วันเวลาปัจจุบัน 19 ก.ค. 2019, 06:55  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 8 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ธ.ค. 2008, 10:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6998

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

ประวัติและปฏิปทา
พระราชอุดมมงคล
(หลวงพ่ออุตตมะ อุตฺตมรมฺโภ)


วัดวังก์วิเวการาม
ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี



๏ ชาติภูมิ

“พระเดชพระคุณพระราชอุดมมงคล” หรือ “พระมหาอุตฺตมรมฺโภ ภิกขุ” หรือ “อุตฺตมรมฺโภภิกขุ” หรือที่รู้จักกันทั่วไปในนามของ “หลวงพ่ออุตตมะ” (เรียกขานชื่อตามนามฉายาในบวรพระพุทธศาสนาของท่าน คือ “อุตฺตโม”) อดีตพระเถราจารย์ชื่อดัง และอดีตเจ้าอาวาสวัดวังก์วิเวการาม จังหวัดกาญจนบุรี ท่านเป็นพระภิกษุสงฆ์ชาวมอญ (ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยในประเทศพม่า) ผู้มีบทบาทเป็นผู้นำคนสำคัญยิ่งของชาวมอญพลัดถิ่นที่อำเภอสังขละบุรี จนกระทั่งได้สมญานามว่าเป็น “เทพเจ้าของชาวมอญ”

หลวงพ่ออุตตมะ เกิดเมื่อวันอาทิตย์ ขึ้น 6 ค่ำ เดือน 4 ปีจอ จ.ศ. 1272 (พ.ศ. 2453) ณ หมู่บ้านโมกกะเนียง ตำบลเกลาสะ อำเภอเย จังหวัดมะละแหม่ง เมืองมอญ ประเทศพม่า โยมบิดา-โยมมารดาชื่อ นายโง และนางทองสุข ครอบครัวประกอบอาชีพทำนา-ทำไร่ และประกอบยาสมุนไพรแผนโบราณจนมีชื่อเสียง ท่านมีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันทั้งหมด 12 คน เป็นชาย 7 คน หญิง 5 คน ท่านเป็นบุตรคนโต เนื่องจากเป็นทารกเพศชายเกิดในวันอาทิตย์ โยมบิดา-โยมมารดาจึงตั้งชื่อให้ว่า “เอหม่อง”


๏ ชีวิตปฐมวัยและการศึกษาเบื้องต้น

ปี พ.ศ. 2462 ขณะเด็กชายเอหม่อง มีอายุได้ 9 ขวบ เกิดอหิวาตกโรคระบาดขึ้นในหมู่บ้าน โยมบิดา-โยมมารดาจึงพาเด็กชายเอหม่องไปฝากกับ พระอาจารย์นันสาโร วัดโมกกะเนียง ผู้เป็นหลวงลุง เพื่อให้ปรนนิบัติรับใช้และศึกษาพระธรรมเป็นเครื่องคุ้มครองจากโรคภัย เด็กชายเอหม่องเป็นผู้ใฝ่ใจในการศึกษาเล่าเรียนเป็นอย่างยิ่ง จนสามารถสอบได้ชนะเด็กในวัยเดียวกันเป็นประจำทุกๆ ปี

ปี พ.ศ. 2467 เด็กชายเอหม่องอายุได้ 14 ปี เกิดอหิวาตกโรคระบาดครั้งใหญ่ขึ้นในหมู่บ้านอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ส่งผลให้ต้องสูญเสียน้องชายร่วมอุทรไปถึง 5 คน เด็กชายเอหม่องจึงขอออกจากวัดโมกกะเนียง เพื่อมาช่วยเหลืองานทางบ้านด้วยความขยันขันแข็ง จนกระทั่งอายุได้ 18 ปี เจ้าอาวาสวัดเกลาสะ จังหวัดมะละแหม่ง ได้ไปขอกับโยมบิดา-โยมมารดา ให้เด็กชายเอหม่องไปบรรพชาเป็นสามเณร


๏ การบรรพชาและอุปสมบท

หลวงพ่ออุตตมะ บรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดเกลาสะ ตำบลเกลาสะ อำเภอเย จังหวัดมะละแหม่ง เมื่อ จ.ศ. 1291 (พ.ศ. 2472) โดยมี พระเกตุมาลา เป็นพระอุปัชฌาย์ ปีนั้นเอง ท่านได้ศึกษาภาษาบาลีและพระปริยัติธรรม จนสามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี อีกปีหนึ่งถัดมาสามารถสอบได้นักธรรมชั้นโท แต่ไม่นาน หลวงพ่อก็ตัดสินใจสึกออกมาเพราะเห็นว่าไม่มีใครช่วยโยมบิดา-โยมมารดาทำนา

จนกระทั่งหม่องเอ ซึ่งเป็นลูกของพี่สาวของบิดา ได้มาอาศัยอยู่ด้วย หลังจากที่บิดามารดาของหม่องเอเสียชีวิตจนหมดสิ้น ซึ่งเท่ากับว่ามีคนมาช่วยแบ่งเบาภาระในการทำนา และมีญาติซึ่งไว้วางใจได้มาคอยดูแลบิดามารดา หลวงพ่ออุตตมะจึงตัดสินใจอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ วัดเกลาสะ โดยมี พระเกตุมาลา วัดเกลาสะ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระนันทสาโร วัดโมกกะเนียง เป็นพระกรรมวาจารย์ และ พระวิสารทะ วัดเจ้าคะเล เป็นพระอนุสาวนาจารย์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2476 ได้รับนามฉายาว่า “อุตฺตมรมฺโภ” ซึ่งแปลว่า “ผู้มีความพากเพียรอันสูงสุด” โดยหลวงพ่ออุตตมะได้ตั้งเจตจำนงที่จะบวชไม่สึกจนตลอดชีวิต

ด้วยความพากเพียรและใฝ่ใจในการศึกษาพระธรรม ในปี พ.ศ. 2474 หลวงพ่ออุตตมะสามารถสอบได้นักธรรมชั้นเอก ณ สำนักเรียนวัดปราสาททอง อำเภอเย จังหวัดมะละแหม่ง ต่อมาในปี พ.ศ. 2484 ท่านสอบได้เปรียญธรรม 8 ประโยค ณ สำนักเรียนวัดสุขการี อำเภอสะเทิม จังหวัดสะเทิม ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดของคณะสงฆ์ในประเทศพม่า เรียกว่าชั้น “ปาร์คู” ขณะนั้นบ้านเมืองกำลังเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ต้องอพยพหนีสงคราม หลวงพ่อจึงเดินทางกลับวัดเกลาสะ และได้รับมอบหมายให้เป็นอาจารย์สอนภาษาบาลีแก่พระภิกษุสามเณร

ต่อมาท่านก็กราบลาพระอุปัชฌาย์ เดินทางไปศึกษาวิปัสนากรรมฐาน ณ วัดตองจอย จังหวัดมะละแหม่ง และวัดป่าเลไลย์ จังหวัดมัณฑะเลย์ จนมีความรู้ความสามารถในเรื่องวิปัสสนากรรมฐาน ตลอดจน วิชาไสยศาสตร์ กฤตยาคม และพุทธาคมเป็นอย่างดี ปี พ.ศ. 2486 หลวงพ่อจึงเริ่มออกเดินธุดงค์เพื่อหาประสบการณ์

รูปภาพ
หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ วัดดอยแม่ปั๋ง

รูปภาพ
หลวงปู่ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร


๏ เดินทางเข้ามาประเทศไทย

หลวงพ่ออุตตมะออกธุดงค์ไปตามที่ต่างๆ ในประเทศพม่า และเข้ามาประเทศไทยครั้งแรกทางจังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างนั้นได้พบกับพระธุดงค์หลายรูป อาทิ หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ วัดดอยแม่ปั๋ง จังหวัดเชียงใหม่, หลวงปู่ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร จังหวัดสกลนคร ฯลฯ ต่อมาทราบข่าวว่า พระเกตุมาลา พระอุปัชฌาย์ กำลังอาพาธ จึงรีบเดินทางกลับพม่า กระทั่งพระเกตุมาลามรณภาพ ท่านก็ได้เดินทางเข้ามาประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง โดยครั้งนี้ท่านเดินทางเข้ามาทางตำบลปิล็อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ประมาณปี พ.ศ. 2492

และในปี พ.ศ. 2492 อันเป็นพรรษาที่ 16 ของหลวงพ่ออุตตมะ พายุไต้ฝุ่นพัดจากทะเลอันดามัน สร้างความเสียหายให้กับชาวบ้านอย่างใหญ่หลวง โดยเฉพาะบ้านโมกกะเนียง และเกลาสะ มีผู้เสียชีวิตมากกว่าร้อยคน บ้านเรือนเหลือเพียงไม่กี่หลังคาเรือน ชาวบ้านลำบากยากแค้นแสนสาหัส ข้าวของอาหารการกินขาดแคลนกันทั่วหน้า นอกจากภัยธรรมชาติแล้ว ชาวบ้านยังต้องประสบเคราะห์กรรมจากปัญหาความขัดแย้งในทางการเมืองอีกด้วย เนื่องจากการปะทะและต่อสู้ระหว่างกองทหารของรัฐบาลพม่า กับกองกำลังติดอาวุธกู้ชาติของมอญ กะเหรี่ยง ยะไข่ และไทยใหญ่ อีกทั้ง กองกำลังกู้ชาติบางกลุ่มแปรตัวเองไปเป็นโจรปล้นสดมภ์ชาวบ้าน

ด้วยความเบื่อหน่ายเรื่องการรบราฆ่าฟันกันระหว่างชนเผ่า หลวงพ่ออุตตมะจึงตัดสินใจจากบ้านเกิด มุ่งหน้าสู่ดินแดนประเทศไทย เป้าหมายที่แท้จริงของท่านในเวลานั้นคือเขาพระวิหาร ปรากฏว่าเมื่อชาวบ้านรู้ข่าวต่างเสียใจ ไม่อยากให้ท่านจากไป พากันร้องไห้ระงมด้วยความอาลัย ซึ่งท่านได้ชี้แจงการออกเดินทางไปธุดงค์ของท่านว่า “การไปของเราจะเป็นปรหิต เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น”

หลวงพ่อเดินทางเข้าเมืองไทยในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2492-2493 ทางหมู่บ้านอีต่อง ตำบลปิล็อก ชายแดนเขตจังหวัดกาญจนบุรี โดยได้รับความช่วยเหลือจากคนไทยสองคน ซึ่งมีเชื้อสายมอญพระประแดงที่มาทำเหมืองแร่ที่บ้านอีต่อง ทั้งคู่ได้จัดบ้านพักหลังหนึ่งให้เป็นกุฏิชั่วคราวของหลวงพ่อ มีชาวเหมืองจำนวนมากมาทำบุญกับหลวงพ่อ เนื่องจากพื้นที่บริเวณนั้นไม่มีวัดและพระสงฆ์เลย


๏ เป็นพระในสังกัดศาสนจักรของไทย

เดิมทีนั้น คนไทยเชื้อสายมอญพระประแดงทั้งสอง ต้องการสร้างกุฏิถวายหลวงพ่ออุตตมะให้จำพรรษาอยู่ที่บ้านอีต่อง แต่หลวงพ่อไม่รับ เนื่องจากเกรงว่าจะกลายเป็นพระเถื่อนเข้าเมืองไทย ท่านจึงต้องการไปขออนุญาตจากพระผู้ใหญ่ที่ปกครองเขตปิล็อกเสียก่อน ทั้งสองจึงพาหลวงพ่ออุตตมะ มาจำพรรษาที่วัดท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี กับหลวงพ่อไตแนม ซึ่งเป็นชาวกะเหรี่ยงและอุปสมบทที่วัดเกลาสะเช่นเเดียวกับหลวงพ่ออุตตมะ จึงเป็นก้าวแรกที่หลวงพ่ออุตตมะได้เป็นพระในสังกัดศาสนจักรของไทยอย่างถูกต้อง

ปี พ.ศ. 2494 ขณะจำพรรษาที่วัดท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี หลวงพ่ออุตตมะมีโอกาสไปสักการะองค์พระปฐมเจดีย์ ณ วัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ทำให้หลวงพ่อได้พบชาวไทยเชื้อสายมอญที่มาจากเมืองต่างๆ เช่น แม่กลอง จังหวัดสมุทรสาคร ฯลฯ มีชาวบ้านญาติโยมกลุ่มหนึ่งได้นิมนต์หลวงพ่อ ไปจำพรรษาที่วัดบางปลา ตำบลบ้านเกาะ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร

หลังจากเดินทางกลับจากวัดบางปลา มาจำพรรษาที่วัดท่าขนุน หลวงพ่อไตแนม ขอให้หลวงพ่ออุตตมะ ไปจำพรรษาที่วัดปรังกาสีซึ่งเป็นวัดร้าง บริเวณวัดปรังกาสีมีชาวกะเหรี่ยงอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และบริเวณนั้นไม่มีพระหรือวัดอื่นเลย หลวงพ่อร่วมกับกำนันชาวกะเหรี่ยงนิมนต์พระกะเหรี่ยง จากตลอดแม่น้ำแควใหญ่และแควน้อยได้ 42 รูป มาอยู่ปริวาสที่วัดปรังกาสี 9 วัน 9 คืน หลังจากนั้นก็สร้างกุฏิและเจดีย์ขึ้น หลวงพ่ออุตตมะนิมนต์พระกะเหรี่ยงมาจำพรรษาที่วัด 3 รูป ท่านสอนภาษามอญแก่พระทั้ง 3 รูปนี้ เพื่อเป็นพื้นฐานในการสอนธรรมะต่อไป

หลวงพ่ออุตตมะจำพรรษาอยู่วัดปรังกาสีหนึ่งพรรษา ต่อมาผู้ใหญ่ทุม จากท่าขนุนมานิมนต์หลวงพ่อไปเยี่ยมหลวงปู่แสง ที่วัดเกาะ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ซึ่งเคยไปจำพรรษาที่วัดโมกกะเนียง เกลาสะ และมะละแหม่งมาก่อน และในพรรษานั้น หลวงพ่ออุตตมะได้จำพรรษาอยู่ที่วัดเกาะ ตามคำนิมนต์ของหลวงปู่แสง

ปี พ.ศ. 2494 ขณะที่หลวงพ่อจำพรรษาอยู่ที่วัดเกาะ มีคนมาแจ้งข่าวแก่หลวงพ่อว่า ที่กิ่งอำเภอสังขละบุรีมีชาวมอญจากบ้านเดิมของหลวงพ่ออพยพเข้าเมืองไทย ทางทางบีคลี่เป็นจำนวนมาก และต้องการนิมนต์หลวงพ่อไปเยี่ยม เมื่อหลวงพ่ออุตตมะออกจากจำพรรษา แล้วเดินทางกลับไปยังอำเภอทองผาภูมิ และไปยังอำเภอสังขละบุรี และพบกับคนมอญทั้งหมดที่มาจากโมกกะเนียง เจ้าคะเล และมะละแหม่ง บ้านเกิดของท่าน หลวงพ่อจึงพาชาวมอญเหล่านี้ไปอาศัยอยู่ที่บ้านวังกะล่าง นับเป็นจุดกำเนิดแรกเริ่มของชุมชนชาวมอญในสังขละบุรี


(มีต่อ)

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ธ.ค. 2008, 10:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6998

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

๏ เทพเจ้าของชาวมอญ

หลวงพ่ออุตตมะย้ำกับทุกคนที่มาหาเสมอ ไม่ว่าจะเป็นทหารไทย พม่า กะเหรี่ยง หรือว่ามอญ จะไม่มีการพูดถึงการเมือง “เราคิดอย่างเดียว จะทำอย่างไรให้วัดเป็นศูนย์กลางของศาสนา ดึงคนให้เข้าใจธรรม สนใจพุทธศาสนาให้มากๆ เพราะวัดเป็นของกลางของทุกคนทุกศาสนา”

จากที่ช่วยเหลือทุกสิ่งให้ทุกคน จนเป็นที่รู้กันว่าหากใครมีปัญหาเรื่องใด เมื่อบอกกับหลวงพ่ออุตตมะแล้ว ทุกอย่างจะสำเร็จลุล่วงโดยดี คล้ายกับหลวงพ่อสามารถบันดาลทุกสิ่งได้ดั่งองค์เทพเจ้า กระทั่งมีบรรดาชาวมอญอพยพข้ามแดนมาอาศัยอยู่กับหลวงพ่อเป็นจำนวนมากกว่า 20,000 คน ในปัจจุบัน “หลวงพ่ออุตตมะ” เทพเจ้าแห่งชาวมอญคือสิ่งที่ทุกคนระลึกถึง

และอีกสิ่งหนึ่งที่หลวงพ่อทิ้งไว้ให้กับบรรดาลูกศิษย์ชาวมอญ คือการได้สัญชาติไทยของชาวมอญพลัดถิ่น ด้วยบารมีของหลวงพ่อ บรรดาลูกศิษย์ตามกระทรวงต่างๆ ช่วยดำเนินการกระทั่งมีชาวมอญชุดแรกได้สัญชาติไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย 2,378 คน ทุกคนได้รับนามสกุลที่หลวงพ่อตั้งให้กว่า 200 นามสกุล ซึ่งนามสกุลส่วนมากขึ้นต้นด้วยชื่อของหลวงพ่อเอง เช่น อุตตมะบุญคุณ อุตตมะอำไพ อุตตมะไพศาล หรือนามสกุลที่มีคำว่าหงษ์ หรือหงสา เพื่อระลึกถึงเมืองหงสาวดี นครหลวงของชาวมอญ เช่น สุทธิหงสา สิทธิหงสา ปุณณะหงสา

หลวงพ่ออุตตมะ เป็นพระเกจิอาจารย์ ที่มีผู้ศรัทธาเป็นจำนวนมาก ทั้งชาวไทย มอญ พม่า รวมทั้งชาวกะเหรี่ยง เป็นพระนักปฏิบัติธรรมชั้นสูง ยึดถือแนวทางปฏิบัติโดยการฉันอาหารวันละ 1 มื้อ เพียงวันละ 32 คำ ตามสังขารของร่างกาย หลวงพ่ออุตตมะฉันเพื่อให้อยู่ ไม่แตะต้องเงินทองหรือปัจจัยใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากนี้แล้วท่านยังได้รับความเลื่อมใสจากพระบรมวงศานุวงศ์ ตั้งแต่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่า, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงศรัทธาหลวงพ่ออุตตมะมาก และจะทรงนิมนต์หลวงพ่ออุตตมะ ไปประกอบพิธีต่างๆ บ่อยครั้ง

รูปภาพ
ลูกประคำหยกหลวงพ่ออุตตมะ

๏ การสร้างวัตถุมงคล

วัตถุมงคลของหลวงพ่ออุตตมะ ที่ประชาชนที่นิยมนำไปบูชาคือ เหรียญหลวงพ่ออุตตมะ และลูกประคำ ใครที่ได้สร้อยลูกประคำของท่านมาแล้ว ถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนักในด้านของความอยู่ยงคงกระพัน ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงฟันแทงไม่เข้า แต่ถือว่าเป็นสิ่งที่จะคอยปกป้องคุ้มภัยอันตรายต่างๆ ที่จะเข้ามาสู่ตัวผู้สวมใส่หรือครอบครอง

รูปภาพ
ภายในโบสถ์วัดวังก์วิเวการาม

๏ กำเนิดวัดหลวงพ่ออุตตมะ

ในปี พ.ศ. 2499 หลวงพ่ออุตตมะ ร่วมกับชาวบ้านที่เป็นชาวกะเหรี่ยงและชาวมอญได้พร้อมใจกันสร้างศาลาวัดขึ้น และสร้างเสร็จในเดือน 6 ของปีนั้นเอง แต่เนื่องจากยังมิได้มีการขออนุญาตจากกรมการศาสนา วัดที่สร้างเสร็จจึงมีฐานะเป็นสำนักสงฆ์ แต่ชาวบ้านโดยทั่วไปเรียกว่า “วัดหลวงพ่ออุตตมะ” ตั้งอยู่บนเนินสูงในบริเวณที่เรียกว่า “สามประสบ” เพราะมีแม่น้ำ 3 สายไหลมาบรรจบกัน คือแม่น้ำซองกาเลีย แม่น้ำบีคลี่ และแม่น้ำรันตี

ในปี พ.ศ. 2505 เมื่อได้รับอนุญาตจากกรมการศาสนาเป็นที่เรียบร้อย หลวงพ่ออุตตมะจึงได้ตั้งชื่อสำนักสงฆ์ตามชื่ออำเภอเก่า (อำเภอวังกะ) ว่า “วัดวังก์วิเวการาม”

ในปี พ.ศ. 2513 หลวงพ่อเริ่มสร้างพระอุโบสถวัดวังก์วิเวการามโดยปั้นอิฐเอง

ในปี พ.ศ. 2518 หลวงพ่อได้เริ่มสร้างเจดีย์จำลองแบบจากเจดีย์พุทธคยาที่ประเทศอินเดีย และสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2529 เจดีย์นี้มีความศักดิ์สิทธิ์มาก มีลักษณะฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส บรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนที่เป็น กระดูกนิ้วหัวแม่มือขวา ขนาดเท่าเมล็ดข้าวสาร ในการนี้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินเปิดเจดีย์พุทธคยา ณ วัดวังก์วิเวการาม

หลวงพ่อยังริเริ่มสร้างสะพานมอญ เรียกอีกชื่อว่า สะพานอุตตมานุสรณ์ เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย คือ มีความยาวถึง 850 เมตร สร้างข้ามลำน้ำซองกาเลีย ใช้แรงงานคนประมาณ 1,000 คน ในการก่อสร้างใช้เวลาถึง 10 ปี โดยสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2521 มาแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2531 ถือเป็นความอุตสาหะอย่างมากในการก่อสร้าง ถือได้ว่าสะพานแห่งนี้เกิดขึ้นมาจากแรงบันดาลใจของหลวงพ่อที่ต้องการให้พี่น้องชาวไทยและรามัญติดต่อกันได้เหมือนเดิม ก่อนที่จะมีการสร้างเขื่อนเขาแหลม หรือเขื่อนวชิราลงกรณเมื่อ 30 ปีที่แล้ว บริเวณแห่งนี้จึงเป็นจุดชมวิวทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณที่สวยงามมากที่สุด และยังทำให้อำเภอสังขละบุรีที่มีมาแต่อดีต กลายเป็นเมืองบาดาลจมอยู่ใต้น้ำมากว่า 30 ปี บัดนี้ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของที่นี่ นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือหางยาวไปชม ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีก็จะถึงเมืองบาดาล

รูปภาพ
ในโอกาสที่ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรพัดยศ
เป็นพระราชาคณะชั้นราช ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่พระราชอุดมมงคล
เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2534


๏ ลำดับงานปกครองคณะสงฆ์และสมณศักดิ์

ปี พ.ศ. 2504 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดวังก์วิเวการาม

ปี พ.ศ. 2505 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดศรีสุวรรณาราม

ปี พ.ศ. 2509 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระกรรมวาจาจารย์

ปี พ.ศ. 2511 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์

ปี พ.ศ. 2512 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูอุดมสิทธาจารย์ ตำแหน่งเจ้าคณะตำบลชั้นโท

ปี พ.ศ. 2516 ได้รับพระราชทานแต่งตั้งเป็นพระครูเจ้าคณะตำบลชั้นเอก

ปี พ.ศ. 2524 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระอุดมสังวรเถร

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2534 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่ พระราชอุดมมงคล พหลนราทร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี


๏ พระธรรมเทศนา

“...ผู้มีปัญญา ไม่ควรให้สิ่งที่ล่วงไปแล้วมาตาม ไม่ควรหวังสิ่งซึ่งยังมาไม่ถึง เพราะว่าสิ่งใดล่วงพ้นไปแล้ว สิ่งนั้นอันเราละเสียแล้ว อนึ่ง สิ่งใดซึ่งไม่มาถึงเล่าสิ่งนั้นก็ยังไม่มาถึง เพราะฉะนั้น ผู้มีปัญญา จึงไม่ควรให้สิ่งที่ล่วงไปแล้วมาตาม ไม่ควรหวังสิ่งที่ยังมาไม่ถึง

ก็ผู้มีปัญญาได้มาเห็นธรรมเป็นปัจจุบันเกิดขึ้นเฉพาะหน้าแจ้งชัดอยู่ในที่นั้นๆ ใครจะพึงรู้ว่า ความตายจักไม่มีในวันพรุ่งนี้ เพราะว่าสู้ความหน่วงเหนี่ยว ความผูกพันด้วยมฤตยู ความตาย ซึ่งมีเสนาใหญ่นั้นมิได้เลย ฉะนั้น ความเพียรเผากิเลสให้เร่าร้อน อันผู้มีปัญญาควรทำเสียในวันนี้เลยทีเดียว ไม่มีความเกียจคร้าน ขยันหมั่นเพียรทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างนี้ ผู้นั้นแลเป็นผู้มีราตรีเดียวเจริญ ดังนี้...”


๏ ผลงานด้านสาธารณประโยชน์

รูปภาพ
วัดวังก์วิเวการาม

รูปภาพ
เจดีย์พุทธคยา ณ วัดวังก์วิเวการาม ที่จำลองมาจากประเทศอินเดีย

รูปภาพ
กุฏิสงฆ์วัดวังก์วิเวการาม

รูปภาพ
อุโบสถ (หลังเก่า) ที่จมอยู่ใต้น้ำ

รูปภาพ
ซุ้มประตูของวัดวังก์วิเวการามที่ยังคงอยู่

รูปภาพ
หอระฆังกลางน้ำ

รูปภาพ
รูปภาพ
สะพานอุตตมานุสรณ์ เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย
มีความยาวถึง 850 เมตร ซึ่งสร้างด้วยแรงศรัทธาของชาวมอญ

๏ การมรณภาพ

หลวงพ่ออุตตมะ ได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช กรุงเทพฯ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547 เวลา 11.44 นาฬิกา ในฐานะคนไข้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ด้วยอาการป่วยเป็นโรคไต โรคหัวใจ โรคปอด และอาการของเลือดไปเลี้ยงสมองน้อยลง ท่านจึงไม่รู้สึกตัวและไม่สามารถลืมตาเองได้เป็นเวลากว่า 1 ปี จนกระทั่งเกิดอาการติดเชื้ออย่างรุนแรง และได้ถึงแก่มรณภาพลงด้วยอาการสงบ จากการติดเชื้อในกระแสโลหิตจากภาวะปอดอักเสบ ณ ห้องไอซียู หออภิบาลผู้ป่วย ตึกอัษฎางค์ ชั้น 3 โรงพยาบาลศิริราช เมื่อเวลา 07.22 นาฬิกา ของวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2549 ถือเป็นการสูญเสียปูชนียสงฆ์รูปสำคัญครั้งใหญ่ของเมืองไทย สิริอายุรวมได้ 97 พรรษา 74

รูปภาพ
หลวงพ่ออุตตมะ อุตตมรัมโภ

รูปภาพ
ชาวมอญมารดน้ำศพหลวงพ่ออุตตมะ ซึ่งตั้งศพ ณ วัดวังก์วิเวการาม

รูปภาพ
สรีระศพของหลวงพ่ออุตตมะในปราสาทเก้ายอด ณ วัดวังก์วิเวการาม



.............................................................

♥ รวบรวมและคัดลอกเนื้อหามาจาก ::
(1) ประวัติโดยสังเขป พระราชอุดมมงคล (หลวงพ่ออุตตมะ)
จากเว็บไซต์ http://www.monstudies.com/
(2) ข่าวการมรณภาพของพระราชอุดมมงคล (หลวงพ่ออุตตมะ)
จากหนังสือพิมพ์ข่าวสดรายวัน ออนไลน์


:: พระธรรมเทศนาเรื่อง “สงกรานต์” (หลวงพ่ออุตตมะ)
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=23&t=21351

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 ธ.ค. 2008, 09:08 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2008, 09:18
โพสต์: 635

อายุ: 0
ที่อยู่: กองทุกข์

 ข้อมูลส่วนตัว www


พี่สาวิกาครับ
ไม่ทราบว่ากระดูกท่านเป็นพระธาตุหรือเปล่าครับ :b16:
หลวงพ่ออุตตมะปอมก็เคยได้ยินเหมือนกันแต่เพิ่งรู้รายละเอียด
วันนี้แหละ :b12:

.....................................................
"ผู้ที่ฝึกจิต ย่อมนำความสุขมาให้"
คิดเท่าไหรก็ไม่รู้ หยุดคิดจึงจะรู้

http://www.luangta.com
รูปภาพ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 26 ธ.ค. 2008, 12:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6998

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


ทศพล เขียน:
พี่สาวิกาครับ
ไม่ทราบว่ากระดูกท่านเป็นพระธาตุหรือเปล่าครับ :b16:
หลวงพ่ออุตตมะปอมก็เคยได้ยินเหมือนกันแต่เพิ่งรู้รายละเอียด
วันนี้แหละ :b12:

:b8: เท่าที่เคยได้ยินมา
(แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะเป็นจริงหรือปะนะค่ะ)

หลวงพ่ออุตตมะ ท่านเป็น นิยตโพธิสัตว์
คือ พระโพธิ์สัตว์ที่ได้รับการพยากรณ์จากพระพุทธเจ้าแล้ว

ดังนั้น กระดูกของท่านน่าจะยังไม่เป็นพระธาตุ
เพราะท่านยังไม่ได้จบกิจ เป็นพระอรหันต์ จ้า

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ม.ค. 2009, 18:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2008, 09:18
โพสต์: 635

อายุ: 0
ที่อยู่: กองทุกข์

 ข้อมูลส่วนตัว www


:b8: แล้วพี่สาวิการู้ได้ไงครับว่าหลวงพ่ออุตตมะเป็นพระโพธิสัตว์แล้วน่ะครับ :b4:

.....................................................
"ผู้ที่ฝึกจิต ย่อมนำความสุขมาให้"
คิดเท่าไหรก็ไม่รู้ หยุดคิดจึงจะรู้

http://www.luangta.com
รูปภาพ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ม.ค. 2009, 19:10 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6998

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ
พระราชอุดมมงคล (หลวงพ่ออุตตมะ) กับ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย


:b4: คือ เคยได้ยินคนพูดปากต่อปาก ในกลุ่มเพื่อนๆ อ่ะ
ประมาณว่าหลวงพ่อพุธ ฐานิโย ก็ทำนองๆ ยอมรับๆ ด้วย
( :b10: แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะเป็นจริงหรือปะนะคะ น้องปอม คือไม่รับรองจ้า)


:: พระอริยะ - พระอรหันต์ (เสฐียรพงษ์ วรรณปก)
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=20383

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ส.ค. 2009, 02:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มิ.ย. 2009, 09:55
โพสต์: 4062

แนวปฏิบัติ: มรณานุสสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: ตรงปลายจมูก

 ข้อมูลส่วนตัว


...:b44: :b44: :b44:...

:b42: อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธฯ
นะโม ข้าจะไหว้พระพุทธเจ้าทุกพระองค์
เมื่อข้าดับจิตลง อย่าให้ใหลหลง ขอให้จิตจำนง ตรงทางพระนิพพาน
ขอให้พบดวงแก้ว ขอให้แคล้วหมู่มาร ขอให้ทันพระศรีอาริย์
ข้าจะไปนมัสการ พระเกษแก้ว พระจุฬามณี เจดีย์สถาน เป็นที่ไหว้ ที่สักการ กุศลสัมปันโน ฯ

:b42: อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธฯ
นะโม ข้าจะไหว้พระธรรมเจ้า ของพระพุทธองค์
เมื่อข้าดับจิตลง อย่าให้ใหลหลง ขอให้จิตจำนง ตรงทางพระนิพพาน
ขอให้พบดวงแก้ว ขอให้แคล้วหมู่มาร ขอให้ทันพระศรีอาริย์
ข้าจะไปนมัสการ พระเกษแก้ว พระจุฬามณี เจดีย์สถาน เป็นที่ไหว้ ที่สักการ กุศลสัมปันโน ฯ

:b42: อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธฯ
นะโม ข้าจะไหว้พระสังฆเจ้า ของพระพุทธองค์
เมื่อข้าดับจิตลง อย่าให้ใหลหลง ขอให้จิตจำนง ตรงทางพระนิพพาน
ขอให้พบดวงแก้ว ขอให้แคล้วหมู่มาร ขอให้ทันพระศรีอาริย์
ข้าจะไปนมัสการ พระเกษแก้ว พระจุฬามณี เจดีย์สถาน เป็นที่ไหว้ ที่สักการ กุศลสัมปันโนติ ฯ

สาธุ สาธุ สาธุ
กราบ กราบ กราบ

.....................................................
~ นิพพานัง ปัจจโยโหตุ ~


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 มี.ค. 2016, 16:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 พ.ค. 2009, 05:25
โพสต์: 622


 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss :b8: เจ้าคุณผู้ได้รับการยกย่องประหนึ่งเป็นเทพเจ้าของชาวมอญ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 8 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร