วันเวลาปัจจุบัน 28 ก.พ. 2021, 02:17  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ม.ค. 2021, 06:40 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 4057


 ข้อมูลส่วนตัว


“ต้อนรับปีใหม่
กับการสำรวจการพัฒนาจิตใจ”

..สำรวจจิตใจว่า
“บัญชีบุญ มากกว่าบัญชีบาปหรือไม่”
และพัฒนาจิตใจให้สุขขึ้นเจริญขึ้นหรือไม่

..จากจิตของมนุษย์ ..เป็นจิตของเทพ
ด้วยการรักษาศีล5
ไม่ทำบาป ไม่เสพอบายมุข
และทำบุญ ทำทาน
ที่ทำได้หลายวิธี ทำกับใครก็ได้

..และพัฒนาจาก
จิตของเทพ เป็นจิตของพรหม
ด้วยการรักษาศีล8

..“นั่งสมาธิเปิดตาใน เห็นผู้รู้ผู้คิด”
และได้ความสุขจากความสงบ
ที่เหนือกว่าความสุขทั้งปวง.
.................................
คัดลอกการแสดงธรรม
ธรรมะบนเขา 31/12/2562
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี








#เหตุที่จิตสงบยาก

พระฝรั่งรูปหนึ่งเคยบ่นกับหลวงพ่อชาว่า ทำไมพวกเราตั้งอกตั้งใจมากแต่สงบยาก ในเมื่อเพื่อนพระไทยหลายรูปดูจะสงบง่ายกว่าเราเยอะ หลวงพ่อตอบว่า “คนมีการศึกษามากมักจะคิดมาก สงสัยมาก สงบยาก พระไทยส่วนใหญ่เป็นลูกชาวนา มีการศึกษาน้อย ไม่คิดมาก ไม่สงสัยมาก ศรัทธาท่านแรงกล้า จึงสงบง่ายหน่อย” อย่างไรก็ตาม หลวงพ่อให้กำลังใจ “จิตของพวกท่านเหมือนบ้านหลังใหญ่ มีหลายห้อง จะทำความสะอาดก็ต้องใช้เวลามากกว่ากระต๊อบก็จริง แต่สะอาดแล้วคงจะน่าอยู่กว่า ทำอะไรได้มากกว่า”

ทุกวันนี้คนไทยมีการศึกษามากขึ้น คนในเมืองนิสัยคิดมากสงสัยมากกำลังถึงระดับอินเตอร์เสียแล้ว ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้ว ขออย่าท้อแท้ จิตถึงจะฝึกยากก็ฝึกได้ ถ้าขยันทำความเพียรต่อเนื่อง ในที่สุดกระแสความคิดฟุ้งซ่านจะแปลงเป็นพลังปัญญา

พระเทพพัชรญาณมุนี (พระอาจารย์ชยสาโรภิกขุ)











"..เวลา 'รบรา' กับกิเลส ตอนต้นต้องแพ้กิเลสไปเรื่อย ๆ การแพ้ไม่เป็นไร เพราะกิเลสมันช่ำชองในวัฏวน หมุนจิตใจของสัตว์โลกให้ลงขั้นต่ำมานานแสนนาน แต่เราจะฟื้นจิตใจของเราให้ขึ้นสู่ความดีงามในเบื้องต้นนี้รู้สึกว่ายากลำบาก ประหนึ่งว่าจะไปไม่ไหว

เพราะอำนาจของกิเลสมันรุนแรงจนจะท้อถอยน้อยใจ ตำหนิก็มาซ้ำให้กิเลสได้กำลังเพิ่มเข้าอีก ว่ามีนิสัยวาสนาน้อย ไม่สมควรแก่การปฏิบัติความดีงามทั้งหลาย ปล่อยไปตามบุญตามกรรมอย่างนี้ดีกว่า นี้เรียกว่ากิเลสได้ชัยชนะแล้ว และนับวันที่จะอ่อนปวกเปียกลงไป หาวันที่จะเจริญก้าวหน้าไม่ได้ ใครถ้าคิดเช่นนั้น.."

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน










“ ตายแล้ว มีแต่บุญกับบาปติดที่หัวใจ ”

“..เวลามีชีวิตอยู่อย่าได้ประมาทนะ ให้พากันสวดมนต์ให้พร ภาวนา จำศีล อย่าปล่อยอย่าวาง อันนี้ละเป็นที่พึ่งเป็นพึ่งตาย

ส่วนหน้าที่การงานสมบัติเงินทองอะไรมากมายนั้นก็จะทิ้งเกลื่อนอยู่ในโลกอันนี้ไม่ไปกับเรา ส่วนไปกับเรามีแต่บุญ ให้พยายามสั่งสมบุญเสียตอนนี้อย่าพากันประมาท เวลาตายแล้วจะไม่มีอะไรเกาะไม่มีอะไรติด มีแต่บุญกับบาปติดที่หัวใจ

เพราะฉะนั้นให้สร้างบุญให้มากกว่าบาป ให้พยายามละบาป แล้วบำเพ็ญบุญบำเพ็ญกุศลให้มากขึ้นโดยลำดับ ตายแล้วใจก็เบาหวิว ใจมีบุญมีกุศลนี้เบาหวิว ใจของคนมีศีลมีธรรมนี้ไปได้เบาหวิวๆ ใจของคนมีแต่บาปหาบแต่กรรมนี้จมเลยๆ ให้พากันจำให้ดี..”

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
วัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี









พรปีใหม่ ๒๕๖๔

"ขอให้ทุกคนมีความทุกข์กับความลำบากให้น้อยที่สุด ถ้าเจอความไม่ลำบาก ขออย่าเพลิน ขออย่าหลง ขอให้มีสติเป็นที่พึ่งทุกเวลานาที"

พระอาจารย์ชยสาโร








" วัน คืน ปี เดือน กินไป
ทุกวันๆ ชีวิตใครจะมีมากน้อย
เพียงไรก็ตาม วินาทีกินไป
นาทีกินไป ชั่วโมงกินไป
กินทุกวี่ทุกวัน ทุกเวล่ำเวลา
หลับตื่นลืมตากินไปตลอดสาย

แม้จะมีอายุกี่ล้านปีก็เถอะ
เพราะมันถูกกินไปอยู่เสมอ
ไม่หยุดไม่ถอย อย่างนี้มันต้อง
หมดไปได้ ชีวิตเป็นล้านๆก็เถอะ

เพราะความกินอยู่เสมอ
เวลานาทีกินไปอยู่เรื่อย ๆ
กินไม่หยุดไม่ถอยก็ถึง
จุดหมายปลายทางน่ะซิ
แล้วก็สลายหรือทำลายไปได้

เวลานี้ชีวิตยังไม่หมด แม้กาล
จะกินไปทุกวันทุกเวลา แต่ยัง
เหลืออยู่พอที่จะได้แบ่งทำ
คุณงามความดี หาสาระเป็น
ที่พึ่งของใจเราได้ในขณะนี้

จึงควรตื่นตัว ตายแล้วไปหา
ทำบุญทำทานที่ไหนกัน
ตายแล้วถึงจะตื่นตัว
มันตื่นไม่ได้จึงเรียกว่า คนตาย

รักษาศีลไม่ได้ ภาวนาไม่ได้
นอกจากจะเสวยผล
ที่เราได้ทำแล้ว
ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น "

โอวาทธรรม
หลวงตาพระมหาบัว
ญาณสัมปันโน








“ชีวิตของคนเรา ทำหน้าที่เหมือนเทียน
เมื่อจุดแล้วก็รอเวลาดับ แต่จะดับช้าดับเร็ว
ก็สุดแล้วแต่อุปสรรค แต่เมื่อเทียนยังให้แสงสว่าง
เราจะใช้แสงสว่างนั้นอย่างไร ก่อนจะดับ”

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล








"หนึ่งปีผ่านไป หัวเผือกหัวมัน มันยังใหญ่กว่าเดิม
ต้นไม้ก็สูงใหญ่กว่าเดิมฉันใด ก็ฉันนั้น

หนึ่งปีที่จะมาถึง เราควรมีความเจริญเติบโต
งอกงามทางจิตใจมากขึ้น บุญกุศลเพิ่มพูลมากขึ้น
มีความสุขมากขึ้น

อันนี้แหละ จึงจะทำให้มีชีวิตใหม่ ที่แท้จริง"

ท่านพุทธทาสภิกขุ










ความโลภ. ความโกรธ. ความหลง. ถ้าเราไม่เอาออก. จากใจ. มันก็จะเป็นสมบัติ. ของเรา. อย่างนั้นแหละ

หลวงปู่ไม อินทสิริ









#ไม่ว่าปีเก่าปีใหม่ #กิเลสไม่เคยหยุดพัก

มันหลอกเราตลอดเวลา เหมือนมายา ถ้าเราไม่หยุดแล้วพิจารณา เราจะอยู่ในวังวนของมันเรื่อยๆ เหมือนคำว่าปีใหม่

#ทุกอย่างมีเกิดดับ

สุขมาคู่กับทุกข์ ลาภสรรเสริญมีคู่กับเสื่อมลาภ เสื่อมสรรเสริญ เราพิจารณาทันไหม...

#ธรรมพระพุทธเจ้าสอนให้พอ

เหมือนเสื้อผ้าที่พระสวมใส่ ท่านพอมาตั้งแต่ 2500 กว่าปีแล้ว ทำไมเสื้อผ้าพวกเรายังไม่หยุด ยังตามแฟชั่นไปเรื่อยๆ นี่ของง่ายๆ แบบนี้ พิจารณาเข้าไปสิ

#หลวงปู่วันชัย วิจิตโต
วัดป่าภูสังโฆ ต.กุดหมากไฟ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี










มันไม่อยากอยู่มันจะมาทำไม_ไม่ได้ไปเชิญมาเด้!!

พ่อแม่ครูอาจารย์ใหญ่หลวงปู่มั่นนี่__เหมือนกับเสือว่างั้น__ดุที่สุด!!

การปฏิบัติของพระกรรมฐานในสมัยนั้นน่ะ มันอยู่ในป่าในดง ไม่ได้ฉันแบบเพื่ความอิ่มหนำสำนาญ ฉันเพื่อพอได้มีกำลังเดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนา เพราะฉะนั้นพระกรรมฐานในสมัยนั้นจิตเข้าถึงดวงธรรมได้เยอะ

เราลองมาคิดดูสิ ศิษย์หลวงปู่มั่นศิษย์หลวงปู่เสาร์ นับตั้งแต่องค์ไหนมา ไล่มานี่เยอะมากที่เป็นพระอรหันต์น่ะ องค์ไหนล่ะที่เราไปในงานถวายเพลิงศพไม่มีคนน่ะ องค์ไหนล่ะที่ถวายเพลิงศพแล้วเก็บอัฐิแล้วอัฐิไม่เป็นพระธาตุน่ะ คิดดูสินะ

#ความบริสุทธิ์มาจากใจ

ที่ทำให้อัฐิของเรา กระดูกของเรากลายเป็นแก้วได้ กลั่นกรองมาจากจิตอันบริสุทธิ์นี้แหละ ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดทางกามคุณ ใจบริสุทธิ์ไม่โลภไม่โกรธไม่หลง ละได้หมดน่ะ เป็นผู้ไม่มีจิตใจอันบริสุทธิ์ ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดทางกามคุณ ใจบริสุทธิ์ไม่โลภไม่โกรธไม่หลง นั่งสมาธิทำจิตใจให้สงบ นั่งตั้งแต่ทุ่มหนึ่งไปถึงตี ๕ ถ้าเป็นวันพระนี่ไปรวมกันไหว้พระสวดมนต์แล้วก็นั่ง หลวงปู่ก็เทศน์

อย่างที่หลวงปู่อ่อนนี่ท่านเทศน์ไปถึงตี ๕ ถ้าเป็นวันพระไม่ได้นอนหรอกทั้งโยมทั้งพระ ใครขยับไม่ได้เลยเด้นั่น "โอ้ย!...ยิ่งหนักไปกว่าเดิมเด้ โอ้ย!...ขยับนี่ไม่ได้แหล่ว" (ลป.ขำพอใจ) เสียงดังขึ้นก้องกังวาน!! ถ้าเป็นเสือนี่ ขู่อย่างรุนแรงว่างั้นเถอะ ไม่มีใครกล้าขยับ เสือจะตะครุบเอาเด้ ระมัดระวังถึงขนาดนั้นเด้เวลาอยู่กับหลวงปู่ครูบาอาจารย์

#เพราะฉะนั้นหลวงปู่มั่นไม่ต่างกันกับหลวงปู่อ่อน

ที่หลวงปู่ได้ไปอยู่กับหลวงปู่อ่อน หลวงปู่อ่อนท่านเล่าให้ฟัง พ่อแม่ครูอาจารย์ใหญ่หลวงปู่มั่นนี่เหมือนกับเสือว่างั้น... ดุที่สุด !!"

เพราะฉะนั้นเราไปทำงานทั้งวันนี่ เหนื่อยแล้วทั้งวันนี่ คืนนี้ปฏิบัติเดินจงกรมนั่งสมาธิภาวนานไปจนถึงเที่ยงคืนนี่ เหนื่อยแล้วจะนอนนี่ ถ้าคิดอย่างนั้นนะไปนอน พอวันหลังมาไปฉันน้ำร้อน "ซัดแล้วเป็นกัณฑ์เทศน์ใหญ่แล้วนี่"

เพราะฉะนั้นจะนอนก็ต้องระมัดระวังเด้ ทำงานทั้งวันจะไปนอนเลยก็ไม่ได้ ต้องเดินจงกรมเสียก่อน แล่วค่อยไปนั่งสมาธิ อย่างน้อยต้องถึงเที่ยงคืนนะต้องให้ได้อย่างนั้น

ถ้าไม่ได้อย่างนั้นน.. โอ้ย! โดนหนักละ... เทศน์ไม่ลงง่ายเด้ ๓-๔ ชม.พุ่นเด้ นั่งอยู่นั่นไม่ได้ขยับเลยเด้ ฟังเทศน์อยู่องค์เดียว ไม่ใช่ธรรมดาเด้

#เพราะฉะนั้นเกิดความกลัวเรื่องนี้ #ผู้ปฏิบัติอยู่นั้น_ต้องระมัดระวังเรื่องจิตนี้ให้ดีที่สุด

คิดอะไรไม่ดีก็ไม่ได้เด้ พอคิดขึ้นมาปุ๊บ พอไปกราบท่านท่านซัดขึ้นมาเลย สิ่งที่เขาคิดนอกทางนั้นนะ

อุ้ย กูจะอยู่ได้หรออย่างนั้นอย่างนี้ ถ้ากูไปอยู่ที่อื่นคงสบายกว่านี้ (ถ้าคิดอย่างนี้ โอ้ย!...พอไปฉันน้ำร้อนเท่านั้นแหละ)

มันไม่อยากอยู่มันจะมาทำไม!?(ลป.มั่น) (ไล่ทันทีเลยเด้ นี้มันเป็นอย่างนี้ละ ) ไม่ได้ไปเชิญมาเด้ !! (ลป.มั่น)

ซัดขึ้นมาเข้าตัวละก็ นิ่งคอพับไปเลย (ลป.ขำ) สบตาใครก็ไม่ได้ละ นี้ล่ะคือหลวงปู่ครูบาอาจารย์สมัยก่อน

เพราะฉะนั้นการปฏิบัติธรรมนี่ จิตถึงเป็นสมาธิภาวนานะ จิตถึงเกิดความรู้แจ้งเห็นจริงนะ แต่ละท่านแต่ละองค์ เมื่อได้ปฏิบัติตามหลวงปู่ครูบาอาจารย์แล้วก็พอมีอายุพรรษามากขึ้น ก็พอเป็นที่พึ่งพาอาศัยของลูกศิษย์ลูกหาหรือศรัทธาญาติโยมได้นี่ ก็ด้วยการปฏิบัติอย่างนี้มา สู้เป็นสู้ตายเด้ ในการปฏิบัติสมัยนั้นนะ

ถอดจากเทปพระธรรมเทศนา หลวงปู่ไม อินทสิริ วัดป่าเขาภูหลวง อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา
ถอดเทป/เรียบเรียง : นรินทร์ ศรีสุทธิ์










จำไว้นะ...

ทุกอย่างบนโลกล้วนเกิดขึ้นตามวาสนาบารมีที่เคยบำเพ็ญมา หาใช่สิ่งที่มันปรุงแต่งขึ้นมาเองไม่

บนโลกนี้สิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความผิดหวังก็ดี สมหวังก็ดี การพลัดพรากก็ดี การไม่ได้ในสิ่งที่ตนปรารถนาก็ดี ทุกอย่างเกิดขึ้นตามกระแสแห่งกรรม ที่ผู้รับนั้นได้เคยกระทำไว้ในกาลหนหลัง ไม่มีสิ่งใดที่จะมาหักล้างกันได้

จะไปบนบานที่ใดก็ตามแต่ ถ้าสิ่งที่เรากำลังเจอนั้นเป็นวิบากของกรรมแล้ว เทพองค์ใดก็ไม่สามารถช่วยได้.... สิ่งที่ช่วยได้ คือการมีสติและเผชิญหน้ากับมัน การทำกุศลให้ถึงพร้อมนี่แหละวิธีการรับมือกับวิบากกระแสแห่งกรรม

#หลวงปู่สุธัมม์ ธัมปาโล








ให้จำเอาให้ดีนะ. ละชั่วทำความดีนี้ล่ะ. พร. จะอยู่กับท่านทั้งหลายเอง.

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน








#ละชั่วทำดี_เป็นพรทั้งปีใหม่ปีเก่า
.
พวกเราทั้งหลายลูกศิษย์ตถาคต อย่าไปตื่นวันตื่นปีตื่นเดือนปีใหม่ปีเก่าโดยไม่สนใจดูเจ้าของ มันสร้างความชั่วช้าลามกเท่าไร จะกี่กัปกี่กัลป์มันก็จมอยู่อย่างนั้นละ ถ้าสร้างความดีแล้วปีไม่ปีไม่สำคัญ เราไปดีของเราเองเท่านั้น ให้พากันจำเอา มันจะตื่นลมตื่นแล้งไปหมด ส่วนมากสอนกันมีแต่หลอกกันไป ปีใหม่ เอ้อ เจริญพรๆ ไปนี้ให้ได้มีความสุขความเจริญนะปีใหม่ๆ ไม่ได้สอนให้เขาละชั่วทำดีเป็นประโยชน์อะไร
.
ธรรมพระพุทธเจ้าสอนให้ละชั่วทำดี ละที่ชั่วที่อยู่กับเรา ทำดีอยู่กับเรา พรปีใหม่หรือปีเก่าจะเกิดขึ้นกับเรานี้นะ ทุกคนให้พากันจำเอา วันนี้ก็ไม่เทศน์มากละ ท่านทั้งหลายให้จำเอาให้ดีนะ ละความชั่วให้ทำความดี นี่ละพรจะอยู่กับท่านทั้งหลายเอง ไม่ได้อยู่กับดินฟ้าอากาศที่ไหน ท่านทั้งหลายอย่าไปตื่นลมตื่นแล้ง ศาสนาพุทธไม่ได้พาคนให้ตื่นข้างนอก ให้ดูข้างใน ตื่นข้างใน ทำชั่วไม่ดีให้แก้ไขดัดแปลงทันทีในตัวของเรา แล้วจะเป็นมงคลขึ้นกับตัวของเราทุกๆ ท่านนั้นแหละ
.
วันนี้ไม่ได้พูดมากอะไรนัก พากันจำเอา พรปีใหม่ปีเก่าอยู่กับท่านทั้งหลายเอง ให้เสาะแสวงหาความดี ละชั่วทำดีเรียกว่าเป็นพรทั้งปีใหม่ปีเก่า รวมเป็นมงคลด้วยกันทั้งนั้นแหละ

...........................................................................
หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
เทศน์อบรมฆราวาส ณ ศาลาสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ
เมื่อเช้าวันที่ ๒๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๘


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 15 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร