วันเวลาปัจจุบัน 29 ม.ค. 2026, 17:17  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: วันนี้, 12:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 5475


 ข้อมูลส่วนตัว


ทำยังไง จะได้ทำทาน ๒๔ ชั่วโมง?
ภาวนา ภาวนาทาน บ่แม่นทำได้ ๒๔ ชั่วโมง แต่ทำได้ตลอดชีวิต สรณัง คัจฉามิ นั่นชื่อว่าถึงที่สุด

อนุโมทนาทานที่คนอื่นทำก็เป็นบุญ ภาวนา ก็ให้ทานกิเลสออกจากใจ

ธรรมโอวาท

#หลวงพ่อประสิทธิ์ ปุญญมากโร
๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๘






วิธีการรับมือ..
วิบากกรรม และ กระแสแห่งกรรม

จะบนบานที่ใดก็ตามแต่
ถ้าสิ่งที่เรากำลังเจอนั้น
เป็นวิบากของกรรมแล้ว
เทพองค์ใดก็ไม่สามารถช่วยได้

สิ่งที่ช่วยได้ คือ “การมีสติ”
เผชิญหน้ากับมัน
และการทำกุศลให้ถึงพร้อม

#หลวงปู่สุธัมม์ ธัมมปาโล





การที่จะทำใจให้สงบ ไม่มีอย่างอื่น พระพุทธเจ้า พ่อแม่ครูบาอาจารย์ ท่านให้กำหนดลมหายใจเข้า หายใจออก นั่นคือกรรมฐานของพระพุทธเจ้า จากนั้นกรรมฐานของพ่อแม่ครูบาอาจารย์สายหลวงปู่มั่น หายใจเข้าให้บริกรรม พุท หายใจออกให้บริกรรม โธ ให้ระลึกถึงพระพุทธเจ้า พุทโธ พุทโธ พุทโธ อันนี้ก็คือการภาวนา หรือว่าเอาสติกำหนดอยู่ในกาย ในการเคลื่อนไหวของกาย เอาสติดูในกาย

ดูในกายดูยังไง ก็เวลาเดินจงกรม ขาขวา พุท ขาซ้าย โธ เวลาเราทำการทำงานก็ให้มีสติอยู่กับตนเอง ถ้าทำได้อย่างนั้นดีเลิศประเสริฐที่สุด เพราะว่าเป็นการฝึกสติ สติเป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญมาก ถ้าหากว่าส่วนอื่น ศรัทธามาก ศรัทธาไปในทางที่ผิดก็เสียหาย ขันติไปในทางที่ผิดก็เสียหาย ปัญญาไปในทางที่ผิดก็เสียหาย แต่สติเป็นประโยชน์ในที่ทุกสถานตลอดกาลทุกเมื่อ ต้องมีสติ การจะทำอะไรจะไปที่ไหนต้องมีสติสัมปชัญญะ สตินี้ควรฝึกไว้ประจำกายประจำใจของเราอยู่ตลอด ถ้าคนมีสติไป ณ สถานที่ใด การแสดงออกการกระทำ มีสติ สัมปชัญญะอยู่กับตัวเองอันนั้นล่ะเลิศประเสริฐ

นี่ล่ะให้ภาวนา กำหนดลมหายใจเข้าออกเป็นหลัก เราไป ณ สถานที่ใดกำหนดลมอย่าให้ขาด ถ้ามีสมาธิดีแล้ว ปัญญา ของเราก็จะนำพิจารณา ถอนออกมาจากสมาธิ มาถึงวิปัสสนาปัญญา ก็จะเป็นปัญญาที่แท้จริงได้

ถ้าหากว่าจิตใจของเราไม่มีสมาธิ จิตใจรวนเรโลกเลกอยู่ตลอด เมื่อเราพิจารณาไปมันก็ไม่ชัดเจน เพราะใจของเราไม่มีสมาธิ สมาธิเป็นพื้นฐาน เป็นบาทฐานของวิปัสสนา

เพราะฉะนั้น ก่อนหลับก่อนนอนก็ภาวนาพุทโธ หรือฟังธรรมเทศนาก็ภาวนาพุทโธ พุทโธ พุทโธ ไปเรื่อย อย่าไปปล่อยจิตปล่อยใจมากจนเกินไป การปล่อยจิตปล่อยใจมากเกินไป มีแต่กิเลส โลภ โกรธ หลง เข้ามาสู่จิตใจ ผลที่สุดเวลาจิตใจถึงคราวสุดท้ายมาแล้วก็มีแต่แบมือเท่านั้น เอาอะไรไปด้วยไม่ได้สักอย่าง

เห็นไหมพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ญาติสนิทมิตรสหายของพวกเราที่เรารู้จักมักคุ้น มีอะไรไปด้วยได้ มีแต่ทิ้งทั้งหมด อันนี้เราก็ลักษณะนั้นเหมือนกันนะ เพราะฉะนั้นให้ตั้งใจภาวนา

หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก
จากพระธรรมเทศนา “ดับจิตดับใจให้สงบ”
แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๖๘






หนึ่งในพุทธคุณ ๙ คือ 'วิชชาจรณสัมปันโน' 'เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ' ในคืนตรัสรู้ พระพุทธองค์ทรงบรรลุเตวิชชา คือ วิชชาสามประการ โดยช่วงปฐมยาม ทรงหยั่งรู้ธรรมอันลึกซึ้งในอดีตชาติของพระองค์เอง ในยามที่สอง ทรงหยั่งรู้ธรรมแห่งการเวียนว่ายตายเกิดตามผลกรรมของปวงสัตว์ และในยามสุดท้าย ทรงได้บรรลุญาณแห่งการสิ้นอาสวะ (อันเป็นไวพจน์ของคำว่ากิเลสทั้งหลาย) แม้วิชชาสุดท้ายเท่านั้นที่ก่อให้เกิดการตรัสรู้ แต่เราไม่ควรมองข้ามบทบาทของวิชชาสองข้อแรกในการเตรียมจิตให้พร้อมต่อการบรรลุวิชชาที่สาม

วิชชาของพระพุทธองค์ ซึ่งอาจแปลได้อีกอย่างว่าปัญญาและความรู้แจ้ง มาคู่กับจรณะหรือความประพฤติ พระมหาปัญญาธิคุณเป็นเครื่องชี้นำแนวทางแห่งการกระทำทุกอย่างทุกประการของพระองค์ หลักการนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะพระพุทธองค์เท่านั้น หากใช้ได้กับทุกคนที่ดำเนินตามรอยพระบาทของพระบรมศาสดาด้วย

ปัญญาที่แท้จริงย่อมแสดงออกทางการกระทำ ถึงที่สุดแล้ว การกระทำหรือคำพูดบางอย่างก็ไม่ปรากฏแม้ในความคิด หรือไม่มีอยู่แม้ในเจตนา สำหรับการปฏิบัติขั้นพื้นฐาน ความเข้าใจผ่านประสบการณ์ตรงในเรื่องกระแสของเหตุและปัจจัยที่ส่งผลต่อชีวิตของเรา ก่อให้เกิดความกตัญญูรู้คุณ และนำไปสู่การกระทำที่แสดงออกถึงความกตัญญูรู้คุณนั้น ความเข้าใจผ่านประสบการณ์ตรงในเรื่องกฎแห่งกรรมส่งผลให้เกิดความตั้งใจรักษาศีล คุณธรรมภายในและความประพฤติภายนอกผสานกันอย่างสอดคล้องกลมกลืน

ธรรมะคำสอน โดย พระอาจารย์ชยสาโร
แปลถอดความ โดย ปิยสีโลภิกขุ







บางครั้งต้องอาศัยบุญช่วย

“พระพุทศาสนา ไม่ใช่เรื่องของการอ้อนวอน ร้องขอ หรือให้กันได้
ทุกคนจะต้องทำด้วยตัวของตัวเอง
จึงจะได้รับผล เหตุนั้นท่านจึงสอน
ให้พากันทำบุญ
เพราะบุญเป็นสิ่งที่จะอำนวยผล
ให้สำเร็จได้ตามความปรารถนา

ลองสังเกตุดูซิ บางคนทำอะไร
ก็ทำสำเร็จไปหมดทุกสิ่งทุกอย่าง

บางคนก็ทำอะไรไม่สำเร็จเลย
ทำโน่นก็ไม่สำเร็จ ทำนี่ก็ไม่สำเร็จ
ก็เพราะบุคคลนั้นไม่มีบุญช่วย

พระพุทธเจ้า จึงทรงสรรเสริญ
คนที่ทำบุญบ่อย ๆ มาก ๆ ว่า เป็นคนดี
จะคิดทำอะไรก็สำเร็จดังใจนึก
เป็นคนมีความสุข”

พระสุทธิธรรมรังสีคัมภีรเมธาจารย์
(ท่านพ่อลี ธมฺมธโร)
วัดป่าคลองกุ้ง จันทบุรี






"... พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ที่ท่านจะสำเร็จมรรคผลท่านก็ได้สร้างบารมีมา คือทานบารมีอันนี้ นี่ให้เข้าใจไว้

ทานเป็นเครื่องเสบียงของเรา
เมื่อเราได้ทำไว้พอแล้ว เราจะเดินทางไกลเราก็ไม่ต้องกลัวอดกลัวอยากกลัวทุกข์กลัวยาก ของเก่าเราได้ทำมาไว้

ถ้าอะไรเราไม่ได้ทำไว้
อยากได้มันก็ไม่ได้ ถ้าได้ทำไว้แล้วสร้างไว้แล้ว
ไม่อยากได้มันก็ได้ นี่แหละทานบารมี เหตุนี้ให้พากันเข้าใจ ..."
----------------------------------------
#พระอาจารย์ฝั้น_อาจาโร
วัดป่าอุดมสมพร ต.พรรณา อ.พรรณนานิคม
จ.สกลนคร (พ.ศ.๒๔๔๒ - ๒๕๒๐)







"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมดีกรรมชั่วที่ตนทำไว้ คนดีถึงจะทำตัวเป็นใบ้ใครก็รู้ ถึงจะหลบหลีกปลีกตัวอยู่ถ้ำ ภูเขา ถึงแม้มนุษย์ไม่รู้ เทวดาก็บอกเอง กลิ่นของศีลย่อมฟุ้งขจรขจายไปทั่วทิศ เป็นนิมิตหมายของคนดี"

- หลวงปู่ขาว อนาลโย






“..การทำจริง ย่อมได้รับผลจริงอย่างไม่ต้องสงสัย สำคัญแต่ว่า ทุกคนจะยอม “ทำจริง” หรือไม่เท่านั้น พระพุทธเจ้าสลบไปกี่ครั้ง ท่านพระอาจารย์มั่นก็สลบไปกี่ครั้ง ประวัติครูบาอาจารย์ผู้ใหญ่ที่ภาวนาสละตาย ซวนซบสลบไปแต่ละองค์...องค์ละกี่ครั้ง ผู้ที่มารู้จัก มากราบไหว้ในภายหลังก็เห็นแต่ตอนที่ท่าน “ผ่าน” แดนตายกันมาแล้วจะมีกี่คนที่เข้าใจถึงคำที่ท่านกล่าวสั้น ๆ กันว่า ต้องทำความพากความเพียรอย่างเต็มที่ อย่างอุกฤษฎ์ ไม่ใช่ทำแบบย๊อก ๆ แย็ก ๆ แล้วก็ฝันถึงสวรรค์ นิพพานเอา ฝันก็ได้แค่ฝัน ได้แค่เงา คว้าได้แต่เงา ที่จะเป็นสมบัติของตนอย่างเต็มภาคภูมินั้นอย่าได้ฝันไป..”

โอวาทธรรมคำสอน
หลวงปู่ชอบ ฐานสโม
วัดป่าสัมมานุสรณ์ บ้านโคกมน อ.วังสะพุง จ.เลย
(พ.ศ.๒๔๔๔-๒๕๓๘)







“ใช่หรือไม่ว่า เรารู้มากมาย แต่ล้วนเป็น
เรื่องนอกตัว ไม่มีอะไรที่ใกล้แสนใกล้
เท่ากับจิตใจของเรา แต่แล้วกลับดูเหมือน
ไกลแสนไกล ไม่ว่าจะเป็นยอดเขาหิมาลัย
ใต้มหาสมุทรแปซิฟิก หรือสุดขอบกาแลกซี มนุษย์ก็ยังหาทางไปจนถึงได้ แต่แล้ว
เราแทบจะไม่รู้จักจิตใจของเราเลย
เราเดินทางไปทุกหนแห่ง แต่กลับปล่อย
จิตใจให้กลายเป็นแดนสนธยา”
...
พระไพศาล วิสาโล






จงพากันตั้งใจภาวนาอย่าได้ขาดวันขาดคืน
เราทุกรูปทุกนาม ไม่ว่าหนุ่มหรือแก่เดินใกล้ความตายด้วยกันทุกคน
ไม่มีใครเดินห่างจากความตายแม้แต่คนเดียว

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 27 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร