วันเวลาปัจจุบัน 15 เม.ย. 2024, 17:06  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ธ.ค. 2023, 07:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 5091


 ข้อมูลส่วนตัว


”ต้องอาศัยสมาธิเป็นทางผ่าน“

…คนที่มีปัญญาบารมีเยอะก็จะบรรลุเร็ว คนที่มีปัญญาบารมีน้อยก็จะบรรลุช้า การบรรลุนี้ไม่ได้บรรลุด้วยสมาธิ บรรลุด้วยปัญญา แต่ต้องอาศัยสมาธิเป็นทางผ่าน เป็นเครื่องสนับสนุน

…คือต้องมีสมาธิก่อน คือจิตจะต้องอยู่ในปัจจุบัน ต้องอยู่ในความสงบ ปราศจากความโลภโกรธหลงครอบงำ เวลาจิตสงบนี้ความโลภโกรธหลงจะสงบตัวลงไปด้วย ถึงมันยังทำงานอยู่ ก็ไม่รุนแรงเหมือนกับคนที่ไม่มีความสงบ ที่ถูกความโลภโกรธหลงครองงำแบบโงหัวไม่ขึ้น เหมือนกับฝุ่นตลบอบอวลอยู่ตลอดเวลา

…แต่คนที่มีความสงบนี้เหมือนกับฝุ่นที่ตกลงไปอยู่ที่พื้น พอไปกวาดมันๆ ก็จะฟุ้งขึ้นมา ถ้าเป็นจิตที่สงบแล้วเวลาคิดอะไรขึ้นมา มันก็ทำให้ฝุ่นของความโลภความโกรธความหลงฟุ้งขึ้นมา ทำให้เราเห็นผิดได้ เช่นเห็นรูปปั๊บ ความโลภโกรธหลงก็จะตามมาทันทีเลย รูปนี้สวยน่ายินดีนะ จึงต้องอาศัยปัญญามาคอยแกะออก มันไม่สวยหรอก มันเป็นอนิจจังทุกขังอนัตตา เป็นอสุภะ.
…………………………………………
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี
จุลธรรมนำใจ ๔ กัณฑ์ที่ ๒๓๕
วันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๔๙




"..ศีล นั้นอยู่ที่ไหนมีตัวตนเป็นอย่างไร ใครเป็นผู้รักษาแล้วก็รู้ว่า ผู้นั้นเป็นตัวศีล ศีลก็อยู่ที่ตนนี้ เจตนาเป็นตัวศีล เจตนาคือจิตใจ คนเราถ้าจิตใจไม่มีก็ไม่เรียกว่าคน มีแต่กายจะทำอะไรได้ ร่างกายกับจิตต้องอาศัยซึ่งกันและกัน เมื่อจิตไม่เป็นศีล กายก็ประพฤติไปต่างๆ มีโทษต่างๆ ผู้มีศีลแล้วไม่มีโทษ จะเป็นปกติแนบเนียนไม่หวั่นไหว ไม่มีเรื่องหลงหา หลงขอ
คนที่หา คนที่ขอต้องเป็นทุกข์ ขอเท่าไหร่ยิ่งไม่มี ยิ่งอดอยากยากเข็ญ

กายกับจิตเราได้มาแล้ว มีอยู่แล้ว ได้มาจากบิดามารดาพร้อมบริบูรณ์ จะทำให้เป็นศีลก็รีบทำ ศีลมีอยู่ที่เราแล้ว รักษาได้ไม่มีกาล ได้ผลไม่มีกาล

ผู้มีศีลย่อมเป็นผู้องอาจกล้าหาญ ผู้มีศีลย่อมมีความสุข ผู้จักมั่งคั่งบริบูรณ์ไม่อด ไม่ยาก
ไม่จน ก็เพราะรักษาศีลให้สมบูรณ์ จิตดวงเดียวเป็นศีล เป็นสมาธิ เป็นปัญญา
ผู้มีศีลแท้เป็นผู้หมดเวรหมดภัย.."

พระครูวินัยธร(หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต)วัดป่าสุทธาวาส อ.เมือง จ.สกลนคร







"..อย่าพึงเข้าใจว่าศาสนาเป็นสมบัติของพระพุทธเจ้า และเป็นสมบัติของพระสาวกองค์หนึ่งองค์ใด แต่เป็นสมบัติของผู้รักใคร่สนใจปฏิบัติทุกๆ คน ที่มุ่งประโยชน์จากศาสนา พระพุทธเจ้าและพระสาวกทั้งหลายท่าน ไม่ทรงมีส่วนอะไรกับศาสนาที่ประทานไว้สำหรับโลกเลย อย่าไปเข้าใจว่าพระองค์และสาวกทั้งหลาย จะพลอยมีส่วนดีและมัวหมองไปด้วย จะปฏิบัติผิดหรือถูกประการใดก็เป็นเรื่องของเราเป็นรายๆ ไป มิได้เกี่ยวกับพระพุทธเจ้าและสาวกทั้งหลาย.."

พระครูวินัยธร(หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต)วัดป่าสุทธาวาส อ.เมือง จ. สกลนคร(พ.ศ.๒๔๑๓-๒๔๙๒)







"โดยมากอุปสรรคต่างๆ
เป็นเรื่องหยุมหยิม
เล็กน้อยไม่มีสาระ

แต่มักจะรับเข้ามายึดถือ
เป็นอารมณ์กวนใจ
ให้เดือดร้อนไปเอง
จนถึงให้ทอดทิ้งความดี

ถ้าเป็นอย่างนี้
ก็ไม่ใช่เป็นความฉลาด"

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 16 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร