราราม” ได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “วัดป่าเลิงจาน”


๏ ลำดับงานปกครองและสมณศักดิ์

พ.ศ.2532 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระฐานานุกรมที่ พระครูปลัดสุรเสียง

พ.ศ.2538 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโทที่ “พระครูสุนทรธรรมโฆษิต”

พ.ศ.2546 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอก ในราชทินนามเดิม

พ.ศ.2547 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นพิเศษ ในราชทินนามเดิม และได้รับความไว้วางใจจากคณะสงฆ์ให้ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าคณะอำเภอกันทรวิชัย ฝ่ายธรรมยุต จ.มหาสารคาม

นอกจากนี้แล้ว หลวงพ่อสุรเสียงได้ไปเรียนหลักสูตรครูสอนปริยัติชั้นต้น ที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ศึกษาต่อจนจบพระสังฆาธิการ ชั้นต้น-ชั้นสูง รุ่น 16 ที่วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ และจบหลักสูตรครูสอนปริยัติธรรมชั้นกลาง ที่วัดศรีษะเกษ อ.เมือง จ.หนองคาย เป็นต้น


๏ สร้าง “เจดีย์เทสรังสี”

ตลอดเวลาของชีวิตภายใต้ร่มกาสาวพัตร์ หลวงพ่อสุรเสียง ปัญญาวชิโร ได้ยึดแนวทางการปฏิบัติจากพระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ (หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี) อย่างเคร่งครัด สมกับเป็นเนื้อนาบุญของพุทธศาสนาโดยแท้ ตั้งแต่เมื่อปี พ.ศ.2548 ท่านได้มีโครงการก่อสร้าง “เจดีย์เทสรังสี” ขึ้น ณ วัดป่าเลิงจาน (พร้อมกับอุโบสถ 3 ชั้นและศาลา โดยจะก่อสร้างอยู่ภายในหลังเดียวกัน) เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงพระบูรพาจารย์ คือ หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ซึ่งภายในเจดีย์ทั้ง 4 ทิศ จะบรรจุอัฐิธาตุของพระบูรพาจารย์สายกรรมฐานที่มีชื่อเสียงทั้ง 4 ภาคของประเทศไทย ปัจจุบันการก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ ประกอบกับหลวงพ่อสุรเสียงมีความตั้งใจจะสร้างและพัฒนาให้ “วัดป่าเลิงจาน” เป็น “สถานที่ปฏิบัติธรรม” สำหรับสาธุชนทั่วทุกสารทิศอีกด้วย

รูปภาพ
พระครูสุนทรธรรมโฆษิต (หลวงพ่อสุรเสียง ปัญญาวชิโร)



.............................................................

♥ รวบรวมและเรียบเรียงมาจาก ::
(1) http://www.surasieng.org/
(2) หนังสือพิมพ์ข่าวสด หน้า 31
คอลัมน์ อริยะโลกที่ 6 โดย เชิด ขันตี ณ พล
วันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 15 ฉบับที่ 5589
♥ ขอกราบขอบพระคุณ...ภาพหลวงพ่อสุรเสียง
จากเว็บไซต์ http://www.baanruenthai.com/

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร