วันเวลาปัจจุบัน 23 ส.ค. 2019, 01:01  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 9 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 พ.ย. 2009, 20:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7060

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

ท่านเขมานันทะ
(อาจารย์โกวิท เอนกชัย)


ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์, นักเขียนอมตะ
ต.บ้านท่าคุระ อ.สทิงพระ จ.สงขลา



อาจารย์โกวิท เอนกชัย หรือ “เขมานันทะ”
เป็นชาวจังหวัดสงขลา แต่เนื่องจากภารกิจหน้าที่ทำงาน
จึงต้องจากถิ่นฐานบ้านเกิดมาตั้งรกรากอยู่ที่กรุงเทพฯ

อาจารย์โกวิท เอนกชัย หรือ “เขมานันทะ”
ถือได้ว่าเป็นบุคคลที่ทำงานเขียนมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า ๔๐ ปี
มีประสบการณ์ทางด้านการศึกษาปฏิบัติธรรมที่ได้เรียนรู้โดยตรงจากครู
ผู้ซึ่งเป็นสุดยอดของพระสงฆ์ทั้งทางด้านปริยัติธรรมและปฏิบัติ
คือ ท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุ และ หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
จึงทำให้ผลงานของท่านมีมุมมองพิเศษและลุ่มลึกในทางจิตวิญญาณ
จากรากฐานศาสนา ศิลปะวัฒนธรรมไทย


• นามปากกาที่ใช้

อาจารย์โกวิท เอนกชัย (MR.KOVIT ANAKECHAI) มีนามปากกา
“เขมานันทะ”, “รุ่งอรุณ ณ.สนธยา”, “ฉับโผง”, “สหัสนัยน์”,
“กาลวิง” (แปลว่านกกระจอก : สำหรับงานวิเคราะห์และวิจารณ์)
และ “มุนีนันทะ” (หนังสือ “สุดปลายแผ่นดินโลก”)


• ประวัติชีวิตส่วนตัว

วันเดือนปีเกิด : เกิดเมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๘๑
สถานที่เกิด : บ้านท่าคุระ ต.บ้านท่าคุระ อ.สทิงพระ จ.สงขลา
ที่อยู่และที่ทำงาน : บ้านเลขที่ ๗/๓๒๕ หมู่บ้านบัวขาว ถ.รามคำแหง
แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์ ๐๒-๕๑๗-๓๒๗๑


• ประวัติการศึกษา

- ป. ๔ โรงเรียนวัดชะแม อ.สทิงพระ จ.สงขลา
- ม. ๖ โรงเรียนมหาวชิราวุธ อ.เมือง จ.สงขลา
- ม. ๘ โรงเรียนอำนวยศิลป์ จ.พระนคร (กรุงเทพฯ)
- ปริญญาตรี คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. ๒๕๐๗

รูปภาพ
ท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุ

รูปภาพ
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

รูปภาพ
ท่านเขมานันทะ (อาจารย์โกวิท เอนกชัย)


(มีต่อ ๑)

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ม.ค. 2011, 06:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7060

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


• ประวัติการทำงาน

พ.ศ. ๒๕๐๘-๒๕๑๐

รับราชการ ประจำวิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพ สอนวิชาความซาบซึ้งในศิลปะ

พ.ศ. ๒๕๑๐-๒๕๑๔

บวชและศึกษาปฏิบัติธรรมอยู่กับท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุ สวนโมกขพลาราม
ขณะอยู่ในสมณเพศ ได้รับผิดชอบบุกเบิกค้นคว้าผลิตงานด้านศิลปะไทยจำนวนมาก
สืบต่อทั้งบทกวีและจิตรกรรมโบราณของไทย
เพื่อประดับตกแต่ง โรงมหรสพทางวิญญาณ ในสวนโมกขพลาราม
ซึ่งยังปรากฏหลักฐานสามารถใช้งานสอนธรรมะสืบต่อมาได้ถึงปัจจุบัน
และได้จาริกแสวงบุญ พร้อมกับเขียนหนังสือเกี่ยวกับธรรมะ
เรื่องราวของแง่มุมต่างๆ ของชีวิต ศิลปะวรรณกรรม และกวีนิพนธ์จำนวนมาก

พ.ศ. ๒๕๑๔-๒๕๑๕

ปฏิบัติธรรมเพียงลำพังในถ้ำเขาหินดำ จ.สงขลา
และลงมาเป็นอาจารย์บรรยายธรรมะอยู่ที่วัดชลประทานรังสฤษฏ์ จ.นนทบุรี

เป็นวิทยากรบรรยายงานวิชาการหัวข้อ
“วรรณกรรมในมุมมองทางจิตวิญญาณ”
ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กรุงเทพฯ

พ.ศ. ๒๕๑๖

ก่อตั้งสำนักสงฆ์ “หาดแก้ว” ที่ จ.สงขลา เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม
และทำภาวนาทางด้านจิตวิญญาณ

พ.ศ.๒๕๑๘

รับผิดชอบวางแผนและร่วมจัดงานสัมมนาระดับชาติ
ในประเด็นทางด้าน “พุทธศาสนากับสังคม” ที่สำนักสงฆ์หาดแก้ว จ.สงขลา

เป็นวิทยากรเสนองานวิชาการหัวข้อ
“เอกภาพของสรรพสิ่ง-The Unity of All Subjects”
ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพฯ

พ.ศ. ๒๕๑๙

ก่อตั้งมูลนิธิ “อริยาภา” เพื่อเผยแพร่พุทธธรรม ส่งเสริมศิลปะ การศึกษา
วัฒนธรรมอันดีงาม และสนับสนุนช่วยเหลือผู้ประพฤติธรรมและเยาวชน
เพื่อทดลองการใช้ชีวิตและฝึกปฏิบัติธรรมร่วมกันในรูปแบบที่เหมาะสมกับสังคมปัจจุบัน

พ.ศ. ๒๕๑๙-๒๕๒๐

จาริกแสวงบุญ และศึกษาทางด้านธรรมะ ศิลปะ วัฒนธรรม
ในประเทศอินเดีย เนปาล ศรีลังกา และพม่า

พ.ศ. ๒๕๒๐-๒๕๒๒

ปฏิบัติธรรมที่สำนักสงฆ์หาดแก้ว จ.สงขลา

เป็นอาจารย์สอนการปฏิบัติสมาธิที่วัดผาลาด เชียงใหม่

จาริกแสวงบุญ และบรรยายธรรมะ ศิลป วัฒนธรรมไทย
ที่ประเทศอังกฤษ เยอรมันตะวันตก อิตาลี สวีเดน

จัดงานนิทรรศการทางด้านศิลปะในกรุงเทพฯ เพื่อหาทุนช่วยเหลือเด็กพิการ

พ.ศ. ๒๕๒๒-๒๕๒๕

ดำเนินการก่อตั้งและดูแล “อาศรมนวชีวัน” ที่ จ.สงขลา
เพื่อให้เป็นศูนย์กลางของเยาวชนคนหนุ่มสาวในการปฏิบัติธรรม
การเรียนรู้ทางด้านจิตวิญญาณ ศิลปะ และวัฒนธรรมไทย

แนะนำฝึกฝนการปฏิบัติธรรมให้กับชาวบ้านในพื้นที่รอบอาศรมนวชีวัน

จัดโครงการคลินิกดูแลสุขภาพชาวบ้านภาคใต้รอบอาศรมนวชีวัน
โดยการสนับสนุนจากคณะนักศึกษาแพทย์ จากมหาวิทยาลัยต่างๆ
ที่เข้าร่วมการปฏิบัติธรรมในอาศรมนวชีวัน

จัดโครงการพานักศึกษาจากมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ และมหาวิทยาลัยต่างๆ
ที่เป็นเด็กชาวเมือง ที่มาปฏิบัติธรรมที่อาศรมนวชีวัน
ให้ได้เข้าไปในหมู่บ้านของชาวบ้านภาคใต้รอบอาศรมนวชีวัน
เพื่อให้นักศึกษาได้รู้จักและแลกเปลี่ยนความรู้กับชาวบ้าน
ได้เรียนรู้ชีวิตชาวนาภาคใต้ การทำเกษตรกรรม การทำประมง
และวัฒนธรรมท้องถิ่นภาคใต้ ทั้งหนังตะลุง มโนห์รา
และมหรสพดนตรีพื้นเมืองของชาวบ้าน

จัดโครงการปฏิบัติธรรม ฝึกฝนให้กับนักศึกษา พระภิกษุ และผู้สนใจทั่วไป

พ.ศ. ๒๕๒๕

ได้รับเชิญจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์
ให้ไปเป็นอาจารย์บรรยายความรู้ในประเด็น
พุทธศาสนาและวัฒนธรรมไทย ให้กับกลุ่มผู้สนใจที่เข้ามาศึกษาในมหาวิทยาลัย
ดังเช่นกลุ่ม Singapore Zen Group

เข้าร่วมแสดงผลงานศิลปะ ในการแสดงงานนิทรรศการทางด้านศิลปะ
ที่ Zen House ประเทศสิงคโปร์

บรรยายธรรมะและฝึกฝนการปฏิบัติภาวนา
ให้กับกลุ่มผู้ศึกษาปฏิบัติธรรม ในประเทศออสเตรเลีย

ลาสิกขาเมื่อปลายปี พ.ศ. ๒๕๒๕
แต่ยังคงสอนธรรมะและปฏิบัติภาวนาอยู่ตลอดมา


พ.ศ. ๒๕๒๖

เป็นอาจารย์สอนวัฒนธรรมไทยและ สอนวิชา “Symbolism in Art and Spiritual”
ที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติ สิงคโปร์ ระหว่างนี้ได้เขียนกวีนิพนธ์เป็นภาษาอังกฤษ
เผยแพร่ทั้งในไทยและในต่างประเทศ ชื่อหนังสือ The Valley
ซึ่งได้รับการกล่าวถึงและแนะนำในหนังสือพิมพ์ต่างประเทศ
ดังเช่นหนังสือพิมพ์ชั้นนำของสิงคโปร์ที่ชื่อ STRAIT TIMES

กลับประเทศไทย

จัดตั้งกลุ่มศึกษาปฏิบัติธรรมในกรุงเทพ และประสานงานกับเจ้าหน้าที่
อาศรมนวชีวัน ที่สงขลา และจัดกิจกรรมฝึกฝนปฏิบัติภาวนา
ให้กับกลุ่มนักศึกษาและผู้ทำงานศิลปะ

พ.ศ. ๒๕๒๗-๒๕๒๘

เข้าร่วมในการประชุมทางด้านศาสนธรรมและจิตวิญญาณ
และเป็นคุรุผู้ดูแลฝึกฝนกลุ่มปฏิบัติภาวนาที่
Bad Boll Evangelische Akademie ประเทศเยอรมันตะวันตก

ได้รับเชิญให้ไปสอนการปฏิบัติภาวนาและแสดงนิทรรศการภาพศิลปะที่
Heimvolkshochshule Lindelhof in Bethel Village
เมือง Bielefeld ประเทศเยอรมันตะวันตก

เป็นคุรุผู้อบรมการปฏิบัติภาวนาที่
Theosophical Faculty of Botevonbethel, Bethel Village
เมือง Bielefeld ประเทศเยอรมันตะวันตก

แสดงนิทรรศการงานศิลปะ ที่เมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

บรรยายธรรมะ ที่วัดกัมพูชา ในเมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

เป็นคุรุอบรมการปฏิบัติภาวนา ที่เมือง Teshino, ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

พ.ศ. ๒๕๒๙-๒๕๓๐

เข้าร่วมในการประชุมระหว่างประเทศ ในหัวข้อพุทธศาสตร์ศึกษา
ที่เมืองไทเป ประเทศไต้หวัน

บรรยายธรรมะจากรากฐานวัฒนธรรมไทย
และฝึกสอนการปฏิบัติธรรมในหลายสถานที่ ให้กับหลากหลายองค์กรในประเทศไทย

พ.ศ. ๒๕๓๐-๒๕๓๒

เข้าร่วมเป็นวิทยากรในงานสัมมนาและการประชุมหัวข้อ
“The Supreme Being in Religions” ที่ธรรมสถาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,

การประชุมเรื่องศิลปะและสันติภาพ ที่ธรรมสถาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,
เป็นองค์ปาฐกในงานประชุม “Conference on Insight Meditation”
ที่คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรุงเทพฯ

พ.ศ. ๒๕๒๙-๒๕๓๓

เป็นวิทยากรรับเชิญ สอนนักศึกษาระดับปริญญาโท และปริญญาเอก
ทางด้านศิลปะวัฒนธรรมเปรียบเทียบ ทั้งไทย ตะวันออก ตะวันตก,
ศาสนาเปรียบเทียบและจิตวิทยาคลินิก ที่มหาวิทยาลัยมหิดล
และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร

พ.ศ. ๒๕๓๓

เป็นอาจารย์พิเศษสอนนักศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอก
ที่มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย กรุงเทพฯ

เป็นวิทยากรรับเชิญ บรรยายความรู้ทางด้านสุนทรียภาพ
ให้กับคณาจารย์และนักศึกษา คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ได้รับเชิญให้เป็นวิทยากรบรรยายธรรม ศิลป และวัฒนธรรมเปรียบเทียบ
และสอนการปฏิบัติภาวนาเป็นประจำ ที่ธรรมสถาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ได้รับเชิญให้เข้าร่วมในการประชุมทางวิชาการหัวข้อ
“Religion into Twenty-first Century” ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

พ.ศ. ๒๕๓๔

เดินทางไปสหรัฐอเมริกา

เป็นวิทยากรบรรยายความรู้ในหัวข้อ
“Religion and Rapid Cutural Change : A Buddhist Perspective”

เป็นวิทยากร ที่ Swartmore College, University of Pensylvania
และในอีกหลายเมืองในสหรัฐอเมริกา

จัดคอร์สอบรมการปฏิบัติธรรมที่วัดไทยในเมืองเซนต์หลุยส์และชิคาโก
ที่วัดจวงเหยียนในคาเมล นิวยอร์ก และในอีกหลายสถานที่

พ.ศ. ๒๕๓๕-๒๕๓๙

ทำงานจิตรกรรม สอนการปฏิบัติภาวนา เป็นอาจารย์พิเศษสอนนักศึกษา
เขียนหนังสือ และตีพิมพ์ผลงานจำนวนมากทั้งทางด้านบทกวี วรรณกรรม
บทความอันเชื่อมโยงเปรียบเทียบทางด้านศิลปะ ศาสนา และวัฒนธรรม
อันเป็นรากฐานของสังคมไทย และนำเสนอควาคิดเห็น
ทางด้านการเปลี่ยนแปลงของพุทธศาสนาและวัฒนธรรมในสังคมไทยทางสื่อสิ่งพิมพ์
และรายการโทรทัศน์ รายการวิทยุจำนวนมาก

เขียนบทความประจำทางด้านศาสนาศิลปะ และวัฒนธรรมไทย
ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
พร้อมไปกับการเขียนบทกวี ลำนำ ทางด้านศาสนา ศิลป วัฒนธรรม
การเปลี่ยนแปลงทางสังคม และประเด็นร่วมสมัยต่างๆ ในสังคมไทย

พ.ศ. ๒๕๔๐-๒๕๔๑

เป็นวิทยากรประจำทุกเดือนในรายการ “พบเขมานันทะ”
จัดโดยธรรมสถาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

พ.ศ. ๒๕๔๑

ได้รับเชิญจากองค์กร The Buddhist Association of United States
เมืองคาเมล มลรัฐนิวยอร์ก ให้ไปจัดคอร์สอบรมภาวนาที่วัดจวงเหยียน สหรัฐอเมริกา

เป็นวิทยากรบรรยายธรรมะและศิลปวัฒนธรรม เปรียบเทียบตะวันออก-ตะวันตก
เป็นประจำทุกวันอาทิตย์ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

เป็นคุรุดูแลฝึกฝนผู้เข้าร่วมอบรมการปฏิบัติภาวนา
ที่ Dharmarama Temple ชิคาโก สหรัฐอเมริกา

บรรยายธรรมะ ที่วัดพุทธ ที่เมืองบรองซ์ มลรัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

เป็นวิทยากรบรรยายพร้อมฉายภาพสไลด์ทางด้านศิลปะและวัฒนธรรมไทย
ที่ New York Buddhist Church, Jodoshinshu Temple นิวยอร์ก

จัดคอร์สอบรมภาวนา ปฏิบัติธรรม
ที่ Dharmarama Temple ชิคาโก สหรัฐอเมริกา

จัดคอร์สอบรมภาวนาปฏิบัติธรรม และบรรยายธรรมะศาสนาเปรียบเทียบอีกหลายครั้ง
ทุกวันอาทิตย์ ที่ Sri Ratanarama Temple เมืองเซนต์หลุยส์

บรรยายธรรมะศาสนาเปรียบเทียบ ในรายการวันอาทิตย์
ที่ Buddhayanandaram Temple ลาสเวกัส

เมื่อกลับมาประเทศไทย ได้รับเชิญให้ไปอ่านบทกวี
in praise of the mother earth
ในพิธีเปิดกิจกรรมธรรมยาตราเพื่อทะเลสาบสงขลา ที่ จ.สงขลา

พ.ศ. ๒๕๔๒-๒๕๖๒

สร้างสรรค์งานศิลปะ จิตรกรรม บทกวี บทความ บทบรรยายธรรม วรรณกรรม กวีนิพนธ์
มีหนังสือตีพิมพ์ออกมาเป็นประจำทุกปีติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง
จากสำนักพิมพ์ศยาม สำนักพิมพ์อมรินทร์ และสำนักพิมพ์พิมพ์คำ และสำนักพิมพ์สุขภาพใจ

โดยงานเขียนชุด จากดักแด้สู่ผีเสื้อ พิมพ์โดย “พิมพ์คำสำนักพิมพ์”
ได้รับรางวัลที่ ๒ ของหนังสือประเภทสารคดี จากการประกวดหนังสือดีเด่น
รางวัล “เซเว่นบุ๊คอวอร์ดครั้งที่ ๑” ประจำปี พ.ศ. ๒๕๔๗

นอกจากนี้ ผลงานหนังสือของอาจารย์โกวิท เอนกชัย (เขมานันทะ) นั้น
ทางศาสตราจารย์ ดร.สดชื่น ชัยประสาธน์ อาจารย์ประจำคณะอักษรศาสตร์
มหาวิทยาลัยศิลปากร เคยใช้เป็นหัวข้อทำงานวิจัยเรื่อง
“วรรณกรรมและจิตรกรรมแนวเซอร์เรียลิสม์ในประเทศไทย” เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๙


(มีต่อ ๒)

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ม.ค. 2011, 06:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7060

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

• ประวัติการสร้างสรรค์ผลงาน

หนังสือเล่มแรกของ อาจารย์โกวิท เอนกชัย (เขมานันทะ)
เริ่มปรากฏต่อบรรณพิภพเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๓
จากนั้นท่านอาจารย์ก็ได้ทำงานเขียนต่อเนื่องมายาวนานถึงบัดนี้เป็นเวลาถึง ๓๗ ปี
ประสบการณ์ทางด้านการศึกษาปฏิบัติธรรม
ได้เรียนรู้โดยตรงทั้งทางด้านปริยัติและปฏิบัติจาก
ท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุ และหลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

อีกทั้ง ท่านอาจารย์เขมานันทะ ยังได้เดินทางแสวงหาความรู้ความเข้าใจ
ทางด้านศิลปะและวัฒนธรรม ได้แลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นกับชาวบ้าน ชาวนา
ชาวประมง นักศึกษา ปัญญาชน ผู้คนหลากหลายอาชีพทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ
ทั้งผู้คนจากเอเชีย ยุโรป ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา

รวมทั้งการได้เดินทางตั้งแต่ช่วงเป็นพระธุดงค์
เดินทางไปปฏิบัติธรรม บรรรยายธรรมะในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย
และเมื่อลาสิกขาแล้ว ก็ได้รับเชิญให้เดินทางไปบรรยายธรรมะ
จัดคอร์สอบรมภาวนา บรรยายความรู้ทางด้านศาสนาเปรียบเทียบ
ระหว่างประเทศไทย และโลกตะวันออก โลกตะวันตก

สิ่งเหล่านี้เป็นรากฐานทรัพยากรสูงค่าในตัวอาจารย์เขมานันทะ
ให้มีมุมมองอันกว้างไกล ลึกซึ้งอย่างยิ่งในศิลปะ ศาสนา
และวัฒนธรรมไทยและมีความเป็นสากลหลากหลาย

สิ่งเหล่านี้ท่านอาจารย์ได้ถ่ายทอดลงในงานเขียนทุกรูปแบบของท่านอย่างเต็มที่
ทั้งยังทำงานเขียนมายาวนานต่อเนื่องไม่เคยหยุด
ผลงานอันมีมุมมองพิเศษและลุ่มลึกในทางจิตวิญญาณ
จากรากฐานศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมไทย อันเปิดกว้างสู่ความเป็นสากลนี้

ทำให้มีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติหลากหลายรุ่นชน หลากหลายอาชีพ
สนใจในงานเขียนและทัศนะทุกด้านของท่านเขมานันทะมาโดยตลอด

หลายทศวรรษมาแล้วที่ผู้อ่านได้รับทั้งความรู้ ความเข้าใจ และทัศนะอันลุ่มลึกต่อชีวิต
จากผลงานหลากหลายของท่านเขมานันทะ
ทั้งในภาคส่วนของงานกวีนิพนธ์ วรรณกรรม
บทความทางศาสนาวิชาการ และงานปาฐกถาธรรม

ลักษณะเด่นในงานวรรณกรรมและงานธรรมบรรยายทั้งหมดของท่านเขมานันทะนั้น
นอกจากจะมีมิติกว้างไกลทั้งทางด้านศิลปะ นิเวศวิทยา มานุษยวิทยา
ให้ความรู้ลุ่มลึกในหนทางพุทธประเพณีของวัฒนธรรมไทยแล้ว

ภาษาที่ท่านอาจารย์เลือกใช้ก็มีความคมคาย ไพเราะกินใจอย่างยิ่ง
แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ ความเข้าใจลึกซึ้งต่อชีวิตและแก่นของชีวิต
ที่เปิดเผยอยู่ในหนังสือเล่มต่างๆ ของอาจารย์ล้วนเป็นประสบการณ์ตรง
ที่ท่านอาจารย์ได้รับจากการปฏิบัติภาวนามายาวนานหลายสิบปี
และยังปฏิบัติอยู่ทุกขณะในชีวิตประจำวัน

ผลงานหนังสือของท่านอาจารย์เขมานันทะส่วนใหญ่
มีเนื้อหาแสดงให้เห็นถึงบทบทัศนะต่างๆ
ต่อชีวิต ศาสนธรรม โลก จักรวาล การงาน และความรัก
ไว้อย่างลุ่มลึกงดงาม ด้วยเนื้อหาและภาษาอันสงบวิเวก


ผลงานเขียนของอาจารย์เขมานันทะมีทั้งที่เป็นวรรณกรรมโดยตรง
ดังเช่น หนังสือ “สุดปลายแผ่นดินโลก”

ซึ่งเป็นการประสานความเข้าใจระหว่างศาสนาพุทธ คริสต์
และศาสนาโบราณในแผ่นดินทะเลทรายอาหรับ
หรือบทกวีอันไพเราะลึกซึ้งด้วยมิติทางพุทธธรรมและประเพณีไทย

ดังเช่น “สองสามคำรำพึงถึงสายธาร”, “ภาพประพิมพ์ประพาย”

แต่ผลงานที่โดดเด่นมากที่สุดคือ
การนำเสนอแนวคิดในการอ่านและตีความวรรณกรรมพื้นบ้านไทย
ในหนังสือ “เค้าขวัญวรรณกรรม”

และการเข้าใจมิติลึกซึ้งทางพุทธศาสนาในวรรณกรรมจีนที่แพร่หลายในสังคมไทยอย่าง
“ไซอิ๋ว” ที่อาจารย์ได้อธิบายความลุ่มลึกเทียบเคียงระหว่างเห้งเจียในไซอิ๋ว
หนุมานในรามเกียรติ์ และแนวคิดพุทธศาสนาในไซอิ๋วเอาไว้อย่างละเอียดในหนังสือ
“เดินทางไกลกับไซอิ๋ว” และหนังสือ “ลิงจอมโจก”

ผลงานชุด “เค้าขวัญวรรณกรรม” ของท่านอาจารย์เขมานันทะเล่มนี้
ท่านอาจารย์อธิบายความว่า “เค้า” หมายถึง เค้าโครง เค้าเงื่อน
ส่วน “ขวัญ” ในทางหนึ่งหมายถึงสติ ชื่อหนังสือ “เค้าขวัญวรรณกรรม”
ที่ปรากฏอยู่นี้ จึงหมายถึง เค้าเงื่อนแห่งสติปัญญาอันซ่อนอยู่ในวรรณกรรม
ในนิทานชาดกพื้นบ้านไทย ที่บรรพชนได้สั่งสมสืบต่อกันมา

ผลงาน “เค้าขวัญวรรณกรรม” แม้ไม่เน้นหนักทางวิชาการ
แต่การมองสู่นิทานพื้นบ้านก็ช่วยให้เราแลเห็นเค้าเงาทางจิตวิญญาณ
(Spiritual Glimpse) ที่ซ่อนอยู่อย่างลึกซึ้ง
ความแปลกใหม่ในการไขความของท่านอาจารย์เขมานันทะ
ดูโดดเด่นผิดกับนักวรรณคดีทั่วไปหรือนักวิจารณ์ตะวันตก
เพราะท่านเหล่านั้นมักตีความวรรณกรรมต่างๆ
บนพื้นฐานทัศนะทางจิตวิเคราะห์และจิตวิทยาสังคมของซิกมันด์ ฟรอยด์

แต่ท่านอาจารย์ยืนอยู่บนฐานของการเดินทางด้านใน
ด้วยการปฏิบัติภาวนาผ่านภูมิต่างๆ ของชีวิต
ซึ่งได้ถูกกระทำให้เป็นภูมิแห่งการเดินทางไกลในวรรณกรรม


ทั้งยังได้เทียบเคียงการไขความสัญลักษณ์ต่างๆ
กับแนวคิดพุทธศาสนาอย่างมีหลักเกณฑ์
เห็นได้ชัดว่า ท่านอาจารย์ระมัดระวังไม่ให้เป็นการลากเข้าหาความ
ด้วยรู้ดีว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องละเอียดลึกซึ้ง


อีกทั้งชาดกต่างๆ หลายเรื่องก็เป็นเพียงนิทานจริยธรรมธรรมดา
ท่านอาจารย์จึงเลือกมาพิจารณาเฉพาะบางเรื่อง
ที่มีโครงสร้างเป็นปริศนาธรรมของการเดินทางไกลแห่งชีวิต
ข้อเสนอนี้จึงควรจะได้รับการพิจารณา
ในฐานะที่เป็นทรัพย์สมบัติทางปัญญาของมนุษย์


ส่วน “เดินทางไกลกับไซอิ๋ว” หรือที่นำมาตีพิมพ์ใหม่ในชื่อ “ลิงจอมโจก” นั้น
เป็นผลงานนำเสนอแนวคิดผ่านการตีความวรรณกรรม ซึ่งผลงานของอาจารย์
และภาษาไพเราะคมคาย สละสลวยงดงามในหนังสือ ก็ได้ทำให้ทั้งงานธรรมบรรยาย
และงานเขียนทุกเล่ม มีคุณค่าเสมอวรรณกรรมชั้นยอดในตัวเอง

ผลงานของท่านอาจารย์เขมานันทะสร้างสรรค์ขึ้นในหลากหลายรูปแบบ
ทั้งกวีนิพนธ์ วรรณกรรม สารคดี บทความแสดงทัศนะ
และบรรยายธรรมะศาสนาเปรียบเทียบ
บทความวิชาการเกี่ยวกับวัฒนธรรม ศิลปะ และภูมิปัญญาไทย


รูปภาพ

นับจำนวนหนังสือที่ท่านอาจารย์เขมานันทะเขียนออกมายาวนานนี้
ได้จำนวนมากกว่า ๖๐ เล่มแล้ว มีรายชื่อดังต่อไปนี้

เพลงปราโมทย์ของเซ็น (๒๕๑๓), ธรรมะหรรษา (๒๕๑๔), ระเหเร่ร่อน (๒๕๑๖),
เดินทางไกลกับไซอิ๋ว (๒๕๑๗, ๒๕๓๑), แด่ประชาชนชาวสยาม (๒๕๑๗),
ชีวิตคุณมีเพียงขณะเดียว (๒๕๑๗), ปาฐกถา ๖ เล่ม ชุดธรรมะกับชีวิต (๒๕๑๘),
สุดปลายแผ่นดินโลก (๒๕๑๘), โลกดนตรี (๒๕๑๙), ศานติไมตรี (๒๕๑๙),
รอบกองไฟ (๒๕๒๐), แสงไฟในหุบเขา (๒๕๒๐), ประกายไฟกลางสายธาร (๒๕๒๐),
กงล้อแห่งกาละ (๒๕๒๑), ธารน้ำพุ (๒๕๒๒), บันทึกจากบ้านดง (๒๕๒๒),
แด่มิตรผู้แสวงหาความรัก (๒๕๒๒), รหัสแห่งความรัก (๒๕๒๓),
โพล้เพล้เพลา (๒๕๒๔), แสงดาวและคนเดินทาง (๒๕๒๖), The valley (๒๕๒๖),
สองสามคำรำพึงถึงสายธาร (๒๕๒๖), เริงรำฉ่ำเดือนฉาย (๒๕๒๗),
แรมรายคืน (๒๕๒๘), เค้าขวัญนิทานไทย (๒๕๒๙), ตามนก (๒๕๒๙),
ดั่งสายน้ำไหล (๒๕๓๒, ๒๕๔๔), ไตร่ตรองมองหลัก (๒๕๓๓),
หิ่งห้อย (๒๕๓๓), โลกคือครอบครัวเดียว (๒๕๓๓), ฟ้าใกล้แผ่นดินไกล (๒๕๓๔),
ช่วงชีวิตช่วงภาวนา (๒๕๓๖, ๒๕๔๔), สุขหรือเศร้าก็เท่านั้น (๒๕๓๖),
เตกูวากัน (๒๕๓๗), อันเนื่องกับทางไท (๒๕๓๘), พฤษภาผ่าน (๒๕๔๐),
จากหิมาลัยถึงแอลป์ (๒๕๔๐), ลิงจอมโจก (๒๕๔๐, ๒๕๔๗),
Know not a thing (๒๕๔๐), บุรีแห่งบรมพุทโธ (๒๕๔๐),
ธรรมวิทรรศน์ (๒๕๔๑), แผ่นดินดับ (๒๕๔๓), ทะเลสาบสงขลา (๒๕๔๓),
ไตร่ตรองมองหลัก (ฉบับปรับปรุงใหม่, ๒๕๔๓),
เค้าขวัญวรรณกรรม (ฉบับปรับปรุงใหม่, ๒๕๔๓), ภาพประพิมพ์ประพาย (๒๕๔๓),
นิราศยุโรป (๒๕๔๓), นิราศหิมาลัย (๒๕๔๓), จากดักแด้สู่ผีเสื้อ (๒๕๔๓),
กุศลเสน่หา (๒๕๔๓), ชีวิตกับความรัก (ฉบับปรับปรุงใหม่-พิมพ์ครั้งที่ ๗-๒๕๔๔),
เพลงปราโมทย์ของเซ็น (ฉบับปรับปรุงใหม่-๒๕๔๔),
เปลวไฟกลางสายธาร (ฉบับปรับปรุงใหม่-๒๕๔๔), ดวงตาแห่งชีวิต (๒๕๔๕, ๒๕๔๘),
เพียงรักและตระหนักรู้ (๒๕๔๖), เนื่องในความงาม (๒๕๔๖),
ลิงจอมโจก (พิมพ์ครั้งที่ ๒, ๒๕๔๗), สืบสายธารน้ำพระทัยพระศาสดา (๒๕๔๗),
จิตสถาปนา ธรรมะสถาปนา (๒๕๔๗), รุ่งอรุณแห่งความรู้สึกตัว (๒๕๔๘),
ทะเลสาบแห่งหัวใจ (๒๕๕๐), ปรีชาญาณของผู้ไม่รู้หนังสือ (๒๕๕๐)

นอกจากนี้ ยังมีหนังสือของท่านอาจารย์ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการจัดพิมพ์
ทั้งหนังสือใหม่ และหนังสือที่นำมาตีพิมพ์ซ้ำ อีกมากกว่า ๑๐ เล่มดังเช่น
“ทางทรายใกล้ทะเลสาบ : อัตประวัติช่วงแสวงหามายาชีวิตของเขมานันทะ”,
สุดปลายแผ่นดินโลก (ตีพิมพ์ซ้ำ), ชีวิตคุณมีเพียงขณะเดียว (ตีพิมพ์ซ้ำ),
ปาฐกถาชุดธรรมะกับชีวิต (ตีพิมพ์ซ้ำ) และงานเขียนใหม่อีกหลายเล่ม
(แต่ยังไม่ลงตัวในเรื่องชื่อหนังสือ) ที่กำลังดำเนินการจัดพิมพ์อยู่ในขณะนี้

รูปภาพ

อาจารย์โกวิท เอนกชัย ได้ทำงานเขียนต่อเนื่องยาวนานมาถึง ๓๗ ปี
และยังทำอยู่ มีผลงานตีพิมพ์ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน
สำหรับงานเขียนทั้งหมดของอาจารย์ แยกเป็นประเภทต่างๆ ได้ดังนี้

๑. วรรณกรรม

- สุดปลายแผ่นดินโลก (๒๕๑๘)
- เพลงปราโมทย์ของเซ็น (๒๕๑๓)
- เพลงปราโมทย์ของเซ็น (ฉบับปรับปรุงใหม่, ๒๕๔๔)

๒. กวีนิพนธ์

- โพล้เพล้เพลา (๒๕๒๔)
- แสงดาวและคนเดินทาง (๒๕๒๖)
- The valley (๒๕๒๖)
- สองสามคำรำพึงถึงสายธาร (๒๕๒๖)
- เริงรำฉ่ำเดือนฉาย (๒๕๒๗)
- ตามนก (๒๕๒๙)
- หิ่งห้อย (๒๕๓๓)
- ฟ้าใกล้แผ่นดินไกล (๒๕๓๔)
- พฤษภาผ่าน (๒๕๔๐)
- ภาพประพิมพ์ประพาย (๒๕๔๓)
- นิราศยุโรป (๒๕๔๓)
- นิราศหิมาลัย (๒๕๔๓)
- กุศลเสน่หา (๒๕๔๓)
- ทะเลสาบแห่งหัวใจ (๒๕๕๐)

๓. บทความทางวิชาการ

- เดินทางไกลกับไซอิ๋ว (๒๕๑๗, ๒๕๓๑)
- เค้าขวัญนิทานไทย (๒๕๒๙)
- ไตร่ตรองมองหลัก (๒๕๓๓)
- อันเนื่องกับทางไท (๒๕๓๘)
- ลิงจอมโจก (๒๕๔๐, ๒๕๔๗)
- Know not a thing (๒๕๔๐)
- ไตร่ตรองมองหลัก (ฉบับปรับปรุงใหม่, ๒๕๔๓)
- เค้าขวัญวรรณกรรม (ฉบับปรับปรุงใหม่, ๒๕๔๓)
- เนื่องในความงาม (๒๕๔๖)

๔. บทความ

- ชีวิตคุณมีเพียงขณะเดียว (๒๕๑๗)
- แด่ประชาชนชาวสยาม (๒๕๑๗)
- ปาฐกถา ๖ เล่ม ชุดธรรมะกับชีวิต (๒๕๑๘) ประกอบด้วยหนังสือ
มิติของชีวิต, ความหมายของชีวิต, เงื่อนไขของชีวิตและสังคม,
ชีวิตกับความรัก, อุปมาแห่งชีวิต, ชีวิตกับการเรียนรู้
- ศานติไมตรี (๒๕๑๙)
- รอบกองไฟ (๒๕๒๐)
- แสงไฟในหุบเขา (๒๕๒๐)
- ประกายไฟกลางสายธาร (๒๕๒๐)
- กงล้อแห่งกาละ (๒๕๒๑)
- ธารน้ำพุ (๒๕๒๒)
- บันทึกจากบ้านดง (๒๕๒๒)
- แด่มิตรผู้แสวงหาความรัก (๒๕๒๒)
- รหัสแห่งความรัก (๒๕๒๓)
- ดั่งสายน้ำไหล (๒๕๓๒, ๒๕๔๔)
- ช่วงชีวิตช่วงภาวนา (๒๕๓๖, ๒๕๔๔)
- สุขหรือเศร้าก็เท่านั้น (๒๕๓๖)
- ธรรมวิทรรศน์ (๒๕๔๑)
- จากดักแด้สู่ผีเสื้อ (๒๕๔๓)
- ชีวิตกับความรัก (ฉบับปรับปรุงใหม่-พิมพ์ครั้งที่ ๗, ๒๕๔๔)
- เปลวไฟกลางสายธาร (ฉบับปรับปรุงใหม่, ๒๕๔๔)
- ดวงตาแห่งชีวิต (๒๕๔๕, ๒๕๔๘)
- เพียงรักและตระหนักรู้ (๒๕๔๖)
- สืบสายธารน้ำพระทัยพระศาสดา (๒๕๔๗)
- จิตสถาปนา ธรรมะสถาปนา (๒๕๔๗)
- รุ่งอรุณแห่งความรู้สึกตัว (๒๕๔๘)
- ปรีชาญาณของผู้ไม่รู้หนังสือ (๒๕๕๐)

๕. สารคดี

- ธรรมะหรรษา (๒๕๑๔)
- ระเหเร่ร่อน (๒๕๑๖)
- โลกดนตรี (๒๕๑๙)
- แรมรายคืน (๒๕๒๘)
- โลกคือครอบครัวเดียว (๒๕๓๓)
- เตกูวากัน (๒๕๓๗)
- จากหิมาลัยถึงแอลป์ (๒๕๔๐)
- บุรีแห่งบรมพุทโธ (๒๕๔๐)
- แผ่นดินดับ (๒๕๔๓)
- ทะเลสาบสงขลา (๒๕๔๓)


(มีต่อ ๓)

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ม.ค. 2011, 06:10 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7060

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

• ตัวอย่างแนวคิดและผลงานสำคัญที่สร้างสรรค์ไว้

ผลงานทางด้านบทกวี ธรรมบรรยาย และบทความ
อันเกี่ยวเนื่องกับมหากาพย์และประเด็นลึกซึ้งทางศาสนานั้น
มีหนังสือจำนวนมากของอาจารย์เขมานันทะตีพิมพ์เผยแพร่มายาวนาน
ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๓ จนถึงปัจจุบันประมาณกว่า ๖๐ เล่ม

เริ่มตั้งแต่ เพลงปราโมทย์ของเซน (พ.ศ. ๒๕๑๓, พ.ศ. ๒๕๔๔)
อันนับได้ว่าเป็นหนังสือเกี่ยวกับพุทธศานานิกายเซนในรุ่นแรกๆ ของเมืองไทย

หากผลงานโดดเด่นที่มีคุณค่ายิ่งของท่านคือ
“เค้าขวัญวรรณกรรม” (พ.ศ. ๒๕๒๙, พ.ศ. ๒๕๔๓)
และ “ลิงจอมโจก” (พ.ศ. ๒๕๑๗, พ.ศ. ๒๕๔๐)
ซึ่งได้ไขความสัญลักษณ์ต่างๆ ที่ปรากฏในมหากาพย์ วรรณคดี
วรรณกรรมไซอิ๋ว ชาดก และนิทานพื้นบ้านไทยหลายเรื่อง

โดยเทียบเคียงสัญลักษณ์ที่ปรากฏกับแนวคิดทางพุทธศาสนาอย่างมีหลักเกณฑ์
ด้วยมุมมองที่ผ่านการปฏิบัติภาวนาผ่านภูมิต่างๆ ของชีวิตมาอย่างยาวนาน

ส่วน “อันเนื่องกับทางไท” (พ.ศ. ๒๕๓๘) นั้นถือเป็นงานคลาสสิค
ที่อธิบายแนวคิดทางสุนทรียภาพ
ของศิลปะตะวันออกเปรียบเทียบกับศิลปะตะวันตกไว้อย่างลุ่มลึก

สำหรับ “ไตร่ตรองมองหลัก” (พ.ศ. ๒๕๓๓, พ.ศ. ๒๕๔๓) นั้น
นับได้ว่าเป็นหนังสือที่นำเสนอมติทางพุทธศาสนานิกายวัชรยาน
ไว้อย่างชัดเจนลึกซึ้งที่สุดเล่มหนึ่งที่ปรากฏในภาคภาษาไทย

ยังมีหนังสือบางเล่มของท่านเขมานันทะที่ตีพิมพ์ซ้ำมาแล้วเกือบ ๑๐ ครั้ง
คือ ปาฐกถาธรรม “ชีวิตกับความรัก”

ซึ่งได้รับการกล่าวขวัญสืบเนื่องติดต่อกันมาโดยตลอดว่า
มีความลึกซึ้งอย่างยิ่งทั้งในทางโลกย์และทางธรรม
สามารถประสานขั้วต่างระหว่างความรัก กามารมณ์
และที่สุดแห่งทุกข์ให้เป็นปัจจัยหนุนเอื้อต่อการขัดเกลาพัฒนาชีวิตด้านใน

ส่วนงานปาฐกถาธรรมที่น่าสนใจยิ่งคือ
“เปลวไฟกลางสายธาร” (พ.ศ. ๒๕๒๐, พ.ศ. ๒๕๔๔),
“ดั่งสายน้ำไหล” (พ.ศ. ๒๕๓๒, พ.ศ. ๒๕๔๕),
“ช่วงชีวิตช่วงภาวนา” (พ.ศ. ๒๕๓๖, พ.ศ. ๒๕๔๕),
“จากดักแด้สู่ผีเสื้อ” (พ.ศ. ๒๕๔๓),
และเล่มล่าสุดคือ “ดวงตาแห่งชีวิต” (พ.ศ. ๒๕๔๕)

ที่เพิ่งตีพิมพ์เผยแพร่ ธรรมบรรยายเล่มนี้บันทึกถึงวิถีปฏิบัติภาวนา
อันมุ่งสู่แก่นของ “ชีวิต” มนุษย์โดยตรง ด้วยสภาพ “รู้”
ที่ “เป็น” อยู่แล้วในตัวมนุษย์นั้น มีเสมอกันทั้งปุถุชนและพระพุทธองค์

วิธีการปฏิบัติสมาธิบนฐานการเคลื่อนไหว (dynamic meditation)
ที่อาจารย์เขมานันทะนำเสนอนั้น
ล่วงพ้นไปจากพรมแดนของเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม
เพราะเป็นกลวิธีจับความรู้สึกสดๆ เร้าความรู้สึกตัวหรือสภาพรู้ที่เป็นอยู่แล้ว
ในมนุษย์ทุกคนนี้ ให้แสดงตัวออกมาทั้งหมด
และเป็นวิธีง่ายๆ ที่ช่วยให้รู้เห็นการเคลื่อนของกาย-จิต

สามารถมองเห็นความคิด เห็นที่มาของความคิด
โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ตรงญาณปัญญา อันเป็น “ดวงตา” ภายใน
ที่จะประจักษ์ต่อปรากฏการณ์ทางจิต
และแลเห็นแนวทางในการคลี่คลายปมปัญหาต่างๆ ของชีวิต


รูปภาพ


(มีต่อ ๔)

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ม.ค. 2011, 19:38 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7060

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ
ภาพงานแถลงข่าวการประกาศผลรางวัล “นักเขียนอมตะ” ประจำปี ๒๕๔๙-๒๕๕๐


• รางวัลและเกียรติคุณที่ได้รับ

- ศิษย์เก่าดีเด่น มหาวิทยาลัยศิลปากร ปี พ.ศ. ๒๕๔๒

- งานเขียนหนังสือ “จากดักแด้สู่ผีเสื้อ”

พิมพ์โดย “พิมพ์คำสำนักพิมพ์”
ได้รับรางวัลที่ ๒ ของหนังสือประเภทสารคดี
จากการประกวดหนังสือดีเด่น
รางวัล “เซเว่นบุ๊คอวอร์ดครั้งที่ ๑” ประจำปี พ.ศ. ๒๕๔๗


- รางวัล “นักเขียนอมตะ” (Amata Writer Award)
ของมูลนิธิอมตะ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๔๙-๒๕๕๐


รางวัลนักเขียนอมตะ จัดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๗ โดยมี ศักดิ์ชัย บำรุงพงศ์
หรือที่เรารู้จักในนามปากกา เสนีย์ เสาวพงศ์ เป็นนักเขียนอมตะคนแรก
และตามติดมาด้วย โรจ งามแม้น (หรือที่เรารู้จักในนามปากกา เปลว สีเงิน)
นักคิด นักเขียน เจ้าของคอลัมน์ “คนปลายซอย” จากหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

คณะกรรมการตัดสินรางวัลนักเขียนอมตะ ปี พ.ศ. ๒๕๔๙-๒๕๕๐ มีดังนี้
- ศ.คุณหญิงแม้นมาส ชวลิต ประธานกรรมการ
- อ.ล้อม เพ็งแก้ว กรรมการ
- รศ.เฉลียว พันธุ์สีดา กรรมการ
- ผศ.ดร.วีระ สมบูรณ์ กรรมการ
- ผศ.ดร.ตรีศิลป์ บุณขจร กรรมการ
- นางชมัยพร แสงกระจ่าง กรรมการ
- นายภิญโญ ไตรสุริยธรรมา กรรมการและเลขานุการ

ได้มีการมอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้ เมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
โดยมีอดีตนายกรัฐมนตรี นายอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธานพิธี

:b47: ----------------------------------------- :b47:

คำประกาศเกียรติคุณ นายโกวิท เอนกชัย (เขมานันทะ)
ผู้ได้รับรางวัล “นักเขียนอมตะ” ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๔๙-๒๕๕๐

คณะกรรมการพิจารณารางวัล “นักเขียนอมตะ” มีมติว่า
อาจารย์โกวิท เอนกชัย หรือ “เขมานันทะ” เป็นผู้สมควรได้รับรางวัลเกียรติยศ
“นักเขียนอมตะ” ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๔๙-๒๕๕๐

อาจารย์โกวิท เอนกชัย เป็นกวี นักคิด นักเขียน จิตรกร และประติมากร
ผู้สร้างสรรค์ผลงานหลากหลายรูปแบบ ต่อเนื่องยาวนานมาเป็นเวลาเกือบ ๔๐ ปี
มีผลงานวรรณกรรมกว่า ๖๐ เล่ม นำเสนอเรื่องราวของชีวิต จิตใจ
ความลึกซึ้งของการเป็นมนุษย์ การเรียนรู้จิตใจตนเองและคนรอบข้าง
การมองโลก มองสังคม มองการเปลี่ยนแปลงที่หมุนคลื่นอยู่ในวิถีวัฒนธรรม
ด้วยการตั้งข้อสังเกตอย่างลุ่มลึก ล่วงพ้นไปจากพรมแดนของเชื้อชาติ ศาสนาและวัฒนธรรม

ในวิถีของนักเขียน กวี และวิปัสสนิกผู้ปฏิบัติธรรมในทุกขั้นตอนของชีวิต
งานสร้างสรรค์ทางศิลปะทุกแขนงของอาจารย์
จึงเป็นหนึ่งเดียวกับวิถีแห่งการปฏิบัติภาวนาอย่างชัดแจ้ง
ลักษณะเด่นของผลงานนอกจากจะมีมิติกว้างไกล
ในด้านศิลปะ นิเวศวิทยา มานุษยวิทยา
นอกจากจะให้ความรู้ในทางพุทธประเพณีของวัฒนธรรมไทยแล้ว
ยังให้ความเข้าใจลึกซึ้งต่อวิถีชีวิตและแก่นของชีวิตอีกด้วย

นอกจากนี้อาจารย์ยังเป็นนักตีความวรรณกรรม
ผู้มุ่งตรงไปสู่การไขความสัญลักษณ์ต่างๆ ที่ปรากฏอยู่ในมหากาพย์
วรรณกรรม วรรรณคดี นิทานชาดก และนิทานพื้นบ้าน
ซึ่งเป็นการตีปริศนาธรรมของการเดินทางไกลแห่งชีวิต
กับแนวคิดทางพุทธศาสนาอย่างมีหลักเกณฑ์งานตีความ
จึงเป็นดั่งสะพานเชื่อมต่อหนทางของบรรพชนให้ทอดยาวสู่อนุชน
เพื่อคนรุ่นปัจจุบันจักได้เหลียวมองวรรณกรรมเก่าในมิติใหม่
และร่วมสืบสานสมบัติทางปัญญานี้ให้กระจ่างแจ้งต่อไป
ผลงานหลายเล่มเป็นการมองการเปลี่ยนแปลงที่หมุนเคลื่อนอยู่ในวิถีวัฒนธรรม
ด้วยการตั้งข้อสังเกตไว้อย่างลึกซึ้ง โดยมุ่งหวังให้คนอยู่รวมกัน
และร่วมกันในสังคมโลกด้วยศานติไมตรี

ในสังคมโลกด้วยศานติไมตรี ในท่ามกลางกระแสที่อาจารย์เรียกว่า
“วัฒนธรรมแห่งการปรนเปรอบริโภคทางอินทรียประสาทและการหยิ่งผยองในวิทยาการ” นั้น
ผลงานของอาจารย์โกวิท เอนกชัย กระตุ้นเตือนมนุษย์ให้ตระหนักรู้ถึงการร่วมชะตากรรม
อยู่ในโลกเดียวกันด้วยความรัก ความปรานี บนเส้นทางสู่ความรู้แจ้งแห่งตน

จึงกล่าวได้ว่าอาจารย์โกวิท เอนกชัย เป็นต้นแบบของนักเขียน
ที่มีผลงานอันสมควรได้รับการเชิดชูเกียรติให้เป็น “นักเขียนอมตะ”


ประกาศ ณ วันอังคารที่ ๑๘ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๐


:b47: ----------------------------------------- :b47:

- รางวัล “ศิลปินแห่งชาติ” ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๐
สาขาวรรณศิลป์ (กวีนิพนธ์ บทความ นวนิยาย)


ท่านได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๐
สาขาวรรณศิลป์ (กวีนิพนธ์ บทความ นวนิยาย)
จากคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม
โดยได้เข้ารับพระราชทานโล่และเข็มเชิดชูเกียรติ
จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
เมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งเป็นวันศิลปินแห่งชาติ
ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ถ.รัชดาภิเษก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ

รูปภาพ

:b8: :b8: :b8:
จากกระทู้ในบอร์ดเก่าโพสต์โดย : คุณกุหลาบสีชา
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=14097

:b44: รวมคำสอน “ท่านเขมานันทะ (อาจารย์โกวิท เอนกชัย)”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=44291

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ม.ค. 2011, 02:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2009, 02:41
โพสต์: 5637

แนวปฏิบัติ: พอง ยุบ
ชื่อเล่น: เจ
อายุ: 0
ที่อยู่: USA

 ข้อมูลส่วนตัว www


ท่านใช้ชีวิตได้คุ้มค่าของความเป็นคนจริงๆ

อนุโมทนาสาธุค่ะ :b8:

.....................................................
"มิควรหวังร่มเงาจากก้อนเมฆ"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ม.ค. 2011, 07:00 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7060

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


taktay เขียน:
ท่านใช้ชีวิตได้คุ้มค่าของความเป็นคนจริงๆ

อนุโมทนาสาธุค่ะ :b8:


:b13: :b20: เห็นด้วยเลยค่ะ พี่ taktay

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ม.ค. 2018, 16:31 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 เม.ย. 2015, 09:43
โพสต์: 545

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขออนุโมทนาสาธุนะครับ
:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ม.ค. 2019, 10:21 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ธ.ค. 2008, 09:34
โพสต์: 962


 ข้อมูลส่วนตัว


ขอแสดงความอาลัยต่อการจากไปของท่านอาจารย์ด้วยนะคะ
ติดตามผลงานของอาจารย์มาตลอดค่ะ

:b8: :b8: :b8: :b2: :b2:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 9 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร


cron