วันเวลาปัจจุบัน 30 เม.ย. 2026, 08:39  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 เม.ย. 2026, 14:33 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 5546


 ข้อมูลส่วนตัว


"ใครจะดุร้ายป้ายสีก็ให้นึกว่าเขาจะต้องตาย
เราคือกายกับจิต ก็ต้องตายจากกันไป จะมาโกรธ
มาโลภ มาหลง มายึดหน้าถือตา ยึดอะไรต่อมิอะไร
ไปทำไม จงปล่อยวางให้มันหมดสิ้นไป"

หลวงปู่สิม พุทธาจาโร





“ชีวิตของคนเราทำหน้าที่เหมือนเทียนไข เมื่อจุดแล้ว
ก็มีหน้าที่ดับอย่างเดียว แต่จะดับช้าดับเร็วก็สุดแล้วแต่
อุปสรรคของแต่ละคน แต่เมื่อเทียนนั้นให้แสงสว่างแล้ว
เราจะใช้แสงสว่างนั้นอย่างไรก่อนจะดับ”

หลวงปู่ดุลย์ อตุโล






"ใครดีใครชั่วช่างเขา ใจเราร่มเย็นเป็นพอ"

ท่านพุทธทาสภิกขุ







"...ธรรม เป็นเครื่องปกครองสมบัติ
และปกครองใจ ถ้าขาดธรรมเพียง
อย่างเดียว ความอยากของใจจะ
พยายามหาทรัพย์ได้กองเท่าภูเขา
ก็ยังหาความสุขไม่เจอ

ไม่มีธรรมในใจเพียงอย่างเดียว
จะอยู่ในโลกใด กองสมบัติใด ก็เป็น
เพียงโลกเศษเดนและกองสมบัติเดนเท่านั้น
ไม่มีประโยชน์อะไรแก่จิตใจแม้แต่นิด

ความทุกข์ทรมาน ความอดทน
ทนทาน ต่อสิ่งกระทบกระทั่งต่างๆ
ไม่มีอะไรจะแข็งแกร่งเท่าใจ
ถ้าได้รับความช่วยเหลือที่ถูกทาง
ใจจะกลายเป็นของประเสริฐ ให้เจ้าของ
ได้ชมอย่างภูมิใจต่อเรื่องทั้งหลายทันที.."

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต






.

#เจ้ากรรมนายเวร

"หลวงพ่อครับ คำว่าเจ้ากรรมนายเวรนี่หมายถึงใครบ้างครับ...? "

เจ้ากรรมนายเวรนี่ตัวตนมันไม่มีหรอก มันเป็นเรื่องของกรรมที่เป็น "อกุศลกรรม" ถ้าบอกว่าเจ้ากรรมนายเวรก็หมายถึงบาปที่เป็นอกุศลที่เราทำไว้ ตัวจริงที่เราเคยทำเขาไม่มายุ่งกับเราหรอก

อย่างเราฆ่าปลาตาย ปลาเขาก็ไม่มายุ่งกับเรา แต่ว่ากฎของกรรมมันเล่นงานเรา ถ้าปลามานั่งจองเวรคอยลงโทษเรา แกก็ไม่ต้องไปเกิดล่ะ

คำว่าเจ้ากรรมนายเวรนี่นะ ถ้าพูดตามส่วนจะว่าไม่มีก็ไม่ได้ ถ้าหากเราปฏิบัติถึงขั้น "สุกขวิปัสสโก" เราจะบอกว่าไม่มีตัว เพราะไม่เคยเห็น แต่ว่าตั้งแต่ "เตวิชโช" ขึ้นไปเขาเห็น ต้องพูดตามขั้นนะ ถ้าเราว่ากันตามหนังสือก็คิดว่าจะไม่มี

"แล้วถ้าเราอุทิศส่วนกุศลให้แก่เจ้ากรรมนายเวร เขาจะได้รับไหมคะ...?"

คือว่าอุทิศไปให้เขาจะได้รับหรือไม่ได้รับก็ตาม บุญที่เราทำเป็นผลให้เกิดความสุข ไอ้กรรมต่างๆ ที่เป็นอกุศลที่เราทำไปแล้ว เราไปยั้งมันไม่ได้ แต่ทว่าถ้าเราทำกรรมดีมีกำลังเหนือมัน มันก็กวดไม่ทันเหมือนกัน

สำหรับคำอุทิศส่วนกุศลที่ใช้อยู่เดี๋ยวนี้ก็ยาวเหมือนกันแต่ยาวตามท่านบอก

บทอุทิศส่วนกุศลท่อนแรก ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรนั่น "หลวงปู่โต" มาบอก

แล้วก็บทอุทิศส่วนกุศลอีก ๓ ท่อน "พระยายมราช" มาบอก

สำหรับตอนที่สองที่ให้เทวดาโมทนา ท่านบอกว่าเวลาอุทิศส่วนกุศลน่ะ ขอบอกให้ผมเป็นพยานด้วย

ท่านบอกว่า

"ลูกหลานของท่าน ก็คือลูกหลานของผม และมันก็ไม่แน่นักหรอก บางทีไปอยู่สำนักผมมันอาจจะลืมก็ได้ เขาอาจจะนึกถึงบุญไม่ออก ผมก็จะได้บอกว่าเขาสั่งให้เป็นพยาน"

มันเป็นธรรมดา ถ้าทำทั้งบุญทั้งบาป บางทีกรรมบางอย่างมันปกปิด เวลาถามเรื่องบุญนี่มันนึกไม่ออก ถ้านึกไม่ออกก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งจะต้องปล่อยให้ตกนรก

หากถาม ๓ เที่ยวนึกไม่ออก

ผมจะได้ประกาศว่า

"นี่เขาเคยบอกฉันไว้ เวลาทำบุญเขาบอกให้ฉันเป็นพยาน แล้วก็ประกาศกุศลนั้น ก็ได้ไปสวรรค์"

หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
________________
จากหนังสือ "การอุทิศส่วนกุศล" โดย...หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (พระมหาวีระ ถาวโร) หน้า ๑๐






“ผู้ใดมีทุกข์" ผู้นั้น มีบุญวาสนา

“ผู้ใดที่มีทุกข์" จงให้รู้ไว้ นั่นแล ผู้นั้น ถือว่ามีบุญวาสนา “ผู้ใดที่มีทุกข์มาก" ผู้นั้นกำลังเสวยวิบาก เพราะใครที่มีทุกข์มากแค่ไหน ให้จงจำไว้ว่า
เรากำลังได้ชดใช้หนี้กรรม

(โอวาทธรรม : สมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี)





รับวันใหม่ด้วยใจที่สดใส

“เมื่อมีสิ่งใดมากระทบ จนเกิดความหงุดหงิด
ขุ่นเคือง เศร้าหมอง ท้อแท้ หากไม่รู้เท่าทัน
ใจก็จะไปยึดฉวยมันแล้วปรุงต่อ เก็บเอามาคิด
แล้วแต่งเติม แม้คิดแล้วทุกข์ ก็ยังอยากคิด
ไม่ยอมปล่อยไม่ยอมวาง เว้นแต่มีเรื่องใหม่
เข้ามากระทบ ก็จะหันไปปรุงเรื่องนั้นแทน
แต่เผลอเมื่อใด ก็อดหวนคิดเรื่องเดิมไม่ได้
แม้เหตุการณ์ผ่านไปหลายวันก็ตาม เปรียบไป
ก็ไม่ต่างจากการเอาอาหารที่บูดเน่าแล้วกลับ
มากินใหม่

ทุกวันนี้เราเสพอารมณ์เก่า ๆ แทบทั้งวัน
อารมณ์บูดเน่าเหล่านี้ยิ่งเสพก็ยิ่งเป็นโทษกับ
ใจของเรา ทำให้เป็นทุกข์ และไม่สามารถ
เปิดใจรับรู้สิ่งดี ๆ ที่พบเห็นอยู่รอบตัวได้
ไม่ดีกว่าหรือหากปลดปล่อยสิ่งเหล่านี้ไป
จากใจ เพื่อรับอารมณ์ที่สดใหม่
ที่จริงธรรมชาติได้มอบสติเพื่อให้ใจรู้ทัน
เมื่อเสพอารมณ์บูดเน่าหรือหมกมุ่นกับเรื่องราว
ที่ผ่านไปแล้ว ทันทีที่รู้ทันใจก็ปล่อยสิ่งเหล่านี้
ออกไป ช่วยให้ใจโปร่งเบาและพร้อมรับรู้
สิ่งที่อยู่เฉพาะหน้า โดยไม่มีความคิด หรือ
อารมณ์เก่า ๆ บดบังขวางกั้น ขณะเดียวกัน
เมื่อรับรู้แล้วก็พร้อมจะวาง ไม่ยึดติด
หรือปล่อยให้ค้างคาใจจนกลายเป็น
ของบูดเน่าในที่สุด

ต้นไม้เขียวขจีอยู่เสมอก็เพราะทิ้งใบ
ที่แห้งตาย ไม่เก็บเอาไว้ให้เป็นภาระ
ร่างกายมีพลานามัยก็เพราะระบาย
สิ่งหมักหมมออกไปจากอวัยวะทุกส่วน
ใจจะสดใสก็เพราะรู้จักปลดปล่อยอารมณ์
ที่หมักหมมบูดเน่า ใจที่ว่างและเปิดกว้าง
ต่อทุกสิ่งที่เป็นปัจจุบันเท่านั้นที่จะทำให้ชีวิต
สดใหม่อย่างแท้จริง​ จะโกรธเกลียดใครก็ตาม
อย่าปล่อยให้ความโกรธเกลียดอยู่ข้ามคืน
ตื่นเช้าขึ้นมาให้เปิดใจพร้อมรับวันใหม่ด้วยใจ
ที่สดใส พร้อมจะก้าวไปข้างหน้าด้วยการ
ทำวันนี้ให้ดีที่สุด โดยไม่ถูกอดีดพันธนาการ”
...
พระ​ไพศาล​ วิ​สาโล






"เกิดมาเป็นมนุษย์ ในชาตินี้... ควรรีบเร่ง อย่าชักช้าจะเสียการ จงพยายามฝึกจิต ฝึกใจ ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ให้ได้ทัน

เพราะงานของจิต ต้องถือว่า...เป็นงานเร่งด่วน โดยมีความตายคืบคลานเข้ามาอย่างรวดเร็ว ถ้าแม้ว่าเผลอสติ...เพียงแว้บเดียว ความตาย ก็มาถึงตัวทันที"

หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล.







“ผู้ใดมีทุกข์" ผู้นั้น มีบุญวาสนา

“ผู้ใดที่มีทุกข์" จงให้รู้ไว้ นั่นแล ผู้นั้น ถือว่ามีบุญวาสนา “ผู้ใดที่มีทุกข์มาก" ผู้นั้นกำลังเสวยวิบาก เพราะใครที่มีทุกข์มากแค่ไหน ให้จงจำไว้ว่า
เรากำลังได้ชดใช้หนี้กรรม

(โอวาทธรรม : สมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี)






“ เราจบแล้ว เราค่อยสอน ”


ถาม : การที่เรายังนั่งสมาธิไม่เก่งพอ ยังไม่สามารถหลุดพ้นจากความทุกข์ได้มากพอ เรายังไม่ควรไปสอนหรือแนะนำใครให้มาฝึกนั่งสมาธิ ควรเอาเวลาไปฝึกปฏิบัติของตนเองให้ดีก่อน ถูกต้องไหมคะ

พระอาจารย์ : ถูกต้อง เพราะเหมือนกับการไปเรียนหนังสือ เราเรียนยังไม่จบแล้วเราก็จะไปสอนคนอื่นมันก็จะไม่ดี ต้องเรียนหนังสือให้จบก่อน เรียนวิชาต่างๆ ให้รู้เรื่องก่อน เมื่อเราจบแล้วเราค่อยเอาไปสอนคนอื่นต่อ.

ธรรมะหน้ากุฏิ
วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๘

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี






“..ธาตุมนุษย์เป็นธาตุตายตัว ไม่เป็นอื่นเหมือน นาค เทวดาทั้งหลายที่เปลี่ยนเป็นอื่นได้ มนุษย์ มีนิสัยภาวนาให้สำเร็จง่ายกว่าภพอื่น อคฺคํ ฐานํ มนุสฺเสสุ มคฺคํ สตฺต วิสุทฺธิยา มนุษย์มีปัญญาเฉียบแหลมคม คอยประดิษฐ์ กุศล อกุศล สำเร็จอกุศล...มหาอเวจีเป็นที่สุด ฝ่ายกุศล มีพระนิพพานให้สำเร็จได้ ภพอื่นไม่เลิศเหมือนมนุษย์ เพราะมีธาตุที่บกพร่อง ไม่เฉียบขาดเหมือนมนุษย์ ไม่มีปัญญากว้างขวางพิสดารเหมือนมนุษย์ มนุษย์ธาตุพอหยุดทุกอย่าง สวรรค์ไม่พอ อบายภูมิธาตุไม่พอ มนุษย์มีทุกข์ สมุทัย...ฝ่ายชั่ว ฝ่ายดี...กุศลมรรคแปด นิโรธ รวมเป็น ๔ อย่าง มนุษย์จึงทำอะไรสำเร็จ ดังนี้ ไม่อาภัพเหมือนภพอื่น..”

ภูริทตฺตธมฺโมวาท
พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร (พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒)







"ใครจะดุร้ายป้ายสีก็ให้นึกว่าเขาจะต้องตาย
เราคือกายกับจิต ก็ต้องตายจากกันไป จะมาโกรธ
มาโลภ มาหลง มายึดหน้าถือตา ยึดอะไรต่อมิอะไร
ไปทำไม จงปล่อยวางให้มันหมดสิ้นไป"

หลวงปู่สิม พุทธาจาโร






"... ต้องภาวนา..กำหนดใจให้ได้ ด้วยความพากเพียร จึงจะไม่หลง..ภาวนา กำหนดใจ ถ้ากำหนดใจได้แล้ว มันจึงรู้
พุทโธ เป็นมรรคของใจ ถ้าภาวนากำหนดจิตยังไม่ได้ มันก็แพ้กิเลส กิเลสมันอยู่ก่อน ต้องมีสติรักษาใจ จึงจะดี

ถ้าไม่มีสติ..จิต ก็จะไปเกาะเกี่ยวอันนั้น อันนี้ ทั่วไป..พาให้หลงไป เวลาหลงไป เช่นหลงอะไร ก็ให้ยกอันนั้นขึ้นสู่การพิจารณา ตัวอย่าง กาย ให้เพ่งแยกส่วนของกายออก แต่ละส่วนเต็มไปด้วยของไม่สะอาด ไหลเข้า ไหลออกตลอด อยู่ทุกขณะ..

การที่พิจารณาแยกแยะ จนเห็นเป็นของไม่งาม ไม่ใช่ของง่าย ในเมื่อจิต ยังแส่ส่ายหาอารมณ์อยู่
ต้องอาศัยความพากเพียร อดทน เมื่อจิตมีกำลัง มันจึงสงบ ถ้ามัวเกียจคร้านอยู่ จิต..มันก็ไม่เป็นไป

ตัวขี้เกียจนี่แหละ..!! เป็นตัวทำให้เสีย
เป็นตัวกิเลส เวลานั่ง ประเดี๋ยวหาว
ประเดี๋ยวหาว พวกนี้เป็นกิเลสทั้งนั้นแหละ ถ้าพร้อมด้วยการกระทำ จึงจะได้กำลัง ถ้าไม่พร้อม..มันก็ไม่มีกำลัง

ร่างกายของเรานั้น..ที่เราเห็นว่างาม ก็เพราะมีของไม่สะอาด เต็มท้อง เต็มไส้อยู่ ถ้าในท้อง ในไส้ ไม่มีอะไรเลย ลองดูสิ มันจะงามไหม..!! ถ้าของในท้องในไส้ไหลออกหมด มันก็เหี่ยวแห้งเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก เท่านั้น

ถ้าพูดกับความจริงแล้ว..ทั้งร่างกายเต็มไปด้วยของเสียทั้งหมด ถึงอย่างนั้น..ก็ยังหลงไปว่า เป็นของสวยงาม
แต่ใจ มันไม่ว่า..เต็มไปด้วยของไม่สะอาดหนา
เราต้องภาวนาพิจารณากลับไป กลับมา ทบไปทวนมา อยู่นั้นแหละ

เราไปหลงของไม่งาม จับอันนั้น ต่ออันนี้เลยเห็นว่างาม จนติดจนหลง การภาวนา..ถ้านอนภาวนา มันเป็นภาวนอนไปเสีย การฉันอาหาร ถ้าฉันมากเกินไป เวลาภาวนา..ก็นั่งหลับไปเสีย มันหลายเรื่องหลายราว ถ้าอะไรมันมากไป จิต มันไม่สงบ ห้ามมันไม่ฟังอาหารมันทับ

ต้องพิจารณากาม ให้ดี ต้นเหตุเดียว
ที่เข้าไปอุดหู ตา ใจ จนทำให้เกิดความหลง พวกเรานอนกันอยู่ในท้องของมารดาตั้ง ๙ เดือน ๑๐ เดือน จึงจะออกมาพ้น ร้องให้อุแว้ๆได้ ถ้าดีใจ ก็หัวเราะ เสียใจ ก็ร้องไห้ กามนี้ เราเคยติดมาแล้วนับอเนกอนันต์..
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์เร่งความเพียร จนรู้แจ้งเห็นจริง

กามตัวเดียว ที่ทำให้สัตว์ตาย กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา เอาเข้ากลายเป็นกามตันหน้า ภวตันตา วิภวตันใจ เมื่อกามเหล่านี้เข้าไปอุด ไปตันหน้า ตา ใจแล้ว..ก็เกิดความหลง
ความรัก ความชัง ความพอใจ ก็เพราะกาม ความไม่พอใจ ก็เพราะกาม มันเกิดขึ้นกับใจ

ตาเป็นเหตุ หูเป็นเหตุ จมูกเป็นเหตุ เป็นเหตุ แห่ง..ความรักความชัง ตา เป็นเหตุ เมื่อได้เห็นรูปสวย รูปงาม รูป อัปลักษณ์ น่าเกลียดน่าชัง
หู เป็นเหตุ ได้ยินเสียงการประโคมขับร้อง อันไพเราะ หรือเสียงน่ารำคาญจมูก และใจก็เหมือนกัน ถ้าดีเป็นน่ารัก
มันก็ติด ก็หลง ถ้าตรงกันข้าม มันก็เกลียด ก็ชัง จึงว่า มันเป็นเหตุ..

การฆ่ากัน ก็เพราะกาม รักกัน ก็เพราะกาม ทั่วอากาศ ทั่วพื้นน้ำ และบนบก เต็มไปด้วยกาม..
กามตัณหน้า ภวตัณหู วิภวตันใจ ถ้าจะขยายออกไป มันก็ไม่มีที่สิ้นสุดหรอกกาม เพราะความพอใจ และไม่พอใจ ก็เกิดจากกามทั้งสิ้น..!!
พิจารณาให้ดีๆ เป็นอย่างไร มันจึงหลงไป จนกลายเป็นบ๋อยรับใช้ไป ..."
-------------------------------------
#หลวงปู่แหวน_สุจิณโณ
วัดดอยแม่ปั๋ง ตำบลแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว
จังหวัดเชียงใหม่ (พ.ศ.๒๔๓๐ - ๒๕๒๘)







นิทานชาดกเรื่องหนึ่งเล่าว่า เศรษฐีผู้หนึ่งมั่งคั่ง แต่เชื่อคนง่าย จึงเอาทองทั้งหมดไปฝังไว้ในเขตอาศรมของฤาษีที่ตนศรัทธา แต่ฤาษีรูปนั้นเป็นคนคด แอบขุดเอาทองไปซ่อนที่อื่น

รุ่งขึ้น ฤาษีก็ไปลาเศรษฐีผู้เป็นอุปัฏฐาก อ้างว่าถ้าอยู่ที่เดียวนานเกินไป จะติดที่มากเกินไป พอออกเดินทางก็นึกกังวลว่า ถ้าเศรษฐีพบว่าทองหายไป ตนเองจะตกเป็นผู้ต้องสงสัย จึงย้อนกลับไปเรือนเศรษฐี ชี้ไปยังเศษฟางที่ติดบนผม บอกว่าเอามาคืน สงสัยจะหล่นจากหลังคาบ้าน เขาเป็นผู้ทรงศีลจะไม่หยิบเอาอะไรที่เจ้าของมิได้ให้ แม้แต่ฟางเส้นเดียว

เหตุการณ์เป็นไปตามคาด เศรษฐีเลื่อมใสอย่างยิ่งในความเคร่งครัดของฤาษี แต่เพื่อนเศรษฐีเกิดเอะใจขึ้น จึงรีบบอกให้ไปตรวจดูว่าทองยังอยู่ไหม แน่นอนว่าหายจนหมดเกลี้ยง จึงรีบตามไปจับตัวฤาษี แล้วขู่ให้บอกที่ซ่อนทอง

พระพุทธองค์ตรัสว่า #บางคนเลื่อมใสครูบาอาจารย์ ด้วยรูปลักษณ์ภายนอก ด้วยน้ำเสียง ด้วยชื่อเสียงเลื่องลือ บางคนศรัทธาในความเคร่งครัดและเข้มงวด ทว่า ทั้งหมดนี้หาได้เป็นเครื่องวัดความสุจริตไม่ แม้แต่อิทธิฤทธิ์ก็ยังแสร้งขึ้นได้ #หลักที่เชื่อได้แท้จริงมีเพียงข้อเดียว คือ ครูบาอาจารย์นั้น ได้สำรวมตนอยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา อย่างแท้จริงหรือไม่

ธรรมะคำสอน โดย พระอาจารย์ชยสาโร





“..สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน
เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้น
กลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว
โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น
เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน
อดีต ปล่อยไว้ตามอดีต
อนาคต ปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้
เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ไม่สุดวิสัย..”

ภูริทตฺตธมฺโมวาท
พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร (พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒)





“ทำความชั่วต้องได้รับผลเป็นทุกข์จริง ๆ
ทำดีต้องได้ผลดีจริง ๆ จะได้เมื่อไหร่
ไม่สำคัญ ขอให้ทำไว้เสมอ เพราะทำดี
ย่อมเป็นกรรมดีเสมอ ปลูกอะไรย่อมได้ผล
อย่างนั้น แต่อาจงามต่างกัน คนทำดี
อาจมีผลต่างกัน ผลที่เกิดอาจผิดกันได้
อย่าคำนึงนัก ขอให้ทำดีไปเรื่อย ๆ
เรื่องบุญเรื่องบาปอยู่ที่การกระทำ
เราจะได้ความดีจากการปฏิบัติดี
เพราะการปฏิบัติดี ย่อมจะต้องได้ผลดี
เป็นธรรมดา” ...
...
คำสอน ท่านพ่อลี ธัมมธโร
วัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ








"...ภัยพิบัติมากขึ้นเพราะจิตใจมนุษย์ต่ำลง
โลกนี้หมุนไปตามจิต เมื่อใดจิตมนุษย์
มีคุณธรรม มีความเจริญภายในใจ
เป็นไปในทางที่ดี เมื่อนั้นโลกก็จะสุขสงบ

แต่เมื่อใดที่จิตใจมนุษย์หมกมุ่นรุ่มร้อน
ด้วยกิเลส เมื่อนั้น โลกก็หมุนไปสู่ความเสื่อม
มีแต่ความเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า
ฝนฟ้าจะวิปริต แผ่นดินจะไหว ภูเขาไฟปะทุ
สารพัดภัยพิบัติ จะเกิดขึ้น.."

ท่านพ่อลี ธมฺมธโร






ของควรมี

คนที่คิดว่าการว่ายน้ำได้ไม่ใช่สิ่งสำคัญ
ก็คงไม่คิดจะหัดว่ายน้ำเลย จนกระทั่ง
วันหนึ่งตกน้ำ กำลังจะจมน้ำ จึงค่อยคิด
ว่าการว่ายน้ำได้ เป็นสิ่งสำคัญมาก
แต่ถึงตอนนั้น ถ้าจะหัดว่ายน้ำก็สายไปแล้ว
มันจึงดีกว่าหากเราจะฝึกว่ายน้ำเสียแต่เนิ่นๆ
ถ้าเกิดตกน้ำขึ้นมาก็จะได้พาชีวิตให้รอด

ธรรมะก็เช่นกัน สติก็เช่นกัน
ควรเริ่มหัดแต่เนิ่นๆ
...
พระไพศาล วิสาโล






"...ทุกข์ เป็นข้อแรกของอริยสัจ คนทั้งหลาย
พากัน เกลียดกลัวทุกข์ อยากหนีทุกข์ ไม่อยาก
ให้มีทุกข์เลย ความจริงทุกข์นี่แหละ จะทำให้เราฉลาดขึ้นล่ะ จะทำให้เกิดปัญญา ทำให้เรารู้จักพิจารณาทุกข์ สุขนั่นสิมันจะปิดหูปิดตาเรา มัน
จะทำให้ไม่รู้จักอดไม่รู้จักทน ความสุขสบายทั้งหลายจะทำให้เราประมาท..."

หลวงปู่ชา สุภัทโท





“..สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน
เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้น
กลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว
โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น
เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน
อดีต ปล่อยไว้ตามอดีต
อนาคต ปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้
เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ไม่สุดวิสัย..”

ภูริทตฺตธมฺโมวาท
พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร (พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒)







“. สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย..” ผู้สั่งสมบุญย่อมนำมาซึ่งความสุข

“..#บุญภายนอก” เปรียบเหมือนเปลือกผลไม้ เช่น ขนุน มะม่วง ทุเรียน เป็นต้น "บุญภายใน" เปรียบเหมือนเนื้อหนัง เราจะอาศัยบุญภายในอย่างเดียวหรือภายนอกอย่างเดียว..ไม่ได้ จะต้องอาศัยซึ่งกันและกัน ผลไม้ถ้าไม่มีเปลือกนอก ก็เป็นเนื้อเป็นหนังขึ้นมาไม่ได้ หรือมีแต่เปลือกไม่มีเนื้อใน ก็กินไม่ได้ฉะนั้น "บุญภายนอกจึงต้องอาศัยบุญภายใน" ด้วย เป็นการช่วยเหลือกัน แต่ "คุณภาพ" ต่างกัน บุญภายนอกเป็นเครื่องห่อหุ้มบุญภายใน

"บุญภายนอก" ได้แก่ วัตถุ กายต้องอาศัยวัตถุ อาหารเรียกว่าปัจจัยสี่แต่จะเป็นสุขเพราะอาหารอย่างเดียวก็ไม่ได้ ถ้าเรากินแต่อาหารแล้วไม่นุ่งผ้าหรือไม่มีที่อยู่อาศัย ต้องเปียกน้ำเปียกฝน ฯลฯ หรือเจ็บไข้ไม่มียารักษาก็เป็นทุกข์ ตัวเราคือ ธาตุสี่นี้จำต้องอาศัยวัตถุภายนอก คือ ปัจจัยสี่ ด้วย จึงจะประกอบบุญกุศลได้สำเร็จเต็มที่ เหตุนั้น พระพุทธเจ้าจึงทรงสอนให้บริจาควัตถุเหล่านี้ ก็จะสำเร็จประโยชน์ชาตินี้และเบื้องหน้า

"#บุญภายใน" ได้แก่ การดัดตัวของเราเองให้เป็นบุญกุศล ตัวเราเปรียบเหมือนต้นไม้ในป่า เช่น ต้นตะโก ถ้าเรานำมาใส่กระถาง ดัดแปลงกิ่งก้านให้สวยงามก็จะมีราคาสูงขึ้น คนที่ไม่ดัดกายวาจาใจของตัวเองก็เรียกว่า เป็นคนที่มีราคาต่ำ เราควรดัดมือดัดแขนให้รู้จักไหว้กราบพระ ดัดเท้าให้รู้จักเดินไปวัด ดัดหูให้รู้จักฟังธรรมและคำที่เป็นคุณเป็นประโยชน์ ดัดตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ของเราให้สิ่งที่ไหลเข้าไป ล้วนแต่เป็นบุญกุศล จมูกก็อย่าหายใจเปล่า ให้หายใจเอา "พุทโธ" เข้าออกเหมือนกับน้ำ ที่ไหลเข้าไปในร่างกาย ใจเราก็จะเย็นสบาย เป็นสุข ปากก็หมั่นสวดมนต์ภาวนา อย่าด่าแช่งเสียดสีหรือพูดเท็จต่อใคร กล่าวแต่สิ่งที่เป็นธรรมและไม่ดื่มเหล้าเมายา ให้เก็บบุญเอาตามตัวของเรา มีมือ เท้า แขน ขา ตา หู จมูก ลิ้น เหล่านี้เป็นต้น

ส่วน "#แก่นของบุญ" นั้นคือ "ใจ" ต้องทำใจของเรา ให้สงบระงับจากโลภะ โทสะ โมหะ ทางอายตนะนั้นเปรียบด้วยเปลือกหรือกระพี้ ก็ทำประโยชน์ได้เหมือนกันถ้าตัวเรารู้จักสะสมความดี ก็เป็นประโยชน์แก่ตัว..”

คัดลอกเนื้อหาจาก
#หนังสือแนวทางวิปัสสนา-กัมมัฏฐาน, ท่านลี ธมฺมธโร.
วัดอโศการาม อ.เมือง จ.สมุทรปราการ แสดงพระธรรมเทศนา ณ วัดเขาแก้ว จ.จันทบุรี เมื่อวันที่ ๑๓ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๖





” อนึ่ง ยากนักที่จะได้เกิดมาเป็นมนุษย์
เพราะต้องตั้งอยู่ในธรรมของมนุษย์
คือ ศีล ๕ และกุศลกรรมบถ ๑๐ จึงจะได้มาเกิดเป็นมนุษย์ได้
ชีวิตที่ได้มานี้ก็ได้ด้วยยากยิ่งนัก
เพราะอันตรายชีวิตทั้งภายในภายนอกกายมีมากต่างๆ

การที่ได้ฟังธรรมของสัตบุรุษ คือ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้านี้ได้ด้วยยากยิ่งนัก
เพราะกาลที่เปล่าว่างอยู่ ไม่มีพระพุทธเจ้า
เกิดขึ้นในโลกยืดยาวนานนัก
บางคาบ บางสมัย จึงจะมีพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นในโลก
สักครั้งสักคราวหนึ่ง
เหตุนั้น.เราทั้งหลายพึงอยู่ด้วยความไม่ประมาทเถิด
อย่าให้เสียทีที่ได้มาเกิดเป็นมนุษย์ พบพระพุทธศาสนานี้เลย.”

หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล






“ผู้ใดมีทุกข์" ผู้นั้น มีบุญวาสนา

“ผู้ใดที่มีทุกข์" จงให้รู้ไว้ นั่นแล ผู้นั้น ถือว่ามีบุญวาสนา “ผู้ใดที่มีทุกข์มาก" ผู้นั้นกำลังเสวยวิบาก เพราะใครที่มีทุกข์มากแค่ไหน ให้จงจำไว้ว่า
เรากำลังได้ชดใช้หนี้กรรม

(โอวาทธรรม : สมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี)







“..สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน
เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้น
กลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว
โดยความไม่สมหวังตลอดไป
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น
เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน
อดีต ปล่อยไว้ตามอดีต
อนาคต ปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้
เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ไม่สุดวิสัย..”

ภูริทตฺตธมฺโมวาท
พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร (พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒)






พระพุทธเจ้าสะสมบารมีจนสมบูรณ์แล้วพระองค์
ก็ทรงได้ทุกอย่าง..

.ทาน..เนี่ยขอให้ตั้งใจทำ จะเป็นคนไม่รู้จักคำว่าจน.

.ศีล..เป็นคนไม่รู้จักคำว่า พ่ายแพ้ เป็นคนที่ชนะใจตัวเอง..

.สมาธิจะเป็นคนไม่
ว่อกแว่กไม่หวั่นไหว มีความดีเต็มในหัวใจ.

.ปัญญาเป็นคนที่แก้ปัญหา ทางโลก และทางธรรมได้ บุญพุทธศาสนานี่มากมายมหาศาล แต่ทุกวันนี้คนเราหยิบมาใช้กันน้อยเท่านั้นเอง

.เอาพุทธศาสนาใช้กันน้อยมาก แทบไม่เอาใช้เลยทุกวัน..

อย่างขันติความอดทนเนี่ยใครใช้มั้ย สามีด่าภรรยา ภรรยาใช้มั้ย..

ภรรยาด่าสามี สามีใช้มั้ย ไม่มีขันติก็โกรธกันเลย
เราอยู่ด้วยกันเป็นเพื่อนกันทำงานด้วยกัน เอาธรรมะ
มาใช้มั้ย ไม่ใช้ๆ ถ้าใช้ไม่โกรธกันเลย..

..เมตตามีไหม ถ้าเมตตามีสงสารหมดเลย ธรรมะแค่ขันติแค่เมตตานี่เป็นธรรมที่ประดับโลกให้อยู่อย่างสงบสุขเลย..

.ฉะนั้นการปฏิบัติธรรม
ต้องปฏิบัติ ทุกวัน นี้เราต้องปฏิบัติ ต้องทำใจให้ว่างให้เป็น อย่างน้อยก่อนนอนต้องทำใจให้ว่าง.ๆ

.จะไปไหนมาไหนต้องทำใจให้ว่าง แบบประเภทไหม ไม่กังวล ทำใจว่างๆคิดดีก็ไม่คิด คิดชั่วก็ไม่คิดอะไรพวกนี้ ต้องทำใจเฉยๆ ว่างๆให้มันสว่าง ๆสงบเย็น ให้เบาสบาย ปล่อยวางสักพัก หัดทำทุกวัน..

.เราหัดทำใจให้ว่าง ให้ใจสบายๆ ดูลมหายใจ
หรือพุทโธ ทำใจเฉยๆ ฝึกไปทุกวันก็จะค่อย ๆ ก้าวหน้าไปเรื่อย ๆ แล้วจิตที่ว่างๆมันจะเป็นพลังๆที่จะทำอะไรได้ทุกอย่าง..

..อันนี้เราต้องฝึก ถ้าไม่ฝึกเราจะไม่รู้เลยน่ะ ขอให้ฝึกทุกคนๆ อันนี้เป็นบุญลาภของเรา ครูบาอาจารย์ของพวกเรา ท่านทำมากๆ ท่านทำจนสำเร็จ...

โอวาทธรรม.หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ.





“อย่าไปโกรธใครเลย โกรธแล้วมันแบกมันหนักในใจ มันร้อนในใจ น้อยใจ เสียใจ ล้วนเป็นอารมณ์เดียวกันทั้งนั้น ให้ดูอารมณ์ตัวเราเองดีๆ เวลามันรู้สึกโกรธก็ลองนับ 1-10 (ช้าๆ) เชื่อได้ว่าไม่ทันถึง 10 มันต้องลืมโกรธ ไปได้บ้างแน่นอน นี่เราเรียกว่า เป็นการหาวิธีชะลออารมณ์ใจ “

พระพรหมวชิรคุณ (หลวงปู่ไพบูลย์ สุมังคโล)
วัดเทพนิมิตสุดเขตแดนสยาม อ.เชียงของ จ.เชียงราย/





"เวลานึกย่านอิหยังจนขนลุกขนพอง ย่านจนบ่มีหม่องสิอยู่ อย่าลุกหนีไปสัย
หั่ยนึกถึงพุทธองค์ ทำจริงปฎิบัติจริงๆพุทธองค์ช่วยได้จริง“
(เวลากลัวอะไรจนขนลุกขนพอง กลัวจนถึงขีดสุด อย่าหนีไปไหน ให้นึกถึงพระพุทธองค์ ทำจริงปฏิบัติจริง พระพุทธองค์ช่วยได้จริง)

พระราชภาวนาวชิรคุณ วิ.(หลวงปู่จื่อ พันธมุตโต)
วัดเขาตาเงาะอุดมพร จ.ชัยภูมิ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 103 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร