วันเวลาปัจจุบัน 30 ส.ค. 2026, 18:53  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 5 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสต์ เมื่อ: เมื่อวานนี้, 16:02 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 2296

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


หลวงปู่ดูลย์ อตุโล

อเหตุกจิต ๓ ประการ
            ๑. ปัญจ ทวารวัชนจิต คือ กิริยาจิตที่แฝงอยู่ตาม อายตนะ หรือทวารทั้ง ๕ มีดังนี้

            ตา ไปกระทบกับรูป เกิด จักษุวิญญาณ คือการเห็น จะห้ามไม่ให้ ตา เห็นรูปไม่ได้

            หู ไปกระทบเสียง เกิด โสตวิญญาณ คือการได้ยิน จะห้ามไม่ให้ หู ได้ยินเสียงไม่ได้

            จมูก ไปกระทบกับกลิ่น เกิด ฆานะวิญญาณ คือการได้กลิ่น จะห้ามไม่ให้ จมูก รับกลิ่นไม่ได้

            ลิ้น ไปกระทบกับรส เกิด ชิวหาวิญญาณ คือการได้รส จะห้ามไม่ให้ ลิ้น รับรู้รสไม่ได้

            กาย ไปกระทบกับโผฏฐัพพะ เกิด กายวิญญาณ คือการสัมผัส จะห้ามไม่ให้ กาย รับสัมผัสไม่ได้

            วิญญาณทั้ง ๕ อย่างนี้ เป็นกิริยาที่แฝงอยู่ในกายตามทวาร ทำหน้าที่รับรู้สิ่งต่างๆ ที่มากระทบเป็นสภาวะแห่งธรรมชาติของมันเป็นอยู่เช่นนั้น

            ก็แต่ว่า เมื่อจิตอาศัยทวารทั้ง ๕ เพื่อเชื่อมต่อรับรู้เหตุการณ์ภายนอกที่เข้ามากระทบ แล้วส่งไปยังสำนักงานจิตกลางเพื่อรับรู้ เราจะห้ามมิให้เกิด มี เป็นเช่นนั้น ย่อมกระทำไม่ได้

            การป้องกันทุกข์ที่จะเกิดจากทวารทั้ง ๕ นั้น เราจะต้องสำรวมอินทรีย์ทั้ง ๕ ไม่เพลิดเพลินในอายตนะเหล่านั้น หากจำเป็นต้องอาศัยอายตนะทั้ง ๕ นั้น ประกอบการงานทางกาย ก็ควรจะกำหนดจิตให้ตั้งอยู่ในจิต เช่นเมื่อเห็นก็สักแต่ว่าเห็น ไม่คิดปรุง ได้ยินก็สักแต่ว่าได้ยิน ไม่คิดปรุง ดังนี้ เป็นต้น
           (ไม่คิดปรุงหมายความว่า ไม่ให้จิตเอนเอียงไปในความเห็นดีชั่ว)


โพสต์ เมื่อ: เมื่อวานนี้, 16:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 2296

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


ธรรมข้อนี้ เม ขอแสดงความเห็นบ้างนะคะ

 จากข้อธรรมความเห็นในวงเล็บ (ไม่คิดปรุงหมายความว่า ไม่ให้จิตเอนเอียงไปในความเห็นดีชั่ว)


ตามความเห็น ที่กล่าวไว้ในวงเล็บนั้น


ความไม่คิดปรุงตามความเห็นในวงเล็บ แบบนี้ ดูเหมือนว่า จะทำให้เสียข้อธรรม ไปเสียแล้ว
โดยไปคิดข้อธรรมเองใหม่ ทำให้ธรรมเดิมเสื่อเสียไป  

เพราะความคิดที่จะทำจิตไม่ให้เอนเอียง
โดยไม่เอนเอียง ไม่รู้ดี รู้ชั่วนั้น

จะทำลายข้อธรรม หิริโอตัปปะ ไปสิ้น 
ความคิดเช่นนั้น นั่น เกิดจากสังขาร ที่ผุ้กล่าว ไม่ทัน และไม่ระวัง หลงไปเสียแล้ว

และไม่เช้าใจ ในกริยาจิต ตามที่ท่านกล่าวไว้  
กิริยาจิตที่แฝงอยู่ตาม อายตนะ หรือทวารทั้ง ๕ 

กลับไปอธิบาย ตามสังขารที่เกิดจากความคิดตน 


เมื่อ
ตาเห็นสี กริยาที่ปรากฎ สีก็คือสี
หูได้ยิน กริยาที่ปรากฎก็ต้องได้ยิน 

แต่กริยาเหล่านั้น  ต่างล้วนมีน้ำหนัก 

และน้ำหนัก เหล่านั้น ไม่อาจเท่ากันได้ตลอด
สีจึงมีอ่อนแก่ หนักเบา 
เสียง จึงมีดังเบา
แม้กายสัมผัส อ่อนแข็ง ก็เป็นน้ำหนัก

ความสำคัญจึงเป็นน้ำหนัก จากกริยที่ปรากฎ

เมื่อพลาดจากการสำรวมอินทรีย์ น้ำหนักนั้น ก็จะทำให้เพลิดเพลินหลงมัวเมา


จนในที่สุด ก็ตามมาด้วยการสร้างสังขารความคิด ความรู้สึกเอง และ จนไปพยายามบังคับจิต
ว่า อย่าเอียงน๊า อย่ารู้ดี รู้ชั่วน๊า

หลวงปู่  ท่านจึงกล่าวว่า
"  เป็นกิริยาที่แฝงอยู่ในกายตามทวาร ทำหน้าที่รับรู้สิ่งต่างๆ ที่มากระทบเป็นสภาวะแห่งธรรมชาติของมันเป็นอยู่เช่นนั้น "

คนละเรื่องกับความเห็นในวงเล็บ ยังกับฟ้ากับเหว

onion


โพสต์ เมื่อ: เมื่อวานนี้, 19:00 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 2296

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


เห็นก็คือเห็น

เห็นก็เห็นสี

แต่ระหว่างเห็น กริยาที่ออกมา ทำให้รู้ น้ำหนักของสีต่างกันไปตามการกระทบ

แต่ถ้า ดันหลงตามจิตสังขารนั้นไปอีก  ก็จะไปสร้างต่อขึ้นเป็นบัญญัติ สร้างอารมณ์ สร้างความรู้สึกออกมา  

แล้วนึก หลงตามไป  เป็นสีนั้นสีนี้ สีดำ สีแดง สีเขียว  สีหลากหลายตามบัญญัติ ตามสัญญา

แล้วก็หลงตามไปอีก จนโงหัวไม่ขึ้น  เกิดตัณหา ภวตัณหา วิภวะตัณหา ชอบสีนั้น ไม่ชอบสีนี้ สีนี้มงคล สีนี้อัปมงคล
จนกระทั่งตามหลงไป เห็นสีเป็นบัญญัญัติ ไปตามสัญญา เป็นบ้าน รถ เรือ  เป็นของมือสอง

ช่วงกระทบ ผัสสะ  กริยาออก ต้องรู้ว่า ดี หรือไม่ดี รู้ทันที
รู้ว่าว่าสุขหรือทุกข์ เป็นปรมัตถ์ โดยไม่มีบัญญัติไหลตามออกมา 

วิธีการดูจิต ตามผู้เขียนในวงเล็บ จึงผิดเพี้ยนไป 
เห็นจึงไม่เคยสักว่าเห็น  แต่ เป็นการตาม แล้วหลงว่าเป็น เห็นไป 

ตาม แล้วหลงว่า เป็นผู้รู้ ผู้ดู   ผู้ดูที่ดูตาม รู้ตาม ไป นั่นเรียกว่า ผู้หลง ไม่ใช่ผู้ดู 

และผุ้เห็น เมื่อกริยาออก ก็ไม่ตามไปปรุงแต่งเป็นบัญญัติออกมา เป็นคุ้งเป็นแคว 
ไม่ไช่การดูจิต แบบที่สมควรเป็น

แต่เป็นผู้หลงตามกระแสจิตไปอย่างไม่ลิมหูลืมตา  เท่านั้น 

ผู้เห็น กริยา   กริยานั้นจะดับสนิทขาดผึงลงทันที 
ไม่ไปตามปรุงแต่ง ไปหลงแล้วหลงอีก
หลงไปต่อไปไกลแสนไกล   จน หลงนึกว่าตน ค้นพบธรรมใหม่  นิยามคำใหม่ออกมา

แต่กลับกลายเป็น การทำลายธรรมเดิม สภาวะธรรมเดิมให้แปรรูปเปลี่ยน เสียไป 
สร้างธรรมใหม่ มากลบธรรมเดิม 

เมื่อสภาวะตามธรรมชาติ เป็นเช่นนั้นเอง 

คือ ปัญจทวาราวัชชนจิต  และมโนทวารวัชชนจิต แล้วชวนะสองดวงนี้ ก็ไม่ได้มีในพระอรหันต์ 
แต่เหล่านั้น ก็ยังเป็นกริยา ที่เกิดจากสังขารจิต ที่อาศัยตามมโนทวาร และทวารห้า

กิริยาจิตอื่นทั้งหมดนอกจากปัญจทวาราวัชชนจิต และมโนทวาราวัชชนจิตนั้น เป็นจิตของพระอรหันต์ 

ฉะนั้น พระอรหันต์จึงมีกิริยาจิตที่ไม่ใช่ชวนะ 2 ดวง อย่าง ปัญจทวาราวัชชนจิต และ มโนทวาราวัชชนจิต
มีแต่ชวนวิถีที่เป็นกริยาจิตเท่านั้น 
เพราะพระอรหันต์ดับกุศลและอกุศลทั้งหมด จึงไม่มีชวนวิถีจิตที่เป็นกุศลและอกุศลเลย

ไม่ได้หมายว่า ไปคิดหาความพยายาม เพื่อทำให้จิตไม่เอนเอียง ไม่ปรุงแต่งไป แบบไม่รู้ดี รู้ชั่วไม่รู้ถูกผิด 
ตามแบบในวงเล็บ

แต่เป็น กริยาจิต  ที่ดับสนิทสิ้นไป 

ธรรม ตามวงเล็บ ข้อนี้ จึงไม่ใช่และเพี้ยนไป

เพราะจุดสำคัญ ของธรรมที่แสดง คือ 
การสร้างพละ โดยอาศัยเรียนรู้จาก ผัสสะ 

"จิตอาศัยทวารทั้ง ๕ เพื่อเชื่อมต่อรับรู้เหตุการณ์ภายนอกที่เข้ามากระทบ"

นี่แหละคือการฝึกจิต 

ไม่ใช่วิธีจะไปทำให้จิตไม่เอนเอียง ไปทางความเห็นดีชั่ว  เอนอียงไป ทางบุญ ทางบาป 
อย่างที่กล่าว

onion


โพสต์ เมื่อ: วันนี้, 11:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 2296

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


เมก็จะขออธิบายง่ายๆ 

สาระสำคัญ หลัก  ในการปฎิบัติ ก็คือ 

สติคือความระลึกได้ ว่าข้าพเจ้า ขอปฎิญาณว่า จะปฎิบัติ ดูแลรักษาจิต อย่างสุดกำลัง
โดย การสร้างเสริมพละ ในอินทรีย์ ขอปกป้อง ข้าศึก และตรวจตรา ตามช่องทางประตูเมือง

ปกป้องข้าศึกที่พยายามบุกตลอดเวลา ตาม ช่องทางประตู ตาหูจมูกลิ้นกายและใจ ถือเป็นสาระสำคัญ

ในวินาทีนึงๆ การกระทบ การบุกของข้าศึก เกิดได้มากมายหลายทาง รวดเร็วและมากมาย

ไม่ใช่แค่แบบคอยระวังเพชรฆาตที่คอยเงื้อดาบจะบั่นคอ แค่ดาบเดียว
ไม่ใช่แบบแมว นั่งคอยจับหนู
ไม่ใช่แค่แบบผู้ดู บ้านเมืองจะพังไม่สนใจ ได้แต่ดู

แต่เป็นการป้องกัน และต่อสู้  ลงสนามรบ เข้าสู่ศึกสงครามจริงๆ 
สู้กับภัยมากมายเป็นกองทัพที่กำลังดาหน้าเข้าประตู 
ต้องอาศัยพลัง ตั้งมั่น และตั้งใจที่จะ รบอย่างแท้จริง เบ็ดเสร็จเด็ดขาด

ถ้าปล่อยหลุดรอดเข้ามา ตามประตู

กริยา และสังขารปรุงแต่งความคิด ความรู้สึก และอารมณ์ จะโดนลากออกไป ตกเป็นทาส ไปเป็นเชลย 
จิตส่งออก ที่โดนลากไปเหล่านั้นแหละ คือสมุทัย  เหตุแห่งทุกข์ 

ความรู้สึกตัว เป็นสัมปชัญญะ จะเพิ่มพลังแก่อินทรีย์ หมั่นแข็งขัน ที่คอยตรวจตราตามประตูเมือง
เพราะการเคลื่อนไหว ของศัตรู แม้น้อยนิด ก่อเกิดภัยอันตราย ทำลายจิตได้มหาศาล 

สาระสำคัญหลักการปฎิบัติก็มีแค่นี้แหละค่ะ 

คือเอาการกระทบเป็นหลักการสำคัญแห่งการปฎิบัติ 
ใช้การกระทบเป็นตัวฝึก ใช้การกระทบเป็นสมรภูมิ  ออกรบหน้าประตูเมือง ทำสงครามเพื่อสิ้นภพสิ้นชาติ 

และก็ ไม่ใช่เวลา ที่มัวมานั่งดูนั่งสวดศพจิต121ดวง ที่โดนฟันสาหัส 

และก็คนละเรื่องกับนโยบาย  ผูกมิตร กับศัตรู ทำจิตไม่เอนไม่เอียงไม่ไปทางดีไม่ไปทางชั่ว แต่โดนศัตรูยึดครองเมืองไปแล้ว 

onion


โพสต์ เมื่อ: วันนี้, 11:17 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 2296

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


และนั่นก็เป็น การศึกป้องกันกำจัดศัตรูภายนอก
แต่ภายใน
เมื่อมีการก่อหวอด มีความเคลื่อนไหว ฐีติภูตัง กริยา และสังขารที่เกิดขึ้นเองในเมือง 
นั่นก็คือหนอนบ่อนไส้ ของศัตรู 

ก็กำจัดเสีย
แผ่นดินก็สงบ ราบเรียบ  ความสุขอย่างยิ่ง ก็มีเค้าลางปรากฎ ไม่บรรลุหรือลุถึงอะไร 

onion


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 5 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 54 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร