วันเวลาปัจจุบัน 27 ก.พ. 2021, 08:37  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ต.ค. 2008, 10:32 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 มิ.ย. 2008, 10:18
โพสต์: 185


 ข้อมูลส่วนตัว


พระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร
วัดป่าแก้วชุมพล บ้านชุมพล อำภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร

"พระอริยเจ้าผู้เป็นพระอรหันต์ประเภทสุขวิปัสสโก"


พระเดชพระคุณพระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร พระอริยเจ้าศิษย์กรรมฐานสายท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต และเป็นศิษย์ต้นของหลวงตาบัว ญาณสมฺปนฺโน ท่านได้รับการยกย่องว่าเป็นพระอรหันต์ประเภท "สุขวิปัสสโก"คือผู้มีกิเลสเหือดแห้งไปโดยลำดับด้วยการเจริญวิปัสสนาล้วน มิได้ทรงคุณวิเศษอย่างอื่น เช่น ไม่ได้ฌานสมาบัติ ไม่ได้อภิญญา

ปฏิปทาด้านข้อวัตรปฏิบัติของท่านเป็นเช่นเดียวกันกับปฏิปทาของครูบาอาจารย์กรรมฐาน คือ ปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่าง เป็นผู้เคร่งครัดปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ มีปฏิปทาเที่ยงตรงต่ออริยมรรคอริยผล มีนิสัยเด็ดเดี่ยวเอาจริงเอาจัง มีความเพียรเป็นเลิศ โปรดการเดินจงกรมเป็นพิเศษ การใช้ปัจจัยสี่ก็ใช้อย่างประหยัดมัธยัสถ์ไม่สุรุ่ยสุร่าย แม้ของนั้นจะมีมากก็ตาม ท่านก็ไม่นิยมการก่อสร้างทุกชนิด แม้งานในวัดก็ไม่ให้มี ชอบให้พระเณรสร้างจิตใจเพื่อมรรคผลนิพพาน

แต่มองในอีกด้านหนึ่ง ท่านกลับเป็นพระกรรมฐานผู้มีอารมณ์ขัน แสดงออกตรงไปตรงมา อารมณ์ดีเสมอ เทศนาและโอวาทของท่านก็น่าฟังมาก โดยเฉพาะเมื่ออยู่กับศิษย์ใกล้ชิดท่านจะมีเรื่องราวขำขันชวนหัวเราะอยู่เสมอ แต่ขณะนั้นเดียวกันสิ่งนั้นก็เป็นหลักธรรมที่ชวนพิจารณา ท่านมีเพื่อนสหธรรมิกและเพื่อนตายคือ พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ พระอาจารย์วัน อุตฺตโม ท่านทั้งสามมักจะไปไหนไปด้วยกัน รับกิจนิมนต์มักจะไปพร้อมกัน แม้สุดท้าย นิพพานท่านก็นิพพานพร้อมกัน

ท่านเป็นศิษย์ใกล้ชิดหลวงตามมหาบัวและได้รับความไว้วางใจจากหลวงตามหาบัวเป็นพิเศษคือ

๑) ให้เป็นประธานฝ่ายบรรพชิตใหนการดำเนินงานศพของหลวงปู่บัว สิริปุณฺโณ พระอริยเจ้าแห่งวัดป่าหนองแซง จังหวัดอุดรธานี

๒) ให้เป็นประธานดำเนินงานศพของหลวงตามหาบัว หากหลวงตาบัวละสังขารไปก่อนท่าน

๓) ให้เป็นหัวหน้าหมู่คณะพระกรรมฐานแทนหลวงตาด้วย

ท่านเกิดเมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๖๗ ตรงกับวันเสาร์ ขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือน ๘ ปีชวด ณ บ้านศรีฐาน ตำบลกระจาย อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร เป็นบุตรของนายบุญจันทร์ และนางอบมา ไชยเสนา

อายุครบ ๒๐ ปี ได้อุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดป่าสำราญนิเวศน์ ตำบลบ้านบุ่ง อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๘๗ โดยมี พระครูทัศนวิสุทธิ์ (ดุสิต เทวิโร)เป็นพระอุปัชฌาย์

ครั้นบวชแล้วได้มาจำพรรษา ณ วัดป่าศรีฐานใน ซึ่งเป็นวัดป่าของหมู่บ้านศรีฐาน โดยมีพระอาจารย์บุญสิงห์ (ศิษย์พระอาจารย์สิงห์) เป็นพระอาจารย์ผู้ให้การอบรมสั่งสอนด้านสมาธิภาวนา ระหว่างที่ท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าศรีฐานในนั้น ท่านได้เกิดสุบินนิมิตว่า "มีพาหนะ ๓ ชนิด คือช้างเผือก ม้าขาว และวัวอุสุภราช ท่านมีความรู้สึกในความฝันว่าท่านได้ขี่พาหนะทั้ง ๓ ตัวนั้น ท่านองค์เดียวแต่ขี่พาหนะได้ทั้ง ๓ ตัวในขณะเดียวกัน และได้ยินเสียงดนตรีบรรเลงออกมาจากหมู่บ้าน ดังออกมายังศาลาวัด คล้ายกับว่าชาวบ้านจะมาทอดผ้าป่าหรือทำการกุศลชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่พอมาถึงก็ปรากฏว่าไม่มีคน มีแต่ดอกไม้นานาชนิดลอยมาสูงระดับหน้าอกแล้วเวียนรอบศาลา ก็พอดีท่านรู้สึกตัวตื่นจากความฝัน นี่เป็นเหตุให้ท่านมีความมั่นใจว่าการบวชของท่านนั้นจะบรรลุผลอันพึงพอใจ"

พรรษาที่ ๕ ท่านได้ไปจำพรรษาอยู่ที่บ้านนาหัวช้าง บ้านบะทอง อำเภอพรรณานิคม กับหลวงปู่อ่อน ญาณสิริ ปัจจุบันวัดป่าบ้านนาหัวช้างคือวัดป่าอุดมสมพร

พรรษาที่ ๖ ท่านจำพรรษาอยู่กับหลวงปู่หลุย จนฺทสาโร ที่วัดป่าบ้านโคกมะนาว อำเภอพรรณานิคม ช่วงนี้ท่านเล่าว่า "การภาวนาเริ่มจะยาก ภาวนาผ่านทุกขเวทนาไม่ได้” พอนั่งภาวนาเป็นเวลานานพอสมควรมักจะเกิดทุกขเวทนาใหญ่ คือ ความเจ็บปวดมาก ท่านได้ต่อสู้มาหลายครั้งหลายหน แต่ก็ยังไม่สามารถเอาชนะได้ จึงนำอุบายที่หลวงตามหาบัวแนะนำโดยให้ใช้สติปัญญาพิจารณา แยกแยะธาตุขันธ์ด้วยการตั้งสัจจะว่า "จะสู้กับทุกขเวทนานี้แบบสละชีวิต เพื่อให้รู้เห็นความจริงของทุกข์ ถึงแม้จะปวดหนักปวดเบาขนาดไหน จะไม่ยอมลุกหนี จะปล่อยให้มันออกมาเลย ถ้าผ่านทุกขเวทนานี้ไม่ได้แล้ว จะไม่ยอมลุกจากที่นั่งเด็ดขาด" ท่านต่อสู้อยู่นานหลายชั่วโมงปรากฏว่าท่านก็ผ่านไปได้ จิตสงบรวมลงอย่างน่าอัศจรรย์ ทำให้ท่านมีกำลังใจในการปฏิบัติมาก

เมื่อออกพรรษาแล้วท่านได้ออกวิเวกไปทางอำเภอสว่างแดนดิน อำเภอส่องดาว และ อำเภอวาริชภูมิ ได้ไปพักอยู่กับหลวงปู่ขาว อนาลโย ขณะที่พักอยู่ที่บ้านหวายสะนอย(ภูเหล็ก) อำเภอส่องดาวกับหลวงปู่ขาวนั้น ท่านว่าการภาวนาดีมาก นอนนิดเดียวก็อิ่ม จิตสงบละเอียดมาก

ปีพุทธศักราช ๒๔๙๕ - ๒๔๙๗ พรรษที่ ๙ - ๑๑ ท่านจำพรรษาอยู่ที่บ้านห้วยทราย อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร โดยมีหลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน เป็นผู้นำ

ปีพุทธศักราช ๒๔๙๙-๒๕๐๐ พรรษาที่ ๑๓-๑๖ จำพรรษาที่วัดบ้านตาด ตำบลบ้านตาด อำเภอบ้านตาด จังหวัดอุดรธานี กับหลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน

ปีพุทธศักราช ๒๕๐๘ หลวงปู่ขาวได้แนะนำให้ชาวบ้านชุมพลไปนิมนต์ท่านมาอยู่เป็นเจ้าอาวาสวัดป่าแก้วชุมพล และท่านก็ได้อยู่จำพรรษาที่นั่นจนถึงวาระสุดท้ายแห่งชีวิต

ท่านละสังขารเข้าสู่อนุปาทิเสสนิพพานเมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ ๒๕๒๓ ด้วยอุบัติเหตุเครื่องบินตก ณ ท้องนาทุ่งรังสิต หมู่ ๔ ตำบลคลองหลวง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี พร้อมกับอาจารย์บุญมา ฐิตเปโม พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ พระอาจารย์วัน อุตฺตโม พระอาจารย์สุพัฒน์ สุขกาโม สิริรวมอายุ ๕๕ ปี ๙ เดือน ๑๕ วัน ๓๕ พรรษา.

จากหนังสือ พระธุตังคเจดีย์ เจดีย์แห่งพระอรหันต์
วัดอโศการาม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ต.ค. 2008, 10:39 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 มิ.ย. 2008, 10:18
โพสต์: 185


 ข้อมูลส่วนตัว


ธรรมโอวาท : พระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร
วัดป่าแก้วชุมพล อ. สว่างแดนดิน จ.สกลนคร


"ผู้พิจารณา...ผู้มีธรรมะในใจท่านอยู่ในโลก ไม่แปดเปื้อนไปด้วยโลกเหมือนกันกับใบบัวอยู่ในน้ำ แต่ทว่าน้ำไม่ซึมซาบเข้าไป...ถึงน้ำจะมาตกค้างบนใบบัว เดี๋ยวมันก็หลุดก็หล่นออกไป ไหลออกไป ใบบัวไม่เคยซึมในน้ำที่ไปไปต้อง..."...นี่...จิตใจของท่านที่มีธรรมะชำระกิเลสตัณหาได้ ก็ทำนองเดียวกัน ท่านจึงอยู่ในโลกด้วยความสุขความสบาย ไม่ลุ่มหลงวุ่นวายไปเหมือนพวกเรา

"กิเลสในจิตในใจของมนุษย์มันมีด้วยกันทุกท่านทุกคน เพียงแต่จะน้อยมากต่างกันเท่านั้น...บางท่านก็มีความโกรธมาก บางท่านก็มีความโลภมาก บางท่านก็มีความหลงมาก บางท่านก็มีราคะตัณหามาก...แต่ถ้าทุกสิ่งทุกอย่าง ธรรมะของพระพุทธเจ้ามีเพื่อจะรักษาโรคประเภทนี้ ถ้านำธรรมะของพระพุทธเจ้ามารักษาด้วยสติ ด้วยปัญญา ด้วยการพิจารณาจริงจัง โรคที่มีอยู่ในจิตในใจ คือ กิเลส ตัณหา มานะ ทิฐิ ต่างๆ ค่อยจะสะอาดไป...ตกไป...หลุดไป"

http://www.relicsofbuddha.com/webboard/ ... sp?GID=725


การเกิดเป็นมนุษย์นี้ยาก


การเกิดเป็นมนุษย์นี้ยาก แสนยากลำบากเหลือเกิน กว่าจะเกิดได้ เพราะภพชาติอื่น ๆ มันมีมาก

สัตว์เขาเกิด เขาตายเหมือนกันกับเรา แต่เขาไม่ประเสริฐ ก็เพราะเขาไม่ได้คิดในทางดีของเขา

เพราะการเกิดเป็นมนุษย์มันเกิดยากลำบากแสนเข็ญ กว่าจะเกิดได้ เมื่อเกิดมาแล้ว ก็อย่าให้ชีวิตของตัวมันหมดไปเปล่า รีบกระทำบำเพ็ญคุณงามความดีเอาไว้ ส่วนใดที่ควรจะทำรีบกระทำเอา

ถ้าเราทุกคนชำระสะสางจิตใจของตน สังวรระวังไม่ให้ชั่วต่าง ๆ เข้ามาครอบงำจิตใจ จิตใจสว่างไสว จิตใจเย็นสงบ ผู้นั้นอยู่ในโลกอันนี้ก็มีความสุขความสบายตามอัตภาพของเขา เมื่อจากโลกนี้ไปสู่โลกหน้า เมื่อกิเลสตัณหายังไม่หมด เขาเหล่านั้นก็จะได้ไม่เสียใจ สมหวังในการไปของเขา ส่วนคนที่ชำระสะสางกิเลสตัณหาหลุดล่วงออกไปจากใจ มีความบริสุทธิ์ผุดผ่องอยู่ทุกกาลทุกสมัย พร้อมที่จะไปจะอยู่ ถ้าพูดถึงจะไป ใจของท่านบริสุทธิ์ประเสริฐอย่างนั้น ท่านไม่มีอะไรที่จะเสียจิตเสียใจ ไม่มีอะไรที่จะตำหนิติตนว่าเกิดมาเป็นคน ไม่ได้สะสมอะไร ท่านจนถึงที่สุด จนจิตเป็นวิมุตติแล้ว ท่านสะดวกสบายในการตายการอยู่ของท่าน ฉะนั้น พวกเราท่านทุกคนมีสิทธิที่จะประพฤติปฏิบัติได้ รีบเร่งขวนขวายกระทำบำเพ็ญให้เห็น ให้รู้ ให้เย็น ให้สงบ อย่าไปอ้างกาลอ้างเวลา

(คัดจาก หนังสือรวมคำสอนจากพระป่า)


http://www.kaskaew.com/index.asp?conten ... d=&catid=2


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ส.ค. 2009, 02:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มิ.ย. 2009, 09:55
โพสต์: 4062

แนวปฏิบัติ: มรณานุสสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: ตรงปลายจมูก

 ข้อมูลส่วนตัว


...:b44: :b44: :b44:...

:b42: อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธฯ
นะโม ข้าจะไหว้พระพุทธเจ้าทุกพระองค์
เมื่อข้าดับจิตลง อย่าให้ใหลหลง ขอให้จิตจำนง ตรงทางพระนิพพาน
ขอให้พบดวงแก้ว ขอให้แคล้วหมู่มาร ขอให้ทันพระศรีอาริย์
ข้าจะไปนมัสการ พระเกษแก้ว พระจุฬามณี เจดีย์สถาน เป็นที่ไหว้ ที่สักการ กุศลสัมปันโน ฯ

:b42: อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธฯ
นะโม ข้าจะไหว้พระธรรมเจ้า ของพระพุทธองค์
เมื่อข้าดับจิตลง อย่าให้ใหลหลง ขอให้จิตจำนง ตรงทางพระนิพพาน
ขอให้พบดวงแก้ว ขอให้แคล้วหมู่มาร ขอให้ทันพระศรีอาริย์
ข้าจะไปนมัสการ พระเกษแก้ว พระจุฬามณี เจดีย์สถาน เป็นที่ไหว้ ที่สักการ กุศลสัมปันโน ฯ

:b42: อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธฯ
นะโม ข้าจะไหว้พระสังฆเจ้า ของพระพุทธองค์
เมื่อข้าดับจิตลง อย่าให้ใหลหลง ขอให้จิตจำนง ตรงทางพระนิพพาน
ขอให้พบดวงแก้ว ขอให้แคล้วหมู่มาร ขอให้ทันพระศรีอาริย์
ข้าจะไปนมัสการ พระเกษแก้ว พระจุฬามณี เจดีย์สถาน เป็นที่ไหว้ ที่สักการ กุศลสัมปันโนติ ฯ


สาธุ สาธุ สาธุ
กราบ กราบ กราบ

.....................................................
~ นิพพานัง ปัจจโยโหตุ ~


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร