วันเวลาปัจจุบัน 28 ม.ค. 2026, 06:33  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ม.ค. 2026, 05:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 5473


 ข้อมูลส่วนตัว


กินเพื่อภาวนา ไม่ใช่ใช่กินเพื่ออ้วนเพื่อพี พุทโธดุๆอย่าหนีบทภาวนา พุทโธอ้อมวัด พุทโธอ้อมบ้าน นึกแต่พุทโธท่อนั้นละ
ตายคาพุทโธ ธรรมโม สังโฆ เพิ่นว่าตายดีบ่เศร้าหมอง ตายมีศีลมีธรรมได้ไปสวรรค์
สมัยหลวงปู่มั่นถ้ามีพระเณรตาย ท่านให้โยมเอาฟืนมาเผาวันนั้นเลย พอตกเย็นโยมเขาจะมาสวดมนต์ หลวงปู่มั่นท่านไม่ให้มาสวด ท่านให้กลับและบอกว่าจะมาสวดทำไม ให้ไปดูกองฟอนนั่นละอาจารย์ใหญ่...

ธรรมเทศนา
#หลวงพ่อสมศรี อตฺตสิริ
วัดป่าเวฬุวนาราม ต.ผาน้อย อ.วังสะพุง จ.เลย






มีคนถามท่านพ่อไพบูลย์ว่า

ท่านรู้ว่าคนเขาไม่ดี ทำไมยังเมตตาเขาอยู่

ท่านกล่าวว่า

เขาไม่ดีมันเป็นสิ่งที่เขากระทำ
เราไม่ได้มีหน้าที่ไปตัดสินใคร
เรารู้​ เราทำตามความเหมาะสม
อะไรที่ให้ได้ก็ให้เท่าที่ให้ได้ก็พอ

พระอาทิตย์เวลาให้แสงต่อต้นไม้ใบหญ้า
ต่อสิ่งมีชีวิตทั้งหมด ไม่ได้ให้ด้วยการเลือก
ต้นไหนมีพิษต้นไหนสูงใหญ่ คนไหนดำขาว
คนไหนดีหรือไม่ดี
พระอาทิตย์ก็ทำหน้าที่ให้แสงตามธรรมชาติ
ให้พลังงานที่ดีตามธรรมชาติที่ควรเป็น
.....
นี่แหละธรรมชาติเขาสอนให้เรามอง

#พระพรหมวชิรคุณ (ท่านพ่อไพบูลย์ สุมงฺคโล)







"... จิตนี้เป็นนักเดินทาง เดินทางไกลจนหาที่ยุติไม่ได้ แล้วยังไม่แล้วยังต้องเดินไปดวงเดียว มีญาติพี่น้องเพื่อนฝูงคนที่รักมากเท่าใด เมื่อตายแล้วเขาก็ไม่ได้ไปกับเรา มีแต่เพียงเราลำพังเท่านั้น เดินทางคนเดียวไม่มีเพื่อนพ้อง ..."

หลวงปู่เจี๊ยะ จุนฺโท
วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม จ.ปทุมธานี







"ถ้าต้องพูดกับคนทุกคนแล้ว …คงไม่มีเวลาปฏิบัติธรรมแน่…”

“..ไม่กินก็อยาก ไม่ปากก็ใจ สารพัดยัดเข้าไป”

“ถ้าเจ็บท้องไม่ร้องหาใคร นอนอยู่ในป่าช้าผู้เดียว..”

“การเห็นเป็นเหตุแห่งการคิด การคิดเป็นเหตุแห่งการเห็น.ถ้าคิดดีก็เป็นทางเย็น ถ้าคิดไม่เป็นก็เย็นสบาย…”

“…ตายเป็นเหม็นเน่า เราเขาเหมือนกัน..อยู่ไปทุกวัน ใครได้ก็ดี ใครมีก็ได้…”

พระนิพพาน ..ความรู้พิเศษ…
พระนิพพานเปรียบเหมือนคุณของอากาศ ..อธิบายว่า…
อากาศมีคุณ ๑๐ ประการ
๑.ไม่รู้จักเกิด
๒.ไม่รู้จักแก่
๓.ไม่รู้จักตาย
๔.ไม่กลับเกิดอีก
๕.ไม่จุติ
๖.ใครจะข่มเหงลอบลักเอาไปไม่ได้
๗.เป็นของดำรงสภาพไว้ได้โดยไม่ต้องอาศัยอะไร
๘.สำหรับฝูงนกบินไปมา
๙.ไม่มีอะไรมากางกั้น..แล
๑๐.ที่สุดไม่ปรากฏ

หลวงพ่อเกษม เขมโก
สุสานไตรลักษณ์
อ.เมือง จ.ลำปาง






"..ตาย
เป็นเรื่องของ
ธาตุทั้งสี่
ดิน น้ำ ไฟ ลม

มันกระจัด
กระจายไป
เขาก็เรียกว่าตาย

ใช้การไม่ได้
เขาก็เรียกว่าตาย

จิตใจมันไม่ได้ตาย

จิตใจไม่ได้ตาย
นั้นย่อมส่อแสดง
ให้เห็นแล้วว่า

แม้พระอริยเจ้า
ทั้งหลายที่เราว่า
ท่านดับขันธ์
เข้าสู่นิพพานแล้ว

มันก็เป็นแต่ว่า
ดวงจิตดวงใจ
ของท่านส่วนหนึ่ง

ร่างกายของท่าน
แตกดับไป
แต่จิตใจ
เป็นของไม่ตาย

แต่จิตนี้ เมื่อละ
กิเลสราคะ
โทสะ โมหะ
หมดไปแล้ว
ออกจากจิตใจ
ไปแล้ว

เหลือแต่จิต อัน
บริสุทธิ์ผ่องใส
จะอยู่ที่ใด เป็น
อะไร ก็ชื่อว่า
อยู่ในนิพพาน.."

หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร






"..ชีวิตหลังความตายไม่มีการต่อรองได้.."
"..หากบุญมากก็ไปสวรรค์ ในชั้นที่เหมาะกับแรงกุศลของตนเท่านั้น
จะขอความเป็นทิพย์แห่งสวรรค์ที่มากหรือน้อยกว่านั้นไม่ได้

และหากแรงบาปมาก ก็ต้องไปนรกขุมต่างๆ ตามแรงกรรมของตน
ซึ่งเต็มไปด้วยทุกข์กับร้อนเท่านั้น จะขอต่อรองพักยกความทุกข์ร้อนทรมาน
เพียงช้างกระพือหู งูแลบลิ้น ไม่ได้เลย ต้องก้มหน้ารับกรรมไป

ต่อรองได้แต่ในชีวิตจริงในโลกมนุษย์ขณะนี้ เดี๋ยวนี้เท่านั้น
ที่ทุกคนมีสิทธิ์จะเลือกทำดี หรือชั่ว บุญ หรือบาป

ฉะนั้น ขอทุกคนจะเร่งทาน เร่งศีล เร่งภาวนาของตนแต่บัดนี้เสีย
จะได้ออกไปจากการซัดเหวี่ยงของสังสารวัฏนี้ได้.."

อาจาโรวาท
หลวงปู่ฝั้น อาจาโร
วัดป่าอุดมสมพร อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร
(พ.ศ.๒๔๔๒-๒๕๒๐)






ขยันก็ทำความเพียร
แม้ขี้เกียจก็ให้ฝืนทำความเพียร
ทำให้ได้สักครึ่งหนึ่งของวันที่ขยันก็ยังดี ...
...
พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภทฺโท)





❝ สิ่งใด มันมาถึงตัวได้ ให้เข้าใจเถิดว่า เราได้..ทำกรรมชนิดนี้..มาแล้ว ❞

คนเราเกิดตาย หมุนวนมาหลายแสนกัลป์ กรรมที่เคยทำก็ส่วนหนึ่ง แต่กรรมปัจจุบันสำคัญสุด..

ชีวิตคนเราจะมัวแต่รอผลกรรมเก่าไม่ได้ ปัจจุบันขณะนี้สำคัญและมีผลต่อชีวิตที่สุด จงเร่งสร้างบุญสร้างกุศลใหม่ บุญกุศลในปัจจุบันก็สะสมไปเรื่อยๆ อย่างน้อยมันก็ได้ไปบรรเทาเบาบางกรรมเก่าที่เราได้สร้างมานั่นเอง..

จำไว้นะปลูกเหตุเช่นใดไว้ ก็ต้องรับผลเช่นนั้น แน่นอน ปลูกมะม่วง จะให้ออกผลเป็นมะละกอ ก็คงเป็นไปไม่ได้ จริงมั้ย..

เมื่อเหตุและปัจจัย ถึงพร้อม ก็หลีกหนีไม่พ้น ที่จะต้องมาขดใช้ หนี้เวร หนี้กรรม ที่เราได้สร้างไว้นั่นเอง..เพราะฉะนั้น จงยินยอมและยินดีชดใช้ มันเสีย กรรมนั้นๆ จะได้สิ้นสุดลง..

#ทิ้งท้ายไว้นิดหนึ่ง "#บุญ" เป็นเหมือนเสบียงเป็นของทิพย์ที่จะติดตัวเราไปทุกที่ ทุกภพภูมิ..ส่วน.."#กุศล" จะเป็นสิ่งที่ไปบรรเทาเบาบางหนี้เวรกรรมเก่า ที่เราได้สร้างมา ให้ลดลง จนหมดสิ้นซึ่ง หนี้เวรหนี้กรรมนั้น..

#น้อมนำคำสอน : หลวงปู่สิม_พุทธาจาโร






"...หลวงตานี้เคยกินมาแล้วข้าวเปล่าๆ อ้าวจริงๆ นะ เพราะฉะนั้นเราจึงไม่ส่งเสริมเอาอาหารการกินอะไรไปให้พระวัดนั้นวัดนี้ เราไม่เคยได้ความดิบความดีที่เป็นที่สะดุดใจๆ เพราะอาหารการกินสมบูรณ์เลย ที่เด่นก็เห็นแต่หมูขึ้นเขียง กินอิ่มๆแล้วนอนไม่ตื่นแหละ ง่วงนอน ยิ่งอาหารดีๆ กินแล้วง่วงนอน ภาวนาไม่เป็นท่าเลยเพราะฉะนั้นจึงต้องได้ดัดกันเราเป็นมาอย่างนั้นชีวิตของเรา เพราะฉะนั้นเราจึงไม่ค่อยเสริม ส่งอาหารไปให้วัดต่างๆ นอกจากเป็นความจำเป็น เช่นอย่างภูวัว เราส่งเลี้ยงเพื่อภาวนา วัดต่างๆเราไม่ค่อยส่งเสริม

ครูบาอาจารย์ทั้งหลาย อย่างพ่อแม่ครูจารย์มั่นนี่เหมือนกันท่านพูดถึงเรื่องความทุกข์ความลำบาก ท่านอยู่ในป่า ท่านไปหาเอง ท่านบอกอย่างนั้น มีแต่ความอดอยากขาดแคลน กินแต่ข้าวเปล่าๆทั้งนั้นแหละ บิณฑบาตเขาไม่รู้นี่ เขาว่าพระธรรมกรรมฐานฉันถั่วฉันงา เขาไม่มีถั่วมีงาเขาก็เอาข้าวเปล่าๆ มาให้ฉัน ฉันแต่ข้าวเปล่าๆ ท่านเล่าให้ฟัง เขาไม่มีถั่วมีงา เขาไม่ได้มาถวาย เขามีแต่ข้าวเปล่าๆให้เราฉัน เราก็ฉันแต่ข้าวเปล่าๆ ตลอด ท่านว่าอย่างนั้น ก็เราก็ไปหาอย่างนั้น แน่ะ ท่านพูด

เราเองก็เหมือนกัน เราไม่ได้เคยสมบูรณ์พูลผลในธรรมทั้งหลาย เพราะอาหารการกินเหลือเฟือเลย ลงมาจากภูเขานี้มีแต่หนังห่อกระดูกลงมา ฟังซิ จนพ่อแม่ครูจารย์ตกตะลึง เราไม่ลืมนะ พอลงมากราบท่าน ทำไมเป็นอย่างนี้ล่ะ ท่านว่า มีแต่หนังห่อกระดูกลงมาจากภูเขา ไม่กินข้าว ฟัดกันตลอดกับกิเลสไม่ถอยเลย เรื่องกับกิเลสนี่ฟัดกันไม่มีถอย พอตื่นนอนก็ซัดกันเลยจนกระทั่งหลับๆ เป็นประจำๆ

ให้อาหารมากไม่ดี อาหารมากร่างกายมีกำลัง เป็นเครื่องเสริมกิเลสได้ดี กิเลสก็ลำพอง ต้องตัดทางอาหารลงให้มาก เร่งทางความเพียรเข้า เพราะฉะนั้นจึงต้องได้ทุกข์ทรมานตลอด เพราะเห็นผลอย่างนั้น ฉันอยู่ด้วยความสมบูรณ์พูลผล ภาวนาไม่เป็นท่า มืดแจ้งล่วงไปเปล่าๆ ไม่เกิดประโยชน์ ถ้าซัดกันแบบนี้แล้วได้ผลๆ อยากกินเมื่อไรก็กิน ไม่อยากกินก็เฉยเลย เหมือนคนไม่มีปากมีท้อง ไปพักอยู่ที่ไหนก็เหมือนกัน อยากกินเมื่อไรค่อยบิณฑบาตมากิน ได้ข้าวปั้นสองปั้นมาพอแล้ว

ส่วนมากฉันแต่ข้าวเปล่าๆ แหละ ข้าวเปล่าๆ ไม่ง่วงนอนนี่ มีกับแล้วง่วงนอน กับดีเท่าไรยิ่งง่วงนอน ขี้เกียจมาก ข้าวเปล่าๆ ไม่ง่วงนะ นั่งภาวนานี้เหมือนหัวตอ แน่ว เดินจงกรมนี้ก็ตัวเบา มันเป็นอย่างนั้นนะ เพราะฉะนั้นถึงได้บอกลูกบอกหลาน พากันกินข้าวเปล่าๆเสียก่อนเถอะนะ หลวงตาเคยกินข้าวเปล่าๆมาแล้วละโห ทุกข์จริงๆ ไม่ทุกข์จริงๆจะบอกเหรอ ลงมาหาพ่อแม่ครูจารย์มั่น พอกราบท่านเท่านั้น มองดูท่านตกตะลึง ท่านร้องโก้ก ทำไมเป็นอย่างนี้ล่ะคนหนุ่มๆ อายุในราว ๓๐ มาหาท่านทีไรก็มีแต่หนังห่อกระดูกลงมา ท่านรู้ว่าเอาจริงเอาจัง เพราะฉะนั้นท่านถึงไม่ให้ใครไปกับเรา ให้เราไปคนเดียว ให้ท่านมหาไปคนเดียวนะ ใครอย่าไปยุ่งท่านนะ เพราะท่านรู้แล้วว่าเอาจริงเอาจัง ไปก็เอาจริงๆ พอก้าวออกจากวัดแล้ว ก็นั่นละเรียกว่าเอาใหญ่ละ ตั้งแต่ก้าวเดินออกจากวัดนี้ ก็เดินจงกรมตลอดไปเลย จะไปป่าไหน เขาลูกไหน บ้านไหน ๆ มีแต่เดินจงกรมไปตลอดถึงหมู่บ้านเป็นความเพียรทั้งวัน อยู่คนเดียวไม่มีอะไรมาคิดมาอ่าน พิจารณา ภาวนาเรื่อยไป..."

หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๑
ณ วัดป่าบ้านตาด






"..สมบัติในโลกเราแสวงหามาเป็นความสุขก็พอหาได้ จะแสวงหามาเป็นไฟก็ทำให้ฉิบหายได้ จริงๆข้อนี้ขึ้นอยุ่กับความฉลาดและความโง่เขลา ของผู้แสวงหาแต่ละราย ท่านผู้พ้นทุกข์ไปด้วยความอุตส่าห์สร้างความดีใส่ตน จนกลายเป็นสรณะของพวกเรา จะเข้าใจว่าท่านไม่เคยมีสมบัติเงินทอง เครื่องหวงแหนอย่างนั้นหรือ เข้าใจว่าเป็นคนร่ำรวยสวยงามเฉพาะสมัยพวกเราเท่านั้นหรือ จึงพากันรักพากันหวงพากันห่วงจนไม่รู้จักเป็นรู้จักตาย บ้านเมืองเราสมัยนี้ไม่มีป่าช้าสำหรับเผาหรือฝังคนตายอย่างนั้นหรือจึงสำคัญว่าตนจะไม่ตาย และพากันประมาทจนลืมเนื้อลืมตัว กลัวแต่จะไม่ได้กิน ไม่ได้นอนกลัวแต่จะไม่ได้เพลิดไม่ได้เพลิน ประหนึ่งโลกจะดับสูญไปเดี๋ยวนี้ จึงรีบพากันตักตวงเอาความไม่เป็นท่าใส่ตนแทบหาบไม่ไหว อันสิ่งเหล่านี้ แม้แต่สัตว์เขามีได้เหมือนมนุษย์เรา อย่าสำคัญว่าตนเก่งกาจสามารถฉลาดรู้ยิ่งกว่าเขาเลย ถึงกับสร้างความมืดมิดปิดตามาทับถมตัวเองจนไม่มีวันสร่างซา เมื่อถึงเวลาจนตรอกอาจจนยิ่งกว่าสัตว์ ใครจะไปทราบได้ถ้าไม่เตรียมทราบไว้ตั้งแต่บัดนี้.."

ภูริทตฺตธมฺโมวาท
พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร







มีคนถาม #ท่านพ่อไพบูลย์ว่า

ท่านรู้ว่าคนเขาไม่ดี ทำไมยังเมตตาเขาอยู่

ท่านกล่าวว่า

เขาไม่ดีมันเป็นสิ่งที่เขากระทำ
เรา #ไม่ได้มีหน้าที่ไปตัดสินใคร
เรารู้​ เราทำตามความเหมาะสม
อะไรที่ให้ได้ก็ให้เท่าที่ให้ได้ก็พอ #พระอาทิตย์ส่องแสงหมด

พระอาทิตย์เวลาให้แสงต่อต้นไม้ใบหญ้า
ต่อสิ่งมีชีวิตทั้งหมด ไม่ได้ให้ด้วยการเลือก
ต้นไหนมีพิษต้นไหนสูงใหญ่ คนไหนดำขาว
คนไหนดีหรือไม่ดี
พระอาทิตย์ก็ทำหน้าที่ให้แสงตามธรรมชาติ
ให้พลังงานที่ดีตามธรรมชาติที่ควรเป็น
.....
นี่แหละธรรมชาติเขาสอนให้เรามอง

#พระพรหมวชิรคุณ (ท่านพ่อไพบูลย์ สุมงฺคโล)


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 25 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร