วันเวลาปัจจุบัน 21 ก.พ. 2026, 23:08  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: วันนี้, 15:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 5498


 ข้อมูลส่วนตัว


พระโสดาบันหันหลังให้อบายภูมิ
“… พระโสดาบันก็เรียกหรือพระสุปฎิปันโนก็เรียก ถ้าเป็นผู้มีกายดี วาจาดี ใจดี แล้ว ท่านเรียกว่า นิยโตบุคคล บุคคลผู้เที่ยงตรงต่อสุคติ คือมนุษย์ สมบัติ สวรรค์สมบัติ นิพพานสมบัติ ทุคติคือ อบายภูมิทั้ง ๔ หันหลังให้อบายภูมิแล้ว

พระโสดาบัน ศีลเป็นอัตโนมัติ มีหิริโอตตัปปะ ความสะดุ้งเกรงกลัวต่อบาป มีความละอายแก่ใจเจ้าของ ไม่กล้าไป
ทำผิดศีลในที่ลับที่แจ้ง อย่างนี้จะมาสมาทานศีลก็ได้ ไม่สมาทานก็ได้ สมาทานแล้วก็ศีลของกาย ศีลของวาจา ศีลของใจคือเก่า

เป็นผู้มีกายดี วาจาดีใจดีแล้ว ไม่สมาทานศีลก็คือเก่า จึงเรียกว่าศีลเป็นอัตโนมัติ เป็นโดยตนเอง ศีลของพระอริยะบุคคลนี่ ศีลของปุถุชน ศีลสังคมกระท่อนกระแท่น …”

หลวงตาศิริ อินทศิริ
วัดถ้ำผาแดงผานิมิต อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น
เผยแผ่เป็นธรรมทานเป็นอนุสสติ






" เกิดเป็นมนุษย์ดีที่สุดแล้ว
ให้ตั้งใจทำคุณงามความดีในทางพระพุทธศาสนาให้ทานรักษาศีลเมตตาภาวนา
เมตตานี้สร้างความรักใคร่ต่อกันด้วยการปรารถนาดีเห็นผู้อื่นเป็นสุขด้วยธรรมพรหมวิหาร ๔ เมตตาความรักใคร่ปรารถนา
ให้ผู้อื่นเป็นสุข กรุณาความสงสารอยากช่วยเหลือให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ มุทิตาความพลอยยินดีเมื่อเห็นผู้อื่นได้ดีมีสุขบ่ไปขัดขวางเขาทำความดี อุเบกขาความวางเฉยบ่ดีใจบ่เสียใจนี่เรียกว่าเป็นธรรมเป็นพรหมสี่หน้า
ให้ตั้งใจไว้แบบนี้บ่ไปเบียดเบียนผู้ใด๋ทำใจให้แข็งแรงเข้าวัดเข้าวาฟังเทศน์ฟังธรรมปฏิบัติไปตามกำลังเฮาทำได้รักษาศีล ๕ ศีล ๘ ภาวนา เป็นของดีให้ตั้งใจ..."

โอวาทพระธรรมคำสอน

พระราชวชิรอุดมงคล
หลวงปู่บุญมา สุชีโว
อายุวัฒนมงคล ๙๔ ปี ๗๔ พรรษา
วัดสามัคคีสิริมงคล (วัดป่าสุขเกษม)
อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู






การนั่งภาวนา​ ให้จับคำบริกรรมให้มั่น​
อย่าให้เผลอ​ ทำให้มาก​ มันจะเห็นผล​ จะเห็นทุกข์เห็นโทษ
เอาคำบริกรรมนั้นแหละ
สู้กับเวทนา เดี๋ยว​ใจมันก็ยอมเอง

โอวาทธรรม หลวงปู่คลาด ครุธัมโม







#อย่าดูถูกเหยียดหยาม
#ชาติกำเนิดทั้งคนและเดียรัจฉาน

ควรมีเมตตาสงสารในสัตว์ทั้งหลาย
ซึ่งมีความเกิด แก่ เจ็บ ตาย
เช่นเดียวกับเรา
ไม่มีอะไรยิ่งหย่อนกว่ากัน

ความยิ่งหย่อนแห่งวาสนาบารมีนั้น
มีได้ทั้งคนและสัตว์
สัตว์บางตัวมีวาสนาบารมี
และอัธยาศัยดีกว่ามนุษย์บางคน
แต่เขาตกอยู่ในภาวะความเป็นสัตว์
ก็จำต้องทนรับเสวยไป
สัตว์เดรัจฉานก็ยังมีและเสวยกรรม
ไปตามวิบากของมัน

มิให้ประมาทเขาว่าเป็นสัตว์
ที่เกิดในกำเนิดต่ำทราม
ความจริงเขาเพียงเสวยกรรม
ตามวาระที่เวียนมาถึงเท่านั้น
เช่นเดียวกับมนุษย์
ขณะที่ตกอยู่ในความทุกข์จนข้นแค้น
ก็จำต้องทนเอาจนกว่าจะสิ้นกรรม

เมื่อมนุษย์เราเกิดเสวยชาติเป็นคน
มีสุขบ้าง ทุกข์บ้าง
ตามวาระของกรรมที่อำนวย
มนุษย์ก็มีกรรมชนิดหนึ่ง
ที่พาให้มาเป็นอย่างนี้
ซึ่งล้วนผ่านกำเนิดต่างๆจนนับไม่ถ้วน
ให้ตระหนักในกรรมของสัตว์ว่ามีต่างๆกัน

เพราะฉะนั้นไม่ให้ดูถูกเหยียดหยาม
ในชาติกำเนิดความเป็นอยู่ของกันและกัน
และสอนให้รู้ว่าสัตว์ทั้งหลาย
มีกรรมดี กรรมชั่ว เป็นของๆตน

คติธรรม หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต






พระพุทธเจ้ารับรองรับประกันว่าคนที่มีศีล ๕ ไม่ตกนรก ไม่เกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน มีแต่ไปสู่สวรรค์ มาเกิดเป็นมนุษย์แล้วไปสู่สวรรค์ได้ทั้งนั้น

สีเลน สุคตึ ยนฺติ ผู้ที่จะไปสู่ความสุขความเจริญได้เพราะศีล

สีเลน โภคสมฺปทา ผู้ที่มีโภคสมบัติได้ก็ต้องศีลคุ้มครอง

สีเลน นิพฺพุตึ ยนฺติ ผู้ที่จะไปสู่นิพพานได้ก็ต้องมีศีล แปลว่าศีลนี่ส่งถึงนิพพานนะลูกหลานนะ คุณงามความดี ส่งถึงนิพพาน

ถ้าเป็นความเลวความชั่วส่งอเวจีมหานรก ความชั่วส่งลงไปทางนั้น ความดีไปสวรรค์ ไปส่งสวรรค์นิพพาน เพราะฉะนั้นพวกเราจะทำยังไง เราจะไปในทางดีหรือทางเลว เลือกได้ทั้งสองทางนะ

อย่างหลวงปู่จามว่านรกยังไม่เต็ม สวรรค์ยังไม่เต็ม ใครจะเลือกเอานรกก็ได้ นรกยังว่างอยู่ ยังพร่องอยู่ ยังพร้อมที่จะไปได้ สวรรค์ก็ยังไม่เต็ม ไม่เหมือนมนุษย์โลก มนุษย์โลกมันเต็มมันแน่นนะ แต่สวรรค์กับนรก ยังว่างทั้งสองอย่าง พวกเราจะเลือกเอาสวรรค์หรือนรก

เราเป็นมนุษย์เกิดมาได้พบพุทธศาสนาเป็นแดนกลางนะลูกหลานนะ ไปซ้ายก็ได้ ไปขวาก็ได้ มันเป็นทางสองแพร่ง ไปทางดีก็ได้ ไปทางเลวก็ได้ เรายืนอยู่ตรงกลาง เพราะฉะนั้นเราควรจะเดินไปในทางที่ดี ไปสู่มรรคผลนิพพาน ทางเลวทางชั่วอย่าไปเดินนะลูกหลานนะ

หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก
จากพระธรรมเทศนา “ปรักปรำคนอื่น บาปกรรมย่อมคืนสนอง”
แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๘






"...คำชื่นชม สรรเสริญ นินทา
นั้น เป็นกิเลสของทางโลก
แต่ของทางธรรมนั้น ท่านให้วาง
ให้ปล่อย ไม่ให้ยินดี ยินร้าย
สุขก็ดี ทุกข์ก็ดี ท่านให้รู้
รู้เพื่อวาง..."

ท่านพ่อลี ธมฺมธโร







นักภาวนาต้องทำให้มาก พูดให้น้อย
ถ้าตั้งใจที่จะภาวนา อย่าส่งจิตไปทางอื่น
ให้รู้อยู่ภายในกาย ในใจของเรานี่แหละ
ถ้ายังตามความคิดอยู่ ไม่ใช่ภาวนา

ถ้าคนมีสติแล้ว ไม่พูดพล่ามอะไรหรอก
อยู่กับสติของตัว ไม่พูด เสียเวลา
...
หลวงปู่ท่อน ญาณธโร






สมัยวัยรุ่น ก่อนหลับตานอนในวันวุ่น ๆ อาตมามักเปิดเพลงจากเทปคาสเซ็ตฟัง เพลงที่ว่านี้คือ 'The Great Gig in the Sky' ของวง Pink Floyd ซึ่งเป็นวงโปรดสมัยนั้น เพลงนี้แสดงถึงการต่อสู้กับอารมณ์ การชำระจิตใจ และการยอมรับด้วยความพอใจอยู่ลึก ๆ

พอเริ่มฝึกสมาธิ ก็ได้พบทางสายกลางระหว่างการหมกมุ่นในอารมณ์กับการกดข่มเอาไว้ ซึ่งกลายเป็นเรื่องธรรมดาขึ้นเรื่อย ๆ ครั้นออกบวช การงดเว้นจากการฟังดนตรีก็ไม่ใช่ของยากอะไร เพราะในวิถีชีวิตที่มุ่งมั่นละตัณหาทุกแบบ ไม่ว่าจะเป็นความอยากได้ความตื่นเต้น การเบี่ยงเบนอารมณ์ไปทางอื่น หรือแม้แต่ความสบายอกสบายใจ การงดเว้นจากการฟังดนตรีถือเป็นก้าวสำคัญอย่างเห็นได้ชัด

บางคราวระหว่างบิณฑบาต หรืออยู่ในรถ ก็ได้ยินเสียงเพลงบ้าง แล้วก็อดแปลกใจไม่ได้ที่รู้สึกเบื่อหน่าย ยกเว้นบางครั้งที่ใจอาจกระเพื่อมเล็กน้อย ถ้าได้ยินเสียงเพลงที่เคยชอบ เรื่องนี้เป็นการเตือนสติว่า ความเพลิดเพลินทางเนื้อหนังเชื่อมโยงกับความจำและความคาดหวังมากแค่ไหน

หนทางแห่งการปฏิบัติธรรมไม่ใช่การยกเลิกสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตให้ได้ดังใจ แต่การงดเว้นเป็นการปรับเปลี่ยนทิศทางจิตใจมากกว่า เราเห็นว่าบางอย่างไม่อาจตอบสนองกับคำถามของชีวิตที่เราอยากรู้อีกต่อไป และที่จริง อาจเหนี่ยวรั้งเราเสียด้วยซ้ำ

ธรรมะคำสอน โดย พระอาจารย์ชยสาโร
แปลถอดความ โดย ปิยสีโลภิกขุ








“ . . ปริยัติ เขียนไว้ก็ถูกอยู่
แต่ต้องโอปนยิโกให้เป็น คนน้อมถ้าไม่น้อม
ก็ไม่รู้จักจริงๆ มันไม่เห็น

อาตมาก็เหมือนกัน ไม่ได้ศึกษาเล่าเรียนมาก
เคยสอบปริยัติธรรมมีโอกาสได้ไปฟังครูบาอาจารย์
เทศน์ให้ฟังจนจะเกิดความประมาทฟังเทศน์ไม่เป็น

พวกพระกรรมฐาน พระธุดงค์นี้ไม่รู้พูดอย่างไร
พูดเหมือนกับมีตัวมีตนจริงๆ จะไล่เอาจริงๆ

ต่อมาค่อยทําไป ปฏิบัติไปๆ
จึงเห็นจริงตามที่ท่านสอน

ท่านเทศน์ให้ฟังก็รู้เป็นเห็นตาม
มันเป็นอยู่ในใจของเรานี่เอง

ต่อไปนานๆ จึงรู้ว่ามันก็ล้วนแต่ท่านเห็นมาแล้ว
ท่านเอามาพูดให้ฟัง ไม่ใช่ว่าท่านพูดตามตํารา
ท่านพูดตามความรู้ความเห็นจากใจให้ฟัง

เราเดินตาม ก็ไปพบที่ท่านพูดไว้หมดทุกอย่าง
จึงนึกว่ามันถูกแล้วนี่ จะอย่างไหนอีก

เอาเท่านี้แหละ
อาตมาจึงปฏิบัติต่อไป . . ”

โอวาทธรรม

พระโพธิญาณเถระ
(หลวงพ่อชา สุภทฺโท)

วัดหนองป่าพง
จังหวัดอุบลราชธานี






"..บางคนเข้าใจผิดคิดว่าพระพุทธเจ้าเพิ่นเข้าสู่ปรินิพพานนานแล้ว สิเบิ๊ดมรรคเบิ๊ดผล บางรายเขาก็บอกว่า
..เซิ้นมันโลด มันเบิ๊ดมรรคเบิ๊ดผลแล้ว ขั่นว่าสิได้เป็นพระอรหันต์บ่เห็นเหาะมาให่เบิ่ง หลวงปู่กะเลยว่า กะซั้นกะไปกราบแฮ้ง(อีแร้ง)ถะแหม่ แฮ้งมันขึ้นเทิงฟ้า ซั้นกะไปกราบกัปตันเขาขี่เครื่องบินเหิรเทิ่งฟ้าแมนบ่..
พระอรหันต์บ่ได้เป็นจั่งซั้น พระอรหันต์คือผู้ไกลจากกิเลส ห่างจากกิเลส ถามว่ากิเลสคือหยังอยู่ไส กิเลสกะคือความเศร้าหมองของจิตของใจ อิหยังทำให้จิตใจเศร้าหม่อง ก้อนสกลกายของเฮานิล่ะ ตาก็ทำให้จิตใจเศร้าหมอง หูก็ทำให้จิตใจเศร้าหมอง จมูกก็ทำให้จิตใจเศร้าหมอง ลิ้นก็ทำให้จิตใจเศร้าหมอง กายก็ทำให้จิตใจเศร้าหมอง ทั้งหมดอายตนะทั้งหก มันทำให้จิตใจเศร้าหมอง เพิ่นให้ชื่อว่ากิเลส..

พระราชมงคลวชิรธรรม วิ.
หลวงปู่บุญมา คัมภีรธัมโม
วัดป่าสีห์พนม ต.บงใต้ อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร







ครูบาอาจารย์ท่านยอมรับว่าทุกคนต้องการความสุข แต่ท่านกลัวว่าเราจะผิดหวัง ท่านจึงขอให้เราพิจารณาให้ชัดเจนเสียก่อนว่าความสุขนั้นคืออะไร ไม่อย่างนั้นมันจะเหมือนกับการออกเดินทางไปเที่ยวประเทศใดประเทศหนึ่ง โดยไม่รู้ว่าประเทศนั้นมันอยู่ที่ไหน ไปอย่างไร ได้ยินแต่ชื่อว่า สุขแลนด์ สุขแลนด์ แล้วคิดอยากไป "ฉันจะต้องไปสุขแลนด์ให้ได้” แต่พาสปอร์ตก็ยังไม่มี เงินที่จะใช้จ่ายในการเดินทางก็ไม่มี คิดแต่อยากไป ตั้งต้นเดินวนสักพักหนึ่ง แล้วน้อยใจว่าไปไม่ถึงสักที ระย่อท้อแท้แล้วกลับบ้าน

ผู้ที่อยู่ในโลกยังครองเรือนอยู่ ท่านไม่ให้ใช้ชีวิตเหมือนพระหรอก เพียงแต่ให้เปลี่ยนความคิด หรือปรับมุมมองต่อความสุขในทางโลกว่ามันเป็นแค่ของเสริมเป็นเปลือก ไม่ใช่แก่นแท้ของชีวิต และไม่ควรจะเป็นเป้าหมายของชีวิต นี่เรียกว่าสัมมาทิฏฐิในทางพุทธศาสนา ผู้ที่ก้าวหน้าในธรรมท่านคิดอย่างนี้ เชื่ออย่างนี้

พระอาจารย์ชยสาโร






เพื่อนร่วมทุกข์
...
หากเราเปิดใจมองเห็นความทุกข์ของคนอื่น
เราจะมีความเห็นใจกันมากขึ้น เราจะรู้สึกว่า
ทุกคนเป็นเพื่อนทุกข์ ความรู้สึกว่าทุกคน
เป็นเพื่อนทุกข์ จะทำให้เราเข้ามาใกล้กัน
มากขึ้น ช่องว่างระหว่างกันจะน้อยลง
ความเห็นใจจะมีเพิ่มขึ้น เมื่อเรารู้สึกว่า
เราต่างร่วมชะตากรรมเดียวกัน
การช่วยเหลือซึ่งกันและกันเพื่อเยียวยา
ความเจ็บปวดจะเกิดขึ้น ตรงนี้เองที่จะทำให้
เมตตากรุณาเบ่งบานขึ้น ...
...
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล







#อันว่าสรรพสัตว์ทั้งหลาย ทั้งมนุษย์
และเทวดา ได้ถูกไฟ ๑๑ กองเผาอยู่เสมอ
เป็นเหตุให้ได้รับความทุกข์นานาประการ

๑๑ กอง คือ?

#ราคะ ความกำหนดชอบใจ อยากได้กามคุณ
5 มี รูป เป็นต้น

#ไฟโทสะ คือความโกรธ มีความไม่พอใจเป็นลักษณะ

#ไฟโมหะ ได้แก่ความลุ่มหลงในรูป เสียง กลิ่น
รส โผฎฐัพพะ ลังเล ใจฟุ้งซ่าน ไปตามอารมณ์

#ชาติ คือ ไฟแห่งความเกิดอันเป็นทุกข์

#ชรา คือ ไฟแห่งความแก่อันเป็นทุกข์

#มรณะ คือ ไฟแห่งความตาย อันเป็นทุกข์

#โสกะ คือ ไฟแห่งความเศร้าโศก

#ปริเทวะ คือ ไฟบ่นเพ้อร่ำไรรำพัน

#ทุกขัง คือ ไฟแห่งความทุกข์ลำบากกายใจ

#โทมนัส คือ ไฟแห่งความเสียใจ

#อุปายโส คือ ไฟแห่งความคับแค้นใจ

ไฟทั้ง ๑๑ กองนี้แหละเผาลนสรรพสัตว์ทั้ง
หลายให้ต้องพากันงมงายเวียนว่ายตายเกิด
ได้รับทุกข์ต่างๆ...

#หลวงปู่แหวน สุจิณโณ
วัดดอยแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่






" เกิดเป็นคนอย่าลืมตน อย่าเย่อหยิ่ง โปรดอย่าลืมว่า
ไม้สูงเกินต้นมักโค่น เพราะลมบนคนสูงเกินคน มักจะทนอยู่ลำบาก "

หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม






วินัยกับธรรมก็อิงอาศัยกัน ในเมื่อพระสงฆ์ปฏิบัติตามพระวินัยดีแล้ว ตนเองเรียบร้อยดีงามไม่มีความฟุ้งซ่านกังวลก็ตั้งใจศึกษาธรรมะ ตั้งใจปฏิบัติ ก็บรรลุความเจริญในธรรม และก็สามารถเอาธรรมะนั้นมาประกาศธรรมให้ญาติโยมคฤหัสถ์หรือประชาชนนั้นได้รับฟังคำสั่งสอน สามารถประพฤติดีปฏิบัติชอบสังคมก็จะสงบเรียบร้อยยิ่ง ๆ ขึ้นไป

เพราะฉะนั้น พระพุทธศาสนาจึงประกอบด้วยส่วน 2 อย่าง ที่เรียกว่า ธรรมะกับวินัย ดังที่อาตมภาพได้กล่าวมานี้ เพราะฉะนั้น พระศาสนาจะยั่งยืนอยู่ก็ด้วยมีธรรมะกับวินัยเป็นของคู่กันไป “วินัย” เป็นพื้นฐานทำให้ธรรมะดำรงอยู่ได้ และ “ธรรมะ” ก็เป็นหลักความจริงที่อาศัยให้พระวินัยนั้นได้เป็นเครื่องคุ้มครองหมู่คณะ หรือว่าพระพุทธเจ้าบัญญัติวินัยก็อาศัยความประสงค์ในแง่ธรรมะนั้นเอง คือความดีงามในทางธรรม แล้วก็เอาความดีงาม หรือความมุ่งประสงค์ที่ดีงามนั้นมาเป็นหลักในการที่จะบัญญัติวินัย เมื่อมีทั้งธรรมและวินัยแล้ว นั่นก็คือความสมบูรณ์ของพระศาสนา

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)






อดีตอนาคต ควรปล่อยไว้ตามกาล"

" .. "สิ่งที่ล่วงไปแล้วไม่ควรไปทำความผูกพัน" เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง แม้จะทำความผูกพันและมั่นใจในสิ่งนั้นกลับมาเป็นปัจจุบันก็เป็นไปไม่ได้ "ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว" โดยความไม่สมหวังตลอดไป

อนาคตยังมาไม่ถึงก็เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน "อดีตควรปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตควรปล่อยไว้ตามกาลของมัน" ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ไม่สุดวิสัย .. "

"ภูริทตฺตธมฺโมวาท"
(หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต)





#เกิดมาทั้งชาติ

"... มีแต่กินนอน และเที่ยวเตร่เร่ร่อน
หาหัวนอนปลายเท้าไม่ได้ เป็นอยู่อย่างจำเจ
จะหาความอบอุ่นแก่จิตใจได้ที่ไหน ก็มีแต่ความรุ่มร้อนเผาหัวใจล่ะซิ

วันคืนหนึ่งๆ ผ่านไปต้องคิดหาสารคุณ
อย่ามีแต่ความสนุกสนานเฮฮา ตื่นลมตื่นแล้งกันไปไม่มีสาระอะไรติดตัวติดใจ จะหวังพึ่งอะไรมนุษย์เราซึ่งมิใช่ท่อนไม้ท่อนฟืน มันมีหัวใจดวงรู้ๆ
ครองร่างอยู่กับทุกคน ทำไมไม่เหลียวแล
จะหวังพึ่งอะไรถ้าพึ่งใจตัวเองไม่ได้แล้ว พึ่งลมหายใจ ลมก็หมดไป พึ่งร่างกาย กายก็แตก พึ่งน้ำในกาย น้ำก็สลาย พึ่งไฟในกาย ไฟก็กระจาย กายทั้งร่างมีแต่เรื่องแตกกระจาย แล้วจะพึ่งอะไร พึ่งบ้าน บ้านก็จะพัง พึ่งสมบัติเงินทองก็ล้วนแต่สิ่งจะพังทลาย ยังเพลินเมามัวมั่วสุมอยู่หรือ

มนุษย์เราตัวฉลาดแท้ๆ ไม่สมควรกับ
ความเป็นดังที่กล่าวมา ความดีมีอยู่ แสวงหาซิ มนุษย์ทั้งหลายท่านหาความดีได้
ทำไมเราไม่หา เวลาไพล่ไปหาความเลวทรามต่ำช้าทำไมหาได้ สิ่งเหล่านั้นมันวิเศษ
วิโสอะไร
ถ้ามันพาคนวิเศษ มนุษย์พากันวิเศษเลิศโลกไปนานแล้วไม่จมปรักดังที่เห็นกันอยู่นี้เลย

จึงไม่ควรเพลิดเพลิน ไม่ควรมัวเมา
ไม่เข้าเรื่องอยู่เปล่าๆ อะไรดีมีสาระรีบแสวงหา เวลาตายจะมีที่ยึดที่เกาะไม่เป็นไฟทั้งกองไปเสียถ่ายเดียว
คนหมดที่พึ่งหมดที่อาศัย เป็นคนดีวิเศษละหรือในโลกก็เห็นๆ กันอยู่ยังจะสงสัยอะไรอยู่อีก ถ้าไม่อยากจมน่ะ ..."
----------------------------------
#หลวงปู่ขาว_อนาลโย
วัดถ้ำกลองเพล อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู
(พ.ศ.๒๔๓๑ - ๒๕๒๖)






ไม่ต้องไปหาความสุข
ความสมบูรณ์แบบที่ไหนไกล
แค่ “ใจเราสงบ”... นั้นแหละคือชีวิตที่ดี

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 64 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร