วันเวลาปัจจุบัน 07 มี.ค. 2021, 06:35  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 ธ.ค. 2020, 05:37 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 4064


 ข้อมูลส่วนตัว


ใครก็ตาม ที่บ้าความถูกต้อง
บ้าเหตุบ้าผล ไม่ยอมเสียเปรียบอะไรเลย
ไม่ช้าคนๆ นั้นก็จะเป็นบ้าสติแตก
กลายเป็นคนที่ถูกทุกอย่างแต่ไม่มีความสุข
เพราะต้องสู้รบกับคนรอบข้างเต็มไปหมด
เพื่อความถูกต้องที่ตนเองยึดมั่นถือมั่น

พระโอวาทธรรม
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก









#สัมมาสมาธิสู่ความเป็นอริยชน

...ท่านทั้งหลายการเป็นอริยบุคคลนั้น ก็ไม่ได้ยากอะไร นางวิสาขาแม้ว่าท่านจะมีลูกถึง ๒๐ คนมีทรัพย์สมบัติเป็นแสนโกฐ ท่านก็ยังได้บรรลุพระโสดาบันได้

พวกเราทั้งหลาย การบรรลุพระโสดาบันนั้นก็เป็นสิ่งที่ไม่ได้เหลือวิสัยที่พวกเราจะได้บรรลุ แต่ว่าการที่จะบรรลุไปนั้น มันก็จะมีการขึ้นต้น ขึ้นต้นอย่างไร

พระองค์ที่ทรงตรัสว่า
“สะจิตตะ ปะริโย ทะปะนัง” ก็คือ “การทำสมาธิ”

ทำสมาธิ ก็คือ "สัมมาสมาธิ”

“สัมมาสมาธิ” ก็คือ สมาธิที่ถูกต้อง...สัมมา แปลว่า ถูก... มิจฉา แปลว่า ผิด

ถ้าเป็นมิจฉาสมาธิก็ผิดไป ถ้าเป็นสัมมาสมาธิก็ถูกต้อง

คัดมาจากส่วนหนึ่งในหนังสือ "ธรรมะจากใจ" หน้า ๑๙ ย่อหน้าแรก
เจ้าประคุณสมเด็จพระญาณวชิโรดม (พระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร)











" การจะปล่อยวางได้
การจะละคลาย
ความยึดถือ
การจะหายจาก
ความยึดมั่นสำคัญหมาย

ต้องทำจิตให้ "สงบ" เสียก่อน

เพราะอาศัยความสงบ
ของจิตนั้นเอง
“วิปัสสนาญาณ” จึงจะเกิดได้ "

โอวาทธรรม
หลวงปู่จาม มหาปุญโญ









ไม่มีชีวิตใด ประสบแต่ความเกษมสุข
ปราศจากทุกข์ภัยไปได้ตลอด เมื่อเกิดมาแล้ว
จึงจำเป็นต้องขวนขวายสั่งสม สติ และ ปัญญาสำหรับเป็นอุปกรณ์บำบัดความทุกข์อยู่ทุกเมื่อ
เพื่อให้สมกับที่ดำรงอัตภาพแห่งมนุษย์ ผู้มีศักยภาพ
ต่อการพัฒนา

ท่ามกลางสถานการณ์โรคระบาด ซึ่งก่อให้เกิด
ความหวาดหวั่นครั่นคร้ามกันทั่วหน้า ทุกคนมีหน้าที่
แสวงหาหนทางเพิ่มพูน สติ และ ปัญญา พร้อมทั้ง
แบ่งปันหยิบยื่นให้แก่เพื่อนร่วมสังคม อย่าปล่อยให้
ความกลัวภัย และความหดหู่ท้อถอยคุกคาม
เข้าบั่นทอนความเข้มแข็งของจิตใจ ในอันที่จะอดทน
พากเพียร เสียสละ และสามัคคี

มีธรรมภาษิตบทหนึ่งในพระพุทธศาสนา พึงน้อมนำ
มาเตือนใจในยามนี้ ว่า

“เมื่อถึงยามคับขัน ประชาชนต้องการผู้กล้าหาญ
เมื่อถึงคราวปรึกษางาน ต้องการผู้ที่ไม่พูดพล่าม
ยามมีข้าวน้ำ ต้องการผู้เป็นที่รัก ยามเกิดปัญหา
ต้องการบัณฑิต”

บางส่วนจากพระคติธรรมที่ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานให้เป็นกำลังใจในสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19) เมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๓









"สิ่งที่เป็นเครื่องรางของขลังที่ดีที่สุด
ก็คือ ความมีศีลธรรม เมื่อเรามีศีลธรรม
เราไม่เบียดเบียนใคร ก็ไม่มีคนมาเบียดเบียนเรา"

หลวงปู่พุธ ฐานิโย








เวลา(คิด)ปรุงออกไป. เป็นสมุทัย. ผลที่ย้อนกลับเข้ามา. เป็นทุกข์.

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน







#เวลาถูกใครว่าอะไรก็ตาม

ให้นึกถึงพระพุทธเจ้า อย่าด่วนไปโกรธไปกริ้วให้เค้า. ไปอะไรกับเค้า. ความโกรธ ความไม่พอใจให้เค้า. ก็คือไฟเผาตัวเอง.

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน









#ขอให้ทุกคนภูมิใจในชีวิตของตนเอง

ให้ตั้งใจทำคุณงามความดี ด้วยกายวาจาใจ ฝากฝังไว้ในพระบวรพระพุทธศาสนา ฝังไว้ในที่ไหนก็ฝังไว้ในที่ใจ

#นึกขึ้นมาเมื่อไหร่ใจของเราก็มีความสุข

เรียกว่าเรานึกถึงคุณงามความดีที่เราได้สร้างเอาไว้ ใจก็รื่นเริงอยู่ตลอด

เหตุฉะนั้นถ้าเราคิดอยู่บ่อยๆอยู่เรื่อยๆ คิดถึงแต่เรื่องคุณงามความดีที่ตนเองได้แต่ทำเอาไว้แล้ว ก็จะทำให้ตนเองนี้มีความสุขไปเรื่อยๆ เรียกว่าตั้งอธิษฐานเอาไว้ ว่าจะทำคุณงามความดีไปเรื่อยๆ อยากให้ชีวิตของตนเองนี้มีกำไร

เมื่อเรามีคุณงามความดีอย่างนี้แหละ เราก็จะสามารถแผ่เมตตา อุทิศส่วนกุศล ไปหาพ่อหาแม่ ปู่ย่าตายาย เจ้ากรรมนายเวรต่างๆ ผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากลำบากทั้งหลายก็ดี ก็แผ่เมตตาให้เขา ถ้าเขามีความทุกข์ก็ให้พ้นจากทุกข์ ถ้าเขามีความสุขก็ขอให้สุขยิ่งยิ่งขึ้นไป

เหมือนเราที่นั่งอยู่ด้วยกันเป็นหมู่เป็นฝูงอย่างนี้ ก็อยากให้มีความสุขทุกคนอย่างนี้ จิตใจของพวกเราก็มีความสุข เรียกว่าแผ่ส่วนบุญส่วนกุศลซึ่งกันและกันให้อยู่มีความสุข

ได้ทำบุญทำทานการกุศลร่วมกัน เป็นญาติธรรมกัน เมื่อมาอยู่ด้วยกันอย่างนี้ก็มีความสามัคคีกัน ไม่มีใครขัดข้องซึ่งกันและกัน สร้างคุณงามความดีด้วยกันทั้งนั้น เราก็เลยแผ่เมตตาให้ซึ่งกันและกัน

การแผ่เมตตาให้อยู่ร่วมกันนี้แหละ ไปไหนมาไหนเห็นหน้าเห็นตากัน ก็แช่มชื่นเบิกบานกันยิ้มแย้มแจ่มใส ใจเป็นบุญเป็นคุณงามความดี ก็ให้กอบโกยเอาไว้เป็นที่พึ่งของตน เมื่อรับพรจากพระเจ้าพระสงฆ์ก็ให้ตั้งใจแผ่เมตตา ด้วยกันทุกท่านทุกคนดังได้กล่าวมาแล้วนั้นด้วยดี

หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป
วัดอรัญญวิเวก อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่









#หลวงปู่ผางท่านว่า..

ต้องปลูกความเชื่อ ความศรัทธาก่อน.. ว่าปฏิบัติจริงๆ มันต้องได้ผลจริงๆ..

การภาวนา จงกรม.. นั้นก็คือการเมตตาตัวเอง.. ถ้าอยากได้ธรรม..ให้เดินหมดวัน.. ให้นั่งหมดคืน

ฟังเทศน์หลวงปู่ประเสริฐ สิริคุตโต


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 16 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร