วันเวลาปัจจุบัน 27 ม.ค. 2026, 00:00  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 ม.ค. 2026, 12:56 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 5472


 ข้อมูลส่วนตัว


ปัญญาสังขารละความปรุงแต่งไม่ได้
ถ้าปัญญาวิปัสสนามันจะตัดการปรุงแต่งได้
เพราะวิปัสสนานี่มันจะเข้าไปสูญญตาคือความว่าง
ความว่างของจิตไม่ได้ว่างด้วยสัญญา
ถ้าว่างด้วยสัญญาก็ไปว่างด้วยสังขาร
เอาสังขารปรุงแต่งว่า ว่าง ว่าง แต่จิตมันไม่ว่าง.
แต่ถ้าไปถึงสุญญตา มันจะว่างเองหมดเลย
ไม่ต้องไปปรุงว่างเลย ว่างเองเลย
ถึงจะปรุงยังไงก็ไม่ได้เพราะมันว่างด้วยจิต
ความว่างตรงนี้จะไม่มีอะไร มันมาด้วยปัญญาแท้ๆเลย

#หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล








"...คำว่า ตายไปนี้ มันธาตุดินที่มันมาประชุมกันอยู่นี้ แตกไปดับไปต่างหาก ส่วนจิตใจผู้รู้อยู่ในตัวในใจเราทุกคนนั่น มันไม่ได้แตกไม่ได้ดับ ถ้าใจนี้ภาวนาดี รู้จักหน้าตากิเลส ไม่ทำตามอำนาจกิเลส ไม่พูดไปตามอำนาจกิเลส ไม่คิดไปตามอำนาจกิเลส เรียกว่าภาวนาแก้ไขเรื่อยไป จนจิตใจของเรามีความสงบตั้งมั่นรู้แจ้งเห็นจริงในโลกนี้ว่า

รูปนามกายใจ ตัวตน สัตว์บุคคลนี้ มีความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เขาเป็นอยู่แล้ว แต่เราไม่รู้ไม่เข้าใจ เพราะใจไม่สงบ จึงจำเป็นต้องทำใจของเราให้มีความสงบตั้งมั่นเป็นดวงหนึ่งดวงเดียวอยู่ในตัวในใจให้ได้ เมื่อจิตดวงผู้รู้อยู่ในตัวนี้และสงบตั้งมั่นเป็นสมาธิ ภาวนาได้ดีแล้ว จึงจะได้ปัญญาวิชชาความรู้เท่าทันในรูปนามกายใจ ตัวตน สัตว์บุคคล จนกระทั่งไม่ว่าจะมองเห็นอะไรด้วยสายตาก็เห็นสิ่งนั้นว่า ไม่เที่ยงเป็นทุกข์เป็นอนัตตาอยู่ทั้งนั้น

หูได้ฟังเสียงเพราะไม่เพราะอะไรมันก็แสดงความไม่เที่ยงเป็นทุกข์เป็นอนัตตาอยู่อย่างนี้
ตลอด โลกนี้ทั้งผืนแผ่นดินท้องฟ้าอากาศ ดวงอาทิตย์ พระจันทร์ ดวงดาวทั้งหลาย ก็ตกอยู่ในความไม่เที่ยงแท้แน่นอน นานไปมันก็เปลี่ยนแปลงไป มีการเกิดได้มันก็มีการดับได้
จิตใจก็ไม่ไปหลงไหลไปยึดมั่นถือมั่นในที่ทั้งปวง แก้ไขจิตใจของตัวเองให้มาสงบตั้งมั่นอยู่ในกายในจิต จนได้ปัญญาวิชชาความรู้ความฉลาดความสามารถอาจหาญ ตัดบ่วงห่วงอาลัยต่างๆ ไม่ให้มาผูกมัดรัดรึงอยู่ในหัวใจของเรา..."

หลวงปู่สิม พุทธาจาโร






#การบำเพ็ญทานเท่ากับเราหาทรัพย์ไว้ให้ตัวของเรา การบำเพ็ญศีล
เท่ากับเราสร้างร่างกายของเราให้เป็นคนสมบูรณ์
ไม่พิการ ง่อยเปลี้ย บอดใบ้
การบำเพ็ญภาวนา
เท่ากับสร้างจิตใจของเราให้เป็นคนสมบูรณ์
‘‘ทาน” ไม่สามารถคุ้มศีลได้ แต่ศีลคุ้มทานได้
ส่วน “ภาวนา” คุ้มได้ตลอดทั้งทานและศีล
สามารถทำให้ทานบริสุทธิ์และศีลของเราก็บริสุทธิ์
เข้าถึงสุคติสวรรค์โลกุตตระ และนิพพานเป็นที่สุด
สมมติคนหนึ่งเกิดมาในตระกูลสูง
มีทรัพย์สมบัติมาก และร่างกายก็บริสุทธิ์ทุกส่วน
แต่จิตใจไม่ปรกติ วิกลวิการ เป็นผีบ้า
อย่างนี้จะมีประโยชน์อย่างไร
เหตุนั้นพระพุทธเจ้าจึงทรงสั่งสอนให้อบรมจิตให้เป็นกุศล
พระองค์ทรงสอนให้มนุษย์เป็นเทวดา
เทวดาเป็นพรหม พรหมเป็นอริยะ จนถึงอรหันตขีณาสพ เป็นที่สุด..”

#ธมฺมธโรวาท
พระสุทธิธรรมรังสีคัมภีรเมธาจารย์ (ท่านพ่อลี ธมฺมธโร) วัดอโศการาม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ
(พ.ศ.๒๔๔๙-๒๕๐๔ )






ครูบาอาจารย์แนะแนวแนะนำสั่งสอนลูกศิษย์ลูกหา ให้พิจารณานะ ร่างกาย สังขารมันมีอีหยัง สมมุติว่าตัวเองตาย พอตายแล้วก็เอาใจของเฮานี่มาชำแหละเบิ่ง ชำแหละร่างกายเจ้าของเป็นจั่งได๋ ผ่าเบิ่งท้องเบิ่งดู สมมุติว่าเจ้าของตายลงไป สมมุติว่าเจ้าของตายแล้วบัดนี้ เอาใจมาคิดเบิ่งดู แยกส่วนแบ่งส่วนของร่างกายดู ถอนผมไว้กองหนึ่ง ถอนขนไว้กองหนึ่ง ถอดเล็บไว้กองหนึ่ง ถอนฟันไว้กองหนึ่ง ถลกหนังไว้กองหนึ่ง ชำแหละเนื้อไว้กองหนึ่ง ตับไว้กองหนึ่ง ปอดไว้กองหนึ่ง ลำไส้ไว้กองหนึ่ง ไตไว้กองหนึ่ง หัวใจไว้กองหนึ่ง แยกร่างกาย ในร่างกายของเฮามีหยัง

ถ้าเป็นเลือดก็ตักเอาเลือดใส่ไว้ในกระป๋องหนึ่ง อุจจาระอาหารใหม่อาหารเก่าเอาไว้คนละกอง มันสมองหัวเอาไว้กองหนึ่ง บัดนี้อุจจาระ ปัสสาวะก็คนละกองหมด หนังกะอีกกองหนึ่ง บัดนี้ชำแหลtเอากระดูก ถอดกระดูกบาดนี่ กะโหลกศีรษะไว้กองหนึ่ง คางเอาไว้กองหนึ่ง คางบ่มีแข่วทั้งใต้ทั้งเทิง ถอดออกแล้วทั้งหมด แล้วกระดูกคออีก เอาไว้กองหนึ่ง ไหปลาร้าเอาไว้กองหนึ่ง ไล่ลงมา แขนแต่ละแขน ถอดออกมาคนละข้าง กระดูกซี่โครงลงมาอีกซ้ายขวา กระดูกหน้าอก กระดูกสันหลัง กระดูกสะโพก กระดูกขา ๒ ข้าง กระดูกหัวเข่า กระดูกแข้ง กระดูกข้อเท้า กระดูกนิ้วเท้า พิจารณาแยกแยะให้เบิ่งร่างกายสังขารของเจ้าของ

เอาใจชำแหละเบิ่งร่างกาย เบิ่งให้มันคัก ๆ บ่แม่นเบิ่งทีเดียวเด้ เบิ่งแล้วเบิ่งอีก เบิ่งแล้วเป็นร้อยเป็นพันเทื่อ ชำแหละแล้วชำแหลtอีก คาดแล้วคาดอีก คือกันกับเฮาคาดนา เบิ่งให้คัก ๆ เพราะจิตใจของเฮา มันหลงร่างกาย พอมันหลงร่างกายแล้ว หลงลาภ หลงยศ หลงสรรเสริญเยินยอ หลงไปหมดลงร่างกาย เพราะร่างกายเป็นต้นเหตุ เพิ่นให้พิจารณาร่างกายให้ถี่ถ้วนถ้วนถี่

ในเมื่อพิจารณาร่างกายแล้วย้อนเข้าไปหาใจ พิจารณาตัวผู้รู้คือใจบาดนิ ใจดวงนี้ มันหลงร่างกาย ให้พิจารณากาย พิจารณาเข้าไปหาใจอีก ใจตัวนี้แหละเป็นตัวนามธรรม หลงในเรื่องต่าง ๆ หลงลาภ หลงยศ หลงสรรเสริญเยินยอต่าง ๆ พอพิจารณาแล้วมันเบลอ กลับมาหากายอีก พิจารณากายอีก พอพิจารณากาย ก็กลับไปหาใจอีก

การภาวนานี้ ให้ดูกายให้ดูใจ ดูใจดูกาย สลับไปสลับมา แต่ว่ากิเลสมันอยู่ในใจเด้บาดนี้ มันบ่แม่นอยู่ในกาย แต่ว่าใจมันมาหลงกาย

หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก
จากพระธรรมเทศนา “ศึกษากาย แก้กิเลสในใจ”
แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๘







“วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน โส เสฏฺโฐ เทวมานุเส”
ผู้สมบูรณ์ด้วยความรู้และความประพฤติ
เป็นผู้ประเสริฐในหมู่เทพและมนุษย์

เทิดทูนไว้เป็นภาษิตประจำชีวิตตลอดไป
เพื่อจะได้มีกำลังพรั่งพร้อม
ในอันที่จะสร้างสรรค์คุณประโยชน์ยิ่งใหญ่
เป็นผู้ประเสริฐทั้งทางโลกและทางธรรม
สมความปรารถนาของท่าน
ผู้ล้วนมุ่งหวังความเจริญก้าวหน้า
ด้วยกันทุกรูปทุกคน
.
--- สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก





“..ธรรมอยู่ที่ใจนั่นแล ต่อไปท่านจงรักษาระดับจิตระดับความเพียรไว้ให้ดีอย่าให้เสื่อมได้ นั่นแลคือฐานของจิต ฐานของธรรม ฐานของความเชื่อมั่นในธรรม และฐานแห่งมรรคผลนิพพานอยู่ที่นั่นแล จงมั่นใจและเข้มแข็งต่อความเพียรถ้าอยากพ้นทุกข์ การพ้นทุกข์ต้องพ้นที่นั่นแน่นอนไม่มีที่อื่นเป็นที่หลุดพ้น อย่าลูบคลำให้เสียเวลา เรามิใช่คนตาบอดพอจะลูบคลำ..”

ภูริทตฺตธมฺโมวาท
พระครูวินัยธร (หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต) วัดป่าสุทธาวาส ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร (พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒)






#สัตว์เดรัจฉานมาเกิดกับมนุษย์ได้อย่างไร

"... เนื่องจากมีผู้ไปถามหลวงปู่แหวนว่า ในปัจจุบันนี้สัตว์มันมาเกิดเป็นมนุษย์มากมายจนล้นแผ่นดินเข้าใจว่าสัตว์ทั้งหลายคงบำเพ็ญศีล ๕ กรรมบถ ๑๐ บริสุทธิ์บริบูรณ์กันมากละซิมันจึงมาเกิดมากมายนักหนา..!!

หลวงปู่จึงให้คำตอบว่า คุณแน่ใจไหมว่าคุณเป็นมนุษย์สมบูรณ์แบบทุกลมหายใจแล้ว
ท่านตอบเชิงตลกๆ ว่า เวลานี้มนุษย์ทั้งหลายไปถากถางป่าให้ราพณาสูรไม่มีต้นไม้ไม่มีป่ามีดงแล้ว ไปจับพ่อแม่ปู่ย่าตายายของสัตว์เดรัจฉานทั้งหลายไปฆ่าแกงกินหมด สัตว์เดรัจฉานก็ไม่มีที่เกิดมันก็มาชิงเกิดกับมนุษย์ แล้วมันมาเกิดกับมนุษย์ได้อย่างไร
หลวงปู่ท่านก็เทศน์ต่อไปว่า คุณแน่ใจหรือคุณเป็นมนุษย์สมบูรณ์ทุกลมหายใจ ในบางครั้งเวลาคุณเกิดกิเลสโลภโมโทสันขึ้นมาคุณอยากฆ่าอยากแกงมีไหม
คนถามก็ว่า.. มีครับ นั่นแหละสัตว์เดรัจฉานฉวยโอกาสมาเกิดในจังหวะนั้น เพราะในขณะที่คุณคิดอยากฆ่าอยากแกง จิตของคุณลดต่ำลงมาสัตว์เดรัจฉานมันก็ชิงมาเกิดในขณะนั้น ..."
-------------------------------------
#หลวงปู่แหวน_สุจิณฺโณ
วัดดอยแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่
(พ.ศ.๒๔๓๐ - ๒๕๒๘)
"ที่มา..ฐานิยตฺเถรวตฺถุ"






ภัยที่เกิดจากความดี ถ้าเราไม่ดีก็ไม่มีใครเพ่งเล็ง
ข้อสำคัญ...ต้องรู้จักใช้ความดีให้เป็นประโยชน์แก่ตนเอง
ถ้ามีความดีแล้วไมู่รู้จักใช้
คือ ใช้ไม่ถูกกาลเทศะ ไม่ถูกกับบุคคลและอัธยาศัยของเขา
ก็ไม่ได้รับผล กลับกลายเป็นภัย ความดีก็กลายเป็นเลวเป็นชั่ว

ท่านพ่อลี ธมฺมธโร


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 14 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร